" ข้าคงคิดถึงที่นี่แย่... "
ชิงหลงพูดขึ้นพร้อมหันกลับเข้าไปมองในถ้ำ ในตอนนี้ถ้ำแห่งนี้แตกต่างจากเมื่อ 4 ปีก่อนอย่างสิ้นเชิง เมื่อก่อนนั้นมันสภาพดีกว่านี้มาก ในตอนนี้เรียกได้เลยว่ามันเละตุ้มเป๊ะจนไม่อาจเรียกว่าถ้ำได้จริง ๆ หากเป็นเมื่อก่อนถ้ำนี้แถบจะเรียกได้ว่าเป็นสมบัติล้ำค่าเลยก็ได้ แต่ตอนนี้มันเป็นเพียงถ้ำโง่ ๆ เท่านั้น ลาวาศักดิ์สิทธิ์ก็หายไปจนหมดแล้ว ถ้าจะถามว่ามันไปอยู่ที่ไหน บอกได้แค่ว่ามันอยู่ในท้อง
ฟึบบ คลื่นนน
เฟี้ยววว
" ปีกมังกรเพลิง !! "
หลังจากที่อาลัยอาวรณ์ที่ต้องจากถ้ำเสร็จแล้ว ชายหนุ่มก็วิ่งกระโดดลงจากเทือกเขาที่สูงกว่า 200 เมตรลงเบื้องล่าง เมื่อลงมาได้สักพักมวลพลังในร่างของเขาก็เพิ่มขึ้นก่อนที่ ปีกเพลิงยักษ์คู่หนึ่งจะสยายออกจากหลังอย่างน่าเกรงขาม ก่อนจะพาเขาโบยบินขึ้นสู่ฟากฟ้าราวกับมังกรผู้ทรงอำนาจ
ในครั้งแรกที่ชายหนุ่มใช้ทักษะนี้ปีกเพลิงนั้นเล็กกว่านี้มาก หากตอนนั้นเขาเป็นเหมือนกับมังกรแรกเกิดตัวน้อย ๆ ในตอนนี้เขาย่อมเปรียบเสมือนมังกรโตเต็มวัยที่พร้อมโบยบินไปยังทุก ๆ แห่งบนโลก
" เจ้าในตอนนี้ย่อมเหาะเหินบนท้องนภาด้วยความเร็วที่สูงยิ่งกว่านี้ ทำไมถึงเลือกที่จะใช้ทักษะนี้ของเจ้าล่ะ "
ในโลกจิตวิญญาณอันกว้างใหญ่ในร่างของชิงหลง หลินฮั่วกำลังนั่งมองชายหนุ่มจากในนั้นก็ถามขึ้น เขาอยู่กับชิงหลงมานานย่อมรู้ความสามารถของชายหนุ่มดี เขารู้ว่าความเร็วของชิงหลงนั้นในตอนเหินบนอากาศด้วยตัวเองนั้นรวดเร็วยิ่งกว่าทักษะที่เขาใช้ในตอนนี้มากเสียอีก หลินฮั่วจึงไม่เข้าใจทำไมชิงหลงถึงเลือกที่จะใช้ทักษะนี้ด้วย
" มันทักษะแรกที่ข้าได้ฝึก แม้ว่ามันจะไม่ทรงพลังมากแต่ข้าก็อยากที่จะใช้มันเมื่อมีโอกาส "
" อืม...ข้าเข้าใจละ "
ระหว่างที่กำลังบินอยู่บนท้องฟ้า ชิงหลงซ่อนตัวอยู่ในก้อนเมฆหนา พรางมองลงมาเบื้องล่างเป็นระยะ ๆ หากต้องเดินทางด้วยม้าอาจต้องใช้เวลาเกือบ 2 เดือนในการไปที่ป่าอสูรปีศาจ ซึ่งระยะทางของป่าอสูรรัตติกาลกับป่าอสูรปีศาจนั้นห่างกันมาก การเดินทางจึงต้องใช้เวลา แต่ชิงหลงในตอนนี้สามารถไปที่นั่นได้โดยการใช้เวลาเพียง 1 สัปดาห์เท่านั้น
เขาต้องวางแผนการใช้เวลาให้ดี เพราะเหลือเวลาอีกเพียง 9 เดือน เขาก็ต้องกลับไปที่อาณาจักรชางหลานแล้ว แต่เขาคิดว่าเรื่องนี้คงใช้เวลาไม่นานเท่าใดนัก บางทีเพียง 1 วันก็คงเสร็จแล้วสำหรับธุระที่ป่าอสูรปีศาจ
.
.
.
.
.
.
หลังจากเดินทางมาได้ 5 วัน
" หืม...ทำไมทุกครั้งที่ข้าออกมาจากการฝึกมันต้องมีเรื่องแบบนี้ตลอด "
ในระหว่างที่บินอยู่นั้นเองชิงหลงหยุดร่างของตนก่อนจะมองลงเบื้องล่างพร้อมส่ายหัวบ่นกับตัวเองแววตาเขานั้นรู้สึกเบื่อหน่ายเล็กน้อย
" กรรจ์ !! "
" วู้ววว !!! "
แม้จะอยู่บนท้องฟ้าหลายร้อยเมตรแต่เขาก็เห็นทุกอย่างและได้ยินทุกสิ่ง เสียงหอนอันน่าสยดสยองของหมาป่าดังขึ้นพร้อมกลับเสียงกรีดร้องและการสาปแช่งของเหล่าหนุ่มสาว กลุ่มหนึ่ง พวกเขาใส่ชุดสีเงินปักตัวอักษร ' นิกายกระบี่สวรรค์ ' ไม่ต้องเดาเลยว่าพวกเขาเป็นใครมาจากไหน พวกเขาต่างหันหลังชนกันพร้อมกำกระบี่ภายในมือแน่น
ฝูงอสูรหมาป่าทมิฬต่างล้อมพวกเขาเอาไว้ อสูรหมาป่าทมิฬมีเกือบร้อยตัวเลยทีเดียว แถมแทบตัวเป็นอสูรระดับนักรบ ขั้นสูง แถมจ่าฝูงยังเป็นอสูรระดับ ปฐพี ขั้นกลาง และพวกหนุ่มสาวที่ิอยู่ด้านล่างไม่มีใครอยู่ชั้นปราณปฐพีสักคน ดูยังไงก็ไม่น่ารอด
" ไม่ว่าจะไปที่ไหนก็มักจะเจอพวกโง่ โดนอสูรหมาป่าล่าตลอด...ข้าควรช่วยพวกมันดีมั้ย "
แน่นอนชิงหลงเคยเจอสถานการณ์ในตอนแรกที่ออกจากป่าอสูรรัตติกาล มันช่างคล้ายกันเสียจริง ครั้งนี้ชิงหลงเลยรู้สึกแปลกใจเล็กน้อยภาพเมื่อตอนชิงหลงต่อยร่างของอสูรหมาป่าขนเงินจนร่างระเบิดแว๊บกลับเข้ามาในหัวอีกครั้งหนึ่ง
ใบหน้าของชิงหลงดูชั่วร้ายเล็กน้อยเมื่อมองไปยังหญิงสาวหนึ่งในกลุ่มนั้น นางอาจไม่งดงามมากเมื่อเทียบกับเหล่าหญิงสาวมากมายที่เขาเคยพบ แต่ขนาดหน้าอกที่ใหญ่ขนาดนั้นชายหนุ่มกล้าพูดได้เลยว่าไม่เคยเจอใครที่ใหญ่ขนาดนั้นมาก่อน ยิ่งตอนที่นางกำลังหอบหายใจนั้นมันยิ่งทำให้เขารู้สึกกระชุ่มกระชวยยิ่งนัก
" อืม...เห็นแก่หน้าอกของแม่นางผู้นั้น ถ้าตายไปคงน่าเสียดายแย่ จะช่วยหน่อยแล้วกันนะ "
เมื่อกล่าวจบ ในพริบตานั้นเอง อักษรสีเหลืองนับพันตัวก็ปรากฏขึ้นมาจากอากาศที่ว่างเปล่าตัวอักษรนับพันหลอมรวมเข้าด้วยกันจนเป็นวงแหวนอักขระพร้อมเรืองแสงสีทองขึ้นก่อนที่ ลำแสงสีนับพันเส้นจะถูกยิงออกมาจากวงแหวนนั้นตกลงไปเบื้องล่างด้วยความเร็วที่สุดจะบรรยาย
.
.
.
.
.
.
" ศิษย์พี่...เราจะเอายังไงดี "
หญิงสาวหน้าอกสะบึมราวกับใส่ลูกแตงโมยักษ์ไว้ในเสื้อ พูดขึ้นพร้อมจ้องมองไปยังบุรุษหนุ่มที่กำลังเหงื่อตกกับสถานการณ์ตรงหน้า ไม่ต้องบอกเลยว่าเขากำลังวิตกกังวลขนาดไหนในตอนนี้
" มีแต่ต้องฝ่ามันไปนั่นแหละ เจ้าอยากเป็นอาหารหมารึไงล่ะ "
" มันจะมีทางรอดด้วยงั้นเหรอศิษย์พี่ "
ได้ยินดังนั้นชายหนุ่มอีกคนหนึ่งก็พูดขึ้น ในตอนนี้ทุกคนต่างก็ไม่รู้เลยว่าจะรอดไปจากสถานการณ์นี้ยังไง แน่นอนมันต้องเป็นจุดจบของพวกเขาอย่างแน่นอน
" ในเมื่อจะไม่รอดอยู่แล้ว...น้องหญิงข้ารักเจ้านะ "
" ศ...ศิษย์พี่~~ "
" นี่พวกเจ้ามันไม่ใช่เวลามาบอกรักกันนะ "
หญิงสาวคนหนึ่งพูดขึ้นในตอนที่ทั้ง 2 คนนั้นกำลังมองตากันอย่างหยาดเยิ้ม พวกเขาช่างไม่รู้จักเวลาเลยจริง ๆ ทุกคนต่างก็ปวดหัวกับเรื่องตรงหน้าหัวแทบแตกแต่พวกเขาดันมาพลอดรักกันซะได้
" วู้วววว !! "
เฟี้ยว~~~ ฟิ้ว ๆๆๆ
" เอ๋ง ๆๆ "
ในระหว่างนั้นเอง ลำแสงมากมายก็ตกลงมาจากฟากฟ้า พุ่งเข้าใส่ฝูงหมาป่าที่ล้อมรอบพวกเขาอยู่ พวกมันต่างส่งเสียงกรีดร้องกันระงมลำแสงสีทองนั้นทะลุร่างกายของพวกมันจนพรุนไปหมด เพียงเสี้ยววินาทีของสิ่งที่เกิดขึ้น ฝูงอสูรหมาป่าทมิฬต่างล้มตายกันไปมากมาย แม้แต่จ่าฝูงที่เป็นอสูรระดับปฐพี ขั้นกลางยังตกตายในทันทีเพราะลำแสงนั้นพุ่งทะลุตัดขั้วหัวใจของมันในทันที
" ก...เกิดอะไรขึ้น "
ลำแสงที่ตกลงมาจากฟากฟ้าราวกับเป็นของขวัญจากสวรรค์มอบให้กับพวกเขาอสูรหมาป่าทมิฬล้มตายกันไปเกินครึ่ง ส่วนตัวอื่น ๆ ก็วิ่งหนีไปจนหมด อย่างน่าอัศจรรย์ลำแสงสีทองนั้นไม่โดนพวกเขาเลยสักนิดเดียว มองไปยังกองซากศพของอสูรหมาป่าทมิฬรอบกาย พวกเขารู้สึกขนลุกชูชันไปทั่วทั้งร่าง
" ใครที่ช่วยพวกเรากัน "
" ไม่รู้สิ...แต่ข้ารู้สึกขอบคุณเขาจากใจ "
ทุกคนต่างก็มองขึ้นบนท้องฟ้า พวกเขาเห็นเพียงก้อนเมฆหนาที่ค่อย ๆ เคลื่อนตัวไปและเหล่านกน้อยที่บินไปเพียงเท่านั้นไม่เจอสิ่งผู้ใดบนนั้นเลย แต่พวกเขาต่างก็รู้สึกขอบคุณผู้ที่ช่วยเขาจากใจจริง
" ว่าแต่ศิษย์พี่...ท่านรักข้าจริง ๆ หรอ "
.
.
.
.
.
.
" เจ้าจะไปช่วยแมลงพวกนั้นทำไมกัน น่าจะปล่อยมันเป็นอาหารหมาไป "
" หึ ๆ ข้าก็แค่เสียดาย หญิงสาวที่เกิดมาพร้อมกับอาวุธคู่กายคนนั้น นางไม่ควรจะตายที่นั่น "
" แต่เรามาถึงแล้วนะ "
ชิงหลงพูดขึ้นพร้อมมองไปยังป่าตรงหน้าเขา ออร่ามวลพลังของเหล่าอสูรหนาแน่นมาก แต่ถึงอย่างนั้นเมื่อเทียบกับป่าอสูรรัตติกาลแล้วที่แห่งนี้ยังด้อยกว่านัก
" หากเป็นข้าเมื่อก่อน การสู้กับราชันย์ผู้ปกครองป่าอสูร คงเป็นการฆ่าตัวตาย แต่ในตอนนี้...ข้าจะทำให้พวกมันก้มหัวให้กับข้า !! "
โปรดติดตามตอนต่อไป...
ระดับของอสูรจะเป็นระดับพลัง แล้วจะแบ่งเป็น ขั้นต่ำ กลาง สูงนะครับ