ร้านอาหารที่ท่านประธานหนุ่มพา วรารี มานั้นช่างหรูหรามากมายนัก ราคาคงจะแพงน่าดู เผลอๆ จำนวนเงินที่ต้องจ่ายค่าอาหารในแต่ละครั้ง อาจจะเท่ากับเงินเดือนของ วรารี ทั้งเดือนเลยก็เป็ได้ ซึ่งหากถ้าเป็เวลาปกติ วรารี คงไม่เข้ามาทานในร้านนี้อย่างแน่นอน เมื่อท่านประธานหนุ่มพา
วรารี เดินเข้าไปในร้าน ก็มีบางคนที่หันมามองให้ความสนใจ เนื่องจากทั้งชายหนุ่มและหญิงสาว ต่างมีหน้าตาจัดว่าหล่อสวยด้วยกันทั้งคู่ พอเดินมาด้วยกันแล้วทำให้เป็จุดเด่นขึ้นมาเลยทีเดียว
ท่านประธานหนุ่มเลือกโต๊ะมุม คนไม่เยอะมาก และเป็มุมส่วนตัว เมื่อนั่งแล้ว พนักงานเสิร์ฟก็เอาเมนูมาให้เลือกรายการอาหาร
“คุณอยากจะทานอะไร?” ท่านประธานหนุ่มถามขึ้น วรารี เปิดเมนูดูรายการอาหาร
‘โอ้! แม่เ้า ราคาอาหารแต่ละอย่างแพงมากๆ’ วรารี อุทานในใจ แล้วยิ้มแห้งๆ ให้กับท่านประธานหนุ่ม
“อะไรก็ได้ค่ะ นุ่นทานได้ทั้งนั้น” วรารี ไม่กล้าจะสั่งเมนูที่ตนอยากจะทานเพราะราคาช่างแพงเหลือเกิน ท่านประธานหนุ่มเหลือบมอง วรารี นิดหนึ่งก่อนจะสั่งรายการอาหารกับพนักงาน
“ผมเอา แซลมอนสลัด หอยเชลล์อบซอสฝรั่งเศส พาสต้าคาโบนาล่า พิซซ่าฮาวาเอียน และซุปข้าวโพด 2 ที่นะครับ”
“ไฮ ลอฟ ดีใจจังที่เจอคุณ สบายดีนะคะ?”
ริชดา หรือ ริชชี่ มาทานข้าวที่ร้านอาหารแห่งนี้กับเพื่อนๆ สายตาเธอกวาดมองหาที่นั่ง แต่บังเอิญเหลือบมองมาเห็นท่านประธานหนุ่ม จึงได้เดินเข้ามาทักทาย และส่งยิ้มหวานให้กับชายหนุ่ม สายตาเหลือบมองมาที่ วรารี นิดหนึ่ง แต่ไม่สนใจ ทำเหมือนดั่งว่า วรารี ไม่มีตัวตนอยู่ที่นั้น
“หวัดดี ริชชี่ สบายดีครับ แล้วคุณล่ะ?” ท่านประธานหนุ่มทักและส่งยิ้มตอบ
“ริชชี่ ไม่สบายค่ะ เพราะคิดถึงคุณ” ริชดา ว่าพลางส่งสายตาปอยๆ หวานเยิ้มให้กับท่านประธานหนุ่ม
‘โอ้ย! จะอ้วก เลียนจัง..’ วรารี คิด พรางทำหน้าเหมือนกับว่าอาหารที่ทานไปนั้นเลียนมากเสียเต็มประดา แล้วเบือนหน้าออกไปยังนอกร้าน
“ไว้ผมจะโทรหาแล้วกันนะครับ” ท่านประธานหนุ่มพูดขึ้น
“สัญญานะค่ะ แล้วริชชี่จะรอ บายค่ะ ลอฟ” ริชดาก็เดินกลับไปหากลุ่มเพื่อนของเธอที่ตอนนี้ได้ที่นั่งแล้ว
“เป็อะไร อาหารไม่อร่อยเหรอ?” ท่านประธานหนุ่มสังเกตเห็นท่าทางของ วรารี จึงถามขึ้นอย่างสงสัย
“เปล่าค่ะ อร่อยดีค่ะ” วรารี หันมายิ้มแหยงๆ ให้กับชายหนุ่ม ไม่คิดว่าเขาจะสังเกตลักษณะท่าทางของเธอ นึกว่าจะสนใจแต่กับสาวสวยนางนั้นซะอีก
“คุณลองนี้สิที่นี่เขาทำอร่อยและขึ้นชื่อด้วยนะ” ท่านประธานหนุ่มตัก หอยเชลล์อบซอสฝรั่งเศส ให้ วรารี
“ขอบคุณค่ะ” วรารี กล่าวขอบคุณ พรางคิดในใจ
‘ทำไมต้องตักให้ด้วยนะ บอกเฉยๆ ก็ได้’
วรารี ก้มหน้าก้มตากิน ไม่พูดไม่จา ท่านประธานหนุ่มก็คอยแต่จะตักโน้นตักนี่ให้อย่างไม่ขาดตกบกพร่องเลย ซึ่งทำราวกับว่าเป็คู่รักมาทานข้าวกัน ไม่เหมือนเป็เ้านายลูกน้องเลย การกระทำเช่นนี้ทำให้ วรารี รู้สึกอึดอัดยังไงบอกไม่ถูกเลย
เมื่อทานข้าวอิ่มกันเรียบร้อยแล้ว ท่านประธานหนุ่มก็เรียกพนักงานมาเก็บเงิน
“นุ่น ต้องให้ คุณลอฟ เท่าไรคะ?” วรารี กล่าวขึ้นหลังจากที่ชายหนุ่มจ่ายค่าอาหารเรียบร้อยแล้ว ท่านประธานหนุ่มเลิกคิ้ว อมยิ้ม
“ไม่ต้องมื้อนี้ผมเลี้ยง”
วรารี ส่อแววเกรงใจ
“ให้ นุ่น จ่ายเถอะค่ะ” ท่านประธานหนุ่มลุกขึ้น
“แค่นี้เอง ผมจ่ายได้ ไม่ต้องเกรงใจเหรอ และเดี๋ยวไปพบลูกค้ากับผมต่อเลยไม่ต้องเข้าบริษัท” เมื่อพูดจบชายหนุ่มก็กดโทรศัพท์รุ่นล่าสุดเพื่อโทรหาบอดี้การ์ดให้ขับรถมารับยังหน้าร้านอาหาร
“ถ้าไง ขอบคุณค่ะ สำหรับอาหารมื้อนี้” วรารี ก็ลุกขึ้น แล้วเดินตามท่านประธานหนุ่มออกไปหน้าร้าน
ท่านประธานหนุ่ม เปิดประตูร้านออกไป เป็ขณะเดียวกันกับที่ วรุต เดินเข้ามาในร้านพอดี
“เฮ! ลอฟ ไม่ค่อยได้เจอนายเลย่นี้ เป็ไงบ้างว่ะ?” วรุต หรือ รุต ซึ่งเป็เพื่อนร่วมก๊วนของ ธนกฤษ ลอฟ ลีโอนาด ั้แ่เรียนอยู่มหาลัยที่ อเมริกา กล่าวทักทาย ปากกล่าวทักทายท่านประธานหนุ่ม แต่สายตาเมียงมองมายัง วรารี ที่ยืนอยู่ข้างหลังท่านประธานหนุ่ม
“ไง รุต ่นี้ยุ่งๆ นิดหน่อยน่ะ” ท่านประธานหนุ่มกล่าวตอบเพื่อน
“นายพาใครมาด้วยว่ะ สวยจัง *_*”
วรุต พูดกับท่านประธานหนุ่มแต่สายตายังคงมองมายัง วรารี อยู่อย่างนั้น “เลขาของฉัน” ท่านประธานหนุ่มพูดและเน้นหนักที่ของฉัน แต่ วรุต มีหรือจะสนใจ เขาเห็นหน้า วรารี แค่แว๊บแรกก็ชอบแล้ว ก็ในเมื่อเพื่อนเขาไม่ใด้บอกนี้ว่าเป็ แฟน หรือ คู่ควง งั้นก็แสดงว่าจีบได้
“ฉันไปก่อน นัดลูกค้าไว้ เดี๋ยวค่อยคุยกัน” ท่านประธานหนุ่มตัดบท นึกเคืองเพื่อนที่ทำท่าจะก้อล่อก้อติกเลขาของเขา
“งั้นไว้เดี๋ยวว่างๆ ฉันไปหานายที่บริษัทนะ” วรุต กล่าวยิ้มๆ แต่สายตามก็ยังคงจับจ้องอยู่ที่เลขาของท่านประธานหนุ่ม
“อืม!” ท่านประธานหนุ่มขานรับอย่างเสียไม่ได้ แล้วเดินไปขึ้นรถที่ อัครวุฒิ ขับมาจอดรออยู่ที่หน้าร้านแล้ว
๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑