ตอนที่5เริ่มฝึกเซียน
ราตรีร่วงโรยราหลังจากกลับมาจากหอคณิกา รถม้าเคลื่อนมาเรื่อยๆจนมาหยุดที่หน้าตำหนักตระกูลหลินอันโอ่อ่ามีเวรยามผลัดเปลี่ยนทุกชั่วโมง ข้างในเงียบสงัดราวกับอยู่คนละโลกกับเมืองที่ครึกครื้นด้านนอก
หลินเฟิง ก้าวลงจากรถม้าหันไปพยักหน้ากับคนขับ ก่อนจะหยุดมอง”บ้าน” ของตนสักพัก จึงเริ่มก้าวเข้าไปข้างใน
สาวรับใช้และทหารที่ทำงานอยู่เมื่อหลินเฟิงเดินผ่านก็ก้มโค้งด้วยความเคารพตลอดทาง หลินเฟิงก็เดินไปรอบๆ สร้างความงุนงงให้กับเหล่าคนรับใช้ที่มองตามก่อนจะคิดว่านายน้อยน่าจะกำลังครุ่นคิดเื่บางอย่าง
หลินเฟิงหันไปมองรอบด้วยสีหน้าลังเล เพราะหาห้องของตัวเองไม่เจอ จนไปเห็นแสงจากห้องหนึ่งสว่างอยู่จึงเดินไปที่ห้องนั้น
“เข้ามาสิ” ก่อนที่มือชายหนุ่มจะไปััประตู ก็มีเสียงชายคนหนึ่งดังออกมาจากในห้องบานพับประตูก็เปิดเองอย่างน่าอัศจรรย์
ชายหนุ่มชะงักไปเล็กน้อยก่อนก้าวเข้าไปในห้อง ข้างในมีเพียงโต๊ะตัวใหญ่ที่เต็มไปด้วยภาพเขียน พู่กันแผนที่เต็มไปหมด ชายวัยกลางคนกำลังยืนจ้องแผนที่ด้วยสีหน้าจริงจัง ก่อนจะเงยขึ้นมามองชายหนุ่ม
หลินเฟิงพบว่าชายคนนี้หน้าตาหล่อเหลา แต่ไว้หนวดบางๆ แววตาคมเหมือนเหยี่ยว ผู้ถูกมองอาจสั่นกลัวด้วยความหย่ำเกรงหากมองดูดีๆจะพบว่า ใบหน้าชายคนนี้คล้ายกับหลินเฟิงเป็อย่างมาก
“เฟิงเอ๋อ ผนึกราบรื่นดีหรือไม่” ชายคนนั้นถามชายหนุ่มรู้โดยทันทีว่านี่คือพ่อแท้ๆของชายหนุ่ม
หลินเฟิงพยักหน้าชายหนุ่มยังคงรู้สึกว่าเป็คนแปลกหน้าไม่รู้สึกถึงความสัมพันธ์จากทางสายเืเหมือนพระเอกที่เจอพ่อครั้งแรกแบบในนิยายเลย
ชายคนนั้นเดินมาวางมือบนไหล่ของชายหนุ่มก่อนจะหลับตาหลินเฟิงรู้สึกอุ่นๆที่ไหล่ สักพักชายคนนั้นก็พยักหน้า ก่อนจะหันหลังเดินกลับไปที่โต๊ะทำงาน
“ไอมารถูกเก็บซ่อนไว้อย่างแเีสมกับเป็ปีศาจจิ้งจอกพันปี มะรืนนี้ในการคัดเลือกศิษย์สำนักกระบี่เมฆายื่นจดหมายแนะนำนี้ให้ผู้คุมสอบ ถวายตัวเป็ศิษย์ของเ้าสำนักหลิวหยางจำไว้ภารกิจของเ้าคือเข้าไปเขตหวงห้ามแล้วไปเอากระบี่ปราบมารที่ผนึกไว้ออกมาให้ได้”
“….”ชายหนุ่มเดินออกมาจากห้อง ปราณเรายังฝึกไม่เป็ แต่ให้ลอบเข้าไปในเขตหวงห้ามงั้นหรอนี่ขุดหลุมฝังศพตัวเองปะเนี่ย ชายหนุ่มหัวเสีย มองไปรอบๆสุดท้ายก็เรียกสาวใช้นางหนึ่งให้พาไปห้องของตัวเองสาวใช้หน้าแดงก่อนจะนำทางชายหนุ่มไปทางด้านหลังของตำหนักตระกูลหลิน
ทางเดินไปด้านหลังมีบ้านหลังเล็กแยกออกมาจากตำหนักหลักชานบ้านมีสวนเล็กๆ ชายหนุ่มถึงบางอ้อว่าทำไมตนเดินหาไม่เจอ ชายหนุ่มบอกให้หญิงรับใช้ออกไปก่อน นางดูงงไปสักพักก่อนจะโค้งและรีบเดินกลับไป
ห้องของชายหนุ่มไม่มีอะไรเป็พิเศษมีเพียงเตียงนอนโต๊ะที่มีถ้วยชา กระจกติดกับตู้ ระเบียงที่ยื่นออกไปทางสวนหลังบ้านดูเงียบสงบ ในลิ้นชักโต๊ะเต็มไปด้วยม้วนคัมภีร์ ชายหนุ่มค้นดูด้วยความสนใจก่อนจะไปเจออันที่ถูกซุกไว้ใต้สุด“การฝึกตนพื้นฐาน”
ชายหนุ่มตื้นเต้นไม่รอช้าเปิดอ่านอย่างรวดเร็ว เนื้อหาข้างในเป็วิธีการหายใจรวมถึงการใช้ชีวิตในฐานะผู้ฝึกตน ขั้นของผู้ฝึกตน รวมถึงข้อห้ามของผู้ฝึกตน
หลินเฟิงลองหายใจตามคัมภีร์สูดหายใจลึกๆลมอากาศผ่านจมูกของชายหนุ่มไปรวมกันแถวปอดก่อนจะเริ่มไหลไปรอบร่างกายแล้วไหลไปรวมกันที่ท้องน้อยของชายหนุ่ม
“นี่คือ จุดตันเถียนสินะ” ชายหนุ่มคิด จุดนี้อาจมีเฉพาะคนบนโลกนี้รึเปล่านะถึงฝึกปราณกันได้
ชายหนุ่มหลับตาจดจำจุดที่ลมปราณไหลผ่านก่อนจะแปลกใจเมื่อพบว่านอกจากลมอากาศที่ชายหนุ่มสูดเข้าไปแล้วอากาศรอบๆเริ่มไหลเข้าไปทางรูขุมขนของชายหนุ่มอย่างรวดเร็ว
ชายหนุ่มแปลกใจเล็กน้อยเพราะในหนังสือผู้ฝึกตนครั้งแรกผู้ฝึกมักจะเริ่มควบคุมลมปราณไปตามเส้นลมปราณและพยายามหาจุดตันเถียนที่คอยสะสมลมปราณแต่ชายหนุ่มรู้สึกว่าลมปราณของตนถูกดูดเข้าไปในร่างกายโดนอัตโนมัติ โดยมีอวัยวะในร่างกายสกัดลมปราณเพื่อเสริมตัวเองบางส่วนลมปราณส่วนที่เข้มข้นที่สุดจะไหลไปสะสมในจุดตันเถียน
ชายหนุ่มสังเกตว่าจุดตันเถียนของตนใกล้เต็มแล้วซึ่งหน้าจะเป็เ้าของร่างคนก่อนสะสมไว้จึงอยากพยายามทำให้มันเต็มไปเลย พยายามควบคุมบังคับให้ลมปราณทุกส่วนไหลมาที่ท้องน้อยทันทีโดยไม่ให้อวัยวะในร่างกายตนซึมซับไว้ก่อนตันเถียนของชายหนุ่มขยายใหญ่ขึ้นละเต็มไปด้วยลมปราณ ทำให้รู้สึกแน่นท้องน้อยเหงื่อเริ่มไหลลงมาจากหน้าผากของชายหนุ่มจากการเพ่งสมาธิควบคุมลมปราณ
ลมปราณในอากาศของตำหนักตระกูลหลินเริ่มไหลไปทางด้านหลังที่เป็ที่อยู่ของหลินเฟิงอย่างผิดปกติหลินฉี พ่อของหลินเฟิงเงยหน้าขึ้นแผนที่ไปทางด้านหลังตำหนัก แววตาเหมือนสามารถทะลุกำแพงมองไปเห็นสถานการณ์ของชายหนุ่ม
“แม้ว่าร่างมารเถาตี้จะถูกผนึกอยู่แต่ความสามารถพิเศษในการดูดซึมลมปราณยังคงมีอยู่สินะคงต้องเปลี่ยนแผนเล็กน้อย” หลินฉีเริ่มเขียนจดหมายใบใหม่ เมื่อเขียนเสร็จก็ดีดนิ้ว จดหมายเริ่มบินพุ่งไปทางห้องของหลินเฟิง ไปจอดที่โต๊ะทำงาน จดหมายเดิมที่หลินเฟิงวางไว้บนโต๊ะก็เริ่มลุกไหม้กลายเป็เถ้าธุรี
“ตายห่าน!!!”หลินเฟิงที่พยายามควบคุมลมปราณอย่างสุดความสามารถเริ่มเครียดลมปราณมากขนาดนี้กลัวว่าตันเถียนจะรับไม่ไหวจนะเิหรือไม่ ปรากฎว่าจุดตันเถียนของชายหนุ่มพองขึ้นมาเหมือนลูกโป่งก่อนจะหดตัวอย่างรวดเร็วจนเหลือเท่าเมล็ดถั่วลมปราณภายในแผ่ซ่านไปรอบร่างกายของชายหนุ่มส่วนใหญ่ไปเคลือบที่กระดูกของชายหนุ่มจนแวววับเหมือนโลหะ หลินเฟิงรู้สึกว่าตอนนี้ตนสามารถต่อยช้างล้มได้ในหมัดเดียว
“เยสส หลอมกระดูกขั้นที่1!!!” ชายหนุ่มดีใจมากและรู้สึกถึงenergyในร่างที่ท่วมท้น จึงเดินไปลองโพสเบ่งกล้ามแขนที่ไม่ใหญ่มากที่กระจก ก่อนจะพบว่าภาพสะท้อนเป็ชายหนุ่มใบหน้างดงามที่กำลังเบ่งกล้ามด้วยสีหน้าเรียบเฉยดูแปลกประหลาดเป็อย่างมาก
“ยิ้มหน่อยสิเพื่อน” หลินเฟิงรู้สึกฮาหน้าตน ลองเอามือทั้งสองชู2นิ้วเป็รูปหูกระต่ายไว้บนหัว ฉีกยิ้มแต่ก็พบว่า หน้าตัวเองตึงมากอย่างกับฉีดโบท็อกพยายามมากสุดได้แค่ยิ้มบางๆ เป็ลุคเ้าชายที่เคร่งขึมเ็า
“อะ.. แฮ้ม” เสียงกระแอมที่ดูโคตรfakeดังมาจากด้านหลัง จนชายหนุ่มใรีบหันไปกลับไปมอง หลินฉีพ่อของชายหนุ่มมาโผล่ตอนไหนก็ไม่รู้
“….”เกิดเดดแอร์ขึ้นในห้อง
หลินฉีเดินมาชี้นิ้วที่หวางคิ้วของชายหนุ่มก่อนจะแปลกใจ
“ทำไมอยู่ๆพลังิญญาของเ้าถึงมากขึ้นขนาดนี้ล่ะ มิน่าเ้าถึงสามารถควบคุมลมปราณขนาดนั้นได้”หลินฉี มองหน้าชายหนุ่มที่ยิ้มแห้งๆ ก่อนจะพยักหน้าหันหลังแล้วเดินออกจากห้องไป
“การยิ้มสามารถช่วยแบ่งเบาภาระหน้าที่ของเ้า นี่คงเป็ความปราถนาของเซียนเอ๋อแม่ของเ้า” เสียงของหลินฉีลอยเข้าหูของหลินเฟิง “ชะตาของร่างมารเถ้าตี้ที่ได้ชื่อว่าต้องห้ามแม้มันจะทำให้ให้แม่ของเ้าตายจากการคลอด แต่เ้าก็ไม่ต้องโทษตัวเองจงใช้พลังนั้นให้คุ้มค่าแก่การสละชีวิตของแม่เ้า ” ก่อนที่ทั้งห้องจะตกอยู่ในความเงียบ
‘ทำไมพ่อเรามันเท่จังวะ’ นี่คือความคิดของหลินเฟิงตอนนี้ชายหนุ่มทราบลักษณะนิสัยของชายหนุ่มเ้าของร่างคร่าวๆแล้วว่า เป็คนเงียบขึมเ็า มีร่างมารต้องห้าม ไม่เคยยิ้ม โทษตัวเองที่ทำให้แม่ตาย แบกรับภาระหน้าที่บางอย่างจากพ่อ
“อะไรจะเกิดก็เกิด” ชายหนุ่มถอนหายใจและกล้มลงด้านอ่านคัมภีร์ต่อ