กลุ่มของเรนเดลนั้นถึงแม้จะมาถึงหน้าประตูเมืองอาร์คาเดียแล้ว แต่พวกเขาไม่สามารถเข้าไปได้ เพราะมีบางอย่างขวางอยู่
ทางด้านของโคโตโนฮะและเมกุมิ พวกเธอกำลังใช้เวทของตนไล่ต้อนพราหมณ์ที่กำลังบินหลบไปหลบมา ในขณะที่พวกเธอเองก็ต้องคอยหลบเวทที่ไม่ทราบประเภทเช่นเดียวกัน จนเมกุมิเผลอพลาดท่าเข้าให้
“จงอย่าได้ร่ายเวทได้อีก!!” พราหมณ์กล่าวพร้อมกับชี้นิ้วมาที่เมกุมิ เธอร่ายเวทโล่ขึ้นตั้งรับไม่ทันจึงโดนคำสาปเต็มๆ เวทเคลื่อนที่บนอากาศของเธอหยุดทำงาน ทำเอาเธอร่วงลงสู่พื้นทันที
“เมกุมิ” โคโตโนฮะเอ่ยเรียกอีกฝ่าย ก่อนที่เธอจะบินลงไปรับทันที ส่งผลให้ระหว่างนั้นเธอตกอยู่ในสถาณะที่ไม่สามารถป้องกันตัวได้
“จงอย่าได้ริอาจขยับตัว!!” พราหมณ์กล่าวเสียงแข็งพลางชี้นิ้วมาที่โคโตโนฮะ ส่งผลให้ร่างของเธอหยุดชะงักทันที
“เวทมนตร์อะไรกัน ไม่เคยพบเห็นมาก่อนเลย” โคโตโนฮะกล่าวด้วยน้ำเสียงตะลึง เพราะเธอถูกอีกฝ่ายสั่งให้ไม่สามารถขยับตัวได้ โดยที่เธอไม่รู้เลยว่าอีกฝ่ายใช้วิธีไหน
“ด้วยพลังแห่งพระเป็นเจ้า ข้าจึงได้รับเวทที่มีอำนาจมากที่สุด” พราหมณ์กล่าวพลางหัวเราะร่า “เวทวาจาสิทธิยังไงล่ะ ไม่ว่าจะกล่าวสิ่งใดออกไป สิ่งนั้นจะกลายเป็นความจริง และสัมฤทธิผลทันที”
“เช่นถ้าท่านกล่าวว่าความชั่วร้ายจงหมดไป มันก็จะหมดสินะ” เมกุมิกล่าวขึ้นลอยๆ ขณะที่เธอลงมาตั้งหลักที่พื้นได้แล้ว ด้วยความที่เธอมีพลังเวทในระดับสูง เวทวาจาสิทธิจึงส่งผลกับเธอแค่ชั่วระยะหนึ่งเท่านั้น
“ใช่แล้วล่ะ” พราหมณ์กล่าวด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น “และข้าจะใช้เวทนั้นเพื่อกำจัดพวกเจ้าทั้งสอง...ด้วยอำนาจวาจาสิทธิแห่งข้า ข้าขอสั่งให้ความชั่วร้ายตรงหน้าข้า สูญสิ้น ณ บัดนี้ โอม นะมะศิวะ!!”
เมกุมิฉีกยิ้มน้อยๆ ก่อนที่เธอจะเดินไปรับร่างของโคโตโนฮะที่กำลังร่วงลงมา เมื่อเธอมองขึ้นไปด้านบน ก็พบว่าพราหมณ์ตนนั้นกำลังทำสีหน้าเจ็บปวด ไอเวทสีม่วงกำลังระเหยออกจากร่างของเขาอย่างต่อเนื่อง
“คุณคือตัวตนแห่งภัยพิบัติ” เมกุมิกล่าวกับปีศาจตนหน้าที่เรียกตัวเองว่าเป็นพราหมณ์ “ถึงแม้คุณจะใช้อำนาจของมหาเทพได้ แต่พลังนั้นก็จะย้อนกลับมาทำลายคุณเอง”
“ข้าคือความชั่วร้ายหรือ” พราหมณ์กล่าวเสียงสั่น ก่อนที่ร่างของเขาจะค่อยๆแตกสลายไป “มหาเทพไม่ได้ฟื้นคืนชีวิตให้กับข้าหรอกหรือ และข้าตื่นขึ้นมาได้ยังไงกันล่ะ”
“เพราะคำสาปที่ชั่วร้ายยังไงล่ะคะ” เมกุมิกล่าว “ไม่ใช่คุณคนเดียว แต่มีหลายๆคนถูกปลูกให้ฟื้นขึ้นมาอย่างไม่เต็มใจนัก...ถึงแม้มันจะเป็นผลดีกับบางคนก็เถอะ”
“ในเมื่อไม่ใช่ประสงค์ของพระเป็นเจ้า” พราหมณ์กล่าวก่อนจะทำท่าพนมมือ “งั้นข้าคงต้องขอตัวกลับแล้วล่ะ หวังว่าจิตวิญญาณของข้าจะกลับกลายเป็นอาตมัน และรวมเป็นหนึ่งกับพระเป็นเจ้าโดยแท้จริง”
ร่างของพราหมณ์สลายไปที่สุด กลายเป็นละอองสีม่วง ก่อนที่ละอองนั้นจะสลัดความชั่วร้ายออก แล้วกลายเป็นแสงสีรุ้งลอยขึ้นสู่ท้องฟ้า เขาเป็นอิสระอย่างแท้จริงแล้ว
“หายไปแล้วสินะคะ” โคโตโนฮะกล่าวพลางมองฝุ่นละอองปลิวขึ้นสู่ท้องฟ้า และหายไปในที่สุด
“เขาถูกปลดปล่อยจากคำสาปที่ชั่วร้ายแล้วล่ะ” เมกุมิกล่าวด้วยความโล่งใจ “พวกเราไปช่วยเรนเดลกันเถอะค่ะ”
ณ ทางด้านของนิโคลัสและเรียวจิ พระบู๊ใช้กระบองทองคำตั้งรับการโจมตีของพวกเขาได้อย่างสบายๆ ทุกๆการโจมตีนั้นแฝงไปด้วยพลังเวทที่รุนแรงและหนักหน่วง
“เร็วชะมัดยาก” เรียวจิกล่าวพลางปาดเหงื่อที่ใบหน้า “พอจะร่ายเวทก็โดนฝ่ายนั้นยกเลิก และบังคับให้สู้ด้วยกำลัง เอาไงดีวะเนี่ย”
“ทุกอย่างอยู่ที่ตัวเราโยม การพึ่งพาตัวเองดีที่สุด” พระบู๊กล่าวก่อนจะวาร์ปเข้าหาเรียวจิจากด้านหลังแล้วหวดกระบองใส่เขาเต็มแรง “การสวดภาวนานั้นไม่ใช่หนทางแห่งการหลุดพ้น เช่นเดียวกับการร่ายเวท มันเสียเวลาเปล่า...พลังลมปราณสิของจริงนะโยม”
“อั่ก...ไอ้บ้าเอ้ย” เรียวจิกล่าวพลางใช้ดาบตั้งรับกระบองที่หวดมาอย่างไม่ต่อเนื่อง “ยังมีหน้ามาสั่งสอนขณะตีคนอื่นอีกนะ”
“นามที่ข้าบูชาคือเทวราช...” นิโคลัสฉวยโอกาสที่เรียวจิกำลังต่อสู้กับพระบู๊ ร่ายเวทเสริมพลังให้ตัวเองทันที
พระบู๊ใช้เท้าถีบเรียวจิจนปลิว ก่อนจะหันมามองนิโคลัส คลื่นพลังที่ไม่ใช่เวทมนตร์ออกมาจากฝ่ามือของเขา และพุ่งกระแทกเข้ากับนิโคลัสทันที ส่งผลให้เขาต้องยกดาบขึ้นมาตั้งรับ นี่เป็นครั้งที่สามแล้ว ที่เขาโดนยกเลิกการร่ายเวท
“ได้เวลาส่งพวกโยมไปสวรรค์แล้วนะ” พระบู๊กล่าวก่อนจะเริ่มพนมมือสวด วงเวทธรรมจักรจำนวนสิบสองวงออกมาจากร่างของเขาทันที “ขอโยมทั้งสองจงละทิ้งสังขารเสียเถิด อาตมาจะช่วยเอง นะโม อามิตพุทธ”
เสียงสวดที่ฟังไม่ได้ศัพท์เริ่มดังขึ้น วงเวทตราธรรมจักรเริ่มหมุนรอบตัวเองพร้อมเปล่งประกายรัศมีสีทอง เรียวจิและนิโคลัสกัดฟันแน่นพร้อมตั้งรับทันที พวกเขาทั้งสองในเวลานี้เสียเปรียบอย่างมาก
การต่อสู้กับเวทของสายพุทธวัชรยานนั้น เวทสายพระเวทของพวกเรียวจิเหมือนจะเสียเปรียบอย่างมาก เพราะเขาไม่สามารถดูดกลืนกระแสมานาในอากาศได้เลย เนื่องจากเขตแดนของมหาเวทที่เรียกว่า ขอบขัณฑสีมานั้น เมื่อพวกเขาอยู่ในเขตแดนนี้ จะทำให้ไม่สามารถใช้งานมานาได้
ส่งผลให้พวกเขาต้องสู้ด้วยร่างกายที่ปราศจากพลังเวท ในขณะที่พระบู๊นั้นมีพลังพิเศษชนิดหนึ่ง ที่เรียกว่าลมปราณ หรือกำลังภายใน ซึ่งเป็นพลังที่ไม่มีในยุคนี้แล้ว พวกเขาจึงเสียเปรียบเต็มๆ และการจะร่ายเวทเพื่อขอพลังจากเทพเจ้าโดยตรงก็ทำไม่ได้ เพราะโดนพระบู๊ขวางอยู่ตลอด
“อ้ากก!!” พระบู๊ร้องอย่างเจ็บปวด เมื่อเขาร่ายเวทสำเร็จ กระแสเวทสีทองที่เข้าร่างของเขานั้นทำร้ายเขาเสียเอง ร่างกายของเขาค่อยๆร้าว พร้อมกับละอองสีม่วงออกมาจากร่างไม่หยุดหย่อน ดูเหมือนว่าร่างกายของอันเดดนั้นจะไม่สามารถใช้งานเวทศักดิ์สิทธิของพุทธวัชรยานได้
“อะไรกัน ตายเพราะพลังตัวเองหรือ” เรียวจิกล่าวด้วยความสงสัย และดูเหมือนจะจริงอย่างที่เขาคิด ร่างของพระบู๊ระเบิดออกเป็นผุยผง กลับกลายเป็นโครงกระดูกขาวโพลนในจีวร และกองลงสู่พื้นดิน
“ไปสู่สุขคติเถอะนะ ผู้โชคร้ายที่โดนคำสาปสิงสู่” นิโคลัสกล่าวก่อนจะร่ายเวทระเบิดดินขึ้น และใช้เวทลมยกโครงกระดูกนั้นลงไป ก่อนจะฝังให้อย่างเรียบร้อย
“ไปหาเรนเดลเถอะ” เรียวจิกล่าว ก่อนที่เขาจะพบว่าเมกุมิและโคโตโนฮะใช้เวทบินมาหาพวกเขา ทางนั้นเองก็สามารถจัดการศัตรูลงได้อย่างเรียบร้อยแล้วเช่นกัน ส่วนฟรังซัวร์และไอรินนั้นพวกเขาและเธอคอยใช้เวทกำจัดอันเดดรอบนอก ที่อาจมาผสมโรงกับกลุ่มของเรนเดล
“อะไรกัน สภาพดูไม้ได้เลยนะคะ” โคโตโนฮะกล่าวก่อนจะเริ่มร่ายเวทรักษาทั้งสองคน พวกเขานั้นมีรอยแผลฟกช้ำ จากการโดนอีกฝ่ายซัดด้วยอาวุธและหมัดมวย
“พวกมันบางตาลงแล้ว” ฟรังซัวร์กล่าวก่อนจะลงมาสมทบกับกลุ่มของเมกุมิ ส่วนไอรินที่เรียกสัตว์ภูติออกมานานเกินไปมีสีหน้าที่เหนื่อยหอบเล็กน้อย แต่ทว่าเธอยังพอไหวอยู่
ทางด้านของเรนเดลนั้น กำลังตกตะลึงกับศัตรูที่เขาต้องเจอ พี่สาวของเขาในชาติที่แล้ว ที่ชื่อเซร่ากำลังยิ้มให้กับเขา และเดินเข้ามาใกล้ เธอลูบหัวเขาอย่างแผ่วเบา ก่อนจะดึงเข้ามาสวมกอดอย่างอบอุ่น
“สบายดีใช่มั้ยจ๊ะ น้องชายสุดที่รัก”
“ไม่ค่อยสบายเท่าไหร่” เรนเดลกล่าวด้วยน้ำเสียงเลื่อนลอย ดวงตาของเขาค่อยๆเรืองแสงสีชมพู ดูเหมือนว่าคำสาปสะกดใจจากเผ่าพันธ์อันเดดจะทำงาน เมื่อเขาอยู่กใกล้กับเซร่า
“มาเป็นเหมือนพี่สิจ๊ะ จะได้สบาย” เซร่ากล่าวด้วยน้ำเสียงเป็นกันเอง ก่อนที่ดวงตาของเธอจะเป็นสีแดง เขี้ยวปรากฏที่ปากของเธอ เพื่อเตรียมที่จะกลืนกินเรนเดล...
หอกเวทของเรนเดลแทงทะลุท้องของอันเดดซึ่งเป็นอดีตพี่สาว ทำเอาเธอตกใจ แต่ทว่าเธอหนีไปไหนไม่ได้ เพราะเรนเดลจับไหล่ของเธอเอาไว้
“ที่ผมบอกว่าไม่สบาย เพราะเจอปีศาจตัวหนึ่งมันเลียนแบบพี่สาวผมน่ะ พี่จริงๆของผมไม่มีทางเป็นอันเดดไปได้”
“แหม...พูดเรื่องใจร้ายออกมาซะแล้วนะคะ น้องชาย” เซร่ากล่าวก่อนที่ร่างของเธอจะค่อยๆทรุดลงกับพื้น คฑาหอกของเรนเดลนั้นเป็นอาวุธระดับสูงซึ่งสร้างด้วยแร่วิเศษถึงเก้าชนิด ทันทีที่มันสัมผัสกับร่างของอันเดด พลังชีวิตของเธอก็ถูกดูดออกไปทันที
“เธอไม่ใช่พี่สาวฉัน เพราะพี่ของฉันไม่เคยรู้เลยว่าฉันเป็นน้องชาย จนวาระสุดท้ายของชีวิตเธอ แกมันก็แค่ปีศาจที่เลียนแบบจิตใต้สำนึกของฉันก็เท่านั้นแหละ!!”
สิ้นเสียงของเรนเดล ร่างที่เขากำลังแทงใส่นั้นก็กลายเป็นโครงร่างของปีศาจสีดำ มันไม่มีหน้าตาและเนื้อหนัง เป็นแค่สิ่งที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อเลียนแบบตัวตนที่เหยื่อคิดถึงมากที่สุดแค่นั้น
“ลาขาดนะ ไอ้ปีศาจ” เรนเดลกระชากคฑาหอกของเขาออกมา ร่างสีดำนั้นแหลกสลายกลายเป็นผุยผงไปในทันที
“เรนเดลคะ”
เมื่อร่างสีดำสลายไป เรนเดลก้ได้ยินเสียงของโคโตโนฮะ ดูเหมือนว่ากลุ่มของเธอจะยืนคอยเรนเดลอยู่สักพักหนึ่งแล้ว นอกจากนิโคลัสแล้ว ที่เหลือกำลังยืนจ้องเขาอยู่
“ดีใจที่หลุดมาได้นะคะ” เมกุมิกล่าวเสริม “ลางสังหรณ์ของพวกเราบอกว่าไม่ควรไปแทรกน่ะ เลยดูเธออยู่เงียบๆ”
“ดีแล้วที่ไม่เข้ามา” เรนเดลกล่าว “ถ้าเข้ามาเกรงว่าจะเลียนแบบตัวตนในจิตใต้สำนึกของหลายๆคนเข้า และคงรับมือลำบาก”
เกิดเสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหว ก่อนที่บาเรียที่รายล้อมเมืองเอาไว้จะแตกสลายออก ดูเหมือนว่านิโคลัสจะทำลายเขตแดนได้แล้ว
เมื่อกำแพงพังทลายลงกลุ่มของเรนเดลก็พบว่าชาวเมืองกำลังต่อสู้กับฝูงอันเดดและปีศาจอย่างดุเดือด พวกเขาส่งเสียงเฮดังลั่นทันที เมื่อพบว่าบาเรียที่กักกันอากาศและมานาจากภายนอกได้แตกสลายไปแล้ว
เซร่ากำลังใช้พลังของเธอต่อสู้กับเวนเดลินในร่างปีศาจอยู่ ดูเหมือนว่าวงมหาเวทสิบสองขั้นของเธอจะพอต่อกรกับเวนเดลินได้ เพราะอีกฝ่ายมีร่องรอยการบาดเจ็บทั้งตัว เช่นเดียวกับเซร่า ที่ตอนนี้ทั้งร่างของเธอขาวซีดเผือก ราวกับคนขาดเลือดก็ไม่ปาน
“เธอพยายามได้ดีมาก เซร่า” เรนเดลกล่าวก่อนจะพุ่งเข้าหาเวนเดลิน ดาบสสารมืดในมือของเขาหวิดตัดร่างของอีกฝ่ายได้อย่างหวุดหวิด “ต่อจากนี้ฉันจะจัดการเอง”
“น่าขำ” เวนเดลินกล่าวก่อนจะใช้วงเวทสีม่วงเสกให้มือของตนกลายเป็นกรงเล็บปีศาจ แล้วฟาดปะทะกับดาบของเรนเดล “แกน่ะเสียพลังไปเยอะแล้ว จะสู้กับฉันหรือไงกัน”
ดาบสสารมืดในมือของเรนเดลร้าวและแตกออกทันที เมื่อปะทะกับมือปีศาจของอีกฝ่าย ทำเอาเรนเดลต้องรีบเรียกคฑาหอกของเขาออกมาตั้งรับไว้แทน
“ใช้ได้นี่พี่ชาย” เรนเดลกล่าวพลางหัวเราะในลำคอ “มือนั่นเหนือกว่าดาบสสารมืดของฉันอีกหรือ ไม่เลวเลยนะ”
“ต้องเหนือกว่าสิ...เพราะมันคือมือของท่านจอมปีศาจ ซาตานยังไงล่ะ”
ทางด้านของฟรังซัวร์นั้น กำลังทำตามคำแนะนำของเมกุมิ เขาร่ายเวทชุดใหญ่ และใช้พลังทั้งหมดเพื่อหยิบยืมพลังจากเทพแห่งการสร้างสรรค์ วงเวทของเขากลายเป็นสิบสองวง พร้อมเปลี่ยนสภาพเป็นดอกบัวบานทันที
“ฉันจะไปช่วยเรนเดลขัดขวางเวนเดลิน...นายต้องร่ายเวทให้จบล่ะ” เมกุมิกำชับกับฟรังซัวร์ ก่อนที่เธอจะผละตัวออกเองออกไปร่วมสู้กับเรนเดลทันที
“ไม่ต้องห่วงครับท่านอาจารย์...ผมจะทำให้สำเร็จ” ฟรังซัวร์กล่าวพลางกัดฟันแน่น ก่อนที่เขาจะเริ่มร่ายเวทอัญเชิญพลังของเทพเจ้าทันที
“นามนั้นคือพรหมเทพบิดา พระผู้สร้างจักรวาลและสรรพสิ่ง พระองค์ผู้เป็นพลังแห่งข้า ผู้เป็นที่พึ่งพิงแห่งข้า ข้าขอพลังอำนาจของท่าน เพื่อทำลายล้างทุกสิ่ง ที่จะเป็นภัยต่อมนุษยชาติ โดยไม่มีข้อยกเว้น”
วงมหาเวทดอกบัวบานสีชมพูของฟรังซัวร์เปล่งเสียงโอมดังสนั่น ก่อนที่ห่าฝูงธนูที่มีจำนวนเป็นอนันต์จะกระหน่ำปักร่างของฝูงอันเดดและเหล่าปีศาจ และเมื่อศรนี้โดนพวกเดียวกันเองซึ่งเป็นจอมเวท มันกลับเพิ่มพลังและรักษาอาการบาดเจ็บให้กับพวกเขาแทน
“เวนเดลิน มันจบแล้วล่ะ” เรนเดลกล่าวด้วยน้ำเสียงแห่งชัยชนะ อีกฝ่ายกัดฟันแน่นทันที เขาลืมไปเสียสนิท ว่านอกจากเรนเดลแล้ว ยังมีคนมีมหาเวทที่ทรงพลังอยู่ด้วย
เสียงกระพรวนดังสนั่นเป็นจังหวะที่พื้นดินเบื้องหลัง พร้อมกับร่างของเหล่าอันเดดแหลกสลายโดยรอบบริเวณ เมื่อมองลงไปข้างล่าง กลุ่มของเรนเดลพบว่าแม่ของโคโตโนฮะ นำบรรดาเหล่ามิโกะลูกศิษย์ของเธอออกมาช่วยสู้ด้วย
เช่นเดียวกับนักบวชของศาสนจักรของสาธารณรัฐเหยี่ยวดำ พวกเขาร่ายเวทแสงศักสิทธิใส่พวกปีศาจ รวมทั้งเหล่าอัศวินในเกราะเหล็กต่างพุ่งเข้าตะลุมบอนกับอันเดดเพื่อช่วยเหลือจอมเวทที่กำลังอยู่ในวงล้อมของพวกมันทันที
“มันจบแล้วจริงๆแหละ เวนเดลิน” เรนเดลกล่าวย้ำอีกครั้งด้วยสีหน้าแห่งชัยชนะ “มนุษยชาติไม่ได้อ่อนแอหรอกนะ นี่คือพลังของการรวมตัวกันยังไงล่ะ”
“แก” เวนเดลินกัดฟันแน่น ก่อนที่เขาจะหลบลำแสงพิพากษาของเมกุมิที่ยิงใส่ระยะเผาขน เมื่อเขาหลบพ้นเมกุมิก็ตามต่อด้วยเวทหอกแห่งแสง กระหน่ำแทงใส่เขาไม่ยั้ง
“แก...” เวนเดลินกัดฟันด้วยความเจ็บปวด เพราะดาบสายฟ้าของโคโตโนฮะปักเข้าที่ร่างของเขาจังๆ เขาหมายจะคว้ากรงเล็บปีศาจตบใส่โคโตโนฮะ แต่ทว่าเมกุมิก็ใช้หอกแสงสกัดมือนั้นเอาไว้
“จบล่ะนะ พี่ชาย” เรนเดลกล่าวก่อนจะรวมพลังที่มือขวา สร้างลูกบอลหลุมดำขึ้นมา แล้วยิงมันใส่อกของเขาเต็มๆ
กระสุนหลุมดำของเรนเดลปั่นกระแทกและดูดจนอกของเวนเดลินว่างเปล่า เผยให้เห็นว่าภายในร่างของเขานั้นไม่มีอะไรอยู่เลย เวนเดลินที่ทุกคนเห็นนั้น เป็นแค่ร่างที่ประกอบขึ้นมาจากมานาจำนวนมหาศาลเท่านั้น
“นี่แกขายทั้งร่างกายและวิญญาณให้ปีศาจเลยสินะ” เมกุมิเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงตะลึง เพราะถ้าหากเป็นแบบนี้ ก็หมายความว่าเขาไม่สามารถตายด้วยวิธีปกติได้
“ใช่แล้วล่ะ” เวนเดลินกล่าว ก่อนที่เขาจะระเบิดพลังมืดกระแทกจนทุกคนกระเด็นออกไป “ในค่ำคืนของการปฏิวัติ ฉันถูกยิงเข้าที่อกนับไม่ถ้วน เจ้าราฟบลัดมันฝังฉันไว้ในหลุมหิมะ...ฉันใกล้จะตายแล้วล่ะ แต่แล้วท่านผู็นั้นก็ปรากตัวออกมา แล้วเสนอข้อแลกเปลี่ยน เพื่อให้ฉันได้ล้างแค้นยังไงล่ะ”
“แกก็ล้างแค้นไปแล้วนี่ เวนเดลิน” เรนเดลกล่าว “แต่เมืองนี้ไม่เกี่ยวอะไรด้วย ทำไมแกต้องจ้องจะทำลายล้างเมืองอาร์คาเดียล่ะ”
“ไอ้น้องชาย ฉันจะบอกอะไรให้นะ...ใบสั่งฆ่าราชวงศ์ฟอกการ์ด ไม่ได้มาจากขุนนางเพียงอย่างเดียว แต่สมาคมจอมเวทอยู่เบื้องหลังเรื่องนี้ด้วย แกเคยรู้มั้ยล่ะเรื่องนี้ ราชวงศ์ของเราไม่ยอมรับอำนาจของพวกมัน มันเลยสังหารเราจนหมดสิ้นยังไงล่ะ ฮ่าๆๆๆๆ”
“เอาไว้ฆ่าแกได้ก่อน แล้วค่อยถามพวกนั้นก็ยังไม่สาย” เรนเดลกล่าวก่อนจะเร่งพลังเวทให้มากขึ้น จนเลือดออกปากและจมูกของเขา กระสุนหลุมดำของเขาใหญ่ขึ้นเรื่อยๆจนสุดท้ายร่างของเวนเดลินก็ถูกดูดหายไปจนหมดสิ้น
เมฆสีเท่าหม่นที่ปกคลุมท้องฟ้าหายไป พร้อมกับแสงอาทิตย์และท้องฟ้าสีฟ้าอันสดใสค่อยๆกลับคืนมา เหล่าอันเดดและปีศาจร่วงลงไปกองกับพื้นทันที เหมือนเมื่อตอนที่บาฮามุทถูกกำจัด บัดนี้เมืองอาร์คาเดียถุกปลดปล่อยจากการรายล้อมของเมืองที่ล่มสลายแล้ว
จอมเวทแทบทุกคนต่างตะโกนโห่ร้องด้วยความยินดี เรนเดลไม่ได้ยินเสียงอะไรหลังจากนี้อีก เพราะเขาเพลียมากจนหลับไปเสียแล้ว
“โถ่ เรนเดล” โคโตโนฮะกล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อนใจ เพราะเธอประคองเรนเดลเอาไว้ น้ำหนักของเรนเดลนั้นมากจนหญิงสาวตัวเล้กๆอย่างเธอแทบจะล้มลงทันที แต่เธอก็ฝืนแบกเขาเอาไว้ และพาไปยังห้องพยาบาล
“ทุกอย่างจบลงแล้ว...พักผ่อนเถอะนะคะ” โคโตโนฮะกล่าวกับเรนเดลด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา เขาหลับลึกมาก จนเมกุมิที่มาดูอาการบอกว่าอาจจะหลับยาวไปจนถึงอาทิตย์หน้าด้วยซ้ำ เพราะมานาในร่างของเขาไม่เหลือเลยแม้แต่นิดเดียว