การรักษาาแเก่าของหลิ่งเฟิงทำให้จ้าวชิงเหยาได้รับ ความไว้วางใจ จากองครักษ์ผู้ภักดี ซึ่งส่งผลให้การรักษาฉินอ๋องเป็ไปอย่างราบรื่นมากขึ้น หลิ่งเฟิงได้เปลี่ยนสถานะเป็ ผู้ประสานงานสำคัญ ที่คอยจัดหาสมุนไพรหายากและอำนวยความสะดวกให้กับการสร้างอุปกรณ์ผ่าตัดของชิงเหยา
สองเดือนผ่านไปอย่างรวดเร็ว หลี่จ้าน เริ่มรู้สึกถึงความแข็งแรงในขาของเขา และสามารถกระดิกนิ้วเท้าได้เล็กน้อย ซึ่งเป็ความก้าวหน้าครั้งสำคัญที่ทำให้เขายอมรับในความสามารถของชายาอย่างเงียบ ๆ
แต่ความเงียบสงบในจวนก็ถูกทำลายลง เมื่อมีราชโองการเรียกตัว ฉินอ๋อง หลี่จ้าน และ ชายาจ้าวชิงเหยา ไปร่วม งานเลี้ยงราชสำนัก เพื่อต้อนรับทูตจากแคว้นพันธมิตร
ชิงเหยารู้ทันทีว่านี่คือ กับดัก ศัตรู้าให้ฉินอ๋องปรากฏตัวในฐานะ อ๋องขาพิการผู้ไร้อำนาจ และใช้โอกาสนี้โจมตีเขาและเธอในที่สาธารณะ
“พวกเขา้าให้เราปรากฏตัวในฐานะ ตัวตลก ที่ถูกมัดรวมกัน” ชิงเหยากล่าวกับหลี่จ้านในห้องหอ “พวกเขาจะใช้คำพูดที่บาดลึกที่สุดมาเย้ยหยันเรา”
หลี่จ้านซึ่งถูกหลิ่งเฟิงช่วยแต่งกายอย่างสง่างามในชุดสีเข้ม แม้จะยังต้องนั่งเก้าอี้รถเข็น แต่ก็ยังคงดูน่าเกรงขามดุจราชสีห์ที่าเ็
“เ้าจะรับมืออย่างไร ชายาจ้าว” หลี่จ้านถามด้วยน้ำเสียงเ็า ดวงตาของเขามีแววท้าทาย “นี่คือสนามรบอีกรูปแบบหนึ่ง ที่เ้าต้องใช้ ปัญญา แทน มีดผ่าตัด”
“ข้าเข้าใจเพคะ” ชิงเหยาตอบ “ข้าจะใช้ไหวพริบของข้า ปกป้องเกียรติ ของท่าน และ ศักดิ์ศรี ของตนเอง”
บรรยากาศในท้องพระโรงนั้น
ตึงเครียดและฉาบฉวย สถานที่แห่งนี้เต็มไปด้วยความงามหรูหราที่ซ่อนความเสแสร้งและการชิงดีชิงเด่น ทุกรอยยิ้มและการยกจอกเหล้าล้วนมีความหมายทางการเมือง
เมื่อ
ฉินอ๋อง หลี่จ้าน และ ชายาจ้าวชิงเหยา ปรากฏตัวในงานเลี้ยง เสียงกระซิบกระซาบก็ดังขึ้นทันที การมองด้วยความสงสารและความดูแคลนถูกส่งตรงมาที่คนทั้งสอง โดยเฉพาะเมื่อเห็นหลี่จ้านถูกเข็นเข้ามา
องค์ชายรอง และ ขุนนางใหญ่ ที่เป็ศัตรูทางการเมืองก้าวเข้ามาหาทันที ด้วยรอยยิ้มที่ไม่จริงใจ
“โอ้! พระอนุชาหลี่จ้าน” องค์ชายรองเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน “ไม่น่าเชื่อว่าท่านจะยอมออกมาจากจวน คุกทองคำ ของท่านได้ ช่างน่าเสียดายที่แม่ทัพผู้เกรียงไกรในอดีตต้องมานั่งอยู่บนเก้าอี้เช่นนี้”
ก่อนที่หลี่จ้านจะได้ตอบโต้ ชิงเหยาก็โต้กลับอย่างรวดเร็วด้วยรอยยิ้มที่สง่างาม
“องค์ชายรองทรงตรัสไม่ถูกเพคะ” ชิงเหยากล่าวด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบแต่ทรงพลัง “เก้าอี้ล้อเลื่อน นี้เป็เพียง บัลลังก์เคลื่อนที่ ที่ทำให้ท่านอ๋องสามารถบริหารราชการและปกป้องแผ่นดินได้โดยไม่ต้องปวดเมื่อยพระวรกาย ท่านอ๋องไม่ได้ ตกต่ำ แต่ทรงกำลัง ยกระดับ ตัวเองให้เหนือกว่าการเดินทางที่ต้องใช้ขาเท่านั้น”
คำพูดของชิงเหยาทำให้ทุกคนในท้องพระโรงถึงกับนิ่งอึ้ง การตีความ ความพิการ ให้กลายเป็ อำนาจ นั้น ช่างเป็ไหวพริบที่เหนือความคาดหมาย
ขุนนางใหญ่ซึ่งเป็พันธมิตรขององค์ชายรองไม่ยอมแพ้ เขาหันไปโจมตีชิงเหยาเื่ภูมิหลังของเธอ
“ส่วนชายาจ้าวเล่า? ได้ยินว่าเ้าเป็ ตัวซวย ที่ถูกบีบให้แต่งงานกับท่านอ๋อง ผู้คนกล่าวกันว่าเ้าจะนำพาความโชคร้ายมาสู่ฉินอ๋อง ทำให้พระองค์ไม่สามารถฟื้นตัวได้”
ชิงเหยายิ้มอย่างดูแคลน “หากข้าเป็ตัวซวยจริง ข้าคงนำพา ความตาย มาสู่ท่านอ๋องั้แ่คืนแรกที่แต่งงานแล้ว”
เธอเดินเข้าไปใกล้หลี่จ้าน และใช้มือวางลงบนไหล่ของเขาอย่างอ่อนโยนแต่หนักแน่น
“แต่ในทางตรงกันข้ามเพคะ” ชิงเหยากล่าวเสียงดังฟังชัด “ข้าได้นำ ความรู้ และ ความหวัง มาสู่จวนฉินอ๋อง ข้าสามารถรักษาอาการป่วยที่หมอหลวงส่ายหน้าให้หายได้ และข้ากำลังจะทำให้ ท่านอ๋องผู้พิการกลับมาเดินได้อีกครั้ง! หากนี่คือโชคร้าย... ข้าก็ยินดีที่จะแบกรับมันไว้แต่เพียงผู้เดียว”
คำประกาศของชิงเหยาทำให้บรรยากาศถึงจุดสูงสุดของความตึงเครียด ความสามารถทางการแพทย์ ถูกใช้เป็ อาวุธทางการเมือง อย่างเปิดเผย
หลี่จ้าน มองดูภรรยาที่ยืนหยัดปกป้องเขาอย่างองอาจ ดวงตาของเขาเต็มไปด้วย ความประทับใจ และ ความภูมิใจ อย่างแท้จริง หญิงสาวผู้นี้ไม่ได้กลัวอำนาจใด ๆ และเธอกล้าที่จะประกาศความจริงต่อหน้าศัตรูทั้งหมด
“หลีกทางให้ชายาของข้าซะ” หลี่จ้านกล่าวเสียงต่ำ แต่น้ำเสียงทรงอำนาจดุจแม่ทัพใหญ่ในอดีต “ข้าจะต้องพาภรรยาที่เก่งกาจของข้าไปคารวะองค์จักรพรรดิ”
ชิงเหยาโค้งคำนับเล็กน้อย และรีบเข็นเก้าอี้รถเข็นของหลี่จ้านออกจากวงล้อมของศัตรูทันที
ระหว่างทางไปหาองค์จักรพรรดิ หลี่จ้านพูดกับชิงเหยาเป็ครั้งแรกด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนกว่าที่เคยเป็มา
“เ้าทำได้ดีมาก ชิงเหยา” เขาใช้ชื่อของเธอโดยตรง “เ้าทำให้ข้าต้องประหลาดใจเป็ครั้งที่เท่าไหร่แล้ว?”
“ข้าเพียงแต่ทำตามหน้าที่ของชายาเพคะ” ชิงเหยาตอบด้วยรอยยิ้มอย่างเป็กันเอง “หน้าที่ในการ ปกป้อง และ แสดงความสามารถ เพื่อให้ศัตรูเกรงกลัว”
ความรู้สึกที่เปลี่ยนไป ของหลี่จ้านถูกเปิดเผยผ่านการกระทำในงานเลี้ยงนี้ เขาเริ่มปกป้องและภูมิใจในตัวชายาผู้ฉลาดหลักแหลมของตนอย่างแท้จริง และความสัมพันธ์ของทั้งสองก็ก้าวหน้าไปอีกขั้นอย่างเงียบ ๆ ท่ามกลางการแก่งแย่งชิงดีในวังหลวง