เอโดะ ชิน ต้องแปลกใจกับการเผชิญหน้าเมื่อหันกลับในฉับพลันร่างผอมผงะเซถอยจนหลังชิดขอบประตูห้องน้ำหญิง ดวงตาเบิกโพลงออกอาการเลิ่กลั่กมือหนึ่งชี้ไปในห้องน้ำอีกมือหนึ่งชี้ไปยังคนที่ยืนมองตนสลับไปมาอย่างเก้อเขินกับสายตาที่จับจ้องั้แ่ปลายผมจรดปลายเท้าคิ้วขมวดแน่นดวงตาขุ่นเคืองทั้งดูดุดันไม่พอใจปะปนไปด้วยความสงสัยและคำถาม
“จะเข้าห้องน้ำหญิงไปทำไมกันห้องน้ำชายอยู่ด้านนั้นนะชินคุง หรือนายเป็พวกโรคจิตชอบถ้ำมองผู้หญิงกัน”
“เอ่อ ไม่ใช่อย่างที่คุณคิดนะครับ ผมเห็นคุณออกมานานเลยเป็ห่วงนึกว่าเมาหลับในห้องน้ำ”เขากุมมือตนเองไว้ด้านหน้าบอกหญิงสาวทั้งที่ไม่กล้าสบสายตาได้แต่ชำเลืองขึ้นมอง
“หึ แบบนี้นี่เอง”เธอกล่าวพลางยกแขนขึ้นกอดอกมองชายตรงหน้าแล้วยิ้มมุมปาก
“ไม่ต้องห่วงหรอกฉันไม่เป็อะไร ขอบใจมากที่หายมานานเพราะทำอะไรสนุกๆ เพลินไปหน่อย”
“เอ่อ ครับ”ความขี้อายของเขาทำให้ร่างผอมสูงยังไม่กล้าเงยหน้าขึ้นแล้วสบตากับเธอตรงๆทั้งที่หญิงสาวร่างน่าฟัดเตี้ยกว่าเขามากเอาแต่ผงกหัวปลกๆ จนหญิงสาวถอนหายใจ
“นี่นายขวางทางฉันอยู่นะชินคุงฉันอยากเข้าห้องน้ำแล้ว”
“อ๋อเอ่อ ขอโทษครับ” เอโดะ ชิน เบี่ยงตัวออกทั้งที่ทางก็กว้างเธอจะเดินผ่านเข้าไปก็ได้แต่เลือกที่จะบอกให้ร่างผอมหลีกทาง
“ฮิคารุจัง”
“หืม” เธอหันมามองเขาอีกครั้ง
“เอ่อผมมีเื่อยากจะสารภาพกับคุณน่ะ”
“หน้าห้องน้ำเนี่ยนะ”
“เอ่อ ครับ”
“งั้นรอเดี๋ยว”เธอบอกแล้วหันหลังเข้าห้องน้ำร่างสูงถอยกลับมายืนรอที่เดิมกับตอนแรกไม่นานนักฮิคารุ ก็ออกมา เธอจัดเสื้อผ้าเดินผ่านเขาอย่างไม่แยแสจน เอโดะ ชินรีบเรียกตามหญิงสาวถึงชะงักแล้วหันกลับไปมอง
“มีอะไรเหรอ”
“เอ่อ เมื่อกี้ผมบอกว่ามีเื่จะสารภาพ”
“อ๋อจริงสิลืมไปเลย ว่ามาสิฉันรอฟังอยู่”เธอกล่าวยกแขนขึ้นกอดอกตนมองคนด้านหน้าด้วยสายตาเ็า
“ฮิคารุจัง คือ... จะรังเกียจไหมครับ ถ้า... ผมจะบอกว่าผมชอบคุณมานานแล้วจะเป็ไปได้หรือเปล่าถ้าเราจะคบกัน”
“เราเหรอ”
“ครับ” เธอถามมาสั้นๆ และ เอโดะ ชิน ก็ตอบห้วนๆทว่าสิ่งที่ชายหนุ่มคาดไม่ถึงคือ ทาคุมะ ฮิคารุก้าวเข้าประชิดตัวเขาทันทีกับมือที่จับเป้ากางเกงแบบตั้งรับไม่ทันมองหน้าเขาเขม็ง ร่างสูงขมวดคิ้วมองเธอด้วยความงุนงงในสถานการณ์ชั่วขณะหนึ่งก็คิดว่าตนประสบความสำเร็จแล้วและนี่คือการตอบรับการขอคบของเขาจากเธอแต่ใจหนึ่งกลับไม่เห็นความพึงพอใจในแววตาของเธอเลย
“เล็ก อย่างกับปากกาแน่ะ”
“หา!!!?” เขาขมวดคิ้วหรี่ตามองผู้หญิงตรงหน้าทันทีแต่ยังไม่ทันได้ถามว่าเธอหมายถึงอะไรฮิคารุก็ชิงพูดมันออกมาก่อน
“แค่นี้เอง นี่ขนาดฉันคลึงตั้งนานแล้วนะธรรมชาติของผู้ชายถ้าโดนแบบนี้มันขยายไปแล้ว นี่อะไร” เธอชักมือกลับมองที่เป้ายิ้มยกมุมปากขวาแล้วเงยหน้ามองเขา
“ทำไมถึงเล็กอย่างนี้ล่ะแล้วจะสะกิดฉันให้หวั่นไหวได้เหรอ”
“วะ ว่าไงนะคุณพูดเื่อะไรเหรอฮิคารุจังผมไม่เข้าใจ”
“ชิ ซื่อบื้อจริง ถามหน่อยเหอะไม่ได้ใช้งานสินะถึงได้เล็กแบบนี้ คนอย่างนายนี่เหรอที่คิดอยากคบกับฉัน หึๆ”ว่าแล้วเธอก็ส่ายหน้าแสยะยิ้มทั้งมองเหยียดหยามหันหลังเดินจากไป ตอนนั้นเองที่เอโดะ ชิน สังเกตเห็นว่ามีชายคนหนึ่งยืนเอียงตัวเท้าแขนซ้ายไว้บนผนังขาไขว้กัน แขนอีกข้างเท้าสะเอวมองมายังตน สีหน้าแววตาของชายคนนั้นไม่ต่างจากฮิคารุจังคนคนนั้นคือ ทาโคโร่ อาซุมะ เขาหันไปยิ้มหวานให้เธอขณะเดินผ่านสายตาที่มองผู้หญิงที่เอโดะ ชิน แอบรักมันช่างหยาดเยิ้มเย้ายวน
ร่างผอมสูงยืนนิ่งก้มลงสะกดกลั้นน้ำตา ยังงงไม่หายว่าผู้หญิงคนนั้นพูดอะไรก่อนจะตัดสินใจเดินไปยังห้องน้ำชายเพื่อล้างหน้าล้างตาแต่พอถึงจุดที่ ทาโคโร่ อาซุมะ ยืนอยู่เขากลับต้องหยุดฝีเท้าลงเมื่อถูกชายผู้นั้นทักทายเอโดะ ชิน ยังไม่รู้เลยว่าร่างที่สูงพอกันกับตนแต่หุ่นหนากว่าหลายขุมมายืนอยู่ตรงนี้นานหรือยังและได้ยินได้เห็นอะไรบ้าง
“ไงพ่อหนุ่ม สารภาพรักแล้วสาวไม่รับเหรอ”น้ำเสียงของเขาช่างเย้ยหยัน
“เอ๋!!?”
“หึๆ สงสัยเหรอว่าฉันได้ยินอะไรบ้าง ”
“พี่มาตรงนี้ั้แ่เมื่อไหร่ครับ” เขาถามอย่างให้เกียรติเพราะอาซุมะอายุมากกว่าสองปีในขณะที่ชินคุงอายุยี่สิบหก
“นายคงไม่ได้สังเกตสินะ ฉันก็เดินมาพร้อมเธอไงล่ะ”
“เอ๋!!?”
“เราเดินออกมาจากตรงนั้นพร้อมกัน” อาซุมะชี้
‘หมะ หมายความว่ายังไงกันเขากับเธอเดินออกมาจากห้องสุดท้ายงั้นเหรอ’ดวงตาชายหนุ่มว่างเปล่ากับสิ่งที่ได้รู้แต่ยังหลอกตนเองว่าเป็ไปไม่ได้และไม่ยอมเชื่อสิ่งที่ได้ยินกับหูตราบใดที่ตนยังไม่เห็นกับตาเื่ที่อาซุมะพูดก็ไร้น้ำหนักขณะที่เขานิ่งเงียบอีกฝ่ายจึงเริ่มพูดต่อ
“ฉันจะบอกอะไรให้ ฮิคารุเธอเด็ดเป็บ้าฉันไม่เคยตื่นเต้นแบบนี้มาก่อน ร่านดีฉันชอบตอบสนองไวไม่แข็งเป็ขอนไม้ เอาแต่เอียงอายเหมือนผู้หญิงบางคนจะจับทีต้องคอยปิดล่างปิดบน”
“เอ๋!!?นี่พี่มีแฟนแล้วเหรอ”
“แล้วไงใครสนล่ะ ก็แค่ของตาย”
“หา!!พี่ไม่กลัวผมไปบอกฮิคารุจังเหรอ”
“นี่ชินคุง ไร้ประโยชน์น่า คิดเหรอว่าเธอจะเชื่อเปลี่ยนใจจากฉันไปคบนายน่ะหึๆๆ แบบนายเธอไม่เอาหรอก ผิวขาวจนซีด ผอมกะหร่องอย่างกับพวกขี้โรค แบบฉันนี่ผิวสีแทนกล้ามเป็มัดๆ และปึ๋งปั๋งทันใจส่วนของนาย...”
ทาโคโร่ อาซุมะ หยุดพูดละสายตาจากใบหน้า เอโดะชิน เลื่อนลงไปจับจ้องด้านล่างแล้วช้อนสายตาขึ้นมองชินคุงอีกครั้งแววตาคู่นั้นมันเต็มไปด้วยการหยามเกียรติ ไหนจะปากที่แสยะยิ้มจนน่าหมั่นไส้ยกมือขึ้นตบไหล่ชินคุงสามครั้งทิ้งท้ายคำพูดทิ่มแทงใจ
“ปากกาแท่งเล็กอย่างนายสู้แตงกวาญี่ปุ่นฝังมุขอย่างฉันไม่ได้หรอกน้องชาย”