ซูจินตื่นขึ้นมาอีกครั้งหลังจากหลับไปนานถึง2วัน เเสงเเดดจากหน้าต่างสาดส่องมายังใบหน้างามที่นอนหลับอย่างสบายใจ เธอค่อยๆลืมตาตื่นขึ้นอย่างช้าๆเเละเอามือข้างหนึ่งมาป้องเเสงไว้ไม่ให้ส่องมาที่หน้าเธอ ก่อนจะมองไปรอบๆตัว ทุกอย่าล้วนดูแปลกตาไปหมดผู้คนมากมายเดินเข้าเดินออกกันวุ่นวายไปหมดรวมถึงเสียงร้องต่างๆนาๆที่ดังขึ้นจากทุกรอบด้านที่เธอได้ยิน
"ที่นี้ที่ไหนกันอีกละนี้.....โอ้ย! เจ็บจัง! เท้าข้าเป็อะไรกัน เคาะห์กรรมอะไรของข้าไป๋ซูจินกันนี้ โอ้ย!!" ซูจินบ่นขณะมองไปที่ฝ่าเท้าเเละข้อเท้าของตนที่ตนก้าวลงมาถึงพื้นหมายจะยืนขึ้นเเต่บริเวณเท้าเเละช้อเท้าของเธอนั้นกลับมีผ้าพันแผลพันไว้อย่างมิดชิดมันทั้งเจ็บ ระบม เเละเเสบในเวลาเดียวกัน
ในขณะที่เธอพยายามจะลุกขึ้นยืนอีกครั้งเพื่อจะไปบริเวณหน้าต่างนั้นก็เกิดอาการเซจากข้อเท้าที่ยังไม่หายดีนักจนจะล้มลงเเต่ก็กลับมีมือหนึ่งมารับเธอไว้จนได้
"โอ้ย! " เธออุทาน
"เ้านี้หาเื่เจ็บตัวได้ตลอดจริงๆ"
"ท่านเป็ใคร เข้ามาในห้องนี้ได้ไง" เธอถามขณะมองสำรวจไปรอบๆตัวเขาทั้งหน้าตาก็ดูสุภาพตัวโตดูหน้าเกรงขาม มีลักยิ้มที่มุมปาก ร้อยยิ้มที่เผยออกมาน่าจะไม่ใช่ศัตรูเเละดูไม่น่าใช่คนไม่ดีอะไร
"เ้าจำข้าไม่ได้หลอ"
"ท่านคือ...." เธอพยายามนึกถึงเหตุการณ์ต่างๆจนภาพสุดท้ายตอนที่ตนจะล้มเเละหมดสติไปเเต่กลับมีมือใครบางคนมาคว้าร่างเอาใว้เเสดงเด่นชัดขึ้นมาในระบบประสาท
"อ้อๆ ข้าจำได้เเล้ว ท่านคือคนที่ช่วยข้าไว้เมื่อตอนนั้นใช่ไหม ข้าต้องขอบน้ำใจท่านมากที่มีเมตตาช่วยข้า ข้านึกว่าต้องตายอยู่ในป่านั้นเเล้วเสียอีก" ซูจินขอบคุณเป็ยกใหญ่พร้อมกับสีหน้าปลื้มปิติเป็มิตรต่อกัน ไม่เหมือนตอนที่เขานั้นเดินเข้ามาในตอนแรกเลยจริงๆ
"ไม่ต้องขอบคุณอะไรข้าขนาดนั้นหลอก ว่าเเต่เ้ามีนามว่าอะไร ข้ามีนามว่า ลั่วผิงไห่"
"ข้ามีนามว่าไป๋ซูจิน ข้าเป็คนของแดนบุปผา"
"ว่าเเต่เหตุใดจึงระเหดเร่ร่อนมาที่ป่าหมื่นิญญาได้ละ" เขาถามขึ้นเพื่อคลายความสงสัย
"เื่นั้นข้าก็ไม่รู้ว่าข้ามาอยู่ที่...ป่าไรนะ? ใช่ๆ ป่าหมื่นิญญาอะไรนั้นได้อย่างไงที่ข้าพอจำได้ก็คือที่เเดนบุปผาเกิดเภทภัยแผ่นดินะเืไปหมด มันรุนเเรงมากเลยน่ะเเล้วก็มีพายุพัดโหมกระหน่ำมาพัดขอนไม้ใหญ่ลอยมาฟาดข้าจนข้ากระเด็นเลยละ เจ็บมากด้วย หลังจากนั้นข้าก็จำอะไรไม่ได้เเล้วละ"
"แผ่นดินะเื พายุใหญ่?" ผิงไห่ทวนคำพูดของซูจินเพราะก่อนที่เขาจะไปพบเธอ ที่นี้ก็เกิดเหตุการณ์เเบบเดียวกัน ช่างหน้าประหลาดนัก
"ว่าแต่ที่นี้ที่ไหนหลอ?" เธอถามอย่างสงสัย
"ที่นี้คือภพทัณนรกเขต4 เป็เขตที่ข้าดูแล"ผิงไห่ตอบ
"ภพทัณนรก...ก็หมายถึงที่ที่มีิญญาเยอะๆมีการลงโทษที่น่ากลัวๆใช่ไหม?"ซูจินถามขณะนึกภาพเหล่าิญญาที่ถูกลงทัณ
"จะว่าใช่ก็ใช่ จะว่าไม่ก็ไม่ "
"ท่านพูดอะไรก็ไม่รู้ ไม่เห็นจะตรงกับที่ข้าถามเลย...เเล้วข้าจะติดต่อกับคนแดนบุปผาได้ยังไงบ้าง ข้าว่าต้องมีคนตามหาข้าเเล้วเเน่ๆ ท่านพอจะช่วยข้าได้ไหม?"
"เ้าจะให้ข้าช่วยเื่อะไร หากไม่เหนือบ่ากว่าแรงข้าก็จะช่วย"
"ท่านช่วยส่งคนหรือส่งอะไรไปบอกราชินีจื่อฟางให้ข้าหน่อยได้ไหม ว่าตอนนี้ข้าอยู่ที่นี้ ภพทัณนรก พวกเขาจะได้คลายกังวล"
"เื่นี้....คงไม่มีปัญหาอะไร เเต่คงใช้เวลาหลายวันอยู่ เพราะหากไม่มีเื่จำเป็ชาวทัณนรกไม่สามารถขึ้นไปยังแดน์หรือแดนอื่นใดในอาณาเขตปกครองของ์ได้"
"ทำไมละ? ไม่ใช่เเค่เป็เซียนหรือเทพเซียนก็สามารถไปได้ทุกที่หลอกหลอ?'
"ทุกที่ย่อมมีกฎ มีกฎก็เพื่อให้ทุกคนปฎิบัติตาม ทั้งภพ์เเละภพทัณนรกนั้นก็ต่างมีกฎเพื่อปกป้องดินแดนของตนด้วยกันทั้งนั้น อีกทั้งภพทัณนรกต่างฝ่ายต่างไม่ก้าวก่ายกันมานานนับหมื่นๆปี หากไม่มีสิ่งใดสำคัญจริงๆ"
"ข้าถามท่านนิดเดียวท่านเล่ามาซะยืดยาวเเถบข้ายังจับใจความอะไรไม่ได้อีกด้วย เฮ้อ"
"ในเมื่อเ้าไม่เข้าใจก็จงนอนพักเถิด เื่ติดต่อไปยังเเดนบุปผาข้าจะเร่งติดต่อให้โดยใว" ผิงไห่ตอบก่อนที่เขาจะเดินออกไปแต่ซูตินกลับเรียกเขาใว้เสียก่อน
"เดี๋ยวก่อนๆ ท่าน!"
"ข้ามีชื่อให้เรียก หรือเ้าลืม"
"ท่านลั่วผิงไห่"
"ไม่ต้องเรียกท่านหลอก เรียกข้าว่า พี่ผิงก็ได้"
"อ้อ.ได้ๆ งั้นต่อไปท่านก็เรียกข้าว่า จินเออร์ เเล้วกัน ตกลงไหม"
"ได้........ จินเออร์" เขาพูดชื่อเธออกมาช้า บุรุษที่เข็มแข็งอย่างเขาทำไมกันกลับมารู้สึกหวั่นไหวเเละกังวลกับเพียงเเค่การที่ต้องเอ่ยนามของคนตรงหน้า หากผู้ใดรู้คงหน้าอับอายเสียจริง
" ว่าแต่พี่ผิง ข้าพอจำได้ว่าในป่านั้นไม่ได้มีข้าเพียงคนเดียว ยังมีชายอีกคนหนึ่ง ที่เหมือนว่าอาการจะสาหัสหน้าดูเลย ท่านได้ช่วยเขาใว้หรือเปล่า" ซูจินถามเมื่อนึกขึ้นได้ว่ายังมีชายอีกคนที่นอนรอความช่วยเหลือจากเธออยู่ในตอนนั้น
"ชายผู้นั้นมีอาการสาหัสเหลือเกินที่เกิดจากสาเหตุใดก็ไม่มีผู้ใดทราบ พลังบำเพ็ญของเขาก็น้อยนิด ทั้งดวงจิต ดวงิญญาของเขาเจียนจะแตกสลายตอนที่ข้านั้นได้ไปพบเขา ชายผู้นี้สาหัสกว่าที่จะสามารถเยียวยาให้เป็เช่นเดิมได้......"ผิงไห่ตอบก่อนจะเงียบไปครู่นึงซึ้งสร้างความวิตกให้กับเธอเป็อย่างมาก
"เขา...เขาตายเเล้วหลอ?" ซูจินพูดเสียเศร้าๆเธอช่วยเขาใว้ไม่ทันกันสินะ
"เขาไม่ตายก็เหมือนตาย ร่างกายเสียััทั้ง5ไป ยากจะฟื้นฟู พลังภายในก็เหลือใว้เพียงประครองชีวิตตัวเองให้อยู่ได้วันต่อวัน ดวงจิตเเละดวงิญญาก็เสียหายอยู่มากเเค่เพียงลมเพียงเเผ่วเบาก็อาจจะปลิดชีวิตเขาได้เเต่ถ้าหากคิดจะฟื้นฟูให้กลับมาเป็เช่นเดิม ก็ต้องใช้เวลานานพอสมควร อาจจะ 100ปี 1000ปี หรือ10000ปี ยากจะคาดเดาให้สามารถกลับมาเช่นเดิม" ผิงไห่พูดอธิบายอาการอย่างละเอียดพร้อมกับสีหน้าหนักใจ
"ข้าอยากไปดูเขาได้หรือป่าว? พี่ผิง" ซูจินเกิดเป็ห่วงชายที่ตนก็ไม่รู้จักขึ้นมาอย่างประหลาด
"ตอนนี้คงไม่สะดวกหากเ้า้าไปดูอาการเขา ข้าจะพาเ้าไปในวันพรุ่งนี้ หวังว่าจินเออร์คงไม่ว่าอะไร "
"ทำไมละ"
"ร่างกายเ้าเองก็ยังไม่หายดี รอให้เ้าหายดีกว่านี้ก่อนเถิด อีกเเค่วันเดียวคงไม่เป็อะไรมากหลออีกอย่างวันนี้ท่านหมอเเละทุกคนกำลังทำการรักษาเขาอยู่ เ้าจงรอเเละอยากระวนกระวายใจไปเลย"
"งั้นก็ได้"
หลังผิงไห่เดินออกจากห้องไปซูจินก็นั่งเหม่อคิดอะไรอยู่เงียบๆพร้อมสีหน้าวิตกกังวล ทั้งเื่ที่แดนบุปผา ทั้งชายที่เธอไม่รู้จักที่ตอนนี้อยู่ระหว่างความเป็เเละความตาย เเล้วเพราะเหตุใดเธอจึงห่วงชายที่ตนไม่รู้แม้เเต่ชื้อได้ขนาดนี้ ซูจินผายมือออกไปทางดอกไม้ในเเจกันที่เหี่ยวเฉาจนกลีบดอกล่วงโรยจนเหลือเเต่ก้าน ฉับพลันดอกไม้นั้นก็กลับมามีชีวิตชีวาสีสันสดงดงามอีกครั้ง เเถมดอกยังบานสพรั่งสวยงามอีกด้วย เธอจ้องมองดอกไม้ในกระถางอย่างลืมเวลาจนค่อยๆเผลอหลับไป
.
. .
....................
...........
.........TbC