ผ่านไปเกือบ 10นาที หมอกทั้งหมดจางหายไปแล้ว กบหนามทมิฬยังคงอยู่ที่เดิมทว่าหนามแหลมเ่าั้กลับมีขนาดใหญ่กว่าเดิมหลายเท่าตัว
ในที่สุดการินก็เริ่มเคลื่อนไหวชายหนุ่มลอยลงไปเอาเท้าแตะผิวน้ำ ทำให้ดูคล้ายกำลังยืนอยู่บนผิวน้ำเหมือนกบหนามทมิฬ
ทันใดนั้นข้างกายของการินได้มีร่างหนึ่งปรากฏขึ้นดูคล้ายนักรบสวมชุดเกราะแต่ร่างกายกลับเป็เหมือนแก้วใสสีเขียวมรกต
อลิสจ้องนับรบตนนั้นแล้วมองไปที่การินตอนนี้เธอไขข้อข้องใจได้อย่างหนึ่งแล้ว
นักรบมรกตย่อตัวลงแล้วพุ่งเข้าใส่กบหนามทิฬด้วยความเร็วที่ยากจะมองเห็นด้วยตาเปล่าผิวน้ำแหวกออกเป็ทาง
กบหนามทมิฬคำรามออกมาหนามนับสิบที่ลอยอยู่เบื้องหน้าพ่นของเหลวสีดำมาเป็ป้องกันไว้อีกครั้งนอกจากนั้นรอบตัวของการินยังมีเข็มน้ำขนาดเท่าเสาบ้านปรากฏขึ้นกลางอากาศแล้วพุ่งเข้าใส่ชายหนุ่ม
การินลอยขึ้นในจังหวะที่เข็มน้ำกำลังจะเข้าถึงตัวทำให้เข็มน้ำเหล่าพุ่งชนกันและทำลายกันเอง
ทางด้านนักรบที่มีร่างคล้ายมรกตใสเมื่อเผชิญกับโล่พิษทมิฬกลับไม่ลดความเร็วลงแม้แต่น้อยและเมื่อร่างของนักรบัักับโล่พิษมันกลับทะลุไปราวกับไม่มีสิ่งใดขวางกั้นแล้วพุ่งปะทะร่างของกบหนามทมิฬจนมันกระเด็นกระดอนไปบนผิวน้ำหลายตลบ
เข็มหนามเ่าั้ก็ลอยตามเ้ากบหนามทมิฬไม่ห่างทว่าโล่พิษนั้นได้หายไปแล้ว
โดยไม่รอให้สัตว์ร้ายตัวนี้ได้ตั้งตัวนักรบมรกตพุ่งเข้าไปถึงตัวมันในเสี้ยวพริบตาแล้วจับเขาข้างหนึ่งของมัน นักรบมรกตอ้าปากคำรามแต่ไร้เสียงเหวี่ยงร่างของกบหนามทมิฬลอยขึ้นฟ้า ไปยังตำแหน่งที่การินอยู่
การินซึ่งรออยู่แล้วเหวี่ยงหมัดเข้าที่กลางท้องซึ่งหงายขึ้นของกบหนามทมิฬสัตว์ร้ายระดับเมืองตัวนี้ตาเหลือกขึ้นจนเหลือเพียงตาขาวร่างของมันพุ่งลงไปจุดเดิมเหมือนดาวตก
นักรบมรกตออกหมัดใส่กบหนามทมิฬอีกรอบเสียงกระดูกสันหลังของมันหักดังขึ้นได้ยินอย่างชัดเจนร่างอันมหึมาลอยขึ้นกลางอากาศอีกครั้ง
การินไม่ได้ต่อยมันอีกเพียงยื่นแขนไปคว้าที่เขาของมันไว้ตอนนี้เ้ากบหนามทมิฬย่อมไม่รอดแล้วต่อให้เป็สัตว์ร้ายระดับเมืองเมื่อกระดูกสันหลังหักก็ไม่รอดเหมือนกัน
ส่วนหนามดำที่เคยดูดซับหมอกพิษก็ไม่สามารถลอยตัวอยู่ได้อีกจึงพากันร่วงกราวลงไปร่างของนักรบมรกตหายไปทว่าก็มีร่างของนักรบที่มีร่างกายเหมือนแก้วใสปรากฏขึ้นอีกครั้งนับร้อยตนบางตนมีสีเขียวมรกต บางตนมีสีแดงทับทิม บางตนมีสีเหลืองบุษราคัม บางตนมีสีน้ำเงินไพลินและบางตนก็มีสีม่วงอเมทิส
เพียงแต่ถ้าลักษณะของนักรบมรกตก่อนหน้านี้เป็เหมือนขุนพลแนวหน้าลักษณะของเหล่านักรบที่ปรากฏขึ้นมาใหม่ก็เหมือนพลทหารทั่วไป
นักรบนับร้อยกรูกันเข้าไปรับหนามสีดำเอาไว้คนละอัน
การินมองไปยังจุดที่อลิสเคยอยู่แต่กลับไม่เจอพอกวาดสายไปรอบ ๆ ก็พบว่าเธอกำลังยืนพิงต้นไม้แถวขอบทะเลสาบ
ชายหนุ่มเหาะไปหาเธอโดยมีนับรบที่แบกหนามไว้บนบ่าตามมา
อาจเป็เพราะทะเลสาบแห่งนี้มีพิษเข้มข้นมากทำให้ระยะ20 เมตรจากริมทะเลสาบไม่มีพืชขึ้นเลยแม้แต่ต้นเดียว
การินโยนร่างของกบหนามทมิฬเข้าไปในชายป่าพอต้นไม้ััเข้ากับิัของมันก็แห้งเหี่ยวลงไปในทันทีทว่าไม่ได้สลายหายไปเหมือกับครั้งที่การินโยนใบไม้ลงไปในลำธาร
นี่แสดงให้เห็นว่าแท้จริงแล้วพิษของเ้ากบตัวนี้ไม่ได้รุนแรงขนาดนั้นเพียงแต่เมื่อสะสมไว้นานมันเลยรุนแรงขึ้น
จากนั้นการินจึงลอยลงมาอยู่ด้านหน้าของอลิสที่ตอนนี้กำลังจ้องเขาไม่วางตา
ชายหนุ่มอ้าปากหาวแล้วกล่าว
“เป็ไงฉันเก่งไหม”
อลิสยังคงจ้องเขานิ่ง
หลังจากเธอเห็นการต่อสู้ของการินก่อนหน้านี้เธอสามารถพูดได้แค่ว่าเรียบง่ายและทรงพลัง
ถ้าไม่ใช่ก่อนหน้านี้เขาเคยบอกว่าตัวเองอยู่ระดับเมืองและมีพลังในรอยประทับที่เพิ่มทางกายให้อลิสคงคิดว่าการินเป็ผู้มีรอยประทับระดับอาณาจักรแล้ว
“อธิบายมาให้หมด”
นี่เป็ครั้งแรกที่การินเห็นอลิสพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง
การินถอนหายใจเดินไปยังริมทะเลสาบแล้วหันตัวกลับมา
ชายหนุ่มค่อย ๆถอดเสื้อออกพร้อมพูดไปด้วย
“ฉันเคยบอกไปแล้วรอยประทับของฉันมันมอบพลังกายที่มากกว่าปกติให้มอบปริมาณพลังในรอยประทับที่มากกว่าปกติให้ทั้งที่ไม่รู้จะเอาไปใช้ยังไงมอบความสามารถในการบินโดยที่ไม่ต้องใช้พลังในรอยประทับช่วย...”
กล่าวถึงตรงนี้การินก็ถอดเสื้อเสร็จพอดีเผยให้เห็นรอยประทับสีดำกลางแผ่นอก
อลิสเบือนหน้าหนีแล้วค่อยๆ หันกลับมามองด้วยใบหน้าที่แดงเล็กน้อย
“ฉันไม่ได้โกหกรอยประทับอันนี้มอบพลังแบบนั้นให้ฉันจริง ๆ”
“แล้วนายเรียกเ้าพวกนั้นมาได้ยังไง”
ชายหนุ่มยิ้มมุมปากค่อย ๆ หมุนตัวไปทางทะเลสาบ
“แล้วใครบอกล่ะว่าฉันมีรอยประทับแค่อันเดียว”
เมื่อการินหันหลังให้แผ่นหลังเปลือยเปล่าของชายหนุ่มจึงปรากฏขึ้นในสายตาของอลิส
ที่กลางแผ่นหลังนั้นมีรอยประทับขนาดใหญ่อีกอันประทับอยู่ลักษณะแตกต่างจากรอยประทับที่อยู่ด้านหน้า
“นายเคยเจอแผ่นหนังรอยประทับที่เข้ากับตัวเองได้อย่างนั้นเหรอ?”
อลิสเบิกตากว้างเดินเข้าไปหาชายหนุ่ม
แผ่นหนังรอยประทับไม่ได้ใช้ได้กับคนธรรมดาที่ยังไม่มีรอยประทับเท่านั้นคนที่มีรอยประทับอยู่แล้วก็ใช้ได้ ของเพียงมีความเข้ากันได้ก็พอ
ในทุก ๆ่หนึ่งร้อยปีจะมีผู้มีรอยประทับที่พบกับแผ่นหนังรอยประทับซึ่งเข้ากับตัวเองไม่เกิน5 คนเท่านั้น
การินโดดลงไปในทะเลสาบที่ไม่มีพิษอีกต่อไปชายหนุ่มหงายหน้าขึ้นลอยตัวอยู่ผิวน้ำ
“เปล่าหรอกฉันไม่เคยเจอแผ่นหนังรอยประทับที่เข้ากันได้แต่รอยประทับบนหลังของฉันมันปรากฏขึ้นพร้อมกับรอยประทับด้านหน้านั่นแหละ”
“รอยประทับคู่?ฉันไม่เคยได้ยินมาก่อนเลย”
อลิสพึมพำพร้อมมองไปบนท้องฟ้าก่อนจะกลับมามองการินที่ว่ายน้ำเล่นอย่างสบายใจ
“งั้นช่วยอธิบายพลังจากรอยประทับที่อยู่บนหลังของนายให้ฟังหน่อยสิ”
“เอ่อมันค่อนข้างอธิบายยาก แต่ฉันจะพยายามอธิบายให้เข้าใจง่ายแล้วกัน”
“รอยประทับที่อยู่กลางหลังทำให้ฉันสามารถอัญเชิญจิติญญานักรบออกมาได้ตอนรอยประทับของฉันตื่นขึ้นมาใหม่ ๆ ฉันสามารถอัญเชิญมันมาได้แค่ตนเดียวนักรบจิติญญาตัวนี้สามารถทำให้ตัวเองจับต้องได้จริงหรือจับต้องไม่ได้ก็ได้ฉันสามารถมองเห็นและได้ยินผ่านมันได้ พละกำลังเทียบเท่าผู้มีรอยประทับระดับทั่วไป”
“พอฉันกลายเป็ระดับหมู่บ้านก็อัญเชิญเพิ่มมาได้เป็10 ตน ความสามารถที่จิติญญานักรบได้รับเพิ่มมานั่นคือการล่องหนและการบิน นอกจากนี้แม้จิติญญานักรบทั้ง10 ตนนี้จะยังเป็ระดับทั่วไปเหมือนเดิม แต่ถ้าฉันเอาพวกมันทั้ง 10 มารวมเข้าเป็หนึ่งเดียวกันความแข็งแกร่งของจิติญญานักรบตนนั้นจะกลายเป็ระดับหมู่บ้าน”
“ส่วนตอนฉันกลายระดับเมืองก็อัญเชิญเพิ่มได้เป็100 ตน ความสารถมาที่เพิ่มเข้ามานั่นก็คือจิติญญานักรบเหล่านี้สามารถส่งของที่มีขนาดไม่ใหญ่เกินไปกลับมาหาฉันได้ในทันทีอ้อ จริงด้วยฉันลืมบอกไปว่าระยะที่จิติญญานักรบจะออกห่างจากตัวฉันได้นั้นมีจำกัดตอนอยู่ระดับทั่วไปมันห่างจากฉันได้ 500 เมตร ระดับหมู่บ้าน 5 กิโลเมตรและระดับเมือง 50 กิโลเมตร”
“แล้วก็เหมือนกับระดับก่อนหน้านี้นักรบจิติญญาทั้ง 100 ตนจะมีระดับทั่วไป แต่ถ้าเอาทั้งร้อยตนนี้มาผสานรวมเป็หนึ่งก็จะมีความแข็งแกร่งเทียบเท่าระดับเมือง”
การินอธิบายอย่างละเอียด
อลิสถอยกลับไปยืนพิงต้นไม้หลังจากจบประชุมในวันแรกที่เธอมาประจำการขณะคุยกับโอซิลเธอรู้สึกเหมือนมีใครจ้องมองอยู่ และในตอนที่การินเรียกนักรบจิติญญาออกเธอก็จำได้ทันทีว่ามันเป็สิ่งเดียวกันกับที่เคยจ้องเธอในครั้งนั้น
เมื่อการินเล่นน้ำจนพอใจจึงกลับขึ้นฝั่งชายหนุ่มยังคงไม่ใส่เสื้อเสื้อที่เคยถอดทิ้งไว้ก่อนลงไปเล่นน้ำได้มีนักรบจิติญญาตนหนึ่งถือให้แล้วเดินตามมา
“ชื่นใจจริงๆ เธอไม่อยากลงไปเล่นบ้างเหรอ?”
อลิสมองการินจากนั้นก็ชำเลืองไปทางนับรบจิติญญานับร้อยตนที่อยู่ด้านหลังของชายหนุ่มแล้วค่อยกลับมามองเขาอีกครั้ง
“ฉันรู้แล้วล่ะว่าทำไมนายถึงกลายเป็คนี้เี”
“เฮ้เื่เ้าพวกนี้ก็ส่วนหนึ่ง แต่ที่ทำให้ฉันชอบหลับตลอดก็เพราะการจะควบคุมเ้าพวกนี้มันต้องผลาญทั้งพลังงานในรอยประทับและพลังกายฉันไปพร้อมกันด้วยทำให้รู้สึกเหนื่อยแล้วก็ง่วง”
การินแก้ตัวโดยเร็วจากนั้นจึงกวาดสายตาไปทั่วร่างของอลิส
“ฉันก็แสดงรอยประทับบนตัวให้เธอดูแล้วทั้งยังเล่าพลังในรอยประทับของตัวเองให้ฟัง เธอเองก็ควรบอกความสามารถรวมทั้งแสดงรอยประทับให้ฉะ...”
การินพูดยังไม่ทันจบประโยคลูกไฟขนาดเท่ากำมือก็พุ่งเข้าใส่ชายหนุ่ม เขาหลบมันได้อย่างลนลานทว่าผู้ที่รับเคราะห์ก็คือนักรบจิติญญาซึ่งถือเสื้อให้การินอยู่
ศีรษะส่วนบนของมันหายไปคล้ายถูกละลายทว่าไม่นานมันก็คืนสภาพกลับมาเป็เหมือนเดิม
“อ๊ะเล่าแค่ความสามารถก็พอ แค่ความสามารถ...”
การินรีบพูดใหม่เนื่องจากกลัวว่าเธอจะเสกลูกไฟที่มีขนาดใหญ่กว่าเดิมแล้วเสื้อของเขาที่อยู่กับนักรบจิติญญาตนนั้นจะกลายเป็ขี้เถ้า
อลิสหันหน้าไปด้านอื่นพร้อมส่งเสียง‘หึ’
“ตอนรอยประทับของฉันตื่นขึ้นมาใหม่ๆ มันได้มอบพลังในการควบคุมไฟ เสกไฟ และการแผ่จิตััออกไปในระยะ 10 เมตร ในระยะ10 เมตรนี้ไม่เคยมีสิ่งมีชีวิตชนิดใดรอดพ้นจากจิตััของฉันเลย”
ในประโยคสุดท้ายเธอชำเลืองมองการินด้วยหางตาแวบหนึ่ง
“พอกลายเป็ระดับหมู่บ้านฉันสามารถควบคุมไฟได้ดีขึ้น ไฟที่ฉันสร้างมีความร้อนเพิ่มขึ้น สามารถควบแน่เปลวเพลิงจนกลายเป็‘แก่นเพลิง’ที่มีลักษะต่างๆ ได้ตามใจชอบ ระยะจิตััของฉันเพิ่มเป็ 100 เมตร ในระยะ 100เมตรนี้ไม่เคยมีสิ่งมีชีวิตชนิดใดรอดพ้นจากจิตััของฉันเลย”
เหมือนเดิมประโยคสุดท้ายเธอชำเลืองมาทางการินอีกครั้ง
“และเมื่อฉันเป็ผู้มีรอยแระทับระดับเมืองฉันสามารถใช้พลังความร้อนในการช่วยเหาะได้ เปลวเพลิงที่สร้างออกมามีสีส้มเกือบแดงระยะจิตััของฉันเพิ่มขึ้นเป็ 1 กิโลเมตร ในระยะ 1กิโลเมตรนี้มีสิ่งมีชีวิตแค่ตนเดียวที่ฉันััไม่ได้”
ครั้งนี้เธอหันมาจ้องการินเขม็ง
มุมปากการินกระตุกจากนั้นจึงยิ้มออกมาแล้วเดินไปหยุดยืนด้านหน้าอลิสชายหนุ่มยกมือขึ้นลูบศีรษะของหญิงสาวพร้อมกล่าวเสียงแ่
“เพราะแบบนี้ฉันถึงเป็คนพิเศษของเธอไม่ใช่เหรอ?”