ฟู่ซินหลางรับใบปลิวมาโดยไม่ได้อ่านอย่างละเอียดแล้วเอ่ยขึ้นว่า “ที่นี่มีคนชื่อคังอิงทำงานอยู่ไหม? ก่อนหน้านี้ตอนที่พวกคุณฝึกอบรมพนักงาน เธอไปเป็นอาจารย์”
“คังอิงหรือ? ฮ่าๆๆ คุณหมายถึงประธานคังหรือเปล่า?”
ทันใดนั้นเอง ชายวัยสามสิบกว่าๆ คนหนึ่งที่สวมเสื้อยืดพิมพ์ตัวอักษร ‘Adidas’ ตัวโตๆ เดินเข้ามาใกล้ เขาคือจางชางเซิ่ง
จางชางเซิ่งมองดูฟู่ซินหลางอย่างละเอียด เขารู้จักฟู่ซินหลางทันที นี่ไม่ใช่อดีตสามีของประธานคังที่ภรรยาของเขาเคยให้ดูรูปหรือไง?
ในใจของจางชางเซิ่งพลันสั่นไหว พอเห็นฟู่ซินหลาง เขาก็คิดว่าโอกาสมาถึงแล้ว จึงรีบเดินเข้าไปทักทายอีกฝ่าย
ฟู่ซินหลางกำลังรู้สึกกระอักกระอ่วนใจ ครั้นเห็นมีคนเข้ามาทักทาย เขาจึงเอ่ยขึ้น “ใช่ ผมมาหาคังอิง”
“ผมพาคุณไปก็แล้วกัน” จางชางเซิ่งกล่าว
พอเห็นจางชางเซิ่งออกหน้า พนักงานในห้างสรรพสินค้าต่างก็คิดว่าเขาคงรู้จักกับฟู่ซินหลาง จึงไม่ได้สนใจอะไร ตอนนี้เป็นช่วงเปิดร้านใหม่ๆ มีงานต้องทำเยอะแยะ พวกเขาจึงรีบไปทำงาน โดยไม่ได้สนใจชายสองคนนี้อีก
จางชางเซิ่งพาฟู่ซินหลางเดินขึ้นบันไดจากชั้นหนึ่งไปอย่างช้าๆ พลางเอ่ยถาม “คุณเป็นอดีตสามีของประธานคังใช่ไหม?”
นี่เป็นครั้งแรกที่ฟู่ซินหลางถูกเรียกว่า ‘อดีตสามี’ เขาจึงรู้สึกไม่ค่อยสบายใจนัก แต่เมื่อได้ยินจางชางเซิ่งเรียกคังอิงว่า ‘ประธานคัง’ เขาก็รู้สึกดีใจจนดวงตาเปร่งประกายขึ้นมา ก่อนจะกล่าวว่า
“ใช่ ผมเป็นอดีตสามีของเธอ แต่พวกเราตกลงกันแล้วว่าจะกลับมาคบกันใหม่”
พอได้ยินเช่นนั้น จางชางเซิ่งก็ไม่เข้าใจว่าทำไมเขาถึงทำแบบนี้ ผู้ชายคนนี้ไม่ได้แต่งงานกับไป๋เหลียนฮวาไปแล้วหรือไง? ทำไมถึงยังพูดว่าจะกลับไปคบกับคังอิงอีก
ทว่าเมื่อเขามองดูฟู่ซินหลางตั้งแต่หัวจรดเท้าแล้วเห็นว่าเสื้อผ้าที่อีกฝ่ายสวมใส่นั้นราคาถูก เขาก็เข้าใจทันที หมอนี่คงเห็นว่าตอนนี้คังอิงรวยจนกลายเป็นเจ้าของธุรกิจแล้ว เขาก็คิดอยากจะกลับไปคืนดีกับเธอสินะ
แปลกจริงๆ ประธานคังในตอนนั้นชอบผู้ชายแบบนี้ได้ยังไง?
ฟู่ซินหลางเห็นสายตาของจางชางเซิ่งที่มองเขาราวกับรู้จักเขาเป็นอย่างดี จึงเอ่ยถามว่า “คุณรู้จักผมหรือ? ทำไมผมถึงไม่รู้จักคุณ?”
“ฮ่าๆๆ ทำไมคุณถึงไม่รู้จักผมล่ะ? ภรรยาของผมชื่อหลิวเหม่ยหลี่ เป็นพนักงานโรงงานหม้อไอน้ำที่พ่อของคุณทำงานอยู่น่ะ ก่อนหน้านี้เธอชอบไปเยี่ยมคุณที่บ้านพร้อมกับเจ๊ใหญ่หม่าจากสหภาพแรงงานอยู่บ่อยๆ” จางชางเซิ่งกล่าวราวกับว่าสนิทสนมกับเขา
“อ้อ แบบนี้นี่เอง” ฟู่ซินหลางพยักหน้ารับ เขายิ้มเจื่อนๆ ก่อนจะเข้าใจว่าทำไมผู้ชายคนนี้ถึงได้ทำตัวเป็นกันเองกับเขา
จางชางเซิ่งพาฟู่ซินหลางเดินไปถึงชั้นสาม แล้วก็กล่าวกับเขาว่า “ห้องทำงานประธานอยู่ที่ชั้นสี่ ตรงที่มีป้ายเขียนว่า ‘ห้องทำงานประธาน’ นั่นแหละ คุณไปหาเธอเองเลยนะ ผมต้องไปทำงานต่อแล้ว ขอตัวก่อน”
จะให้จางชางเซิ่งไปปรากฏตัวต่อหน้าเพื่อนพร้อมกับฟู่ซินหลางได้ยังไงกัน?
พาอดีตสามีของประธานไปหาเธอ นี่ไม่ใช่ว่าจะทำให้เธออารมณ์เสียหรือ? ก่อนที่จะรู้เรื่องทั้งหมด เขาไม่มีทางทำเรื่องน่ารำคาญแบบนี้หรอก
ฟู่ซินหลางกล่าวขอบคุณจางชางเซิ่ง แล้วเดินขึ้นไปข้างบนเพียงลำพัง จากนั้นเขาก็เจอกับกวนเสี่ยว กวนเสี่ยวพาเขาเดินเข้าไปในห้องทำงานของคังอิง
พอเห็นว่าเป็นฟู่ซินหลาง คังอิงก็ลุกขึ้นจากเก้าอี้ทำงาน เธอเลิกคิ้วขึ้นสูง พลางมองดูผู้ชายที่ดูโทรมๆ ตรงหน้า แล้วเอ่ยถามว่า
“นายมาที่นี่ทำไม?”
“ทำไมฉันถึงมาไม่ได้? ที่นี่ไม่ใช่ที่ของเธอหรอกหรือ? ที่ของเธอก็คือที่ของฉัน” ฟู่ซินหลางตอบ
ฟู่ซินหลางยิ้มอย่างหน้าด้านๆ แต่พออยู่ต่อหน้าคังอิงที่ดูแข็งกร้าว เขาก็รู้สึกไม่ค่อยสบายใจเท่าไหร่นัก
“ขอโทษนะ พวกเราสองคนหย่ากันแล้ว ฉันสร้างห้างสรรพสินค้ามิตรภาพหลังจากที่หย่ากับนาย มันไม่เกี่ยวกับนายเลยสักนิด” คังอิงพูดด้วยความไม่เกรงใจ
เธอคิดว่าห้างสรรพสินค้าน่าจะมีรปภ. สักสองสามคน ถ้าฟู่ซินหลางยังดื้อดึงแบบนี้อีก เธอคงต้องให้รปภ. ลากเขาออกไป
“ฮ่าๆๆ คิดไม่ถึงเลยว่าหลังจากที่หย่ากับฉันแล้ว เธอจะกลายมาเป็นประธานคัง คังอิง บอกมาตามตรงเถอะ เงินของเธอมาจากไหนกันแน่? ถ้าไม่มีเงินหลายแสนหยวน คงไม่มีทางได้สิทธิ์ในการทำธุรกิจห้างแห่งนี้มาหรอกมั้ง?
ลองคิดดูสิ ตอนที่เธอถูกไล่ออกจากบ้าน เธอไม่มีเงินติดตัวสักแดง แล้วทำไมตอนนี้ถึงมีเงินมากขนาดนี้?
อ้อ ใช่แล้ว เธอไม่ได้ไม่มีอะไรเลย เธอยังมีเรือนร่างอันล้ำค่าของผู้หญิงไม่ใช่หรือ หรือว่านี่เป็นเงินที่เธอได้จากการใช้เรือนร่างนั่นเล่า?!”
ตอนที่ฟู่ซินหลางพูดประโยคนี้ออกมา ใบหน้าของเขาบิดเบี้ยวอย่างมาก ยิ่งเห็นคังอิงที่สวยสง่าราวกับดอกบัวเท่าไร เขาก็ยิ่งรู้สึกเจ็บปวดใจเท่านั้น
ถ้าเป็นผู้หญิงคนอื่นที่สวยเหมือนกับคังอิง เขาก็ได้แต่มองดูอยู่ห่างๆ ไม่กล้าเข้าใกล้
“ฟู่ซินหลาง พูดแบบนี้มันเกินไปแล้วนะ นายแต่งงานกับไป๋เหลียนฮวาแล้ว อย่ามาพูดจาเหลวไหลไร้สาระแบบนี้อีก ไม่งั้นฉันจะโทรหาไป๋เหลียนฮวามารับนายกลับบ้าน”
กล่าวจบ คังอิงก็ทำท่าจะหยิบโทรศัพท์บนโต๊ะทำงานขึ้นมา เธอรู้เบอร์โทรศัพท์ของร้านขายของชำที่อยู่ใกล้ๆ บ้านของตระกูลฟู่ ขอแค่โทรไปที่เบอร์โทรศัพท์นี้ ก็เรียกไป๋เหลียนฮวามาได้อย่างแน่นอน
พอเห็นว่าคังอิงทำท่าจะโทรศัพท์จริงๆ ฟู่ซินหลางก็ตกใจ เขารีบห้ามเธอ “อย่าโทร เรื่องของพวกเราไม่เกี่ยวอะไรกับเธอ!”
ดูท่าฟู่ซินหลางคงจะถูกไป๋เหลียนฮวาปราบจนอยู่หมัดแล้ว คังอิงจึงรู้สึกโล่งอก เธอกล่าวว่า
“ในเมื่อนายแต่งงานแล้ว ก็ทำตัวดีๆ กับเธอหน่อยเถอะ แล้วอย่าลืมนะ นายยังเป็นนักศึกษาของวิทยาลัยครูอำเภอหลี่ว์ ต่อไปนายต้องเป็นครู หากมีคนไปฟ้องว่านายเป็นคนที่มีจรรยาบรรณไม่ดี ดูสิว่าต่อไปนายจะไปสอนหนังสือเด็กได้ยังไง”
พอฟู่ซินหลางได้ฟัง แม้ว่าในใจของเขาจะไม่ยอมรับ แต่เขาก็ถูกคังอิงพูดแทงใจดำ ใบหน้าดูไม่ได้ของเขาเริ่มขยับปาก “ยังไงพวกเราก็เคยเป็นสามีภรรยากัน อย่าทำเกินไปนักเลย”
คังอิงไม่อยากได้ยินคำว่า ‘สามีภรรยา’ เลยสักนิด คนที่แต่งงานกับฟู่ซินหลางคือเจ้าของร่างเดิม ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับเธอเลย พอเห็นฟู่ซินหลาง เธอก็รู้สึกขยะแขยง คังอิงเงยหน้าขึ้นแล้วกล่าวว่า
“ประตูอยู่ด้านนั้น เชิญออกไปซะ!”
อันที่จริงวันนี้ฟู่ซินหลางรวบรวมความกล้ามาที่นี่ สิ่งเดียวที่เขาคิดไว้ก็คือ คังอิงในอดีตนั้นเป็นคนขี้ขลาดและยอมให้เขารังแก เขาคิดว่าคังอิงคงยังคงมีปมในใจ ขอแค่เขาข่มขู่เธอ เธอต้องยอมเขาแน่ๆ
ฟู่ซินหลางคิดไม่ถึงว่า คังอิงในตอนนี้ไม่รู้ว่าไปกินดีหมีมาจากไหน ถึงได้กล้าหาญขึ้นจนเขาไม่อาจขู่เธอได้
ในอดีตหากพวกเขาทะเลาะกัน ฟู่ซินหลางคงลงไม้ลงมือกับเธอไปแล้ว แต่ฟู่ซินหลางในตอนนี้ จะมีความกล้าหาญแบบนั้นได้อย่างไร?
เขาเดินถอยหลังออกมาจากห้องทำงานของคังอิงอย่างอับอายขายหน้า ห้องทำงานสุดหรู ชุดทำงานที่ดูประณีต และคังอิงผู้สง่างาม ทำให้ฟู่ซินหลางหมดหนทาง เขาทำได้เพียงก้าวถอยหลังออกมาจากห้องทำงานของคังอิงด้วยใบหน้าบูดบึ้ง
กวนเสี่ยวมีห้องทำงานที่อยู่ตรงข้ามกับห้องทำงานของประธาน พอเห็นว่าชายคนนั้นเดินออกจากห้องทำงานของประธานโดยไม่มีความเคลื่อนไหวผิดปกติ เธอก็รู้สึกโล่งอกขึ้นมาทันที
ทว่าไม่นานนัก เธอก็ได้ยินเสียงคังอิงเรียกเธอ กวนเสี่ยวรีบเดินเข้าไปในห้องทำงานของคังอิง คังอิงสั่งเธอว่า “คุณไปจ้างรปภ. มาสักสองคน ต่อไปนี้ห้ามคนนอกเข้ามาในโซนสำนักงาน”
กวนเสี่ยวรับคำทันที “ได้ค่ะ ฉันจะไปจัดการเดี๋ยวนี้เลย”
ดูท่าว่าชายคนนั้นกับประธานต้องมีเรื่องบาดหมางกันแน่ๆ ไม่อย่างนั้นพอเขาออกไปแล้ว ประธานคงไม่รีบจ้างรปภ. ทันทีแบบนี้หรอก
กวนเสี่ยวอยากถามประธานว่า เธอมีความสัมพันธ์แบบไหนกับชายคนนั้น แต่พอเห็นสีหน้าไม่สบายใจของคังอิงก็ไม่กล้าถาม
อย่างไรเสีย เธอก็จดจำใบหน้าของชายคนนั้นเอาไว้แล้ว ต่อไปนี้ถ้าเขามาหาประธานอีก เธอจะบอกเขาไปว่าประธานไม่อยู่ แล้วก็ไม่ให้เขาเข้ามาด้วย ก็เท่านั้นเอง