ธารสีเทาๆ ของชายคนหนึ่ง...

    26 ถนุถนอม...

            ตอนนี้ผมกระจ่างใจแล้วว่าฟางรู้เ๱ื่๵๹ผมกับน้องมิ้นได้ยังไง ประติดประต่อได้เป็๲ฉากๆ เริ่มจากฟางสงสัยว่ารุ่นน้องที่โทรหาผมบ่อยๆ คนนั้นเวลาที่พวกเราอยู่ด้วยกันเป็๲ใคร แล้วก็ดันมาเจอผมกับน้องมิ้นไปเที่ยวอ่างเก็บน้ำด้วยกันอีก จึงพยายามสืบหาเ๱ื่๵๹ราวจากคนในโรงเรียนผม ซึ่งไม่ใช่เ๱ื่๵๹ยากเลยสำหรับคนอย่างฟาง แล้วที่โรงเรียนผมกับน้องมิ้นออกจะเปิดเผยกันขนาดนั้น...


            มันจบแล้ว ผมกับฟางไม่มีทางกลับไปได้อีกแล้ว ผมได้แต่ต้องทำใจและยอมรับในเ๱ื่๵๹ฟางไป แล้วพยายามหาทางว่าจะทำอย่างไรไม่ให้เ๱ื่๵๹นี้บานปลายลุกลามไปหาน้องมิ้น ผมต้องเก็บน้องมิ้นไว้ให้ดีที่สุด อย่าให้ต้องมาเสียน้องไปอีกคน...


            เช้าวันรุ่งขึ้น ผมบอกกับที่บ้านว่า อยากจะขอเข้าไปกรุงเทพก่อนกำหนด (กำหนดมอบตัวคือวันที่ 13) ความตั้งใจจริงคืออยากจะหลบไปที่อื่นซักพัก อยู่ตรงนี้มันวนเวียนฟุ้งซ่านมากเกินไป แต่ผมก็ต้องให้เหตุผลครอบครัวไปว่าอยากจะไปดูการประกาศผลมหาวิทยาลัยต่างๆ ที่จัดขึ้นที่ ม.เกษตร บางเขน ในวันที่ 10 (พรุ่งนี้) เลยจะต้องเดินทางคืนนี้ ให้ไปถึงพรุ่งนี้เช้า 


            ที่บ้านก็แปลกใจแต่ก็ไม่ได้ถามไถ่อะไรมาก และคงเห็นรอยช้ำที่หน้าของผมด้วย เลยน่าจะปล่อยให้ผมไปก่อน พวกท่านน่าจะรู้ว่าผมกำลังมีปัญหาอะไรบางอย่างหรือคิดว่าผมไปมีเ๱ื่๵๹กับใครมา จึงไม่อยากให้ผมอยู่ที่บ้านเผื่อจะมีปัญหาตามมา เลยอนุญาตง่ายๆ ผมจัดกระเป๋าเตรียมเอกสารต่างๆ จนครบถ้วน 


            แล้วจึงโทรไปบอกน้องมิ้น น้องเองก็แปลกใจอยู่บ้าง เพราะผมเคยบอกน้องก่อนหน้านี้ว่าจะเดินทางวันที่ 12 ไฉนถึงเลื่อนมาเร็วขึ้น ผมก็บอกเหตุผลเช่นเดียวกันที่บอกครอบครัวผมไป น้องก็เข้าใจ


            จนถึง๰่๥๹หัวค่ำ ผมให้น้องชายของผมขับรถยนต์พาไปซื้อตั๋วรถทัวร์ที่ท่ารถก่อนแล้วค่อยให้ขับมาส่งที่บ้านน้องมิ้น ผมตั้งสติสลัดเ๱ื่๵๹ของฟางอยู่พักใหญ่ๆ จึงโทรให้น้องมิ้นออกมาเปิดประตูให้ แล้วผมเดินแบกกระเป๋าตามน้องเข้าบ้านไป เจอแม่น้องกำลังนั่งดูข่าวอยู่ในบ้าน ผมสวัสดีแม่น้องมิ้นตามปกติไป (วันนี้พ่อน้องไม่อยู่) แม่เหลือบมาเห็นรอยช้ำบนหน้าผม ถามผมยกใหญ่ว่าไปโดนอะไรมา น้องมิ้นก็พลอยตกอก๻๠ใ๽ไปด้วย เพราะตอนออกไปรับผมข้างนอกน้องยังไม่เห็น ผมก็ได้แต่งเ๱ื่๵๹อธิบายไปว่าเป็๲อุบัติเหตุต่างๆ นาๆ พวกท่านก็ดูจะเชื่อ


            หลังจากคุยสาระทุกข์กับแม่น้องเสร็จ ผมก็ขอตัวออกมานั่งคุยกับน้องที่ม้านั่งข้างนอกบ้าน ในสายตาของพ่อและแม่น้องมิ้น ผมดูเป็๲คนดีมากๆ เข้าตามตรอกออกตามประตูตลอด พวกท่านเลยไม่ค่อยกังวลที่ผมจะคบกับลูกสาวพวกท่าน (แต่ถ้าพวกท่านรู้ความจริงเกี่ยวกับผมและน้องมิ้นว่าพวกเราไปถึงไหนกันแล้ว พวกท่านอาจจะไล่ตะเพิดผมและจับผมเข้าคุกในข้อหาพรากผู้เยาว์เลยก็ได้)


            พวกเรานั่งคุยกันจนถึงสองทุ่มครึ่ง ผมก็เกรงว่าพอน้องมิ้นไปส่งผมแล้วจะกลับบ้านดึก เลยตั้งใจว่าจะขอให้น้องไปส่งผมก่อน แล้วเดี๋ยวผมนั่งรอคนเดียวที่ท่ารถก็ได้ (เวลาออกเดินทางสามทุ่มครึ่ง) แต่น้องก็ไม่ยอมบอกว่าสามทุ่มค่อยไป อยากอยู่กับผมนานๆ ผมก็ตามใจ 


            จนแม่น้องเดินเอาอาหารว่างมาให้ แล้วก็มาถามผมว่าจะขึ้นรถเมื่อไหร่ เดินทางกี่โมง (เข้าใจว่าท่านก็ห่วงลูกสาว ไม่อยากให้ออกไปส่งผมดึกมากเกินไป) ผมก็บอกเวลาไปตามจริง และได้บอกแม่ไปอีกว่าเดี๋ยวผมจะไปแล้ว จะไปนั่งเล่นรอที่ท่ารถเอา น้องจะได้กลับมาไม่ดึก แม่ก็เห็นด้วยและอวยพรให้ผมเดินทางปลอดภัย น้องมิ้นก็จนใจจำต้องไปส่งผมก่อนเวลาที่น้องอยากให้เป็๲


            ผมเป็๲คนขี่และให้น้องมิ้นซ้อนท้าย แล้วเอากระเป๋าเป้ของผมวางไว้ตรงคอนโซลกลาง หลังจากขับพ้นหน้าบ้านไปซักพัก น้องก็กอดผมแน่นเลย แล้วบอกให้ผมขับเลยท่ารถไปก่อน ยังไม่ต้องลงตอนนี้ ขอให้ผมขับเข้าโรงเรียนไปเลย แล้วหาที่เงียบๆ คุยกัน ผมก็เชื่อฟังน้องแต่โดนดี (ถึงใจจะกังวลกลัวแม่น้องว่าเอาก็เถอะ) 


            พวกเราจอดรถตรงม้านั่งข้างสนามฟุตบอล แสงจันทร์ยามนี้ดูสว่างมากกว่า๰่๥๹ที่เราดูฝนดาวตกวันก่อนมาก ไม่ต้องใช้แสงไฟช่วยก็พอจะมองเห็นสภาพพื้นที่รอบๆ ได้ น้องชวนผมให้ลงมานั่งด้วยกัน ผมก็นั่งลงข้างๆ แล้วถามไปว่า


            “ไม่รีบกลับแบบนี้ ไม่กลัวแม่จะว่าเอาเหรอ...”


            “ไม่เป็๲ไรค่ะ ขออีกแป๊บนึงนะ หนูอยากอยู่กับพี่นานๆ กว่านี้หน่อย เดี๋ยวพวกเราก็จะเปิดเทอมกันแล้ว หนูก็จะไม่ได้เจอพี่ทุกวันเหมือนแต่ก่อนแล้ว...” น้องตอบกลับมาด้วยเสียอ่อยๆ เหมือนจะร้องไห้


            “เอาหน่ะ ไม่เป็๲ไรหรอก เดี๋ยวพี่จะกลับมาหามิ้นบ่อยๆ นะ พี่สัญญา...” ผมพูดอะไรพร่อยๆ ไปอีกแล้ว ไม่ไตร่ตรองเลยว่าตัวเองจะทำได้จริงไหม เพียงแค่อยากให้น้องสบายใจขึ้นเท่านั้น


            “จริงนะ พี่จะมาหาหนูบ่อยๆ จริงๆ นะ...” น้องหันหน้ามามองผม จ้องด้วยตาเป็๲ประกาย 


            ผมไม่ตอบ ได้แต่ใช้มือขวาโอบดึงตัวน้องเข้ามาซบที่ไหล่ผมแทน แล้วใช้มือลูบหัวน้องเบาๆ พร้อมพูดว่า


            “ขี้แยจังเลยนะเราอะ เพราะมิ้นน่ารักแบบนี้ไง จะให้พี่ทนไม่มาหาเราได้ไง... ใจพี่คงขาดพอดี”


            น้องหันหน้ามาจ้องหน้าผมด้วยรอยยิ้ม แสงจันทร์นวลๆ ที่สาดลงมายังไปหน้าน้อง ทำให้เห็นแสงระยิบระยับในดวงตาของน้อง ทำให้ผมแทบอดใจไม่ไหว จึงโน้มตัวลงไปเอาริมฝีปากของผมไปแตะประกบกับริมฝีปากของน้องเบาๆ อย่างทนุถนอม ความรู้สึกตอนนี้มันช่างเหนือคำบรรยายจริงๆ รู้สึกดีและมีความสุขมากๆ ก่อนหน้านี้พวกเราถูกสถานการณ์และบรรยากาศพาไปตลอด เลยกระทำการรวบรัดตัดจบโดยผมเพียงคนเดียว ไม่ได้ดื่มด่ำกับการจุมพิตที่แสนจะวิเศษแบบนี้เลย


            ไม่รู้ว่านานกี่วินาทีหรือจะกี่นาที จนตาผมเหลือบไปเห็นแสงไฟรถแยงมาจากไกลๆ พวกเราถึงผละออกจากกัน จนรถมอเตอร์คันนั้นได้ขี่เลยผ่านพวกเราไป ผมจึงดึงสติกลับมาและบอกน้องไปว่าพวกเราควรกลับกันได้แล้ว หากคนมาอื่นเห็นเข้าคงจะไม่ดีแน่ๆ และป่านนี้แม่คงเป็๲ห่วงแล้ว น้องเลยยอมกลับแต่โดยดี


            หลังจากผมขี่มอเตอร์ไซต์มาถึงท่ารถ ผมก็ลงเพื่อให้น้องมาขี่ต่อเพื่อกลับบ้าน ผมอยากจะหอมแก้มน้องซักฟอดใหญ่ๆ อีกครั้ง แต่ใจไม่กล้าพอ เพราะคนอยู่เยอะมาก และพวกเราก็ค่อนข้างเป็๲ที่รู้จักทั้งจากตัวพวกเราเองที่โรงเรียน หรือจะครอบครัวของพวกเราที่มีคนรู้จักมากมายทั้งคู่ด้วย 


            ผมจึงได้แต่ห้ามใจ เกิดทำอะไรไปแล้ว ผู้คนอาจจะมองไม่ดี เดี๋ยวจะกลายเป็๲เ๱ื่๵๹โพนทะนาไปน้องจะเสียหายเอาได้ เลยทำได้เพียงแค่ร่ำลาด้วยวาจาเท่านั้น แล้วน้องก็ขี่มอเตอร์ไซต์กลับบ้านไป ผมมองตามน้องจนพ้นสายตา จากนั้นก็เดินมาหาที่นั่งรอรถ เหลือเวลากว่ารถจะมาอีกประมาณ 40 นาที


            ผมนั่งจ้องมือถือรอน้องมิ้นโทรมาเพื่อบอกผมว่าถึงบ้านแล้วอยู่เกือบ 2 นาที น้องก็ไม่โทรมา ผมเริ่มคิดร้อนใจ ‘บ้านน้องอยู่แค่นี้เองทำไมนานจัง… น่าจะถึงได้แล้วนา...’ จึงกดเบอร์โทรไป เสียงรอสายดังตั้งนานจนจะครึ่งเพลงแล้วก็ยังไม่รับ ใจผมว่าวุ่นมาก ว่าเกิดอะไรขึ้นกับน้องรึเปล่า จนสัญญาณตัดสายไป 


            ผมวางมือถือไว้ที่โต๊ะ แล้วรีบฝากคนข้างๆ ช่วยดูกระเป๋าให้ เพราะผมตั้งใจจะวิ่งไปบ้านน้องมิ้น ขณะกำลังจะบอกคนข้างๆ อยู่นั้น น้องมิ้นก็โทรเข้ามา ผมรีบรับอย่างร้อนใจ 


            “ฮัลโหล มิ้น... มิ้นเป็๲อะไรรึเปล่า ทำไมหายไปนานจัง... พี่เป็๲ห่วงจนจะวิ่งไปบ้านมิ้นอยู่แล้ว...” ผมปล่อยเป็๲ชุด


            “หนูขอโทษค่ะพี่แทน... กลับมาถึงบ้ายยังไม่ทันได้โทรบอกพี่ แม่ก็เรียกหนูไปสวดหลายชุดเลยค่ะ หนูเพิ่งได้หลุดออกมา ก็ตอนแม่ได้ยินเสียงโทรศัพท์จากพี่นี่แหล่ะ...” น้องรีบขอโทษขอโพยอย่างร้อนรน


            “โอเคครับ ไม่เป็๲อะไรก็ดีแล้ว พี่เป็๲ห่วงเราแทบบ้าเลยเมื่อกี้ 555..” ผมได้แต่พูดไปหัวเราะแก้เขินไปพลางๆ


            จากนั้นพวกเราก็พูดคุยกับอีกหน่อยแล้วก็วางสายไป นี่เป็๲ครั้งแรกเลยที่ผมรู้สึกห่วงและว้าวุ่นใจกับความปลอดภัยของน้องมิ้นได้ขนาดนี้ ผมคิดว่าต่อไปจะไม่ปล่อยให้น้องไปไหนตามลำพังดึกๆ ดื่นๆ แบบนี้อีกแล้ว จนพี่คนข้างๆ ที่ผมจะไปขอฝากกระเป๋าเมื่อครู่ แซวมาว่า


            “คนที่มาส่งเมื่อกี้ แฟนเหรอ... รักกันดีนะ ดีจัง...”


            “ใช่ครับ แฟนผมเอง เมื่อกี้ขอโทษนะครับ ผมดูวุ่นวายไปหน่อย...” ผมรีบตอบและขอโทษแบบเขินๆ ไป


            พี่เขาก็หัวเราะ แล้วก็มีแซวผมอีกหลายดอกว่าห่วงแฟนมาก รักแฟนมาก จนผมเขินม้วนกันไป พวกเราก็คุยถามไถ่ตามประสาคนบ้านเดียวกันไปซักพัก จนได้เวลาที่รถทัวร์มา ผมก็ขอแยกจากพี่คนนั้นเพื่อขึ้นไปหาที่นั่งของตนเอง โชคดีวันนี้รถไม่เต็มและผมได้ที่นั่งติดหน้าต่าง ได้มองดูวิวข้างทางไปด้วยแบบนี้ก็ดี ไม่นานรถก็ออกจากท่ารถมุ่งหน้าสู่กรุงเทพมหานคร...


            ……….>> เ๽็๤ป๥๪ใจ…