หวังหย่งเล่อรู้สึกตัวขึ้นมาก็รับรู้ถึงความเย็นเยียบที่กัดกินกระดูกเขาพยายามขยับร่างกาย แต่โซ่ตรวนหนักอึ้งที่ล่ามข้อมือและข้อเท้าของเขาทำให้เขาขยับเขยื้อนไม่ได้ เขาจำไม่ได้ว่าเกิดอะไรขึ้นจำได้เพียงแค่ว่าเขาถูกชายสวมหน้ากากทำอะไรบางอย่างก่อนที่จะหมดสติไป
"ที่นี่ที่ไหน?" เขาพึมพำเสียงแหบแห้ง
เสียงฝีเท้าหนักๆดังใกล้เข้ามา แสงไฟสลัวๆ สาดส่องเข้ามาในห้องขังเผยให้เห็นร่างสูงใหญ่ของชายสวมหน้ากากสีดำสนิทชายคนนั้นเดินเข้ามาหยุดอยู่ตรงหน้าหวังหย่งเล่อดวงตาสีแดงก่ำที่ลอดออกมาจากหน้ากากจ้องมองเขาอย่างเยือกเย็น
"ฟื้นแล้วหรือ" ชายสวมหน้ากากเอ่ยเสียงทุ้มต่ำ
หวังหย่งเล่อขมวดคิ้ว"เ้าเป็ใคร? ้าสิ่งใดจากข้า?"
ชายสวมหน้ากากหัวเราะเสียงเ็า
"เ้าคือผู้ที่ถูกเลือก ชินอ๋อง้าให้ข้ามอบพลังอันยิ่งใหญ่ให้กับเ้าพลังที่จะทำให้เ้าแข็งแกร่งกว่าใครๆ"
"พลังอะไร?" หวังหย่งเล่อถาม
ชายสวมหน้ากากไม่ตอบแต่กลับยกมือขึ้น เขาแบมือออก เผยให้เห็นลูกแก้วสีดำสนิทที่เปล่งแสงสีแดงเรืองรอง
"นี่คือ 'เมล็ดพันธุ์แห่งความมืด' พลังิญญาอันชั่วร้ายที่ข้าได้รวบรวมมามันจะมอบพลังอันมหาศาลให้กับเ้า"
หวังหย่งเล่อเบิกตากว้าง"ไม่! ข้าไม่้าพลังชั่วร้าย!"
"เ้าไม่มีสิทธิ์เลือกเพราะข้าเลือกให้เ้าแล้ว"ชินอ๋องหวังตงหยางที่เพิ่งเดินเข้ามาพูดขึ้น
"ท่านซื้อข้ามาเพื่อเอามาทำเช่นนี้หรือ"หวังหย่งเล่อ
"ถูกต้อง เ้าต้องเข้าใจว่า ข้าเป็ถึงชินอ๋องมีเงินทองมากมายแต่สิ่งที่ข้าอยากได้มีมากกว่านั้น ข้าอยากมีอำนาจที่ปกครองผู้คนเหนือทุกคนในใต้หล้า"ชินอ๋องหวังตงหยาง
"ท่าน้าอำนาจแล้วเกี่ยวอันใดกับข้า"หวังหย่งเล่อ
"ข้า้าคนที่จะมาช่วยให้ข้าสู่เป้าหมายที่วางไว้และข้าก็เลือกเ้า"ชินอ๋องหวังตงหยาง
"แล้วไยจึงเป็ข้า"หวังหย่งเล่อ
"เพราะเ้าไม่เหมือนคนอื่น เ้าเกิดในคืนพระจันทร์สีเืท่ามกลางหมู่บ้านที่มีไอพยาบาทสูงและยังเกิดมามีพลังธาตุถึงสี่ธาตุซึ่งในบรรดาพี่น้องของเ้าไม่มีใครมีและเ้ายังโชคดีที่รอดหูรอดตาสำนักเซียนพวกนั้นจนสามารถโตมาได้เ้าจึงเหมาะสมกับเมล็ดพันธุ์นี้"ชินอ๋องหวังตงหยาง
"ข้าไม่เข้าใจ"หวังหย่งเล่อ
"ต่อไปเ้าจะเข้าใจเอง เอาเป็ว่าถ้าเ้าอยากอยู่ที่นี่อย่างสุขสบายเ้าก็ต้องทำตามคำสั่งของข้า"ชินอ๋องหวังตงหยาง
"ไม่ ข้าไม่อยากอยู่ที่นี่ข้าจะกลับบ้านไปหาท่านแม่"หวังหย่งเล่อพูดด้วยความดื้อรั้น
"พูดยากเสียจริง"ชินอ๋องหวังตงหยางเริ่มรู้สึกรำคาญ
"ในเมื่อพูดยากนักก็ไม่ต้องพูดพวกเราบังคับเขาไปก่อนไม่ดีกว่าหรือ"ชายสวมหน้ากากเสนอความคิด
"เช่นนั้นก็แล้วแต่เ้า ข้าี้เีพูดแล้วจะทำอันใดก็รีบทำ"ชินอ๋องหวังตงหยางพูดจบก็เดินออกไป
"ชินอ๋อง ท่านจะทำเช่นนี้กับข้าไม่ได้นะท่านปล่อยข้าไปหาท่านแม่เถิด"หวังหย่งเล่อะโแต่ชินอ๋องหวังตงหยางไม่สนใจแม้แต่จะหันกลับมามอง
ชายสวมหน้ากากหัวเราะ"เ้าไม่มีทางเลือก"
เขาพุ่งตัวเข้ามาคว้าคอหวังหย่งเล่อ บังคับให้หวังหย่งเล่ออยู่นิ่งๆจากนั้นก็นำลูกแก้วสีดำฝังเข้าไปในอกด้านซ้ายของเขา หวังหย่งเล่อพยายามขัดขืนแต่ก็ไร้ประโยชน์
ความเ็ปแผ่ซ่านไปทั่วร่างของหวังหย่งเล่อเขารู้สึกเหมือนมีไฟนรกกำลังเผาไหม้ร่างกายของเขา เขาดิ้นทุรนทุรายพยายามขับไล่พลังชั่วร้ายออกจากร่างกาย แต่ก็ไม่เป็ผล
พลังิญญาอันชั่วร้ายเริ่มแทรกซึมเข้าไปในร่างกายของหวังหย่งเล่อมันไหลเวียนไปตามเส้นลมปราณของเขา เปลี่ยนแปลงทุกสิ่งทุกอย่างในตัวเขา
หวังหย่งเล่อกรีดร้องด้วยความเ็ปเสียงของเขาแหบแห้งและแตกพร่า ดวงตาสีดำของเขาเริ่มเปลี่ยนเป็สีแดงก่ำไปชั่วขณะ
เมื่อความเ็ปทุเลาลงหวังหย่งเล่อก็ทรุดตัวลง เขาหอบหายใจอย่างหนักหน่วง ร่างกายของเขาเต็มไปด้วยเหงื่อ
ชายสวมหน้ากากมองหวังหย่งเล่อด้วยสายตาพึงพอใจ
"ดีมาก เ้าคือภาชนะที่สมบูรณ์แบบสำหรับเมล็ดพันธุ์แห่งความมืด"
หวังหย่งเล่อเงยหน้าขึ้นมองชายสวมหน้ากากดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความเคียดแค้น
"เ้าทำอันใดกับข้า?"
ชายสวมหน้ากากหัวเราะ
"ข้ามอบพลังอันยิ่งใหญ่ให้กับเ้าพลังที่จะทำให้เ้าเป็ผู้ยิ่งใหญ่ในอนาคต"
หวังหย่งเล่อกำหมัดแน่น
"ไม่! ข้าจะกลับบ้าน"
ชายสวมหน้ากากส่ายหัว
"เ้าไม่มีทางเลือก พลังแห่งความมืดจะควบคุมเ้า"
หวังหย่งเล่อกัดฟันแน่นเขาจะไม่ยอมให้พลังชั่วร้ายควบคุมเขา เขาจะต่อสู้กับมัน เขาจะเอาชนะมัน
"ข้าจะทำลายพลังนี้" หวังหย่งเล่อกล่าวเสียงแข็งกร้าว
ชายสวมหน้ากากหัวเราะ"อายุเ้าเพียงแค่ 7 ปี ตัวเล็กไร้เรี่ยวแรงเช่นนี้วิชาการต่อสู้ก็ยังไม่มี พลังธาตุทั้งสี่ก็ยังไม่ถูกฝึกฝน เ้าไม่มีทางทำได้พลังแห่งความมืดคือส่วนหนึ่งของเ้าแล้ว"
หวังหย่งเล่อได้แต่คอตกเพราะตัวเขาในตอนนี้เป็แบบที่ชายสวมหน้ากากพูดจริงๆ
หลังจากถูกปล่อยตัวหวังหย่งเล่อก็ได้ถูกพามาที่ห้องพักที่ชินอ๋องหวังตงหยางสั่งให้คนจัดไว้ให้
"คุณชายวันนี้พักผ่อนเถิดพรุ่งนี้เช้าข้าจะมารับท่านไปเรียนหนังสือกับคุณชายคนอื่นๆถ้าคุณชาย้าอันใดก็บอกบ่าวรับใช้หรือทหารที่เดินลาดตระเวนได้เลย"ฉีกงกง
หวังหย่งเล่อได้แต่ฟังและพยักหน้าแต่ไม่ได้พูดโต้ตอบใดๆพอฉีกงกงออกไปเขาก็คิดหาวิธีหนี
หวังหย่งเล่อลองเดินดูรอบๆพื้นที่แต่ก็ไม่พบทางหนีจึงเดินออกไปสำรวจที่อื่นเมื่อผ่านลานฝึกขนาดใหญ่ก็พยายามแอบตามต้นไม้
"เ้าสิบหก เ้าได้ข่าวหรือไม่"เด็กหนุ่มอายุประมาณสิบขวบพูดขึ้น
"ได้ยินอันใดหรือพี่สิบสอง"เด็กหนุ่มอีกคนถามกลับ
"ข้าได้ยินว่าท่านพ่อไปรับเด็กคนหนึ่งมาที่จวน"
"บุตรชายของท่านพ่ออีกคนหรือ"
"ข้าได้ยินว่าแบบนั้น แต่ชาติกำเนิดหาดีไม่ เป็บุตรของหญิงคณิกาที่ท่านพ่อเคยไถ่ตัวมาเป็อนุ"
"ในเมื่อเป็บุตรที่เกิดจากคณิกาแล้วไยท่านพ่อจึงพากลับมา"
"ข้าเองก็ไม่รู้ แต่เด็กคนนั้นต้องมีความพิเศษเพราะท่านพ่อไม่เคยจะสนใจบุตรคนใดเลยสักคน"
"ข้าก็คิดเช่นเดียวกับท่าน ดูพวกเราซิแทบจะเหยียบกันตายอยู่แล้วทุกคนต่างก็อยากชิงดีชิงเด่นให้ท่านพ่อเห็น มีเื่ทะเลาะกันได้ทุกวัน"
หวังหย่งเล่อที่ได้ยินบทสนทนาได้แต่กำหมัดแน่นด้วยความเจ็บใจที่ถูกดูถูกว่าเป็บุตรของคณิกาแต่ตอนนี้ทำเช่นไรได้ ต้องหาทางหนีก่อนพอคิดได้เช่นนั้นก็รีบไปที่อื่นเพื่อหาทางออกจากจวน
โชคดีที่เขามาเจอรถส่งผักแถวโรงครัวเขาจึงะโเข้าไปแอบในนั้น พอหนีออกมาได้ก็อาศัย่รถส่งผักหยุดเขาก็ะโออกมาและมุ่งหน้าเดินทางกลับไปยังหมู่บ้านที่ตนเองจากมา
หวังหย่งเล่อเดินเท้าลัดเลาะไปตามทางโดยอาศัยน้ำจากลำธาร ผลไม้ป่าดำรงชีวิต อยู่หลายวันแต่มีเื่แปลกที่ทำให้เขาทุกข์ทรมานคือเมื่อถึงเวลากลางคืนร่างกายเขาจะเหมือนถูกฉีกเป็ชิ้นอยู่ด้วยความเ็ปทรมานอย่างแสนสาหัสซึ่งหวังหย่งเล่อคิดว่าคงมาจากเมล็ดพันธุ์ประหลาดที่ถูกฝังเข้าไปในตัวเขา
ผ่านมาหลายวันร่างกายที่แสนจะอ่อนล้าได้เดินลากขาเข้ามาในหมู่บ้าน
ภายในหมู่บ้านเหมือนมีการจัดงานมงคลอย่างยิ่งใหญ่มีขบวนขันหมากยาวเหยียด ผู้คนต่างร่วมกันยินดี หวังหย่งเล่อที่เนื้อตัวม่อมแหม่มค่อยๆ แทรกตัวเข้าไปเพื่อจะหาทางกลับไปยังบ้านของตนแต่ขบวนขันหมากก็เป็ทางเดียวกับทางบ้านเขา ทำให้ไม่สามารถผ่านไปได้ง่ายๆ
หวังหย่งเล่ออาศัยความตัวเล็กแทรกตัวไปเรื่อยๆจนเกือบจะถึงแต่ก็ต้องหยุดชะงักเพราะเหมือนขบวนเ้าบ่าวที่มารับเ้าสาวนั้นจะมาที่บ้านของตนเอง
หวังหย่งเล่อรู้สึกขนลุกชันไปทั่วทั้งตัวความรู้สึกวูบโหวง เคว้งคว้าง อยู่ภายในจิตใจประเดประดังเข้ามาจนเขายืนแข็งทื่อตัวชาไปหมด เมื่อเ้าบ่าวพยุงเ้าสาวขึ้นเกี้ยวหวังหย่งเล่อก็รับรู้ได้ทันทีว่านั่นคือแม่ของตน
หวังหย่งเล่อตั้งสติได้ก็เตรียมตัวจะวิ่งไปหาแม่ของตนแต่ถูกมือที่สวมถุงมือสีดำสนิทจับไหล่ไว้
"เ้า!"หวังหย่งเล่อไม่ทันพูดจบก็หายวับไปจากตรงจุดนั้นและมาปรากฏกายอีกที่หนึ่งซึ่งไม่ห่างจากจุดเดิมมากนักแต่ก็ยังพอมองเห็นขบวนงานแต่งงานอยู่
"เห็นแล้วใช่หรือไม่ ท่านแม่ของเ้ากำลังจะไปเริ่มต้นชีวิตใหม่แล้วนางไม่้าเ้าอีกต่อไปแล้ว"ชายสวมหน้ากาก
"ข้าไม่อยากเชื่อเลยว่าจะเป็เช่นนี้"หวังหย่งเล่อรู้สึกเสียใจจนน้ำตาไหลออกมาเป็ทาง
"กลับไปกับข้าเถิด ไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ ชีวิตที่ดีกว่าเดิมถ้าเ้าเชื่อข้าต่อไปเ้าจะแข็งแกร่ง มีทั้งอำนาจเงินทองทุกคนต้องอยู่ภายใต้อำนาจของเ้า"ชายสวมหน้ากาก