"ลูกจันทร์! รอด้วย!" เสียงเรียกชื่อของฉันดังมาจากคนที่วิ่งกรูเข้ามาทางฉัน ใช่แล้วล่ะลูกจันทร์คือชื่อของฉันเอง
"มีอะไรหรอผิง" ฉันเอ่ยถามผิงออกไป
"ลูกจันทร์อ่าาา ช่วยทำการบ้านให้ฉันหน่อยสิ คืนนี้ฉันไม่ว่างเลย นะๆ" ผิงทำหน้าออดอ้อนเป็เชิงขอร้อง
"อืม ได้สิ" เฮ้อ ปฏิเสธใครไม่เป็จริงๆเลยลูกจันทร์เอ๊ย
"ขอบคุณนะลูกจันทร์" ผิงยิ้มร่าพลางวิ่งออกไปหากลุ่มเพื่อนที่เดินกันออกมาจากประตูโรงเรียน ราวๆสี่คนได้
ฉันมองตามไปเพียงเล็กน้อยพร้อมกับความคิดที่ว่าหากฉันมีเพื่อนเยอะๆแบบผิงบ้างก็คงจะดีสินะ ฉันถอนหายใจเล็กน้อยก่อนจะหันหลังกลับมาเพื่อเดินทางไปยังบ้านของตัวเอง
ฉันกลับถึงบ้านโดยใช้เวลาเพียงไม่นานนัก ฉันเดินตรงดิ่งเข้าไปในห้องนอนของตัวเองพลางโยนกระเป๋าลงที่ข้างๆเตียงแล้วกระโจนตัวลงนอนแผ่บนเตียง วันนี้ก็ยังคงเป็อีกวันที่ฉันทั้งเหนื่อยทั้งเบื่อและโดดเดี่ยวไม่มีความสุขเลยกับการไปโรงเรียน ฉันนึกขึ้นได้ว่ามีการบ้านจึงพรวดพราดลุกขึ้นหยิบกระเป๋าเดินตรงไปยังโต๊ะทำงานฉันใช้เวลาใน่หัวค่ำทำการบ้านทั้งหมดจนเสร็จ แล้วหลังจากอาบน้ำกินข้าวเสร็จแล้วฉันนอนลงบนเตียงนอนที่เดิมพร้อมหยิบหนังสือเทพนิยายที่ฉันชอบมาอ่านเหมือนในทุกๆวัน
"อยากเข้าไปอยู่ในนั้นจัง มันคงจะวิเศษน่าดูเลยสินะ" ฉันพึมพำกับตัวเองเบาๆก่อนจะตั้งใจอ่านต่อ
เวลาผ่านล่วงเลยไปจนถึงเวลาเที่ยงคืนฉันคล้อยหลับไปอย่างช้าๆโดยมีหนังสืออยู่ในอ้อมกอด
เวลาล่วงเลยผ่านไปฉันลืมตาตื่นขึ้นมาในที่ที่ฉันไม่รู้จักแต่มันสวยงามมีพืชพันธุ์ที่ฉันไม่รู้จัก ดอกไม้ผลิบานส่งกลิ่นหอมเย้ายวนใจพรางมีแสงระยิบระยับงามตา ฉันตื่นตาตื่นใจมากเดินชื่นชมทุ่งดอกไม้นับพันอย่างร่าเริง นี่เป็ความรู้สึกมีความสุขจริงๆครั้งแรกในรอบหลายปีที่ผ่านมา ฉันเดินไปอย่างไม่ได้สนใจว่าเส้นทางที่รายล้อมด้วยดอกไม้จะสิ้นสุดลงที่ใด ฉันหยุดเดินมองบรรยากาศตรงหน้านิ่งๆอย่าเหม่อลอย
"หากเธอนั้นมีเื่ทุกใจให้ฉันได้ปลอบเธอได้ไหม...ลูกจันทร์" ฉันสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อได้ยินเสียงและร่างที่คุ้นเคยเดินเข้ามาใกล้ๆ "นี่เธออึ้งอะไรอยู่" เขาว่าเพราะฉันยืนนิ่งไปไม่พูดไม่จา แน่ล่ะสิเขาหายไปตั้งหลายวัน
"นายหายไปไหนมาตั้งหลายวัน" ฉันเอ่ยถามออกไปอย่างสงสัย
"เพราะเธอขอพรจากดาวให้หลับสนิทนี่ ฉันเลยมาเจอเธอไม่ได้" เขาพูดพลางทำหน้าหงอย
"ฉันขอโทษโฮชิ...." น้ำตาของฉันเริ่มเอ่อล้นออกจากตาเมื่อคิดถึงเื่ราวในหลายวันที่ผ่านมา
"อย่าร้องไห้อีกเลยนะคนเก่ง ฉันรู้ว่าเธอไม่ไหวแต่ฉันอยู่ตรงนี้แล้วนะลูกจันทร์" เขาโอบกอดฉันไว้พลางลูบหัวเบาๆ เป็กอดที่แสนจะอบอุ่นเหลือเกิน เขาปลอบฉันไปนานแค่ไหนฉันก็ไม่รู้ได้
ส่วนโฮชิเขาคือใครน่ะหรอเขาคือคนที่มีตัวตนอยู่ใน"โลกแห่งความฝัน"ของฉัน ชื่อของเขาแปลว่าดวงดาวในภาษาญี่ปุ่นแปลกดีที่ชื่อของเขาและฉันเป็ดวงดาวและดวงจันทร์ที่มักจะเป็คู่กันในนิทานที่ฉันได้ยินมา นอกจากจะเป็คนในฝันแล้วยังเป็คนที่ฉันใช้เวลาทุกค่ำคืนในความฝันอยู่กับเขาตลอดระยะเวลา3ปีที่ฉันเรียนอยู่ในรั้วโรงเรียน ในทุกครั้งที่ฉันเศร้าเขาก็จะปลอบโยน เมื่อมีความสุขเราก็จะมีความสุขไปด้วยกัน ฉันหวังเพียงว่าสักวันหนึ่งฉันจะลืมตาตื่นขึ้นมาแล้วพบเจอเขาในโลกแห่งความจริง มันจะเป็ไปได้ไหมไม่มีใครรู้
แต่แล้วความสุขไม่จีรังคำว่าตลอดไปไม่มีอยู่จริง ในคืนวันเกิดย่างเข้า 19 ปีนั้น ฉันหลับตาลงไปหาเขาในโลกแห่งความฝันเพื่อทวงคืนสัญญาที่เขาเคยบอกว่าจะให้เมื่อฉันในวันเกิดอายุครบ19ปี
"โฮชิ ฉันมาทวงสัญญา วันนี้นายจะให้อะไรฉันหรอ~" ฉันพูดด้วยน้ำเสียงยียวน
"วันนี้มาถึงแล้วสินะ" แววตาเขาดูเศร้าจนฉันใ
"ทำไมถึงดูเศร้าขนาดนี้ นายเป็อะไรโฮชิ" ฉันเอ่ยถามเพราะเป็ห่วงคนตรงหน้า
"ลูกจันทร์ พร้อมจะรับของขวัญจากฉันรึยัง" โฮชิจับมือฉันแล้วพูดอย่างแ่เบา
"อื้ม พร้อมแล้ว" ใจของฉันเต้นรัวเมื่อลุ้นในสิ่งที่เขาจะให้
"ด้วยคำอธิษฐานสุดท้ายของดวงดาวอย่างข้า ขอให้ลูกจันทร์หญิงผู้เป็ที่รักของข้าจงมีความสุขและมีเพียงแต่ฝันดีตลอดชั่วชีวิตด้วยเถิด" ร่างของโฮชิเปล่งแสงสว่างขึ้น ฉันใจนทำอะไรไม่ถูกงงไปหมดทุกอย่าง
"โฮชิ!!" เขาสวมกอดฉันไว้แน่นพร้อมกับร่างของเขาที่ค่อยๆจางหาย
"ลูกจันทร์...ต่อจากนี้จะมีความสุขแล้วนะจะฝันดีในทุกๆคืน จงใช้ชีวิตอยู่อย่างดี...ฉันรักเธอนะ" ไม่ทันที่ฉันจะได้ตอบอะไรร่างของเขาก็จางหายไปจนหมด ฉันร้องไห้ไปพร้อมกับความไม่เข้าใจว่าทำไมอยู่ๆเขาถึงสลายไปต่อหน้าต่อตา ไม่มีสัญญาณเตือนอะไรเลย เสียงนาฬิกาปลุกทำให้ฉันลืมตาตื่นขึ้นมาพร้อมกับน้ำตาที่เอ่อล้น เขาไปแล้ว ไปแล้วจริงๆ ไม่บอกกันก่อนเลยไม่ให้เวลากันทำใจเลยใจร้ายชะมัด สิ่งที่หวังไว้ว่าจะพบเจอบนโลกแห่งความจริงคงเป็ไปไม่ได้แล้วสินะ
แต่หลังจากเหตุการณ์นั้นผ่านมาฉันได้รู้ว่าโฮชิคือดวงดาวแห่งความสุขของฉันที่เขาได้รับพรในการได้เป็มนุษย์อยู่ในโลกแห่งความฝันเพื่อมอบความสุขให้กับฉันในทุกค่ำคืนที่ฉันได้ไปที่นั่น และคำอธิษฐานสุดท้ายของดวงดาวจะเป็จริงเสมอแต่ต้องแลกกับการสลายกลับไปเป็เพียงดวงดาวที่เปล่งแสงอยู่ได้เพียงบนฟ้า นั่นหมายความว่าโฮชิยอมสละตัวเองเพื่อให้คำอธิษฐานสุดท้ายเป็ของขวัญวันเกิดให้กับฉัน...ฉันจะใช้ชีวิตอยู่อย่างดีที่สุดนะโฮชิ ฉันรักนายเหมือนกัน น้ำตาของฉันค่อยๆไหลลงบนแก้มด้วยความคิดถึง
นิทานเื่หนึ่งเคยเล่าไว้ว่ามีดวงดาวดวงหนึ่งหลงรักดวงจันทร์มันคอยอยู่เคียงข้างดวงจันทร์เสมอมา ดวงดาวไม่เคยที่จะหันหลังให้ดวงจันทร์เลยสักครั้งเดียว มันมีความสุขมากกับการได้อยู่ข้างๆดวงจันทร์แต่โชคชนะตาต่างเล่นตลกเมื่อดวงจันทร์ป่วยลงแสงในตัวลดหรี่ลงเรื่อยๆ ดวงดาวที่รักดวงจันทร์มากมันจึงใช้คำอธิษฐานสุดท้ายขอให้ดวงจันทร์หายป่วยและสามารถกลับมาส่องสว่างได้เหมือนเดิม คำอธิษฐานเป็จริงดวงจันทร์หายดีแต่ดาวดวงนั้นก็ค่อยๆสลายหายไปจนหมดสิ้น
วันเวลาล่วงเลยผ่านไปหลายปี บางสิ่งผ่านเข้ามาบางสิ่งผ่านออกไป แต่สิ่งที่ไม่เคยเลือนหายไปจากความทรงจำของฉันคือดาวดวงนั้น ดวงดาวแห่งความสุขในโลกแห่งความฝัน...โฮชิ