ผ่านไปสักพักก็ไม่เห็นได้ยินอีกฝ่ายส่งเสียง ร้องตกใจ หรือกล่าวว่าอะไรบ้าง ไม่ใช่ว่าอึ้งจนช็อคไปแล้วหรอกนะ มู่เสี่ยวหลันค่อย ๆ แอบลืมตาขึ้นมาเพื่อแอบดูสีหน้าของเว่ยอี้หาน
และเมื่อเธอเห็นสีหน้าของเว่ยอี้หานในตอนนี้ มู่เสี่ยวหลันก็ถึงกับทำหน้าเหยเกร้องไห้อยู่ในใจและ และนึกดีใจที่ตนเองตัดสินใจถูกที่ไม่ได้บอกอายุจริงของตัวเองออกไป เพราะดูท่าทางตกใจของเขาในตอนนี้สิ! ‘นี่เขารับไม่ได้ที่ฉันแก่กว่าเยอะช่ายม้ายยยยขนาดลดลงไปตั้งสิบปีแล้วนะ ฮืออออ ’
“เป็นอะไรไปคุณ ผมแค่ล้อเล่น ฮ่าฮ่าฮ่า อย่าทำหน้าแบบนี้สิ มันดูตลกมากเลย” เว่ยอี้หานเอามือลูบหัวมู่เสี่ยวหลันพร้อมกับหัวเราะท่าทางตลกน่าเอ็นดูของเธอ ดูท่าเธอคงจะคิดมากน่าดูที่แต่ก่อนมีอายุมากกว่าเขาหลายปี
“คนบ้า นายกล้าแกล้งฉันเหรอ นี่แน่ะ” ‘เพียะ’ ดังขึ้น เพราะมู่เสี่ยวหลันฟาดฝ่ามือตีไปที่ต้นแขนกำยำของเว่ยอี้หาน คนโดนตีไม่มีทีท่าจะรู้สึกเจ็บอะไรแค่มารยาร้อง'โอ๊ย'เสียงดังเรียกร้องความสนใจจากสาวนิดหน่อยทั้งที่กำลังยิ้มกว้างจนปากแทบจะฉีกถึงหูอยู่แล้วในตอนนี้ แต่คนที่ลงมือทำร้ายชาวกลับ.... ร้องเสียงดังในใจ ' ทั้งแข็ง ทั้งแน่น เจ็บมือโว้ย! ' ฟังดูทั้งหื่นทั้งน่าสมน้ำหน้า
“โอ๊ยคุณ ตีซะแรงเชียว ผมแค่แกล้งแหย่คุณเล่นนิดเดียวเอง อย่าโกรธไปเลย นะนะ คุณเล่าให้ผมฟังต่อสิว่าต่อไปในอนาคตจะมีอะไรเกิดขึ้นบ้าง”
“ตอนนี้ฉันอารมณ์ไม่ดี ถ้าอยากรู้ก็รอให้ฉันอารมณ์ดีขึ้นซะก่อนนะ แบร่”
“คุณ..”
“อะไรอีกล่ะ ”
“แน่ใจนะว่าเมื่อก่อนคุณเคยอายุยี่สิบเก้า ไม่ใช่เก้าขวบน่ะ”
“เว่ยอี้หาน!”
“อ๊ะ ผมยอมแพ้ คุณพาผมเดินไปดูส่วนที่เหลือหน่อยนะ ผมอยากเห็นแล้วว่าส่วนที่เหลือจะมีอะไรบ้าง”
“ก็เดินตามมาสิ ถ้าอยากดู” มู่เสี่ยวหลันตอบหน้ายู่ใส่อีกฝ่ายที่แกล้งเธอ
“ไอ้นี่มันคือเครื่องทำอะไรเหรอคุณ” เว่ยอี้หานถามด้วยความสงสัยเมื่อเห็นเจ้าเครื่องหน้าตาแปลก ๆ ตั้งอยู่บนเคาน์เตอร์หินราคาแพง
“อ๋อ เครื่องชงกาแฟ อันนี้ฉันสั่งซื้อนำเข้ามาจากอิตาลีเลยนะ คุณเคยดื่มกาแฟมาก่อนหรือเปล่าคะ”
“เคยครับ แต่แค่ไม่กี่ครั้งตอนที่ไปทำงานช่วยงานผู้บังคับบัญชาที่บ้าน รสชาติขมมากแต่หวานติดปลายลิ้นนิด ๆ หลังจากที่ดื่มลงไปแล้ว แต่ก็ทำให้รู้สึกตื่นตัวกระชุ่มกระชวยดี”
“อืมคงจะเป็นกาแฟชงแบบผงสำเร็จรูปใช่ไหม”
“อืม ใช่ ปกติคนทั่วไปไม่มีปัญญาหาซื้อมาดื่มหรอกคุณเพราะนอกจากจะหาซื้อยากมากแล้วราคายังแพงมากอีกด้วย”
“ร้านของฉันไม่ขายกาแฟสำเร็จรูป เราจะขายเฉพาะกาแฟสดแบบที่ชงจากเครื่องที่มีแรงดันน้ำร้อนสูงแบบนี้เพราะจะให้รสชาติที่ดีและความหอมจากเมล็ดกาแฟมากกว่าแบบผงสำเร็จรูปมาก เอาไว้ว่าง ๆ ฉันจะชงให้คุณลองดื่มดูนะคะ”
“ขอบคุณครับแล้วผมจะรอดื่มนะ” เว่ยอี้หานส่งยิ้มให้มู่เสี่ยวหลันเมื่อเธอสัญญาว่าจะชงกาแฟให้กับเขาในอนาคต เว่ยอี้หานไม่ได้อยากดื่มกาแฟ แต่แค่รู้สึกดีใจที่เธออยากทำบางสิ่งให้กับเขาแม้ว่าจะเป็นเพียงเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ก็ตาม
ตาย ตาย ตาย เจอผู้ชายหล่อมาดนิ่งส่งยิ้มให้ที ใจเธอแทบละลายกลายเป็นน้ำไหลลงทะเลสาบ มู่เสี่ยวหลันถึงกับเคลิ้มไปกับรอยยิ้มของเว่ยอี้หาน ผู้ชายหน้าตาดีนี่ยิ้มทีหัวใจแทบจะวายตาย ตึกตัก ตึกตัก เสียงหัวใจของเธอยังเต้นกระหน่ำไม่หาย ไม่ได้ เธอต้องทำอะไรสักอย่างอย่าปล่อยให้เขาโจมตีหัวใจเธอได้เพียงฝ่ายเดียว
“นี่คุณ…”
“หืม มีอะไรครับ” เว่ยอี้หานถามด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มละมุนหรือที่เรียกว่าเสียงหล่อจนคนฟังแทบใจละลาย
“อย่ายิ้มแบบนี้ให้คนอื่นเห็นนะ” มู่เสี่ยวหลันบอกกับเขาด้วยน้ำเสียงที่พยายามทำให้ฟังดูจริงจังที่สุด
“ทำไมล่ะ ปกติผมไม่ก็ค่อยยิ้มให้ใครอยู่แล้วนะ นอกจากคนในครอบครัวแล้วก็ที่สนิทกันเท่านั้น” เว่ยอี้หานถามด้วยความสงสัยที่จู่ ๆ เธอก็สั่งห้ามไม่ให้เขายิ้ม หรือเธอจะไม่ชอบรอยยิ้มของเขา เว่ยอี้หานชักจะรู้สึกไม่มั่นใจในรอยยิ้มของตนเองขึ้นมาบ้างแล้วในตอนนี้ ทั้ง ๆ ที่ผ่านมาเพื่อนของเขาต่างก็บอกว่าเขามีรอยยิ้มกระชากใจสาว แต่ทำไมตอนนี้มันถึง…
มู่เสี่ยวหลันไม่ได้รู้ว่าเว่ยอี้หานกำลังคิดไปไกล และโชคดีที่เธอพูดขึ้นมาเสียก่อนที่เขาจะเสียความมั่นใจไปมากกว่านี้ “ไม่รู้ล่ะ คนในครอบครัวน่ะได้ แต่ถ้าเป็นผู้หญิงอื่นฉันห้าม ไม่รู้ล่ะ ใครใช้ให้คุณหล่อเกินไป แล้วฉันก็หวงด้วย”
เว่ยอี้หานเจอความตรงไปตรงมา (หน้าหนา) ของมู่เสี่ยวหลันเข้าไปก็ถึงกับทำตัวไม่ถูก ลูกผู้ชายตัวโต ๆ อย่างเขาก็ยังต้องยอมแพ้ให้ เขายกมือหนาทั้งสองข้างขึ้นมาลูบคลึงใบหน้าตัวเองโดยเฉพาะตรงแก้มที่ตอนนี้รู้สึกว่ามันร้อนวูบวาบไปหมด หัวใจของเขาก็เต้นแรงและเร็วจนรู้สึกว่าได้ยินเสียงดัง ตึกตัก ตึกตัก ทะลุออกมาถึงด้านนอก พอโดนผู้หญิงที่ตัวเองชอบบอกว่า ‘หวง’ กะทันหัน เขาจึงทำอะไรไม่ถูกไปชั่วขณะได้แต่ข่มความอายตอบเธอกลับไปสั้น ๆ ว่า ….
“อืม”
“ คิกคิกคิก คุณเขินเหรอ ดูสิหูคุณแดงไปหมดแล้ว ”
“ เสี่ยวหลัน เลิกแกล้งผมเถอะ” เว่ยอี้หานกัดฟันเรียกชื่อผู้หญิงขี้แกล้งที่อยู่ตรงหน้าเขาและกำลังยิ้มหัวเราะคิกคักชอบใจใหญ่ที่สามารถแกล้งเขากลับคืนได้
“ อ๊ะ ก็ได้ ปะ ปะ ฉันจะพาคุณไปดูที่ห้องครัวนะ ”
“ ครัวที่ร้านคุณใหญ่มากเลย ข้าวของเครื่องใช้ก็ดูแปลกตา ”
“ แน่นอนสิ อีกสี่สิบกว่าปีข้างหน้าเทคโนโลยีได้พัฒนาไปไกลกว่ายุคนี้หลายเท่า ที่คุณเห็นพวกนี้ ก็คือ เตาแก๊ส ตู้เย็น ตู้อบไฟฟ้า ส่วนอันนี้คือเตาไมโครเวฟใช้อุ่นอาหารให้ร้อนหรือจะละลายอาหารแช่แข็งก็ได้ แม้แต่ทำอาหารบางชนิดเช่นพวกไข่ตุ๋นหรือขนมบางชนิดก็ได้เหมือนกันภายในไม่กี่นาทีเท่านั้นเอง สะดวกสบายมากเลยล่ะ ”
“ อืมโลกในอนาคตฟังดูจากที่คุณบอกแล้วช่างน่าทึ่งจริง ๆ ”
“ มีข้อดีก็ต้องมีข้อเสีย ในยุคที่ฉันจากมา ขยะและมลภาวะทางสิ่งแวดล้อมนั้นแย่มาก คนในเมืองอยู่กันอย่างแออัด รถราวิ่งเต็มท้องถนนทำให้เกิดปัญหารถติด และปล่อยแก๊สพิษออกมาจำนวนมาก แม่น้ำลำคลองก็เน่าเสีย อากาศก็แปรปรวน เพราะระบบนิเวศถูกทำลาย เรื่องนั้นพูดอีกนานก็คงไม่จบเพราะฉะนั้นปล่อยมันไว้ก่อน กลับมาที่จุดประสงค์แรกที่ฉันพาคุณมาที่นี่ดีกว่า สิ่งที่สำคัญที่ฉันอยากจะบอกคุณในมิตินี้นอกจากสระน้ำที่มีความพิเศษแล้ว ยังมีอีกอย่างที่ฉันได้ค้นพบ ก็คือของทุกอย่างที่อยู่ภายในตึกนี้หากฉันนำออกไปใช้ด้านนอกมิติแล้ว วันต่อมาก็จะมีของชนิดเดียวกันเติมมาไว้แทนที่ครบตามจำนวนเท่าเดิม มันสุดยอดไปเลยใช่ไหมคุณ ฮิฮิฮิ ”
“ เพราะงั้นการที่ของกินของใช้ในบ้านเราทั้งข้าวสาร แป้ง รวมถึงเครื่องปรุงหลายอย่างถึงแทบไม่ลดลงไปสักทีทั้งที่ทำอาหารกินอยู่ทุกวันเหมือนเดิมนี่ก็ฝีมือคุณแอบไปเติมไว้ใช่ไหมครับ นี่คงจะรวมถึงสบู่ก้อนในห้องน้ำด้วยถ้าผมเดาไม่ผิด ”
“ อื้อ ฝีมือฉันเองแหละ แล้วไม่ดีเหรอที่ครอบครัวเราจะได้มีอาหารกินมากขึ้น คุณไม่รู้หรอกว่าฉันรู้สึกแย่แค่ไหนที่ได้กินอาหารดี ๆ อยู่คนเดียว ในขณะที่คนอื่นต้องกินแต่ผัดผักและไข่ ทั้งๆ ฉันมีอาหารอยู่กับตัวแบบเหลือเฟือแต่ฉันก็หาข้ออ้างเอาออกไปให้พวกคุณกินด้วยไม่ได้สักที จนต้องคอยแอบเติมของพวกที่มีอยู่ในครัวอยู่แล้วทีละนิดทีละหน่อยให้แทน ”
“ ครอบครัวเรา ฟังแล้วรู้สึกดีเนอะ คุณว่าไหม ” เว่ยอี้หานยิ่มกริ่มด้วยความพอใจเมื่อได้ยินมู่เสี่ยวหลันพูดว่าครอบครัวของเราเพราะนั่นหมายถึงเธอเห็นว่าครอบครัวของเขาเป็นครอบครัวของตัวเองแล้วในตอนนี้
“ อะไรของคุณเนี่ย คิดจะแกล้งพูดให้ฉันเขินเหรอ เออ คุณแน่มาก เพราะมันได้ผล ตาบ้า ” มู่เสี่ยวหลันอายม้วนต้วน ที่โดนเว่ยอี้หานจับได้ว่าเธอยอมรับให้ครอบครัวเว่ยเป็นครอบครัวของเธอตั้งแต่แรก
“ หึหึ ผมจะรอทานอาหารฝีมือของคุณนะเสี่ยวหลัน ”
“ พรุ่งนี้ฉันตกลงกับคุณแม่เอาไว้แล้วว่าฉันจะเป็นคนทำอาหารให้ทุกคนทานเอง ถ้าได้ลองแล้วคุณจะติดใจ ไม่ว่าจะอาหารจีน อาหารเอเชีย อาหารยุโรปฉันก็ทำเป็นนะคุณ เอาไว้ถ้ามีโอกาสฉันจะทำให้ทุกคนทานนะ ตอนนี้ฉันพาคุณขึ้นไปดูบนชั้นสองกับชั้นสามก่อนดีกว่า ”
เมื่อคิดถึงชั้นสามแล้วมู่เสี่ยวหลันก็ยิ้มกริ่มทันที อย่าปล่อยโอกาสให้เสียเปล่าเธอตรงไปที่เว่ยอี้หานพร้อมกับเอื้อมมือไปจูงเขาให้เดิมตามเธอออกไปด้านนอกห้องครัวที่มีบันไดขึ้นไปยังด้านบนทั้งสองชั้น
“ ปะ เรา ไปกันเถอะ คุณไม่รู้ทางเดินตามฉันมานะ ” มู่เสี่ยวหลันกลั้นหัวเราะให้กับความใจกล้าฉวยโอกาสหลอกแตะอั๋งผู้ชายของตัวเองจนไหล่กระเพื่อม
“ เสี่ยวหลัน ผมไม่ใช่เด็กจะได้เดินหลงทางจนต้องเดินจูงมือตลอดหรอกนะ ” เว่ยอี้หานกระตุกมือเบา ๆ เป็นการหยอกล้อ และไม่ได้คิดที่จะดึงมือของตัวเองออกจากมือเล็ก ๆ ของเธอแต่อย่างใด
มู่เสี่ยวหลันกระชับมือของเว่ยอี้หานแน่นขึ้นอีก พร้อมกับคิดอย่างสงสัยว่าเมื่อชีวิตก่อนเธอก็ไม่เห็นจะเป็นแบบนี้ แม้จะไม่ถือเนื้อถือตัวมากเพราะการใช้ชีวิตในประเทศตะวันตกนั้นยากที่จะหลีกเลี่ยงการทักทายแบบถึงเนื้อถึงตัว แต่เธอก็ไม่เคยปล่อยให้คนอื่นสัมผัสตัวเองไปมากกว่าการจับมือถือแขนหรือจุ๊บแก้มโดนเฉพาะจากเพศชาย แต่ไม่รู้ว่าทำไมเธอจึงอยากจะสัมผัสเว่ยอี้หานบ่อย ๆ ก็ไม่รู้สิ (คนเขียน:นั่นคืออาการคลั่งผู้ชายจ้ะ)
“ แล้วใครบอกว่าฉันเห็นคุณเป็นเด็กล่ะ ฉันกำลังกระชับความสัมพันธ์กับคุณอยู่ต่างหากเล่า หากได้สัมผัสกันบ่อย ๆ เราจะได้รู้สึกคุ้นเคยกันเร็ว ๆ ไง ” มู่เสี่ยวหลันตั้งหน้าจีบผู้ชายต่อไป
“ อืม ฟังดูมีเหตุผลมาก ผมยอมตามใจคุณก็ได้ ”
“ อุ๊ยผู้ชายสมยอม อุ่ย!…เอ่อ เมื่อกี้ฉันพูดเล่นนะคุณ” มู่เสี่ยวหลันทำหน้าเหลอหลารีบยกมือขึ้นมาปิดปากตัวเองเอาไว้ พลาดมากแม่! เผลอแสดงธาตุแท้ออกมาอีกจนได้
“ หึ หึ หึ เอาตามที่คุณสบายใจเลย ผมไม่ขัด ”
โดนผู้ชายที่ชอบอ่อยกลับมู่เสี่ยวหลันก็ถึงกลับไปไม่เป็น ปากแข็งค้างพูดจาอึกอึก อักอัก “ อะ เอ่อ นี่ ชะ ชั้น สอง แบ่งเป็นสองโซนคือห้องทำงานของฉันกับห้องเก็บของไว้มีเวลาฉันค่อยพาคุณมาอีกที ตอนนี้เราขึ้นไปบนชั้นสามเลยก็แล้วกัน "
เมื่อคนทั้งสองขึ้นมาถึงชั้นบนสุด มู่เสี่ยวหลันก็กดเลขรหัสปลดล็อกประตูทางเข้า “ ติ๊ด ติ๊ด ”
“ ประตูห้องคุณส่งเสียงได้ด้วยเหรอ แปลกดีจัง ”
“ อื้ม อันนี้เป็นประตูล็อกอัตโนมัติน่ะ ไม่ต้องใช้กุญแจไขก็ได้ แต่ต้องกดรหัสหรือสแกนลายนิ้วมือบนหน้าจอนี้ซะก่อน ”
“ โลกของเราในอนาคตพัฒนาไปไกลเกินกว่าตอนนี้มากจริง ๆ ผมแทบจะจินตนาการถึงสิ่งต่าง ๆ ไม่ออกเลย”
" อืม ต่อไปคุณก็จะมีโอกาสได้เห็นเองแหละค่ะ ตอนนี้เราเข้าไปข้างในกันก่อนดีกว่า ชั้นสามทั้งชั้นเป็นที่พักอาศัยของฉันเอง เป็นเหมือนกับอพาร์ทเม้นท์ มีสามห้องนอนสองห้องน้ำ ห้องครัว ห้องรับแขกแล้วก็ห้องออกกำลังกายฟิตเนสเล็ก ๆ ของฉัน ”
“ คุณชอบออกกำลังกายเหรอ ”
“ ก็ ไม่ถึงกับชอบ แต่ฉันเป็นเชฟต้องทำอาหารชิมอาหารอยู่ทุกวัน ถ้าไม่หมั่นออกกำลังกายฉันก็คงจะอ้วนเป็นแม่หมูไปซะก่อน คุณหิวน้ำไหม? ในตู้เย็นฉันมีอาหารและเครื่องดื่มหลายอย่างนะ ทั้งน้ำอัดลม นม เบียร์ น้ำผลไม้ก็มีนะ ฟรีทุกอย่างไม่ต้องเกรงใจ กินให้ตายยังไงก็ไม่มีวันหมด ฮี่ฮี่ ”
“ ถ้าอย่างนั้นผมไม่เกรงใจละ คุณอยากให้ผมลองดื่มอันไหน คุณก็เอามาให้ผมได้เลย ”
“ จริงเหรอ คุณไม่กลัวว่าฉันจะเอาเบียร์ให้คุณแล้วมอมเบียร์คุณรึไง ”
“ ไม่ต้องมอมก็ได้นะ เมื่อกี้คุณพูดเองว่าผมสมยอมคุณแล้วนี่ ” เป้ง! เสียงตีระฆัง ยกนี้เว่ยอี้หานชนะอีกครั้ง
มู่เสี่ยวหลันสะบัดหน้าหนีความอายที่โดนเขาล้อจึงเดินไปเปิดตู้เย็น กวาดสายตามองดู ก็ไม่รู้จะเลือกเครื่องดื่มอะไรให้เว่ยอี้หานดี เธอจำได้ว่าเคยอ่านเจอในนิยายสักเรื่องว่าสมัยนี้น้ำโซดาแพงมากแล้วยังเป็นเครื่องดื่มที่พวกผู้มีอันจะกินใช้อวดถึงฐานะของตนเอง เรียกว่าเป็นเครื่องดื่มอันหรูหราในยุคนี้เลยก็ว่าได้
“ อ่ะนี่ โค้ก น้ำอัดลมยอดนิยมตลอดกาล คุณลองดื่มดูถ้าไม่ชอบ คุณค่อยไปเลือกอันใหม่เอาเองก็แล้วกัน ”
“ ขอบคุณครับ คุณมานั่งลงคุยกันก่อนเถอะนะ ” คราวนี้เว่ยอี้หานเป็นฝ่ายจับมือมู่เสี่ยวหลันให้นั่งลงข้าง ๆ ตนเองบนโซฟานุ่มที่เขากำลังนั่งอยู่
มู่เสี่ยวหลันเองก็นั่งลงแต่โดยดีและถามเขาด้วยความสงสัยว่าชายหนุ่มอยากคุยเกี่ยวกับเรื่องอะไรเพราะเขาพูดด้วยสีหน้าที่จริงจังกว่าเดิม “ คุณอยากคุยเรื่องอะไรเหรอคะ ”
“ ผมอยากรู้ว่าคุณวางแผนชีวิตไว้ว่ายังไงบ้าง คุณก็รู้สถานการณ์ทั่วไปของครอบครัวเราแล้วใช่ไหม คุณก็รู้ว่าตอนนี้ผมไม่ได้เป็นทหารอีกต่อไปแล้ว แต่ผมก็จะพยายามดูแลครอบครัวของเราให้ดีที่สุด ”
“ หมายความว่าคุณจะดูแลฉันด้วยใช่ไหม” มู่เสี่ยวหลันตาเป็นประกายเมื่อได้ยินเว่ยอี้หานพูดคำว่าครอบครัวของเรา ‘ ของเรา ’ ก็ต้องหมายรวมถึงเธอด้วยสิ เสร็จเจ๊!
“ อืม รวมคุณด้วยเพราะคุณเป็นภรรยาของผม ” เว่ยอี้หานคงไม่นึกว่าหลังจากที่เขาได้พูดคำ ๆ นี้ออกมาความสัมพันธ์ของทั้งคู่ก็กลายเป็นแนบแน่นแบบก้าวกระโดด
“ คุณพูดแล้วนะ ห้ามคืนคำเด็ดขาด ”
จากที่ตอนแรกทั้งสองคนนั่งเว้นระยะห่างกันพอสมควรบนโซฟาตัวใหญ่ แม่สาวจากยุคสองพันยี่สิบเอ็ดก็ย้ายก้นดีดดึ๋งเอื้อมมือไปกอดแขนผู้ชายหมับทันทีที่ได้ยินเว่ยอี้หานบอกว่าเธอเป็นภรรยาของเขา สถานะยืนยัน เหลือแต่ภาคปฏิบัติ สาวใจร้อน(เพราะรอมานาน)ผู้ผิวหน้าขาวใสแต่ไม่บอบบางจึง…..
“ อี้หาน คุณยังไม่เคยเห็นห้องนอนฉันใช่ไหม ปะเราไปดูกัน ”
เว่ยอี้หาน “…” เธอช่างเป็นคนที่....แรงดีไม่มีแผ่วจริง ๆ