ฉันที่เป็ทารกก็ตื่นขึ้นมาหลังจากสลบไปแต่ก็ไม่ตายฉันมองเห็นเพดานที่ไม่คุ้นเคย…แล้วตอนนี้ฉันกำลังดูดนมจากเต้าของผู้เป็มารดา..ที่ไม่คุ้นเคย
เดี๋ยวเฮ้ย นี่คุณเป็ใครฟระเนี่ยฉันเห็นหน้าผู้หญิงที่ไม่รู้จักพยายามกรอกนมใส่ปากฉัน.. คงหมายถึงนมจากเต้านะ
ถึงภาพนี้จะกระตุ้นความเป็ชาย แต่…อะเดะ ไม่เห็นถูกกระตุ้นเลย.. ไม่สิ นั่นไม่ใช่ประเด็นสักหน่อยฉันพยายามดิ้นและร้องออกมา
“อุแงงง อุแงงง”
“โอ๋ๆ”
ผู้หญิงคนนั้นโอ๋เอ๋ฉันด้วยสีหน้าอ่อนโยนอืม… นี่คงไม่ใช่การลักพาตัวสินะ.. ถึงเห็นแบบนี้ฉันก็ไม่ได้โง่หรอกนะ
มาพิจารณาดีกว่าหลังจากฉันปล่อยะเิอนุภาคแรงสูงออกไปจนกระเด็นแล้วก็สลบไปพอตื่นอีกทีฉันก็พยายามจะโดนใครไม่รู้เอาเต้านมกรอกปาก
นี่มันเื่บ้าไรฟะเนี่ย? ไม่สินี่ต้องเป็การเก็บมาเลี้ยงใช่ไหม? ต้องใช่แน่ๆบางทีตอนนั้นอาจจะมีคนมาเห็นฉันเลยเก็บมาเลี้ยง
อะไรแบบนี้ใช่ไหม!?
“หิวแล้วใช่ไหม หิวแล้วใช่ไหมกินนมสิ”
ผู้หญิงคนนั้นพูดอะไรไม่รู้เื่แถมในมือข้างหนึ่งถือหนังสือเล่มหนึ่งอยู่แม้อ่านตัวหนังสือไม่ออกแต่มีรูปปกประมาณ แม่อุ้มลูกอยู่
ถ้าให้เดาคงเป็คู่มือการใช้งานการ‘เลี้ยงลูก’ เดี๋ยวเห้ย นี่ฉันโดนปล่อยป่าไม่พอโดนแปะคู่มือการใช้งานมาด้วยเรอะ!?
ไม่สิ แรกเริ่มเดิมที โลกนี้มันมีคู่มือการใช้งานได้ไงเนี่ยไม่สิ คู่มือการใช้งานก็เป็คำอธิบายมันก็ควรมีอยู่ทั่วไปสิน่า
“เมื่อลูกตื่นแล้วจะงอแงหิวนมถ้าเป็ลูกแรกเกิดให้เอานมจากเต้า อืม.. ข้าก็ทำถูกแล้วนี่น่าทำไมยังร้องไห้ หรือเพราะว่ายังไม่เคยลองเลยปฏิเสธ?”
ผู้หญิงคนนั้นมองหนังสือแล้วพึมพำภาษาที่ฉันไม่รู้จักแต่พอพูดเสร็จก็หันมาดูฉันด้วยสายตาจริงจัง
“กินเถอะนะ แม่ขอโทษ!”
ว่าแบบนั้นถึงจะไม่เข้าใจว่าพูดอะไรแต่เธอก็กดปากฉันใส่เต้านมอย่างรุนแรง
“อุก อัก”
หะ.. หายใจไม่ออกเฟ้ย สถานการณ์แบบนี้มันอะไรกันเจอผู้หญิงแปลกหน้าจบปากกดเต้านมเพื่อที่จะให้กินนม
แต่… นมไม่มีเฟ้ย ไม่มีสักหยดเลยมันก็เื่ปกติไม่ใช่เรอะ ฉันไม่ใช่ลูกของเธอคนนี้สักหน่อยอีกอย่างดูเหมือนเธอจะไม่เคยมีลูกมาก่อนจะมีน้ำนมได้ยังไง
“ดูดสิๆ”
เธอคนนี้กดแรงเข้า อ๊ากๆๆๆๆไม่ไหวแล้ว *ติง*.. สลบไปอีกรอบแล้ว… ฉันนี่แหละั้แ่มาที่โลกนี้มีอะไรดีบ้างวะเนี่ย
เกิดมาโดนปล่อยทิ้งกลางป่าโดนะเิอนุภาคที่ตัวเองสร้างลองหวังจะยิงพลุ จนเกือบตาย พอรู้ตัวอีกทีโดนผู้หญิงที่เหมือนจะเก็บมาเลี้ยง
แต่ที่โดนเก็บมาเลี้ยงเนี่ยดีใจก็ดีใจอยู่หรอกนะ แบบว่าไม่ได้ถูกทิ้งไว้คนเดียวกลางป่าเขาลำเนาไพรอะไรแบบนั้นน่ะ
แต่ไอ้ข้อหาพยายามฆ่าโดยการทำให้หายใจไม่ออกเมื่อกี้มันอะไรกันมีความ้าแบบไหนกันแน่…
แต่จะบ่นอะไรก็ไม่ได้..ดูเหมือนจะไม่ใช่คนไม่ดีด้วยสิ…. แถมเก็บฉันมาเลี้ยงด้วยสิ
…..
….
…
และด้วยเหตุนี้เองฉันจึงกลายเป็หนึ่งในเชื้อพระวงศ์แน่นอนว่านั่นเป็เื่หลังจากที่ฉันมาอยู่นี่ได้ประมาณสามเดือนถึงรู้
ฉันมีชื่อว่า เลทิเซีย ทีน อาเดฟชื่อมันดูเหมือนผู้หญิงก็จริง เพราะฉันกลายเป็ผู้หญิงไปแล้วไงล่ะเอาเถอะจะหญิงหรือชายก็ไม่ต่างกันหรอก
ด้วยความที่พระาาหรือพ่อที่ไม่ใช่พ่อแท้ๆ น่ะนะ เป็กษัตริย์จึงไม่ค่อยมีเวลาว่างปกติฉันจะเห็นแต่คุณแม่มาเล่นกับฉัน
แต่ก็ไม่ได้ดูเป็คนเลวร้ายอย่างที่คิดนี่นะพอนึกถึงครอบครัวฉันก็นึกถึงชาติก่อนเพราะชาติก่อนพ่อแม่ประสบอุบัติเหตุจนถึงแก่ชีวิตั้แ่จำความไม่ได้แล้วล่ะ
ฉัน พี่สาว น้องสาว อยู่ด้วยกัน..พี่สาวทำงานหนักเพื่อส่งฉันเรียน ถึงพี่สาวจะดุมากๆ แต่เธอก็ใจดีอยู่เสมอนะ
แถมฉันคิดว่าเธอคิดร้ายกับฉันไม่เคยได้เธอเสียชีวิตหลังจากฉันโตขึ้น.. ฉันต้องเลี้ยงส่งน้องสาวแทนพี่ที่สิ้นลมจาก..ช่างมันเถอะ
ส่วนน้องสาวฉันเป็คนที่มองโลกในแง่ดีจนตรงกันข้ามกับฉันแบบสุดขั้วเพราะเธอมักจะร่าเริงและเพื่อนเยอะเสมอจะว่าไป ยัยนั่นจะเป็อะไรไหมน้า
แต่อย่างยัยนั่นทำได้ทุกอย่างคงไม่น่าเป็ห่วงเท่าไหร่ เรียนก็เก่ง กีฬาก็ดี ฝีมือก็ยอดทุกอย่างล้วนเพียบพร้อมจนน่ากลัวเลยล่ะ
แต่ช่างเื่ชาติที่แล้วไปก่อนแล้วกันนะ
หลังจากผ่านมาหนึ่งปีฉันที่แอบย่องเข้าหอสมุดกลางดึกของวังทุกคืนผลลัพธ์ก็สำเร็จฉันสามารถเข้าใจภาษาได้แล้ว!
แต่ว่านะ ภาษาสมัยใหม่มันมีเยอะมากจริงๆ ฉันเข้าใจภาษาแรกั้แ่สามเดือนแรกแล้ว ส่วนภาษาอื่นก็จำภายในเวลาสั้นๆ ได้
ด้วยเหตุนี้การจะหลอกให้ฉันเซ็นต์สัญญาทาสน่ะเป็ไปไม่ได้เฟ้ย เทพธิดาใจโฉดฉันไม่มีทางเดินตามหมากที่เธอวางไว้หรอกนะ
ฉันไม่มั่นใจว่ามันถูกไหมฉันเลยคลานไปหาแม่ที่กำลังสร้างปราสาทด้วยแผ่นไม้เล่นเอง ย้ำว่า เธอเล่นเอง…ติ๊งต๊องจริงๆ …
“มา..ม๊า”
ด้วยความที่ร่างกายเป็เด็กกล่องเสียงเลยยังไม่ดีพอที่จะพูดเป็คำๆเลยพูดได้ทีละคำสองคำเท่านั้น
“โครม” ปราสาทไม้พังลงทันทีแม่หันหน้ามาหาฉันด้วยสายตาตะลึง ก่อนจะมองไปรอบๆ แล้วไม่มีใคร.
“เมื่อกี้ว่าอะไรนะ?”
“มาม๊า”
เธอเหมือนจะคิดว่าฉันพูดไม่ได้แต่พอฉันพูดอีกรอบตาของเธอก็น้ำตาไหลพรากทันที เธอร้องไห้ออกมาซะงั้น
ฉันคิดว่าก็คงปกติละมั้งแบบลูกถึงจะไม่แท้เริ่มพูดคงดีใจจนร้องก็ไม่แปลกอะไร เอ๊ะ หรือแปลก?
“ใน…ในที่สุด…ก็ถูกเรียกว่าแม่แล้วคุณค้าาาา”
ตรงนั้นหรอกเรอะ!?ว่าแล้วแม่ก็วิ่งออกไปจากห้องของฉัน ดูจากการเรียกพ่อคงจะไปหาพ่อนั่นแหละ
แต่ตกเย็นแม่ก็ไม่กลับมาเลยปกติแม่จะกลับมานอนที่นี่ ด้วยความสงสัยฉันเลยย่องออกจากห้องไปเงียบๆ
ถามว่าทำไมถึงเดินได้น่ะเหรอ..ฉันเดินได้ั้แ่เดือนแรกแล้ว เพราะใช้เวทมนตร์ช่วยซัพพอร์ตน่ะนะ
ฉันที่ย่องผ่านความมืดก็ได้ยินเสียงฝีเท้ายามราตรีพร้อมกับเสียงพูดคุย
“ตอนนี้กองทัพอาณาจักรเอฟกำลังตีชายแดนทางเหนือกำลังจะแตกแล้ว”
“ฝ่าายังคงไม่เคลื่อนไหวข้าได้ยินว่าเพราะฝ่าากลัวน่ะ”
“ไร้สาระจริงๆ”
ฉันหลบขึ้นไปบนผนังเห็นเมดสองคนคุยกันเื่ใครที่ไหนไม่รู้กำลังทำาเอ๊ะ.. ตอนนี้อยู่ใน่าเหรอ?
ไม่เอานะถ้ามีาก็ต้องมีแบบเชลยศึกใช่ไหมที่แบบต้องโดนทุบโดนตีก็ห้ามปริปากอะไรแบบนี้… ไม่อยากเป็แบบนั้นนะ
แต่พ่อคงไม่ปล่อยไว้แน่ๆ ..หรือว่าพ่อกับแม่กำลังไปชายแดนสินะ..
ถ้างั้นห้องของพ่อก็ไม่มีคนอยู่สิมีหนังสือที่อยากอ่านในนั้นพอดีด้วย.. ว่าแล้วฉันก็ย่องไปในความมืด
จนมาถึงห้องนอนของกษัตริย์ซึ่งปกติจะมีอัศวินระดับสูงเฝ้าไว้อยู่แต่ตอนนี้ไม่มีเลย สงสัยจะไปทำากันหมด
ฉันค่อยๆ เปิดประตูออกช้าๆ น่าใที่แสงสว่างสาดจ้าเข้ามาในตาฉันจนพร่ามัวไปครู่หนึ่งก่อนที่จะชินกับแสงฉันก็เห็นภาพาในห้องนอนพ่อ
โอ้.. รุนแรงดีนะเนี่ย
ไม่ใช่แล้วเฟ้ย ฉันรีบปิดประตู..สาบานว่าฉันไม่ได้เห็นอะไรทั้งสิ้นที่ว่าพ่อแม่กำลังออกกำลังกายกลางดึกด้วยท่าพิสดารและรุนแรง…
ไม่เลยสักนิด…
นี่คงเป็สถานการณ์ที่เรียกว่าาภายในล่ะสินะ?