ตอนที่ 1
วรรนารี ลืมตาตื่นขึ้นมา เธอรู้สึกเหมือนไม่มีเรี่ยวแรงอะไร แม้จะลุกขึ้นยังทำไม่ได้ เธอจึงได้นอนลงไปอีกครั้ง แล้วคิดว่าที่นี่คือที่ไหนกัน หรือว่าเป็บ้านของชาวบ้านที่มาช่วยเธอเอาไว้จากการที่รถตกเขา แต่ว่าจะเป็ไปได้หรือ เพราะที่เธอจำได้คือ กำลังกลับจากการไปตรวจรักษาชาวบ้านบนเขา และกำลังจะกลับลงจากเขา แต่ว่าฝนตกหนัก ทำให้ถนนลื่น รถจึงตกจากเขา ถ้าเป็ชาวบ้านช่วยไว้จริง ต้องมีาแบ้างแล้ว เมื่อสำรวจไปทั่วตัว แต่ว่าไม่มีาแ เลยแม้แต่น้อยเลย มีแต่อาการอ่อนแรง และเหมือนเป็ไข้ และกำลังนอนคิดไปเรื่อยๆ ว่าเกิดอะไรขึ้นกับตัวเอง แต่กับเกิดอาการปวดหัวอย่างหนัก จนเธอแทบทนไม่ได้
แล้วเื่ราวมากมายเหมือนสายน้ำที่กำลังไหลเข้ามาในหัว ทำให้เธอรู้ว่า ร่างนี้ชื่อ เจินเจียอี ได้แต่งงานแล้วกับ จื้อซีห่าว มีลูกสาวแล้ว หนึ่งคน คือ จื้อเจินเจิน และที่ป่วยหนักเพราะไปซักผ้าให้ที่บ้านแม่เลี้ยงสามี แล้วลื่นตกน้ำ ทำให้ป่วยและไม่ได้รับการรักษา เนื่องจากไม่มีเงินทำให้เสียชีวิตในที่สุด
ร่างนี้มักถูกใช้ให้ทำงานทุกอย่างด้วยความที่เป็คนหัวอ่อนจึงยอมทำทุกอย่างโดยไม่เกี่ยง ทุกคนจึงพากันใช้และไม่ยอมทำอะไรกันเลย เพราะจะรอให้เ้าของร่างนี้ทำให้ และสามีทำงานมาได้ หรือ ล่าสัตว์ได้เงินมา ต้องส่งเข้ากองกลาง และคนที่เก็บเงินคือแม่เลี้ยง และตอนป่วย สามีก็ได้ไปขอเงินจากแม่เลี้ยง เพื่อที่จะพาเมียไปรักษา แต่แม่เลี้ยงไม่ให้ และพ่อสามีที่ไม่มีปากมีเสียงก็ไม่ได้ช่วยอะไรลูกชายได้เลย สามีจึงทำได้เพียง หาสมุนไพรมาต้มให้ดื่ม ทำให้ร่างนี้เพียงเท่านั้น ร่างนี้ที่ร่างกายอ่อนแออยู่แล้วจึงทนไม่ได้และเสียชีวิตลง
แล้วเธอมาอยู่ในร่างนี้ได้อย่างไรกันนะ แปลกประหลาดเกินไปแล้ว ด้วยความที่เรียนแพทย์มา ทำให้ไม่เชื่อสิ่งที่เหนือธรรมชาติและพิสูจน์ไม่ได้ แต่ว่านี่มันเกิดกับตัวเองเลย จะไม่ให้เชื่อได้อย่างไรกัน เพราะมันเกิดขึ้นแล้ว เมื่อเื่ต่างๆ ไหลเข้ามาในหัวจนหมดแล้ว อาการปวดหัวจึงได้หายลง
เธอจึงได้เริ่มสำรวจห้องนี้ ที่เป็ห้องไม่กว้างมาก และมีเพียงตู้เก่าๆ เท่านั้น และมองที่เสื้อผ้าก็สีซีดจนเกือบไม่มีสีแล้ว แต่ก็สะอาดอยู่ รวมถึงห้องนี้ด้วย แม้จะเก่า แต่ก็เก็บได้เรียบร้อยและสะอาดเป็อย่างมาก
และจากความจำของร่างนี้ทำให้รู้ว่าตอนนี้ สามีเ้าของร่างได้ขึ้นเขาเพื่อหาของป่า ล่าสัตว์เพื่อที่จะหาเงินไปซื้อยาให้เมียที่นอนป่วยอยู่ และไม่สามารถขอเงินจากแม่เลี้ยงได้ จึงคิดว่าถ้าขายของรอบนี้ได้ ก็จะไม่ให้เงินแม่เลี้ยงแม้ต้องทะเลาะกันก็ตามเพื่อที่จะได้เอาไปซื้อยากลับมา แต่อยากจะบอกสามีเหลือเกิน ว่าทุกอย่างมันสายไปแล้ว เมียคนนั้นได้เสียชีวิตไปแล้ว และอยากจะบอกกับเ้าของร่างว่า เธอนั้นไม่ได้อยากมาแย่งร่างของเธอเลย แต่ก็ไม่รู้เหมือนกันว่ามาอยู่ในร่างนี้ได้อย่าง แต่ในเมื่อมาอยู่แล้ว ขอก็อยากจะบอกว่า จะทำให้ครอบครัวดีขึ้นให้ได้ และจะขอดูแลให้ดีที่สุด
เมื่อหายปวดหัวแล้ว เธอจึงพยายามที่จะลุกขึ้นอีกครั้ง เพื่อที่จะสำรวจไปรอบๆ ห้อง แต่เมื่อลุกขึ้นนั่ง ทำให้ยิ่งแปลกใจ ว่ากระเป๋าทหารที่เธอสะพายเป็ประจำมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไรกัน แต่มันใช่ของเธอแน่นอนเพราะเธอจำได้ ถ้าเมื่อไหร่ก็ตามที่เธอเดินทางไปรักษาชาวบ้านในที่ห่างไกล จะต้องนำไปด้วยเสมอ เพราะเธอจะเตรียมอุปกรณ์การแพทย์ ยา และมีอาหารไปบางส่วนเพื่อที่จะได้กินง่ายๆ เมื่อเห็นอย่างนั้น จึงได้รีบลุกขึ้นไปดูในทันที โดยลืมคิดไปว่าร่างนี้อ่อนแอมาก จึงได้ทรุดล้มลงกับพื้นในทันที
"เจ็บจัง ลืมไปได้ไงว่าร่างนี้ไม่มีแรงเอาเสียเลย ได้กินอะไรบ้างหรือเปล่านะ"
เมื่อลุกขึ้นได้แล้ว จึงไปที่กระเป๋าในทันทีเพราะอยากรู้ว่าของที่อยู่ในนั้นจะยังอยู่หรือเปล่านะ เมื่อเปิดกระเป๋าเธอก็ดีใจเป็อย่างมาก ของที่เธอเตรียมไว้ มาหมดทุกอย่าง แม้แต่ของกิน เมื่อเห็นอย่างนั้นเธอจึงได้หยิบนมกับขนมปังมานั่งกิน เพราะตอนนี้รู้สึกหิวมากเหลือเกิน เมื่อกินอิ่มแล้วจึงได้กินยาแก้ไข้ตาม เพราะร่างนี้ยังมีไข้สูงอยู่ เมื่อกินยาแล้วเธอจึงได้เปิดกระเป๋าสำรวจข้างในต่อ และเห็นว่า ขนมปังและนมที่นำออกมาเมื่อสักครู่กับอยู่เหมือนเดิม เธอจึงดีใจเป็อย่างมาก อย่างน้อยตอนนี้ก็ไม่ทำให้เธอหิวจากการอดอาหารไปได้แล้ว
นอกจากนมและขนมปัง ยังมีปลากระป๋อง ผักกาดกระป๋อง ไข่เค็ม ไข่ไก่ หมูหวาน ปลากรอบ กุนเชียง มาม่า และข้าวสาร เธอเตรียมไว้อย่างละไม่เยอะ แต่ในเมื่อกระเป๋านี้สามารถเติมเต็มได้ตลอดเวลา เธอจึงไม่ได้กลัวอะไร อย่างน้อยก็มีอาหารกินแล้ว ไม่ต้องทนอดอาหาร หรือกินเพียงเศษอาหารที่ทุกคนกินเหลือเพียงเท่านั้น คนที่ทำงานกลับได้กินแต่ของเหลือ แต่คนที่ไม่ได้ทำงานกลับได้กินดีอยู่ดี ช่างมีความลำเอียงจริงๆ ช่างเป็ครอบครัวที่มีความอดทนมาก แต่ไม่ใช่กับเธอ ฝันไปเถอะ
ขอบคุณ์จริงๆ ที่ไม่เอามาปล่อยทิ้งไว้ แล้วไม่สนใจอะไร แค่ได้เท่านี้ก็ถือว่าช่วยได้มากแล้ว แม้ตอนนี้ยังไม่รู้ว่าจะใช้ชีวิตต่อไปอย่างไรก็ตาม แต่อย่างน้อยก็มีอาหารให้อิ่มท้อง มียารักษาโรคที่ทันสมัยมาก ต่อไปก็ไม่ต้องกลัวว่าไม่สบายแล้วจะไม่มีเงินไปซื้อยาจนต้องตายไปอีก ช่างเป็คนที่น่าสงสารเสียจริง ขอให้ไปเกิดใหม่ในที่ดีกว่านี้นะคะ ไม่ต้องห่วงอะไรแล้ว เมื่อพูดจบก็เหมือนมีสายลมเย็นๆ พัดผ่านเหมือนรับรู้แล้ว เธอจึงคิดว่าเ้าของร่างคงรับรู้สิ่งที่เธอ้าจะสื่อแล้ว
แล้วตอนนี้ลูกเราไปอยู่ไหนนะ ยังไม่เห็นเลย หรือว่าคนพวกนั้นเอาลูกเธอไปใช้งานอีกแล้ว คนพวกนี้ช่างใจร้ายกันมากจริงๆ แม้แต่เด็กเล็กอายุเพียง 5 ขวบก็ยังไม่เว้นที่จะใช้ทำงาน ส่วนคนเป็พ่อเป็แม่ก็ไม่มีความเข้มแข็ง ยอมให้พวกเขาทำกับลูกได้ยังไง ทนมองเห็นลูกตัวเองถูกใช้ให้ทำงานได้ยังไงกัน เมื่อเธอมาอยู่ในร่างนี้แล้ว จะไม่ยอมให้ใครมาทำร้ายลูกเธอเด็ดขาด แม้แต่แม่เลี้ยงของสามีก็ตาม อย่าได้หวังที่จะมาทำอะไรลูกและครอบครัวเธอได้อีก และอย่าหวังที่จะมากดขี่เหมือนที่แล้วมา เพราะเธอไม่ใช่คนหัวอ่อนคนเดิม ที่จะมาคอยรับใช้ เพื่อที่จะแลกเศษอาหารเท่านั้น
( ฝากติดตามด้วยนะคะ )