เย็นนั้นพวกเขามีทั้งเนื้อไก่ป่าย่างตัวใหญ่ผัดกะหล่ำปลีและข้าวสวยหอมฉุย คนทั้งสี่ล้อมวงกินกันอย่างเอร็ดอร่อยทว่ารอจนดึกดื่น ท่านหมอเกาเมิ่งเจี๋ยก็ยังไม่กลับมา
“พวกเ้าง่วงก็นอนไปเลยนะ”สวีเสี่ยวถงชี้ไปยังที่นั่งยกพื้นสูงข้างหน้าต่างนางเดินเข้าไปในห้องนอนหยิบผ้าห่มกับหมอนออกมาให้วางไว้ที่นั่งทั้งด้านนอกและด้านในเหล่าชุยกับเหยาอิงิจึงนอนอยู่ข้างกันไม่นานนักก็ได้ยินเสียงลมหายใจสม่ำเสมอของคนทั้งคู่
“เ้ามาที่นี่บ่อยหรือเหตุใดจึงรู้ว่าข้าวของเก็บไว้ที่ใดบ้าง?”
“เ้าค่ะข้าเคยมาสองครั้ง เคยค้างที่นี่ด้วย อาศัยนอนตรงนั้น”นางชี้ไปยังที่นั่งยกพื้นสูงอีกด้านที่อยู่ติดผนัง
“ใต้เท้าโหลวง่วงก็ไปนอนเถอะข้าจะนั่งรอนางเอง”
โหลวซีห่าวพยักหน้าเขาเดินไปขยับหมอนและคลี่ผ้าห่มนอนชิดด้านในสวีเสี่ยวถงมองคนทั้งสามที่นอนหลับไปแล้ว นางค่อยๆ ถูกความง่วงเข้าครอบงำ
‘ไม่น่ากินไก่ย่างเสียจนอิ่มมากเช่นนี้เลยง่วงซะแล้วสิ’
นางค่อยๆฟุบหน้าลงกับโต๊ะสี่เหลี่ยมตรงหน้า โหลวซีห่าวที่ผงกศีรษะขึ้นมองจึงอมยิ้มน้อยนางพยายามไม่แสดงความง่วงเพื่อให้พวกเขานอนหลับบนตั่ง ส่วนนางคงคิดจะอาศัยโต๊ะ
โหลวซีห่าวลุกขึ้นอุ้มร่างของหญิงสาวไปยังตั่งใหญ่ชิดผนังแล้ววางนางลงด้านในหญิงสาวพลิกตัวไปมาเล็กน้อยแต่ก็ไม่รู้สึกตัวเขาจึงคลี่ผ้าห่มให้นางก่อนจะล้มตัวลงนอนข้างๆดูท่าคืนนี้ท่านหมอหญิงเกาคงยังไม่กลับมาง่ายๆ
สวีเสี่ยวถงลืมตาขึ้นตามความเคยชินนางต้องลุกก่อนฟ้าสางเพื่อมาฝึกวรยุทธ์ทุกเช้า แต่เช้านี้อากาศที่เคยเย็นะเืกับอุ่นยิ่งนักนางเบียดตัวเข้าหาซอกอุ่นๆ เบื้องหน้าในใจก็เริ่มนึกี้เีไม่อยากจะลุกขึ้นฝึก
‘อู้สักวันคงไม่เป็ไรกระมัง?เช้านี้เหตุใดจึงอุ่นนัก?’
พลันจิตสำนึกหนึ่งก็นึกขึ้นมาได้ว่าตนเองมิได้อยู่ที่บ้านหากแต่ออกมาตามหาท่านหมอหญิงเกา หญิงสาวจึงลืมตาขึ้นมา เทียนเล่มหนึ่งถูกจุดทิ้งไว้แต่นางนอนอยู่ในจุดอับแสงเพราะถูกร่างคนตรงหน้าบังเทียนเอาไว้สวีเสี่ยวถงผงะออกครั้นเห็นใบหน้าคนที่กอดเอวตนเองเต็มตาก็ถึงกับแทบเผลอร้อง
‘ใต้เท้าโหลว!’ นางเอ็ดอึงอยู่ในใจ
เมื่อตั้งสติได้ก็ค่อยๆดึงแขนของเขาออกจากตัวแล้วคิดจะข้ามร่างของเขาออกมานั่งที่โต๊ะเช่นเดิม
“เ้าตื่นแล้วหรือ?”เสียงเขาแ่ๆ
“นี่ท่าน!ท่านทำเช่นนี้ไม่กลัวสองคนนั้นจะเห็นเขาหรือ? ข้าเสียหายเพราะท่านสองหนแล้วนะ”นางกัดฟันถลึงตาตำหนิเขา
โหลวซีห่าวยิ้มน้อยๆ“ข้าต่างหากที่เสียหายจนต้องหมั้นกับพวกเขาสองคนก็เคยเห็นเรานอนบนเตียงด้วยกันมาก่อน หากจะเห็นอีกทีก็คงไม่เป็ไร?”
“เราหมั้นกันเพราะความจำเป็! ท่านไม่ควรจะทำเช่นนี้อีก”
“จะเพราะจำเป็หรือไม่?มีคนสนใจด้วยหรือ? สุดท้ายเราสองคนก็ต้องแต่งงานกันอยู่ดี ข้าว่าค่อยๆทำความคุ้นเคยกันไปทีละนิดก็ดีเหมือนกันนะ”
สวีเสี่ยวถงเบ้ปาก“ท่านช่างทำความคุ้นเคยง่ายเหลือเกินนะ เสียใจด้วยข้ายังไม่คุ้น คราวหน้าอย่าหาเื่แตะอั๋งข้าอีก”
“ดูเ้าพูดเสียน่าเกลียดเชียวเมื่อคืนนี้เป็เ้าต่างหากที่ดึงข้าเข้าไปกอด ทั้งยังดึงมือข้าให้กอดเ้าด้วย”
สวีเสี่ยวถงได้ยินข้อกล่าวหาถึงกับหน้าร้อนผ่าวตอนที่ลืมตาขึ้นมาก็รู้สึกเหมือนกันว่าตนเองเป็ฝ่ายกอดเขาไว้แน่น ทั้งยังซุกซบใบหน้าเข้ากับอกกว้างของเขาอย่างมีความสุข
“นะนั่นเป็เพราะข้าไม่รู้ตัวต่างหาก อากาศที่นี่ก็หนาวกว่าที่เรือนของข้ามาก”
“ได้ๆ ข้าไม่ถือสาที่เ้ากอดข้าก็ได้ต่อไปหากเ้าไม่เต็มใจข้าจะไม่แตะต้องเ้า” เขาทำท่าหาวแล้วล้มตัวลงนอนต่อปล่อยให้นางปีนข้ามร่างของเขาออกไปหาน้ำล้างหน้าแล้วฝึกกระบี่อยู่หน้าเรือน
เหยาอิงิกับเหล่าชุยไม่กล้าลืมตาคนทั้งสองได้ยินบนสนทนาของตั่งฝั่งตรงข้ามอย่างชัดเจนดูเหมือนจะมีคนพร้อมแต่งงานแล้วหนึ่งคนเหล่าชุยที่นอนหันหลังให้คุณชายของตนเองแอบยิ้มน้อยๆเขาหวังว่าการแต่งงานจะทำให้โหลวซีห่าวสดใสและมีความสุขใจมากขึ้น
พระอาทิตย์เพิ่งโผล่พ้นขอบฟ้าร่างสูงโปร่งของหญิงสาวผู้หนึ่งที่สะพายตะกร้าไม้ไผ่อันใหญ่ก็ปรากฏทางทิศตะวันออก
“ท่านหมอเกากลับมาแล้ว!” สวีเสี่ยวถงร้องบอกทุกคน
โต๊ะอาหารถูกจัดเตรียมไว้แล้วเกาเมิ่งเจี๋ยเห็นแขกเต็มบ้านทำหน้าฉงนครั้นเห็นว่าคนที่ยืนอยู่ลานด้านหน้าคือสวีเสี่ยวถงก็ยิ้มกว้าง
“เ้านี่เอง! สวีเสี่ยวถง แล้วพี่สาวเ้าล่ะไม่มาด้วยหรือ?”
โหลวซีห่าวถึงกับขมวดคิ้วเขารู้มาว่านางเป็บุตรสาวคนเดียวของ สวีเจ๋อฮุยแล้วเหตุใดหมอเกาเมิ่งเจี๋ยถึงถามพี่สาวของนาง?
สวีเสี่ยวถงรีบกลบเกลื่อน“ท่านหมอล่ะก็ นางก็ไปทำงานหาเงินต่างแดนน่ะสิ อีกนานกว่าจะกลับ”
“อ้อๆ”
“ท่านหมอเกานี่คือนายอำเภอคนใหม่ของเชียนเยา ใต้เท้าโหลวเ้าค่ะ”
ท่านหมอหญิงคนงามคารวะโหลวซีห่าวอย่างอ่อนหวาน
“ข้าเคยยินว่าท่านเป็สตรีที่งดงามหากแต่คาดไม่ถึงว่าจะงามถึงเพียงนี้เหนือกว่าที่ผู้คนกล่าวสรรเสริญไว้มากนัก”
“ชมเกินไปแล้วยินดีที่ใต้เท้ามาเยือนข้าถึงเรือนนี้” เกาเมิ่งเจี๋ยเดินเข้าไปในบ้านก็ได้กลิ่นอาหารหอมฉุยจากในครัวจึงหันไปหาสวีเสี่ยวถง “นี่เ้าคงให้คนเตรียมอาหารไว้แล้วสินะ พอดีเลยข้ากำลังหิว”
เหล่าชุยกับเหยาอิงิออกมาคารวะท่านหมออย่างนอบน้อมทว่าเมื่อเห็นหมอหญิงคนงามเขาสองคนถึงกับชะงักไปครู่ใหญ่
“ข้าไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าหัวหน้าสวีจะรู้จักท่านหมอที่ทั้งเก่งกาจและงามเลิศเลอถึงเพียงนี้”เหยาอิงิพูดคล้ายคนละเมอ
เกาเมิ่งเจี๋ยยิ้มหวาน“ขอบใจที่ชื่นชมข้า”
เหล่าชุยเองก็ยืนอึ้งอยู่พักหนึ่งค่อยตั้งสติแนะนำว่าเช้านี้ตนทำน้ำแกงไก่ป่าผัดเนื้อกระต่ายใส่ผัก และไก่ตุ๋นน้ำแดง
“อาหารที่เ้าทำกลิ่นหอมมากน่ากินทุกจานเลย ข้าซื้อแต่พวกเครื่องปรุงเอาไว้ไม่เคยได้ทำอาหารดีจริงที่มีพวกเ้ามาเยือน เริ่มกินกันเลยเถอะ”
ในเมื่อเ้าของบ้านหิวโหยคนทั้งหมดจึงต้องเริ่มลงมือรับประทานอาหาร จบจากมื้ออาหารจึงค่อยได้ล้อมวงสนทนาโหลวซีห่าวให้เหล่าชุยเอาเศษขวดสุราสีน้ำตาลที่ปากขวดแตกออกและซองที่พบใต้หน้าต่างห้องมาให้เกาเมิ่งเจี๋ยตรวจดูท่านหมอคนงามเคาะผงที่ค้างอยู่ในซองลงบนจานตะไลกระเบื้องสีดำเบาๆเมื่อนางใช้เข็มเงินเขี่ยดูเห็นว่าไม่เปลี่ยนสีจึงจิ้มให้ติดที่ปลายเข็มแล้วยกขึ้นดมกลิ่น
“นี่มัน! ผงกำยานคล้อยตามนี่?ของอย่างนี้เป็ฝีมือการปรุงของเ้าผีไร้หลุมแน่!หากเ้าสูดดมมันเข้าไปแม้เพียงนิด คนผู้นั้นจะสั่งการเ้าได้ทุกอย่างโดยปกติจะมีฤทธิ์อยู่หนึ่งชั่วยาม”
***********************

