หญิงสาวเห็นที่ท่าทีของร่างสูงที่ดูเป็ห่วงเป็ใยคนตรงหน้าซะเหลือเกิน น้ำเสียงและแววตาจดจ้องมองหาสาเหตุที่ทำให้น้องเจ็บ มือประคองร่างเล็กลงนั่งข้างกาย เธอพยายามกลืนข้าวลงคออย่างยากลำบาก ความอยากอาหารก่อนหน้านี้หายไปหมดแล้ว ที่ตรงนั้น ข้างๆเขาเธอไม่แม้แต่จะเคยนั่ง เธอไม่เคยทำตัวเป็เ้าของหรือแสดงออกมากจนเกินไป นั่นก็ถูกแล้ว! เพราะฟ้ากับเธอไม่เคยเป็อะไรกัน เธอไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะหึงด้วยซ้ำ เธอก็แค่รักเขาฝ่ายเดียว เข้าหาเขาฝ่ายเดียวมาตลอดโดยไม่เคยถามเขาเลยว่า้าหรือเปล่า ช้อนในมือสั่นจนต้องรีบปล่อย ความรู้สึกมากมายหลั่งไหลเข้ามาจนน้ำตาคลอ เธอหันไปแตะแขนเพื่อนเบาๆ ด้วยสีหน้าไม่สู้ดีนัก
"พาเราออกไปหน่อย ขอร้อง"
คำสุดท้ายถูกเอ่ยออกมาอย่างแ่เบาจนแทบไม่ได้ยิน เชอร์รี่ที่นั่งอยู่ข้างกันคว้ามือบางลุกขึ้นเดินตัวปลิวออกไปโดยมีนุ่นกับนัตตี้เดินเร็วตามมาติดๆ
เชอร์รี่จูงมือเพื่อนรักที่พวกเขามักจะเรียกว่าลูกสาวมายังสวนด้านหลังคณะที่เงียบสงบไร้ผู้คน จึงปล่อยมือบางให้เป็อิสระพวกเราต่างไม่มีใครพูดอะไรออกมาสักคนเพียงแค่นั่งอยู่ข้างๆเท่านั้น
บางครั้งความรักก็เป็เื่ที่ไร้เหตุผล ต่อให้เราจะพยายามใช้เหตุผลมากแค่ไหนก็ตาม เมื่อคนเราผิดหวังในความรัก สิ่งแรกที่เราทำคือคิดหาเหตุผลว่าทำไม เป็เพราะอะไร เราพลาดอะไรไปหรือเปล่านะ แต่เราลืมนึกไปว่าบางครั้งการรักใครสักคนก็ไม่ต้องใช้เหตุผล ชอบก็คือชอบ รักก็คือรัก เพราะฉะนั้นการที่เขาไม่รักก็ไม่ต้องใช้เหตุผลเหมือนกัน ไม่รักก็คือไม่รัก
"กูไม่ปลอบมึงหรอกนะ เพราะสิ่งที่กูจะพูดมึงก็คงรู้เหมือนกัน"
นัตตี้จับมือเพื่อนตัวเล็กเอาไว้แน่นอีกฝั่งก็เป็เชอร์รี่จับไว้เช่นกัน
ใช่แล้ว! คำปลอมโยนมากมายพวกนั่นไม่จำเป็ต้องพูดออกมาหรอกเราต่างก็รู้ดี แต่จะทำได้ไหมเป็อีกเื่ เพราะต่อให้ร่ายคำพูดเป็หน้ากระดาษก็คงไม่ช่วยอะไร เพราะงั้นก็ปล่อยให้ตัวเราเองมีเวลาเสียใจกับตัวเองเถอะ นั่งเงียบๆให้ความคิดได้ตกผลึก คนเรามีวิธีคิดไม่เหมือนกันแต่เชื่อเถอะ... เราจะมีวิธีคิดเพื่อปกป้องตัวและใจของเราเอง แค่มีคนนั่งอยู่เคียงข้างก็พอแล้ว
"ถ้าพี่เขาคบกับน้องคนนั้นจริงๆละ" นุ่นเอ่ยถามเพื่อนเสียงเบา
"ถ้าฟ้าเลือกแบบนั้นเราก็ยินดี" นางยิ้มออกมาน้อยๆตาเหม่อมองไปที่สระบัวตรงหน้า
"ทำไมแกยอมง่ายจังว่ะ หรือว่าแกไม่ได้รักพี่เขามากขนาดนั้นแล้วเหรอ"
"รักสิ รักมากกว่าวันแรกที่คิดจะรักซะอีก"
"ถ้ารักขนาดนี้แล้วทำไมยังปล่อยให้เขาไปรักคนอื่นละ"
"เพราะั้แ่ครั้งแรกที่คิดจะรัก เรายกให้เขาเป็ส่วนหนึ่งของชีวิตยังไงละ ความคิดส่วนหนึ่งก็จะคิดเผื่อเขาอยู่เสมอ วันนี้จะกินอะไรอยู่นะ เรียนเสร็จแล้วฟ้าจะไปไหนนะ วันนี้เหนื่อยไหม? มีใครทำให้หนักใจหรือเปล่า ไม่เคยอยากให้มีอะไรมาทำให้เขาไม่มีความสุขเลย แม้แต่เราเองก็ไม่ได้รับอนุญาติให้ทำ ถ้าหากว่าวันนี้คนที่ทำให้ฟ้ามีความสุขและยิ้มได้ไม่ใช่เรา เราก็พร้อมที่ถอยออกมา คอยเฝ้ามองเขาอยู่ห่างๆ เราเข้าใจดีว่าถ้าฟ้ายังมีเราค่อยวนเวียนอยู่ใกล้ๆ ก็ต้องได้รับคำพูดดูถูกไม่จบไม่สิ้นเราเองก็เจ็บไม่แพ้กันเวลาที่ฟ้าโดนแบบนั้น เพราะมันก็ตอกย้ำเราเหมือนกันว่าเื่ของเรากับฟ้ามันเป็ไปได้ยากเหลือเกิน"
คำพูดมากมายที่อยู่ในใจพรั่งพรูออกมา น้ำตาหยดหนึ่งไหลลงมาผ่านแก้มนวลร่วงหล่นลงบนกระโปรงนักศึกษาของเธอ ความรู้สึกที่ถูกถ่ายทอดออกมาให้เพื่อนทั้งสามได้ฟังคำถามมากมายในหัวพวกเธอได้รับคำตอบหมดแล้ว
รักมากเลยสินะ ไม่สิมากกว่ารักไปแล้วต่างหากละ รักด้วยความเข้าใจ แต่ต่อให้เข้าใจแค่ไหนก็ห้ามตัวเองไม่ให้เสียใจไม่ได้อยู่ดี เห้อ...
เมื่อถึงเวลาเลิกเรียนกันต์ก็ขับรถมารับเจ้ของเขาเหมือนเคย แต่เหมือนจะมีบางอย่างเกิดขึ้น ร่างบางของนางเดินอย่างเลือนลอยช้าๆเปิดและปิดประตูเข้ามานั่งข้างคนขับ
"ทำไมตาเจ้เป็แบบนั้น" กันต์ถามออกมาทันทีที่ผู้เป็พี่เข้ามานั่งข้างกาย
"ไม่มีอะไร กลับบ้านกันเถอะ"
"ไม่มีอะไรแน่นะ"
"..."
"ไม่อยากบอกก็ไม่เป็ไร อยากบอกเมื่อไหร่ก็บอกผมรอฟังตลอด"
ตุบ!!
นางโยนกระเป๋าสะพายลงบนโต๊ะห้องนั่งเล่นในห้องของเธอ เดินผ่านไปยังโซนเตียงนอนสี่เสาหลังใหญ่ ห้องของเธอมีห้องนั่งเล่นมีทีวีไว้สำหรับดูหนัง มีโซนอ่านหนังสือตู้หนังสือเล่มโปรด เรียกได้ว่าห้องของเธอกินพื้นที่ทั้งหมดฝั่งซ้ายของคฤหาสน์หรูที่ตั้งอยู่ในโครงการบ้านราคาหลักร้อยล้าน บรรยายกาศรอบล้อมไปด้วยสวนดอกไม้เพราะเธอชอบดอกไม้มากคุณกานต์ก็เลยให้คนสวนปลูกไว้เสียรอบบ้าน เื่คลั่งรักลูกต้องยกให้คุณกานต์เป็อันดับหนึ่งแน่นอน
ร่างบางเดินออกมาหลังจากเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จ หยิบมือถือออกมาจากกระเป๋าพบว่ามีสายเรียกเข้าจากเพื่อนสาวอย่างนุ่นโทรเข้ามา
"ฮัลโหลว่าไงจ้ะ"
(นางจ๋าวันนี้วันเกิดผู้ชายของฉัน ฉันไม่กล้าไปคนเดียวอ่าา ไปเป็เพื่อนฉันหน่อยสิ) เสียงออดอ้อนของนุ่นดังมาตามสาย
"อื้มได้สิ"
(ห่ะ! กรี๊ด!!อีกทีสิ แกตอบตกลงเหรอ!!)
"จ้ะเราตกลง"
(โอเค! เริ่ดมากลูกสาว ขอบคุณน๊าาา จุ๊บๆ)
เสียงเพลงดังกึกก้อง ผู้คนโยกย้ายส่ายเอวเต้นไปตามจังหวะเพลงด้วยท่าประจำของตัวเอง ผู้คนมากมายหลั่งไหลเข้ามาด้วยจุดประสงค์ต่างกันแต่เมื่อมาถึงที่นี่พวกเขาทำในสิ่งเดียวกันคือดื่มแล้วก็เต้นราวกับไร้สติ แต่รอยยิ้มบนใบหน้าพวกเขาก็พอจะบอกได้ว่ามีความสุขทำสิ่งที่กระทำอยู่ ถึงแม้จะเป็่เวลาสั้นๆแต่อย่างน้อยก็ทำให้ลืมความทุกข์ทางใจไปได้พักหนึ่ง
ร่างบางของนางที่ถูกเพื่อนสาวอย่างนุ่นลากมาแล้วจับนั่งไว้ร่วมโต๊ะที่มีคนอยู่ประมาณสิบกว่าคนทั้งชายทั้งหญิงเป็เพื่อนของคนคุยของนุ่น นุ่นกับชายคนนี้คุยกันมาได้สักระยะหนึ่งแล้ว แต่ก็ถือว่านานที่สุดแล้วสำหรับเพื่อนเธอ เพราะนุ่นเป็คนเบื่อง่ายและไม่ชอบผู้ชายขี้หึง พอคุยกันไปสักพักฝ่ายชายก็เริ่มแสดงความเป็เ้าของจนเธออึดอัด เฉลี่ยระยะเวลาการคุยของแต่ละคนคือสามเดือนเท่านั้น หากเกินนั้นเห็นทีจะมีแค่เ้าของวันเกิดนี่แหละนี่ก็จะห้าเดือนแล้ว เขาเป็รุ่นพี่ปีสี่ วิศวะไฟฟ้า ดีกรีเดือนคณะเลยละ ดูท่าว่าคนนี้น่าจะมีลุ้น
Happy birthday to you
Happy birthday to you
Happy birthday, Happy birthday,
Happy birthday to you...
เสียงร้องเพลงและเสียงปรบมือดังขึ้นคนทั้งร้านต่างพร้อมใจกันปรบมือร่วมอวยพรไปกับใครสักคนหนึ่งแม้จะไม่รู้จัก เค้กวันเกิดสีขาวถูกถือมาโดยนุ่นเพื่อนสาวของเธอ มือเล็กยื่นเค้กไปด้านหน้าของภามผู้เป็เ้าของวันเกิด ใบหน้าหล่อเหลายิ้มแก้มปริเมื่อเห็นสาวเ้าคนที่เขาตามจีบมานานหลายเดือน ทั้งสองส่งสายตาหวานหยดให้แก่กันทำเอาผู้คนโห่ร้องด้วยความอิจฉาและอดหมั่นไส้ไม่ได้ นางยิ้มออกมาดวงตาจับจ้องทั้งคู่เต็มไปด้วยความอ่อนโยน นี่ไง คนที่ใช่ ไม่ต้องใช้ความพยายาม
หลังจากเป่าเทียนเรียบร้อย เพื่อนๆพี่ๆที่นั่งอยู่โต๊ะก็เริ่มออกไปเต้นที่หน้าเวทีรวมทั้งนุ่นด้วย เพื่อนยังคงค่อยมองมาที่เธอเป็ระยะๆ จนนางต้องพยักหน้าบอกเบาๆว่าไม่ต้องกังวล เธอนั่งรอตรงนี้ ทั้งโต๊ะเหลือแค่รุ่นพี่สามสี่คน เดาก็รู้ว่ามาจากคณะเดียวกันกับพี่ภาม
"แล้วนี่น้องมึงยังไม่มาเหรอว่ะ"
"ยังๆกูส่งข้อความไปถามมันบอกไปรับคนอยู่"
"ใครว่ะ อย่าบอกนะว่าคนที่เห็นตัวติดกับมันบ่อยๆน่ะ"
"เออ นั่นแหละ"
"แล้วแม่งจริงจังอ่อว่ะ"
"กูก็ไม่รู้มัน ถามมันก็ไม่ตอบ"
"แล้วคนนั้นอ่ะ"
"ชู่ว!!มึงอย่าพูดดังดิ (น้องมันนั่งอยู่นี่) "
ชายสองคนเอ่ยซุบซิบถามกันไปมา ร่างบางที่นั่งอยู่ใกล้ๆก็ได้ยินด้วยแต่เธอก็ทำเป็ไม่สนใจ
"เออๆแล้วนี่รถไฟจะไม่ชนกันอ่อว่ะ"
"จะเหลือเหรอ!! โน้นมาละ"
"สวัสดีค่ะพี่ๆ อ้าวพี่นางก็มาด้วยเหรอคะ"
เสียงใสของผู้มาใหม่ยกมือไหว้ทุกคน แล้วนั่งลงข้างๆนางราวกับสนิทสนมกันเป็อย่างดี นางเพียงยิ้มรับแต่ไม่ได้พูดอะไร ตากลมซ้อนมองคนตัวสูงครั้งหนึ่งแต่เขากับไม่ได้มองเธอเลย
"เอ่อ มาๆไอ้ฟ้านั่งๆ"
"ทำไมมาช้าจังว่ะ ไอ้ภามมันเป่าเค้กเสร็จละ มัวแต่ทำอะไรอยู่"
ชายอีกคนหนึ่งถามขึ้นโดยไม่ได้รู้สถานการณ์ตอนนี้เลยสักนิด เพื่อนที่รู้ก็สะกิดไม่ทันแล้วด้วย
"เป็ความผิดแป้งเองค่ะ พอดีแป้งยังไม่ได้กินข้าวพี่ฟ้าก็เลยพาแป้งแวะกินข้าวก่อนมานะคะ ขอโทษพี่ภามด้วยค่ะ"
"ไม่เป็ไร ขอบใจที่มา"
ภามพานุ่นกลับมายังโต๊ะเอ่ยขึ้นเรียบๆเขาไม่ได้ชวนแป้งมาด้วยซ้ำแต่ด้วยความไม่ค่อยถือสาใครของเขาก็เลยเลือกที่จะไม่หักหน้าน้อง แต่...เขาไม่ทำใช่ว่ายัยตัวดีของเขาจะไม่ทำด้วย
"เอ้า!!ใครค่ะเนี่ย" นุ่นถามขึ้นเสียงดัง
"สวัสดีค่ะ"
"สวัสดีจ้ะ โอ้ะ!! นี่ใช่สาวคนดังที่กำลังเป็ข่าวอยู่ตอนนี้นิจ้ะ ไม่คิดเลยว่าจะเจอที่นี่ บังเอิญจริง!!"
น้ำเสียงประหลาดใจแต่แววตาของนุ่นนั้นราวกับมีไฟสุ้มอยู่ข้างในจนภามต้องลูบแผ่นหลังเล็กลงเบาๆ
"ใช่ค่ะ แต่จะว่าบังเอิญก็ไม่ใช่ทั้งหมดหรอกคะ แป้งขอมากับพี่ฟ้าเอง กลัวว่าพี่ฟ้าจะดื่มหนักจนกลับไม่ไหวนะคะ"
แป้งตอบกลับนุ่นอย่างไม่มีสะดุด แต่นั่นกลับทำให้มุมปากนางยกยิ้มขึ้นมาเบาๆ
"น้องเขาไม่รู้เหรอว่ะว่าไอ้ฟ้าแพ้แอลกอฮอล์"
เสียงกระซิบแ่เบาดังขึ้นให้ได้ยินอีกครั้ง ใช่ฟ้าไม่ดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิด
"แล้วข่าวที่ว่าข่าวอะไรเหรอคะพี่ หนูไม่เห็นได้ยินเลย"
ใบหน้าใสซื่อใบหน้าไร้เดียงสาของแป้งคงทำให้ชายหนุ่มที่พบเห็นชื่นชอบได้ไม่ยาก รวมถึงชายร่างสูงที่นั่งเงียบอยู่ตรงข้ามกับเธอนี้ด้วย เธอหยิบแก้วน้ำเปล่าไปวางไปตรงหน้าของฟ้าโดยไม่มีใครทันสังเกต ชายหนุ่มเอื้อมมือมาคว้าแก้วไปถือไว้ในมือยกขึ้นดื่มแล้วถือเอาไว้
"แหง๋ละ คนเรามักจะรู้ทุกเื่นอกจากเื่ของตัวเอง"
นุ่นแขวะออกมาตรงๆ ตามนิสัยของเธอ ไม่ชอบก็แสดงออกว่าไม่ชอบแบบนี้แหละเสน่ห์ของเธอ
"พี่หมายถึงอะไรคะ?"
"เหอะ!! ถามจริงๆเถอะนะที่มานั่งอยู่ตรงนี้นี่ไม่รู้จริงๆเหรอ ก่อนจะสอดมือไปคว้าเอาอะไรนี่ไม่สืบดูหน่อยหรือไงว่าของใครเป็ของใคร"
"พี่พูดเื่อะไรคะ หนูต้องรู้อะไรงั้นเหรอ?"
ใบหน้าไร้เดียงสาหันมองคนโน้นคนนี่ทีอย่างไม่เข้าใจกับสิ่งที่รุ่นพี่สาวพูดออกมา คนที่ไม่รู้ก็คงจะทำแบบเธอ แต่เพราะคนในนี้ต่างรู้ดีเลยไม่มีใครพูดอะไรออกมาสักคำ
"นี่!!
"นุ่น!!" นางลุกขึ้นไปคว้าแขนเพื่อนเอาด้วยกลัวว่าคนอารมณ์ร้อนจะทนไม่ไหวพุ่งเข้าใส่น้องมันซะก่อน อีกข้างหนึ่งมีพี่ภามยึดไว้ด้วยเหมือนกัน
"พอเถอะ เื่ทั้งหมดผมผิดเอง แป้งไม่เกี่ยวอย่าพูดแบบนี้กับน้องเลย"
นางหันไปมองเ้าของคำพูดนั้นด้วยใจที่ปวดหนึบ ความรู้สึกที่ไร้จุดสิ้นสุดของเธอดูเหมือนจะเจอปลายทางเสียแล้ว จากที่ขอต่อเวลาอีกนิดเพียงเพื่ออยากใช้เวลากับเขาอีกหน่อย กลับกลายเป็การยืดเวลาความเ็ปของตัวเองซะอย่างงั้น มือบางที่รั้งแขนเพื่อนเอาไว้หล่นลงข้างตัวั้แ่เมื่อไรก็ไม่รู้ มือเท้าเย็บเฉียบชาไปทั้งร่าง ทันใดนั่นภาพตรงหน้าก็มืดดำจนไม่เห็นอะไร...