บทที่ 11 ได้เวลาอาหารกลางวัน
เมื่อมองดูเวลาใกล้จะถึงเที่ยงแล้วสีหน้าของหลี่เฟิงก็แปลกไปทันที.. ใกล้ถึงเวลาอาหารกลางวันแล้ว...
พนักงานของจงเยวี่ยนกรุ๊ปจะได้ทานอาหารกลางวันฟรี และในตอนเที่ยงหลี่เฟิงมักจะวิ่งด้วยความเร็วสูงตรงไปยังโรงอาหารของบริษัท ซึ่งแตกต่างจากนิสัยี้เีของเขาอย่างสิ้นเชิง แต่พนักงานในแผนกทรัพยากรบุคคลก็คุ้นเคยกับเื่นี้แล้ว เพราะสำหรับหลี่เฟิง เขาไม่เคยประมาทเื่อาหารเลย
ไม่ถึงหนึ่งนาทีหลี่เฟิงก็ยืนอยู่หน้าต่างช่องรับอาหารของโรงอาหารบริษัท
หลี่เฟิงหายใจหอบเล็กน้อยเขาพิงหน้าต่างแล้วพูดกับเสี่ยวโยว “เสี่ยวโยว ขอหนึ่งที่”
เสี่ยวโยวมีชื่อจริงว่าหลี่โยว เป็ลูกสาวของหัวหน้าโรงอาหารของบริษัท เพิ่งจะเข้ามหาวิทยาลัยปีนี้ นับว่าเป็เด็กสาวที่มีน่าตาสะสวย เวลาเธอว่างจากการเรียนเธอมักจะมาช่วยพ่อของเธอ ‘หลี่เซิง’ เพื่อมาทำงานที่โรงอาหารเป็ประจำ
แม้จะรู้จักหลี่เฟิงไม่นานแต่เสี่ยวโยวก็จดจำเขาได้อย่างแม่นยำเพราะในทุกวันเขาจะเป็คนแรกเสมอที่มาต่อแถวรอรับอาหารกลางวัน บางครั้งก็มาก่อนเวลาเปิดร้านและยังชอบพูดจาหวาน ๆ กับเธอด้วย
“เพิ่มให้หน่อยนะ ขอเนื้อหมูแดงมากขึ้นหน่อย” หลี่เฟิงเอาหัวโผล่เข้ามาในช่องหน้าต่างชี้นิ้วไปที่เนื้อหมูแดง
เสี่ยวโยวหัวเราะพลางพูดว่า “รู้แล้ว ๆ แต่มากขนาดนี้คุณกินหมดทุกครั้งได้ยังไงนะ”
หลี่เฟิงหัวเราะพลางพูดว่า “ไม่เป็ไรหรอก ยังไงก็เป็ของบริษัทนี่นา ให้กินฟรีก็ต้องกิน อีกอย่างฝีมือทำอาหารของพ่อคุณก็อร่อยมาก แต่ต่อให้ไม่อร่อยผมก็จะกินเพื่อเห็นแก่คุณ!”
เมื่อได้ยินหลี่เฟิงชมฝีมือของพ่อ เสี่ยวโยวก็ภูมิใจขึ้นมาทันที “แน่นอน ฝีมือพ่อฉันไม่ธรรมดาจริง ๆ ฉันกินอาหารของพ่อมาั้แ่เด็กจนทุกวันนี้ก็ยังไม่เบื่อเลย”
หลี่เฟิงพูดด้วยสีหน้าอิจฉาว่า “เสี่ยวโยวโยว คุณช่างโชคดีจริง ๆ ที่มีพ่อคนนี้”
เมื่อถูกหลี่เฟิงเรียกว่า ‘เสี่ยวโยวโยว’ หญิงสาวก็เขินจนแก้มแดงก่ำก้มหน้างุดไม่กล้าที่จะมองหน้าเขา
หลี่เซิงที่ยืนอยู่ข้าง ๆ เสี่ยวโยวไม่อาจทนต่อไปได้จึงด่าหลี่เฟิงว่า “ไอ้บ้านี่! นายชอบมาล้อลูกสาวฉันอยู่เรื่อย ระวังคราวหน้านายจะไม่ได้กินอาหารฝีมือฉัน”
หลี่เฟิงรีบพูดขอโทษด้วยท่าทางวิงวอน “อย่าเลยนะครับ พ่อครัวหลี่ ถ้าคุณไม่ให้ผมกินข้าวฝีมือคุณ ผมยอมตายดีกว่า!”
เมื่อเห็นท่าทางของหลี่เฟิง หลี่เซิงก็ด่ากลับไปว่า “จะกินก็รีบกิน เดี๋ยวทุกคนจะเลิกงานแล้ว ยังจะมาเสียเวลาพูดจาล้อลูกสาวฉันอยู่นี้อีก เธอยังเป็นักศึกษาอยู่เลย ถ้านายยังทำแบบนี้อีก คราวหน้าฉันจะไม่ให้นายกินจริง ๆ นะ!”
แม้ว่าหลี่เซิงจะด่าทอด้วยปากของตนแต่เมื่อได้ยินคำชมจากหลี่เฟิงนั้น ใจของเขาก็รู้สึกดีเป็อย่างมาก ในฐานะพ่อครัว เมื่อได้รับคำชมว่าอาหารที่เขาทำมีรสชาติอร่อย เขาย่อมรู้สึกยินดีเป็ธรรมดา