เจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่

    เล่มที่ 3 บทที่ 62 มีแต่เรื่องน่าอาย

            ครั้งนี้ซูเจี่ยนอันพยายามเลือกสั่งอาหารอย่างระมัดระวัง

            จากครั้งที่แล้วเธอเจอลู่เป๋าเหยียนที่จุยเยว่เจวี้ยโดยบังเอิญความทรงจำที่เธอสั่งอาหารมาเต็มโต๊ะจนกินไม่หมดนั้นยังคงฝังใจเธอสาบานกับตัวเองไว้แล้วว่า จะไม่ยอมให้เกิดเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นซ้ำสองอีก

            เธอพิถีพิถันกับการสั่งอาหารตั้งแต่ประเภทเนื้อผัก จนถึงอาหารเจ ตอนที่ส่งลิสต์อาหารไปให้พนักงานน้ำซุปก็เข้ามาเสิร์ฟก่อนเป็นอย่างแรก

            น้ำซุปกระดูกที่เคี่ยวจนได้รสชาติสีขาวใสส่งกลิ่นหอมโชยแตะจมูกเมล็ดเก๋ากี้สีแดงที่ลอยอยู่ด้านบนราวกับดอกไม้สีสดใสที่อยู่ท่ามกลางหิมะสีขาวทำให้หม้อไฟยิ่งดูน่าทาน

            ซูเจี่ยนอันเร่งไฟให้ร้อนขึ้นอย่างคล่องแคล่วไม่นานน้ำซุปก็เริ่มเดือดในขณะเดียวกันที่เวทีตอนนี้ก็ถึงฉากที่พระนางต้องจากลากันพอดีเสียงเพลงเศร้าสร้อยที่บรรเลงขึ้นดึงดูดความสนใจของซูเจี่ยนอันให้หันไปมองจนเธอไม่ทันสังเกตว่าลู่เป๋าเหยียนกำลังมองเธออยู่

            ลู่เป๋าเหยียนมองเธอผ่านไออุ่นที่ลอยล่องจากหม้อไฟด้วยสายตาลึกล้ำเกินคาดเดา

            เขานึกไม่ถึงว่าตนเองจะสูญเสียการควบคุมในเรื่องทั้งหมดอย่างสิ้นเชิง

            ตอนที่เขาตกลงแต่งงานกับเธอเขาเตรียมพร้อมสำหรับการหย่าเอาไว้แล้ว

            คำพูดเย็นชาไร้ความรู้สึกทั้งหมดที่พูดกับเธอล้วนแต่เป็นคำพูดเตือนใจตัวเองทั้งนั้น เขานึกว่าเมื่อถึงเวลาเขาจะสามารถปล่อยมือจากเธอไปได้อย่างไม่ต้องลังเลเหมือนกับช่วงเวลาหลายปีที่ผ่านมา ที่เขาพยายามไม่หันไปมองเธอ ไม่สนใจเธอทำตัวราวกับเป็นคนแปลกหน้าที่เคยรู้จักกัน

            แต่เรื่องทั้งหมดเริ่มผิดแผนยิ่งใกล้เธอมากขึ้นเท่าไร เขาก็ยิ่งอยากผูกมัดเธอเอาไว้ข้างกายไปตลอดชีวิตผู้ชายทุกคนที่คิดเกินเลยกับเธอ เปรียบเสมือนศัตรูที่คอยขวางทางเขา โดยเฉพาะชายคนนั้นคนที่เธอชอบ

            ตอนที่เขาเริ่มรู้ตัวว่าตัวเองกำลังสูญเสียการควบคุมมันก็สายเกินไปแล้วไม่อย่างนั้นคงไม่ลังเลว่าจะปล่อยมือจากเธอไปดีหรือไม่อยู่นานสองนานแถมวันรุ่งขึ้นก็คงไม่จูบเธออย่างป่าเถื่อนเพื่อลงโทษแบบนั้น

            เขาประเมินตัวเองไว้สูงไปในขณะเดียวกันก็ประเมินอิทธิพลของซูเจี่ยนอันที่มีต่อเขาไว้ต่ำไปเช่นเดียวกัน

            แต่เขาไม่คิดจะหาทางแก้ปัญหาเรื่องนี้อีกต่อไปเขาเลือกแล้วที่จะพาเธอเข้าสู่อีกโลกหนึ่งของเขา

            โลกที่ไม่มีใครเคยรู้โลกที่เธอไม่อาจจินตนาการ...

            อีกสองปีข้างหน้าจะอยู่หรือจะไปเขาขอจะมอบอำนาจในการเลือกให้กับซูเจี่ยนอัน

            “เนื้อวัวติดมันผักกาดขาว และเห็ดหอมมาแล้วค่ะ”

            เนื้อวัวติดมันสดใหม่ถูกสไลด์ม้วนเป็นแผ่นบางและจัดเรียงบนจานอย่างสวยงามผักสดที่ถูกส่งมาจากฟาร์มออร์แกนิคที่นอกเมืองนั้น ถูกล้างมาอย่างสะอาดจนได้กลิ่นอายน้ำบริสุทธิ์ลอยออกมา

            ความสนใจของซูเจี่ยนอันถูกกลิ่นน้ำซุปหอมๆดึงกลับมา ท้องเธอเริ่มส่งเสียงร้องจ๊อกๆ โดยอัตโนมัติ

            เธอมองหน้าลู่เป๋าเหยียนที่กำลังยิ้มบางพลางเบ้ปาก

            “ฉันไม่ค่อยได้กินอะไรมาทั้งวันนี่นาท้องจะร้องประท้วงขึ้นมาก็ไม่แปลกนี่...”

            ลู่เป๋าเหยียนไม่ได้พูดอะไรอีกเขาคีบเนื้อวัวติดมันที่ลวกสุกแล้วให้กับเธอ

            ซูเจี่ยนอันเองก็ไม่เกรงใจเธอจิ้มซอสและส่งมันเข้าปากในทันที รสชาตินุ่มของเนื้อ กลิ่นหอมของซุป และน้ำจิ้มซาฉาเผ็ดๆ หวานๆ ที่ชุ่มฉ่ำอยู่ในปากนี่มันงานเลี้ยงสุดหรูสำหรับเธอชัดๆ

            เธอกินด้วยสีหน้าพอใจพลางคิดเรียบเรียงคำพูดว่าจะอธิบายความอร่อยที่เพิ่งได้รับเมื่อครู่ให้กับลู่เป๋าเหยียนฟังอย่างไรดีแต่ลู่เป๋าเหยียนกลับคีบผักให้กับเธอด้วยรอยยิ้มน้อยๆ และพูดว่า

            “ค่อยๆ กิน ถ้าไม่พอค่อยสั่งอีกก็ได้”

            ซูเจี่ยนอันนิ่งไป

            ไม่รู้ว่าเป็นเพราะควันหอมฟุ้งที่ลอยอยู่ตรงหน้าทำให้ตาฝาดหรือเปล่าแต่เธอไม่เห็นร่องรอยของความเย็นชาในสายตาของเขาสักนิดใบหน้าหล่อเหลาของเขาในตอนนี้ทำเอาใจของเธอเต้นแรง

            ว่าแล้วจึงรีบก้มหน้าก้มหน้ากินอาหารต่อไป

            เธอคาดหวังไว้ต่ำไปหรือเปล่าเนี่ยแค่นี้เธอก็คิดว่าลู่เป๋าเหยียนอ่อนโยนแล้วเหรอ...

            เมื่อการแสดงชุดเดิมจบลงซูเจี่ยนอันก็กินอิ่มพอดี เธอเงยหน้าขึ้นมาแล้วจึงเห็นจานของลู่เป๋าเหยียนที่เลอะน้ำซุปอยู่เพียงเล็กน้อยไม่เหมือนจานของเธอที่เลอะเทอะจากการกินไปหมด ดูท่าเขาจะกินไปไม่มาก

            “ทำไมนายไม่กินล่ะ”เธอถามอย่างสงสัย “อาหารออกจะอร่อย”

            ลู่เป๋าเหยียนไม่ตอบแถมถามย้อนกลับ“เธออิ่มแล้วเหรอ”

            เขารอให้เธอกินอิ่มแล้วค่อยกินงั้นเหรอ?

            ซูเจี่ยนอันรู้สึกซาบซึ้งขึ้นมาเธอพยักหน้าอย่างแรง

            “อืม! ฉันอิ่มแล้วตาฉันลวกให้นายบ้างนะ!”

            ที่ลู่เป๋าเหยียนไม่กินก็เพราะว่าปกติเขาไม่ชอบกินหม้อไฟเวลาเห็นตะเกียบหลายคู่ที่ถูกจุ่มลงไปในหม้อเดียวกัน เขามักหมดความอยากอาหารทุกทีแต่ยังไม่ทันที่ปฏิเสธออกไป ซูเจี่ยนอันก็จัดการลวกเนื้อวัวให้เขาพลางยิ้มอย่างพอใจ

            “จิ้มน้ำจิ้มสักหน่อยอร่อยสุดๆเลยนะ ไม่เชื่อนายลองกินดูสิ!”

            เขาสามารถปฏิเสธเนื้อวัวได้ก็จริงแต่เขาไม่อาจปฏิเสธรอยยิ้มของเธอได้ จึงลองชิมดูตามที่ซูเจี่ยนอันบอกรสชาติก็ไม่ได้แย่อะไร

            “อร่อยใช่หรือเปล่า”ซูเจี่ยนอันยังคงลวกต่อไป “น่าเสียดายที่เมือง A ไม่มีร้านแบบนี้”

            “เธอชอบ?” ลู่เป๋าเหยียนถาม

            “ชอบสิ!”ซูเจี่ยนอันจัดการวางผักกาดที่ลวกแล้วลงบนจานของลู่เป๋าเหยียน

            “การกินหม้อไฟเป็นอะไรที่สนุกนะหลายๆ คนนั่งล้อมอยู่ด้วยกันอย่างสนิสนม เฮ้อ...ฉันเริ่มอยากกินอีกแล้วสิ”

            ว่าแล้วเธอก็คีบผักกาดขาวที่อยู่บนจานของลู่เป๋าเหยียนขึ้นมาจิ้มน้ำจิ้มและส่งเข้าปาก

            เธอเป็นคนแรกที่กล้าทำแบบนี้แต่ลู่เป๋าเหยียนกลับไม่รู้สึกรังเกียจอะไร ตอนนี้เขายังคงคิดถึงคำพูดเมื่อครู่สนิทสนมอย่างนั้นเหรอ

            เขายิ้มมุมปาก“มู่ซือเจวี๋ยกำลังคิดจะเปิดสาขาที่เมือง A พอดี”

            “เอ๋?” ซูเจี่ยนอันพูดด้วยสีหน้าแปลกใจ“จริงเหรอ เขาทำธุรกิจร้านอาหารงั้นเหรอ?”

            “อืม...”

            ซูเจี่ยนอันพูดอย่างตื่นเต้น“งั้นรอเขาเปิดร้านสาขาเมื่อไร ฉันจะต้องไปชิมให้ได้เลย”

            คุณชายเจ็ดตระกูลมู่ของเมือง G คนที่สามารถเรียกลมเรียกฝนได้อย่างมู่ซือเจวี๋ยกลับกลายเป็นเถ้าแก่ประจำร้านหม้อไฟไปเสียแล้วขนาดเจ้าตัวยังไม่เคยรู้เลยว่าตนจะไปเปิดร้านสาขาที่เมือง A

            กว่าซูเจี่ยนอันกับลู่เป๋าเหยียนออกจากร้านก็สองทุ่มกว่าแล้วอากาศตอนกลางคืนเริ่มเย็นลงกว่าเดิม ลู่เป๋าเหยียนจูงมือซูเจี่ยนอันพลางกล่าว

            “ดึกแล้วเรากลับโรงแรมไปพักผ่อนกันเถอะ”

            ซูเจี่ยนอันชี้ไปยังสวนสาธารณะด้านหน้า“ฉันอยากเดินเล่น”

            ลู่เป๋าเหยียนถามอย่างสงสัย“เธอไหว?”

            “แล้วทำไมจะไม่ไหว?”

            เธอก็นับว่าเป็นตำรวจเหมือนกันนะ!ผ่านการฝึกมาก็เยอะ!

            ซูเจี่ยนอันกระโดดขึ้นลงสองทีเพื่อแสดงความแข็งแกร่งของตัวเองอย่างไม่ยอมแพ้

            “ดูสิ ฉัน...”

            จู่ๆ รอยยิ้มของเธอก็ชะงักค้าง

            ลู่เป๋าเหยียนขมวดคิ้วมุ่น“เป็นอะไรหรือเปล่า”

            “ปะ เปล่า”ซูเจี่ยนอันหน้าแดงเป็นลูกตำลึง “ฉันกลับไปร้านอาหารแป๊บหนึ่งนะ”

            ว่าแล้วเธอก็หมุนตัววิ่งกลับไปลู่เป๋าเหยียนคิดจะรั้งเธอไว้ถามให้หายสงสัยแต่ทว่าสายตากลับมองไปเห็นรอยเปื้อนสีแดงบนกางเกงของเธอโดยไม่ตั้งใจเขาเข้าใจในทันที หูของเขาเริ่มร้อนขึ้นมาพลางเดินกลับร้านอาหารตามหลังเธอไป

            ซูเจี่ยนอันขอความช่วยเหลือจากพนักงานซึ่วจำได้ว่าเธอคือคุณนายลู่จึงบอกว่า

            “คุณเข้าไปรอที่ห้องน้ำก่อนนะคะเดี๋ยวฉันไปหยิบมาให้”

            “ขอบคุณค่ะ”

            ซูเจี่ยนอันซาบซึ้งสุดหัวใจเมื่อเธอออกมาจากห้องน้ำ ก็เจอลู่เป๋าเหยียนที่กำลังยืนรออยู่พอดี

            เขาต้องรู้แล้วแน่ๆซูเจี่ยนอันคิดแล้วได้แต่ก้มหน้าแดงๆ ของเธอพลางพูด

            “ไปกันเถอะ”

            ลู่เป๋าเหยียนไม่ขยับเขายื่นเสื้อคลุมให้เธอ

            “ใส่ไว้”

            ซูเจี่ยนอันนิ่งไป

            “ฉันไม่หนาว”

            ลู่เป๋าเหยียนตอบด้วยสีหน้าแปลกๆ

            “กางเกงเธอ”

            ซูเจี่ยนอันรีบหันไปส่องกระจกด้านหลังในทันทีหรือว่า...

            เธออยากจะเป็นลมซูเจี่ยนอันหน้าแดงจนร้อนไปหมดเธอรับเสื้อคลุมของลู่เป๋าเหยียนเอาไว้และรีบใส่ทับในทันที จากนั้นจึงวิ่งหนีไป

            นอกจากเรื่องที่แม่จากเธอไปชีวิตของเธอก็ราบรื่นมาโดยตลอด ไม่ว่าจะเรื่องเรียนหรือเรื่องงานแต่ดูท่าสวรรค์คงเห็นว่าเธอได้ใจมากเกินไป จึงลงโทษให้เธอทำแต่เรื่องขายหน้าต่อหน้าลู่เป๋าเหยียนไม่หยุดหย่อน

            เขาคือคนสุดท้ายที่เธออยากให้เห็นเรื่องน่าอายพวกนี้

            ซูเจี่ยนอันคิดพลางถอนหายใจเงาดำพาดผ่านเข้ามาพร้อมกับมืออุ่นอันคุ้นเคยที่เข้ามากุมมือเธอไว้

            เธอหันกลับไปมองคนที่จูงมือเธอสีหน้าเขาดูปกติ สายตาเข้มดูสงบนิ่ง แสงไฟที่สะท้อนบนร่างสูง ถึงจะไม่ชัดเจนแต่ก็เห็นได้ถึงโครงหน้าเด่นชัดอันหล่อเหลาของเขา

            “คนขับจอดรถไว้ที่ด้านหน้าประตูใหญ่ของสวนสาธารณะพวกเราเดินไปแล้วกัน”

            เสียงของเขาดั่งมีเวทมนตร์เมื่อได้ยินดังนั้น เธอจึงเดินตามเขาไปอย่างไม่รู้ตัว

            สวนสาธารณะแห่งนี้ใหญ่มากประตูใหญ่ด้านหน้าอยู่ใกล้กับทิศใต้ของสถานีรถไฟฟ้าใต้ดินจากร้านอาหารจะใช้เวลาเดินประมาณสิบกว่านาที ระหว่างทางสามารถเดินเล่นริมแม่น้ำเพื่อชมวิวทิวทัศน์และเรือท่องเที่ยวที่ติดไฟหลากสี

            ที่นี่เงียบสงบเสียจนซูเจี่ยนอันได้ยินเสียงหัวใจเต้นของตัวเอง

            เธอไม่เคยเดินเล่นกับเขาแบบนี้เธอสัมผัสได้ถึงมืออุ่นที่กำลังกุมมือเธออย่างชัดเจนซูเจี่ยนอันลอบมองซีกหน้าด้านข้างของเขาเพียงแค่เสี้ยวเดียวของใบหน้าก็ทำให้หัวใจเธอเริ่มเต้นแรง

            หลังจากที่กระโดดขึ้นลงเมื่อกี้ท้องน้อยของเธอก็เริ่มปวดอีกครั้ง แต่ถึงจะอย่างนั้นเธอก็อยากให้ทางเดินแห่งนี้ทอดยาวออกไปสักนิด เธอยอมเดินอยู่อย่างนี้ตลอดไป

            ลู่เป๋าเหยียนรู้สึกได้ว่ามือน้อยที่เขากุมอยู่เริ่มเกร็งจึงหันไปมองและสบตากับเจ้าตัวพอดี

            ซูเจี่ยนอันมีดวงตากลมโตคู่งามนัยน์ตาของเธอไร้ซึ่งมารยาใดๆ และมักทอประกายสดใสบริสุทธิ์อย่างไม่มีสิ่งเจือปน

            ต่อให้ท้องฟ้ายามค่ำคืนจะมืดแค่ไหนก็ไม่อาจกลบความสว่างสดใสในนัยน์ตาเธอได้

            ดวงตาคู่นี้คือคู่ที่มองผ่านเข้าไปในหัวใจของเขาตั้งแต่เมื่อสิบปีก่อน

            ซูเจี่ยนอันไม่นึกว่าเขาจะหันมาสบตากับเธอดวงตาของลู่เป๋าเหยียนดำสนิทเสียยิ่งกว่าท้องฟ้ายามค่ำคืน ทุกครั้งที่สบตาเขาเธอมักจะรู้สึกเหมือนโดนดึงดูดเข้าไปอย่างไม่อาจต้านทาน

            เธอหลุบตาลงพลางถาม

            “มีอะไรเหรอ”

            “เธอหนาวมากงั้นเหรอ”ลู่เป๋าเหยียนถาม

            “เปล่านะ”ซูเจี่ยนอันเงยหน้าขึ้นมา “ทำไมถึงถามแบบนั้น”

            ลู่เป๋าเหยียนลูบมือน้อยที่เกร็งขึ้นเมื่อครู่พลางกระชับมือให้แน่นขึ้น

            “ไม่หนาวก็ดีแล้วไปกันเถอะ”

            “อืม”

            ซูเจี่ยนอันเดินตามลู่เป๋าเหยียนไปอย่างว่าง่ายโดยไม่กล้าแอบมองเขาอีกเลยตลอดทาง

            หลังจากเดินไปได้ประมาณสิบกว่านาทีพวกเธอก็มาถึงที่หมาย รถ S 600 จอดรอพวกเธออยู่ที่ด้านหน้า ซูเจี่ยนอันถอนหายใจพลางขึ้นรถไปลู่เป๋าเหยียนสั่งให้คนขับตรงไปที่โรงแรมทันที

            เมื่อกลับมาถึงห้องซูเจี่ยนอันก็เตรียมตัวอาบน้ำ แต่เมื่อเดินเข้าห้องน้ำมาก็นึกขึ้นได้ถึงเรื่องชุดนอนของตน

            ชุดนอนสองชุดที่เลขาสาวซื้อมาให้เมื่อวานอีกชุดหนึ่งโป๊ยิ่งกว่าชุดเดิมเสียอีก ตอนแรกเธอตั้งใจจะไปซื้อใหม่วันนี้แต่ดูท่าคงไม่ทันแล้ว

            สุดท้ายคงต้องใส่ชุดเดิมสินะว่าแล้วเธอก็อดย้อนคิดไปถึงภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อวานไม่ได้จนหน้านวลเริ่มแดงก่ำขึ้นมาทีละนิด...

    คล้ายกับเรื่องเจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่ ที่คุณอ่าน

    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    485K 891
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    775K 1120
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    นิยาย รัก
    635K 1371
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    94K 1199
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    นิยาย รัก
    149K 452