แสงแดดยามเช้าอันอบอุ่นสาดส่องผ่านกระจกหน้าร้านหลบมุมคาเฟ่เข้ามาทาบทับบนพื้นไม้สีน้ำตาลเข้ม
นนท์ในชุดผ้ากันเปื้อนลวดลายแมวส้มตัวโปรดกำลังยืนบิดี้เีเพื่อไล่ความเมื่อยล้าอยู่หลังเคาน์เตอร์บาร์
เขาขยับแว่นสายตาทรงกลมบนดาดจมูกให้เข้าที่ พลางทอดสายตามองไปรอบๆ ร้านที่เพิ่งทำความสะอาดเสร็จ
เมื่อคืนนี้หลังจากที่เขาพาเอลวิน่าข้ามมิติไปเปิดหูเปิดตาที่ตลาดกลางคืนเยาวราชจนเกือบเที่ยงคืน จอมเวทเอลฟ์สาวก็ยังคงตื่นเต้นไม่หายจนถึงตอนที่เธอกลับขึ้นไปนอนบนห้องพักชั้นสาม
นนท์อมยิ้มเมื่อนึกถึงท่าทางน่าเอ็นดูของเธอตอนที่เคี้ยวขนมปังปิ้งไส้สังขยาใบเตยจนแก้มตุ่ย
เขาละความสนใจจากเื่เมื่อคืนแล้วยกมือขวาขึ้นมาเคาะกลางอากาศเบาๆ สองครั้ง
*วิ้ง...*
แผงหน้าจอโปร่งแสงสีฟ้าใสของระบบการจัดการร้านค้าปรากฏขึ้นมาตรงหน้าของเขาอย่างเงียบเชียบ
ดวงตาของชายหนุ่มกวาดมองข้อความระบบที่แจ้งเตือนการเลเวลอัปั้แ่เมื่อวานอย่างละเอียด
[ ระบบจัดการร้านค้าสองมิติ ]
[ เลเวลร้านค้าปัจจุบัน: เลเวล 3 ]
[ ค่าประสบการณ์ร้านค้า: 30 / 300 EXP (้าอีก 270 EXP เพื่อก้าวสู่เลเวล 4) ]
[ แต้มมิติสะสม: 130 แต้ม ]
[ เงินสดสะสมในบัญชีโลกมนุษย์: 11,000 บาท ]
นนท์พยักหน้าด้วยความพึงพอใจกับสถานะล่าสุดของร้านค้า
"เลเวลสามแล้วสินะ... แถมยังมีแต้มมิติสะสมร้อยสามสิบแต้มจากเหตุการณ์ครั้งก่อน"
เขารำพึงกับตัวเองพลางเอื้อมมือไปแตะที่ปุ่ม "คลังเก็บวัตถุดิบต่างโลก" (System Inventory)
หน้าจอระบบกะพริบตอบรับเสียงใสเหมือนแก้วกระทบกัน
*กริ๊ง...*
ตารางช่องเก็บของมิติปรากฏขึ้นมา ช่องแรกสุดมีไอคอนรูปตลับไม้ขนาดเล็กที่แกะสลักฉลุลวดลายสวยงามอ่อนช้อย
มันคือของแลกเปลี่ยนที่ได้รับมาจากเธรอน แพทย์แผนโบราณเผ่าเอลฟ์ในตอนที่สี่
[ เมล็ดพันธุ์ดารามนตรา (ระดับหายากต่ำ) x 1 ตลับ ]
[ รายละเอียด: เมล็ดสมุนไพรเวทมนตร์จากสวนหลวงป่าเอลฟ์ บรรจุกลิ่นอายธรรมชาติแห่งดวงดาวเข้มข้น มีกลิ่นหอมเย็นเป็เอกลักษณ์ ]
นนท์เพ่งมองไอคอนเมล็ดพันธุ์พลางคิดถึงหนทางใช้งาน
ในเมื่อเขาไม่มีพื้นที่สวนหลังร้านหรือกระถางดินมนตราสำหรับเพาะปลูกพืชต่างโลกในตอนนี้ การจะเก็บเมล็ดพันธุ์นี้ไว้เฉยๆ ก็ดูจะเสียโอกาสในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของร้านไปโดยเปล่าประโยชน์
เขาตัดสินใจกดปิดคลังวัตถุดิบแล้วแตะเปิดไอคอนที่ชื่อว่า "ระบบอัปเกรดเครื่องครัวพื้นฐาน" (Kitchen Upgrade Slots)
หน้าต่างระบบแสดงช่องติดตั้งสล็อตว่างสองช่องที่ล้อมรอบด้วยวงเวทสีทองเหลืองเรืองรอง
[ กรุณาเลือกเครื่องครัวพื้นฐานภายในร้านที่้าทำฟิวชั่นหรืออัปเกรดประสิทธิภาพ ]
- เตาแก๊สหัวคู่ฝั่งโลกมนุษย์ (สถานะ: ปรับแต่งได้ยากเนื่องจากโครงสร้างเหล็กกล้าเทคโนโลยีต่ำ)
- เตาอั้งโล่ดินเผาโบราณของปู่เอก (สถานะ: รองรับพลังงานเวทมนตร์ได้ดีเยี่ยมเนื่องจากทำจากดินเหนียวธรรมชาติต่างยุค)
นนท์หันไปมองเตาอั้งโล่ดินเผาโบราณสภาพเก่าคร่ำคร่าที่วางสงบนิ่งอยู่มุมครัวฝั่งขวาของเขา
มันคือเตาถ่านที่ปู่เอกเคยใช้ก่อไฟปรุงอาหารร้อนๆ ให้เขาชิมั้แ่ยังเป็เด็กเล็กๆ
แม้ผิวเตาภายนอกจะเคลือบไปด้วยคราบเขม่าสีดำและรอยร้าวตามกาลเวลา แต่นนท์ก็ไม่อยากจะโยนมันทิ้งไป
เขาอยากจะเก็บรักษามันเอาไว้ข้างกายเสมอเพื่อเป็เครื่องเตือนใจถึงปู่
[ แจ้งเตือนจากระบบ: ตรวจพบไอเทม 'เมล็ดพันธุ์ดารามนตรา' ในช่องเก็บของระบบ ]
[ ระบบขอเสนอภารกิจพิเศษ: หลอมผสานเมล็ดพันธุ์ดารามนตราเข้ากับเตาอั้งโล่ดินเผาโบราณเพื่อรับอุปกรณ์ระดับเลเจนดารีเริ่มต้น ]
[ อัตราความสำเร็จ: 100% ]
[ ค่าใช้จ่ายในการหลอมผสาน: 0 แต้มมิติ (สิทธิ์พิเศษสำหรับโบนัสการอัปเกรดเตาครั้งแรกของระบบร้านค้าระดับ 3) ]
นนท์ถึงกับเลิกคิ้วขึ้นด้วยความใปนประหลาดใจเมื่อเห็นรายละเอียดค่าธรรมเนียม
"ค่าใช้จ่ายศูนย์แต้มเหรอ? ดีจัง โชคดีที่ระบบมอบส่วนลดพิเศษเป็ศูนย์แต้มเนื่องจากการเลเวลอัปครั้งแรก ทำให้เรายังคงเหลือแต้มมิติสะสมร้อยสามสิบแต้มเท่าเดิม"
นนท์ยิ้มออกมาด้วยความยินดีก่อนจะเอื้อมมือไปแตะปุ่มยืนยัน "ตกลงผสานวัตถุดิบ" ทันที
*วิ้ง!*
ทันใดนั้น แสงสว่างจ้าสีม่วงประกายเงินก็ะเิออกมารอบตัวตลับเมล็ดพันธุ์ดารามนตราในคลังระบบ
ตลับไม้ฉลุแยกตัวออกเองช้าๆ กลางอากาศ เมล็ดสมุนไพรเวทมนตร์เรืองแสงสีม่วงสามเมล็ดลอยเด่นเป็ประกายดั่งดาวดวงน้อย
พวกมันหมุนวนรอบตัวเองเป็วงกลม ส่งกลิ่นหอมเย็นสดชื่นคล้ายใบสะระแหน่ผสมกลิ่นดินชื้นหลังสายฝน
*วูบ...*
เมล็ดพันธุ์ทั้งสามเคลื่อนตัวอย่างนุ่มนวลลงสู่ใจกลางของเตาอั้งโล่ดินเผาที่ตั้งอยู่บนชั้นวางเครื่องครัว
ทันทีที่ััผิวดินเผา คราบเขม่าดำหนาทึบและรอยแตกร้าวก็ค่อยๆ เลือนหายไปประดุจน้ำแข็งละลายในฤดูใบไม้ผลิ
ผิวเตาดินเผาสีน้ำตาลส้มแปรเปลี่ยนเป็เนื้อหินเนียนละเอียด ปรากฏลวดลายเส้นเวทมนตร์สีม่วงเรืองแสงอ่อนๆ
เส้นแสงเวทสลักลวดลายกิ่งไม้และดวงดาวพันรอบตัวเตาอย่างวิจิตรงดงาม แผ่ไอร้อนละมุนที่ชวนให้รู้สึกปลอดภัย
[ การหลอมรวมเสร็จสมบูรณ์ร้อยเปอร์เซ็นต์! ]
[ คุณได้รับอุปกรณ์อัปเกรด: เตาอั้งโล่มนตรา (Magic Earth Stove - ระดับพิเศษเฉพาะตัว) ]
[ คุณสมบัติพิเศษ: ควบคุมและกระจายอุณหภูมิความร้อนได้อย่างแม่นยำไร้ที่ติ ดึงกลิ่นหอมและสารอาหารธรรมชาติพร้อมผสานพลังเวทรักษาระดับต่ำเข้าสู่อาหาร ]
[ เอฟเฟกต์ติดตัว: อาหารทุกจานที่ปรุงผ่านเตานี้จะได้รับสถานะ 'อบอุ่นลึกซึ้ง' (ช่วยลดความหนาวและป้องกันสถานะแช่แข็ง) และเพิ่มพลังเวทมานาแก่ผู้บริโภคขึ้นอีก 15% ]
นนท์เดินเข้าไปลูบผิวด้านนอกของเตาอั้งโล่มนตราเบาๆ ด้วยความทึ่ง
ััที่ได้ไม่ร้อนมืออย่างที่คิด แต่กลับให้ความรู้สึกอบอุ่นละมุนคล้ายได้นอนห่มผ้าผืนหนาในคืนหน้าหนาว
"วิเศษมาก... เตาของปู่เจ๋งขึ้นเยอะเลยครับ"
*กริ๊ง...*
เสียงกระดิ่งลมที่แขวนอยู่หน้าประตูหลังร้านส่งเสียงใสกังวานไปทั่วบริเวณ
บานประตูไม้สีน้ำตาลเปิดกว้างออกช้าๆ สอดรับกับสายลมธรรมชาติจากโลกภายนอกที่พัดหอบเอากลิ่นดินและกลิ่นสมุนไพรสดเข้ามา
"อรุณสวัสดิ์ค่ะพี่นนท์! โห... วันนี้ร้านหอมฟุ้งแปลกๆ จังเลยค่ะ!"
เสียงใสเจื้อยแจ้วดังนำมาก่อนตัว พร้อมกับร่างบางของเอลวิน่าที่เดินลงมาจากห้องพักชั้นสาม
จอมเวทเอลฟ์สาวสวมเครื่องแบบพนักงานร้านสีพาสเทลสะอาดตาและผ้าโพกผมปักลายไม้เท้าเวทมนตร์เรียบร้อย
เธอก้าวเท้ากึ่งเดินกึ่งวิ่งเข้ามาหาเขากลางห้องครัว พลางทำจมูกฟุดฟิดดมกลิ่นอากาศรอบกาย
"กลิ่นเหมือน... เมล็ดพันธุ์ดารามนตราที่ท่านเธรอนเคยมอบให้พี่นนท์เลยนี่คะ?"
นนท์หันไปยิ้มแย้มต้อนรับพนักงานเสิร์ฟคนขยันของเขา พลางชี้มือไปที่เตาอั้งโล่หลังเคาน์เตอร์
"ใช่แล้วครับ พี่เพิ่งอัปเกรดเตาถ่านของปู่เอกโดยใช้เมล็ดพันธุ์ดารามนตราที่แลกมาน่ะครับ"
เอลวิน่าเดินเข้าไปใกล้เตาถ่านพลางชะโงกหน้ามองลวดลายเส้นเวทมนตร์สีม่วงเรืองแสงด้วยความตื่นตาตื่นใจ
"โอ้โห! สวยงามมากเลยค่ะพี่นนท์ ลายเหมือนดวงดาวบนท้องฟ้าในป่าเอลฟ์ไม่มีผิดเลย!"
เธอหันมาส่งสายตาเป็ประกายวิบวับปนความหิวโหยที่นนท์เริ่มคุ้นตา
"แล้ว... มื้อเช้าวันนี้พวกเราจะทำอะไรทานบนเตาเวทมนตร์เครื่องนี้กันดีคะ?"
นนท์หัวเราะเบาๆ เมื่อเห็นปฏิกิริยาของเธอก่อนจะตอบกลับไปอย่างใจดี
"เช้านี้พี่ว่าจะลองผัดกะเพราหมูสับไข่ดาวสูตรอัปเกรดบนเตานี้ให้เอลวิน่าชิมเป็คนแรกดูครับ"
"ไชโย! เอลวิน่าจะรอทานนะคะ! กะเพราของพี่นนท์ต่อให้ทานทุกวันก็ไม่มีวันเบื่อแน่นอนค่ะ!"
พนักงานเสิร์ฟสาวชูกำปั้นขึ้นฟ้าอย่างกระตือรือร้นและรีบวิ่งไปปัดกวาดเช็ดถูโต๊ะอาหารตัวแรกเพื่อเตรียมรอชิม
นนท์หันกลับมาจัดเตรียมวัตถุดิบหลักที่เขาเพิ่งซื้อมาจากตลาดเยาวราชฝั่งโลกมนุษย์เมื่อคืน
หมูสับสดใหม่ พริกขี้หนูสวนรสเผ็ดร้อน และใบกะเพราป่าแท้ๆ ที่มีกลิ่นฉุนเฉพาะตัว
เขาหยิบก้อนถ่านไม้โกงกางใส่ลงไปในช่องใส่เตาอั้งโล่มนตรา
เพียงแค่ชายหนุ่มตั้งจิตนึกคิดถึงความร้อนที่้า เปลวไฟสีส้มประกายม่วงจางๆ ก็ลุกโชนขึ้นทันทีโดยไม่ต้องใช้ไฟแช็ก
*ฟู่!*
เปลวไฟเต้นระบำอย่างเงียบสงบ ไร้เขม่าควันดำฟุ้งกระจายเหมือนเตาถ่านทั่วไป
นนท์วางกระทะเหล็กสีดำลงบนเตามนตรา รอกระทั่งกระทะเริ่มร้อนจนไอความร้อนสีใสลอยขึ้นมาจางๆ
เขาเทน้ำมันพืชลงไปเล็กน้อย ตามด้วยพริกขี้หนูและกระเทียมไทยโขลกหยาบที่เตรียมไว้
*ฉ่า!*
เสียงน้ำมันเดือดพล่านกระทบกระทะเหล็กดังซ่าลั่นห้องครัวชวนให้น้ำลายสอ
กลิ่นเผ็ดฉุนร้อนแรงของพริกขี้หนูไทยกระจายตัวออกมาปะทะเข้ากับกลิ่นหอมเย็นของเตาอั้งโล่มนตราอย่างน่าอัศจรรย์
กลิ่นฉุนจัดที่เคยทำให้ระคายคอกลับจางลง กลายเป็ความหอมที่โปร่งเบาชื่นใจแต่แฝงความร้อนแรงลึกล้ำ
นนท์เทหมูสับลงกระทะ พลางสะบัดเอียงตัวทำมุมปรุงรสด้วยความรวดเร็วและลื่นไหล
*ซู่! ซู่!*
กลิ่นซีอิ๊วและซอสหอยนางรมเดือดไหม้บางๆ ตรงขอบกระทะเหล็กส่งกลิ่นหอมกระตุ้นต่อมรับรส
เขาโยนใบกะเพราป่าสีเขียวสดลงไปคลุกเคล้าเป็ขั้นตอนสุดท้ายเพื่อดึงน้ำมันหอมระเหยออกมา
ชายหนุ่มตักผัดกะเพราหมูสับร้อนระอุราดลงบนข้าวหอมมะลิสีขาวเรียวยาวที่หุงสุกใหม่
บนเม็ดข้าวสีขาวราวน้ำแข็งนั้น ปรากฏละอองแสงสีม่วงอ่อนระยิบระยับบางเบากระจายตัวอยู่ล้อมรอบจาน
เขาโปะหน้าด้วยไข่ดาวขอบกรอบเกรียมพองเหลืองสวย มีไข่แดงดิบเยิ้มข้นคล้ายลาวาอยู่ตรงกลาง
"กะเพราหมูสับไข่ดาวสูตรเตามนตราเสร็จแล้วครับ ทานให้อร่อยนะครับ"
นนท์ยื่นจานข้าวส่งให้เอลวิน่าที่นั่งรออยู่ข้างหน้าเคาน์เตอร์พลางจับจ้องตาไม่กะพริบ
"จะทานแล้วนะคะ!"
เอลวิน่าเอ่ยขึ้นตามธรรมเนียมพลางคว้าช้อนตักข้าวหอมมะลิเนื้อนุ่มที่คลุกเคล้าผัดกะเพราเข้าปากทันที
จอมเวทเอลฟ์สาวเบิกดวงตากลมโตนิ่งค้างไปในทันที ร่างกายของเธอสั่นสะท้านขึ้นมาเบาๆ
รสชาติของกะเพราจานนี้มีความสมดุลอย่างถึงที่สุด ความเผ็ดเค็มหวานกลมกล่อมไหลผ่านลิ้นอย่างลงตัว
ทว่าสิ่งที่ต่างออกไปจากปกติคือกระแสพลังงานอุ่นซ่านที่แผ่กระจายออกมาจากคำแรกที่เคี้ยว
มันรู้สึกเหมือนกำลังยืนอยู่ท่ามกลางผืนป่ายามดึกที่มีสายลมอุ่นๆ และแสงดาวคอยโอบอุ้มร่างกาย
ความเหนื่อยล้าสะสมจากการใช้พลังเวทพรางกายเมื่อวานสูญสลายไปในพริบตา
"วิเศษที่สุดเลยค่ะพี่นนท์! มันทั้งนุ่มละมุนและให้พลังเวทเข้มข้นมากๆ เลยค่ะ!"
เธอบอกเล่าความรู้สึกพลางตักข้าวทานต่ออย่างมีความสุข
*กริ๊ง...*
ในขณะนั้นเอง ประตูไม้บานหลังร้านก็เปิดกว้างออกอีกครั้งพร้อมเสียงกระดิ่งลมกังวาน
เอลฟ์ในชุดเดินทางสองคนสะพายคันธนูไม้และมีท่าทางเหนื่อยล้าก้าวเท้าเข้ามาในร้าน
พวกเขามีลักษณะเหมือนนักล่าเช่นเดียวกับคาเอล เนื้อตัวมอมแมมและใบหน้าซีดเซียวจากลมหนาว
"กลิ่นอายเวทมนตร์โบราณที่เข้มข้นยิ่งกว่ายารักษาของทางวิหาร... ข้าไม่ได้ตาฝาดไปใช่หรือไม่?"
เอลฟ์ผู้หนึ่งเอ่ยขึ้นพลางสูดกลิ่นหอมในร้านและหันไปมองจานข้าวของเอลวิน่าอย่างตะลึง
นนท์ขยับรอยยิ้มละมุนละไมและกล่าวต้อนรับด้วยน้ำเสียงสุภาพอ่อนโยนเช่นเคย
"ยินดีต้อนรับสู่ร้านหลบมุมครับ... วันนี้รับเมนูร้อนๆ เพื่อผ่อนคลายร่างกายก่อนดีไหมครับ?"
เอลฟ์นักล่าทั้งสองหันมามองนนท์แล้วพยักหน้ารับอย่างรวดเร็วโดยแทบไม่ต้องเสียเวลาคิด
"พวกเราตามกลิ่นนี้มาจากแนวชายป่าหมอก... ขออาหารจานแบบที่เด็กสาวคนนั้นกำลังทานอยู่ได้หรือไม่?"
"ได้แน่นอนครับ รอปรุงร้อนๆ สักครู่เดียวนะครับ"
นนท์ตอบรับอย่างสุภาพก่อนจะหันไปปรุงกะเพราหมูสับไข่ดาวสูตรเตามนตราเสิร์ฟให้ลูกค้าใหม่ทั้งสองจาน
เสียงผัดและกลิ่นหอมของสมุนไพรเวทมนตร์สะกดสายตาของเอลฟ์นักล่าทั้งคู่
เมื่อกะเพราหมูสับไข่ดาวร้อนๆ ถูกเสิร์ฟลงตรงหน้า พวกเขาก็ตักทานคำแรกและนิ่งอึ้งไปด้วยความอัศจรรย์ใจ
"โอ้... ความหนาวเย็นที่สะสมในอกของข้าละลายหายไปจนสิ้น! พลังมานาก็เต็มเปี่ยมขึ้นมาทันที!"
"นี่มันไม่ใช่อาหารธรรมดาแล้ว... มันคือยาวิเศษรสเลิศที่หาทานจากที่ไหนไม่ได้อีกแล้ว!"
พวกเขารับประทานข้าวทุกเม็ดในจานจนเกลี้ยงเกลาด้วยความพึงพอใจและเคารพต่อคนปรุง
[ ระบบคิดยอดขาย: กะเพราหมูสับไข่ดาวเตามนตรา 2 จานสำเร็จ ]
[ ได้รับรายได้: +1,200 บาท ]
[ ได้รับค่าประสบการณ์ร้านค้า: +60 EXP ]
[ ได้รับแต้มมิติสะสม: +0 แต้ม ]
นนท์มองดูตัวเลขบนหน้าจอระบบที่กะพริบแจ้งเตือนความคืบหน้าด้วยความสุขใจ
ความฝันที่จะพัฒนาตึกแถวและตามหาร่องรอยของปู่เอกเริ่มมีความหวังชัดเจนขึ้นทีละก้าว
---