“ถึงเวลาของของแกแล้ว จอมมาร วันนี้จะเป็วันตัดสินสำหรับแกกับฉัน”
คำพูดสุดแสนจะลิเก หลุดออกมาจากหนุ่มน้อยวัยเพียงอายุ 16 ปี มีใบหน้าหล่อเหลาเอาการ ผมสีดำดูธรรมชาติ ไม่สูงเท่าไหร่ ดังนั้นพอส่วมชุดเกราะเติมยศทำให้ดูตันๆและมีอาวุธเป็โล่ศักสิทธิ์และดาบแห่งแสง ซึ่งทุกคนต่างเรียกเค้าว่า “ผู้กล้า”
“แจ็ค ไปรับการโจมตีแทนพวกเราซะ ถ้าฉันมีแผลแม้แต่จุดเดียวทั้งหมดเป็ความผิดนายนะคะ”
สาวน้อยที่กำลังะโสั่งการแซมประชดนั้น เป็สาวน้อยวัยไล่เลี่ยกับผู้กล้า ในชุดนักบวชหญิงสีขาว ดูราวกับเล่าขุนนางชั้นสูง ในมือถืออาวุธเป็คฑาดาวจรัสแสง เธอถูกนับให้เป็ “สตรีศักสิทธิ์” ผู้ที่อัญเชิญผู้กล้ามาจากต่างโลกตามคำสั่งทางศาสนจักร เพื่อช่วยมนุษยชาติ
ชายที่ถูกสั่งรีบไปยื่นอยู่ระหว่างกลุ่มผู้กล้าและจอมมาร เป็ชายสูงใหญ่ กำยำ ทั้งยังใส่ชุดเกราะหนักหนาเตอะพร้อมถือโล่ขนาดใหญ่ที่ลงอักขระบางอย่างไว้ ทำให้ดูเหมือนกำแพงป้อมปราการ
“ครับ ครับ เธอจะพูดดีๆกับผมบางไม่ได้หรอ” แจ็คตอบขณะ เข้ามาบังการโจมตีด้วยเวทย์ไฟระดับ 10 ของจอมมาร
เธอสั่งการต่อ “เอนซิส(Ensis) เธอค่อยทำให้เ้านั้นติดสถานะผิดปกติ แล้วทำความเสียหายด้วยธนูซะ แล้วอย่าพลาดโดนพวกเดียวกันละ ชิ”
เอนซิส พยักหน้ารับโดยไม่ตอบอะไรกลับ
สาวสวยที่กำลังส่งลูกธนูใส่ที่หัวของจอมมารอย่างต่อเนื่อง คือ เอนซิส เธอเป็เผ่าดาร์คเอลฟ์ ถนัดในการใช้ธนู และอาวุธลับต่างที่ทำให้ติดสถานะผิดปกติต่าง เธอจะส่วมเกราะเบาที่ดูไม่น่าจะป้องกันอะไรได้ แต่กลับทดแทนด้วยความเร็วและความยืดหยุ่นของเธอทำให้หลบการโจมตีจากจอมมารได้อย่างง่ายดาย
“มิเนวา (Minerva) ฝากร่ายเวทย์สนับสนุนให้กับผู้กล้าฮิตโตะด้วยนะ แล้วร่ายเวทย์ป้องกันให้แจ็คนานๆทีก็ได้ดูท่าจะยังเอาอยู่นะคะ” เธอพูดขณะกำลังร่ายเวทย์บางอย่าง
“แต่ว่า สแตลล่า ตอนนี้เราควรร่ายเวทย์เสริมให้กับแจ็คนะคะ เพราะเค้ากำลังรับการโจมตีต่อเนื่องจากจอมมารอยู่นะคะ”
สาวสวยผมแดง เผ่าฮาล์ฟ-เอลฟ์ ส่วมแว่นตาเหมือนนักวิชาการ ทั้งยังใส่เสื้อคุมจอมเวทย์ที่ดูยังไงก็ใหญ่กว่าตัวเองมาก อีกทั้งอาวุธก็ไม่ใช่คฑาของจอมเวทย์แต่กลับเป็ไม้พลองยาวที่ไม่มีแม่แต่หินเวทย์ประดับ
“ทำตามที่ ท่านสแตลล่า(Stella) บอกเถอะครับตรงนี้ผมยังไหว” แจ็คตอบขณะยื่นรับการโจมตีทางกายภาพของจอมมาร
ทุกคนต่างทำหน้าที่ตามที่ สแตลล่า สั่งการ เอนซิส ส่งลูกธนูตรงไปที่หน้าจอมมาร ทั้งลูกธนูธรรมดา และลูกธนูธาตุต่างๆ หากไม่ติเกราพเวทย์ที่จอมมาลสร้างไว้ เธอยังอาวุธลับอาบยาพิษและอาวุธที่ส่งผลต่อสถานะต่างอย่างต่อเนื่อง สแตลล่ายังคงร่ายเวทย์บางอย่างอยู่ มิเนวาพยายามร่ายเวทย์เสริมแกร่งและเพิ่มค่าสถานะต่างๆให้กับผู้กล้า นานๆทีเธอจึงมาร่ายเวทย์เสริมให้แจ็คบาง แจ็คก็ยังคงทำหน้าที่เป็กำแพงได้อย่างดี ส่วนผู้กล้านั้น นอกจากการได้รับบัพจากทั้งและมิเนวา ก็ยังคงหลบอยู่หลังแจ็คนั้นเอง
มาแล้ว!!! ทุกคนในปาตี้ผู้กล้าะโพร้อมกัน จอมมาร ร่ายคำสาป DOOM ที่ทำให้ทุกสิ่งมีชีวิตในพื้นที่ ตายทันที นั้นจึงทำให้บรรยากาศรอบห้องโถงใหญ่ปกคลุมด้วยความมืดและความตาย เป็เวลาเดียวกับที่บริเวณรอบๆตัว สแตลล่า มีเวทมนตร์พื้นที่เป็วงและเกิดลำแสงสีขาวพุ่งขึ้นบนสู่หลังคาเป็เสาแห่งเสง
“Dispella!!” สแตลล่าะโ ในทันทีนั้น แอนนิสและมิเนวา เข้ามาอยู่ในเสาลำแสงนั้น ขาดเพียงแต่แจ็คที่พยายามวิ่งเข้ามาแต่ไม่ทันการ แจ็คล้มลงข้างหน้ากลุ่มปาตี้ผู้กล้า และความมืดก็เข้าปกคุ้มรอบๆเหลือเพียงเสาแห่งแสงสว่างเท่านั้น ทันในนั้นเองก็มี ก็มีแสงพุ่งตรงออกมาจากเสาเวทย์ทำให้รอบห้องโถงจอมมารสว่างขึ้น
“แกนะได้ตายไปแล้ว”ผู้กล้าฮิตโตะผู้ขณะส่งคมดาบลงที่คอของจอมมาร จากนั้นก็เกิดระเบิดขนาดใหญ่ทำให้ส่วนบนของปราสาทหายไป
“เ้าได้ยิ่งใหญ่แล้วแต่แค่ในความทรงจำเท่านั้น” ผู้กล้าฮิตโตะยื่นมองร่างจอมมารที่สลายไป กับสมาชิกปาตี้คนอื่นๆ
ในโดมเวทย์ที่สแตลล่าเป็ผู้ก้างไว้
มิเนวาและแอนซิสหันกลับมาเพื่อมองหาร่างของแจ็ค ทว่าร่างของแจ็คกลับหายไปไม่เหลือแม้แต่ร่องรอยหรือกระดูกเลย
“ร่างของ แจ็ค หายไปไหนนะ” มิเนวาถามกับกลุ่ม
“คงจะกระเด็นไปพร้อมกับปราสาทละมั้ง ยังไงเ้านั้นก็ได้ทำหน้าที่ของมันแล้ว” ผู้กล้าฮิตโตะพูด
“ใช่แล้วละยังไง เ้านั้นก็ทำหน้าที่เป็กำแพงได้ดีแล้วละคะ” สแตลล่าพูดเสริม
“แต่ว่า…เค้าควรได้รับเกียรติมากกว่านี้นะคะ” มิเนวาพูดแย้งทั้งสอง
แอนซิส ไม่พูดอะไรได้แต่จองมองไปยังป่าที่อยู่ข้างปราสาท
“ยังไงก็แล้วแต่ ตอนนี้เราก็ปราบจอมมารได้แล้ว ผมอยากกลับไปที่เมืองใกล้นี้เพื่อกิน ข้าวกระเพรา แล้วละ เห็นว่าเป็เมนูขึ้นชื่อของเมืองนี้ มีรสชาติที่จัดจ้านและมีกลิ่นที่หอมของสมุนไพรที่ใส่ลงไปด้วย” ผู้กล้าพูดขณะเอามือปาดน้ำลายที่ไหลออกมาจากปาก
เมื่อทั้งหมดตกลงกันได้ ทั้งสามจึงมุ้งหน้ากลับไปที่เมือง มีเพียงแต่แอนซิสที่ขอตัวเข้าไปในป่าข้างๆปราสาทจอมมารก่อนไปเจอกันในเมือง
“จะไปไม่ลากันเลยหรอ ค่ะ” แอนซิสพูดกลับต้นไม้ต้นใหญ่ที่อยู่ตรงหน้า ทันใดนั้นก็มีชายรูปร่างกำยำ ชุดเกราะหนาเตอะ กับโล่ขนาดใหญ่เดินออกมา
“ความสามารถการแกะรอย และการรับกลิ่นของเธอนี้ยอดเยี่ยมตลอดเลยนะ อืม…ไปทั้งอย่างนี้และ”แจ็คกล่าว
“ฉันเข้าใจนะคะว่าคุณไม่ชอบทั้งสองคน แต่จะไม่ให้พวกเค้ารู้ว่ายังมีชีวิตอยู่ จะดีเหรอคะ”
"ไม่ใช่งั้นหรอก ฉันไม่ถือสาพวกเค้าเลยฉันดีใจด้วยซ้ำที่เื่แบบนี้มันจบลง ยังไงซะพวกเค้าก็ยังเด็กที่ต้องมาเผชิญเื่พวกนี้ ถ้าฉันถูกเลือกให้เป็ผู้กล้าซะเด็กพวกนั้นคงไม่ต้องมารับภาระพวกนี้หรอก” แจ็คพูดขณะที่มองไปที่มือของตัวเอง
“งั้นเราคงต้องแยกกันตรงนี้ละคะ ไว้ถ้ามีโอกาสเราคงได้ร่วมงานกันอีก” แอนซิสพูดก่อนหันหลังเดินจากไป
“แต่ฉันยังอยากเชื่อเลยว่าคุณจะรอดจาก คำสาป DOOM ของจอมมารมาได้” แอนซิสหันกลับมาพูดกับผม
“หึ นั้นคงเป็ของดีอย่างเดียวที่ฉันมีโดยไม่ตั้งใจและเอามันมาด้วยละนะ” ผมพูดขณะมีความรู้สึกร้อนๆที่สะบักด้านซ้ายของผม