บทที่ 1 (1/2)
นี่มันเกิดอะไรขึ้นกับข้า? (1) (มีฉากรุนแรงนะคะ)
เยว่เล่อกำกระบี่ในมือแน่น พลางยืนมองเหล่าองครักษ์และเหล่าทหารจากแดนมารหันดาบเข้าสู้กันอย่างเอาเป็เอาตาย จากนั้นก็หันไปมองเยว่สือพี่ชายต่างมารดาที่ผ่านมาเขาพยายามหลีกทาง และเอาตัวเองถอยห่างจากตำแหน่งองค์รัชทายาทเพื่อให้อีกฝ่ายได้สิทธิในการขึ้นครองบัลลังก์ต่อจากผู้เป็บิดาอย่างเต็มภาคภูมิ
แต่ก็ดูเหมือนว่า...มันจะยังไม่เพียงพอสินะ
ฉับพลัน เยว่เล่อก็เห็นดาบในมือของเยว่สือพุ่งตรงมาที่อกข้างซ้าย!
เพียงแค่เบี่ยงตัวเล็กน้อยเขาก็จะสามารถหลบวิถีดาบที่พุ่งเข้ามาได้แต่ทว่าเยว่เล่อกลับรู้สึกไม่อยากหลบเพราะไม่แน่ว่า...ความตายอาจจะช่วยให้เขาหลุดพ้น และความตายของเขามันอาจจะช่วยหลายชีวิตในยามนี้รวมไปถึงอีกหลายชีวิตในภายภาคหน้าได้
แล้วที่สำคัญในโลกใบนี้ดูเหมือนจะไม่มีเื่ใด ไม่มีสิ่งใดและไม่มีผู้ใดให้เขารู้สึกอาวรณ์
เยว่เล่อตัดสินใจพายเรือตามน้ำ เขาค่อย ๆ หลับตาของตนเองลง เมื่อรับรู้ได้ถึงคมดาบที่เสียบทะลุเข้ามาตรงอกข้างซ้ายเขาก็รีบลืมตา แล้วยกกระบี่ขึ้นมาปาดเข้าที่คอหอยของเยว่สือ ในเมื่อจะต้องตายอย่างน้อย ๆ เขาก็ขอทำหน้าที่องค์ชายรองให้กับแดนมารเป็ครั้งสุดท้าย ด้วยการลากองค์ชายใหญ่จอมเสแสร้งให้ลงนรกไปพร้อมกันกับเขาด้วยเลย
ในขณะที่เยว่เล่อถูกความเจ็บแสบจากคมดาบเข้าเล่นงาน ใบหน้าของคนผู้หนึ่งก็ผุดขึ้นมาในความคิด...
แต่ทว่าเพียงไม่นานภาพของคนผู้นั้น สติ และลมหายใจสุดท้ายของเยว่เล่อก็ดับลง
เยว่เล่อลืมตาขึ้นมา ภาพตรงหน้าพร่ามัวอยู่ชั่วขณะหนึ่งก่อนจะกลับมาเด่นชัด เขามองเห็นดวงจันทร์ดวงดาว รวมไปถึงท้องฟ้าที่งดงาม
ถึงแม้จะรู้สึกมึนงงและรู้สึกปวดศีรษะมาก แต่เยว่เล่อก็ค่อย ๆพยุงร่างกายลุกขึ้นนั่งด้วยความยากลำบาก
‘ที่นี่คือที่ไหน?’
‘แล้วข้ามาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร?’
ระหว่างนั้นเยว่เล่อก็กวาดสายตามองรอบกาย เขากำลังนั่งอยู่บนแท่นหินในลานโล่งกลางป่า...
ซึ่งไม่เพียงแค่พื้นที่โดยรอบเท่านั้นที่ดูโล่งเตียนเพราะตัวเขาเองในยามนี้ก็โล่งโจ้งไม่ต่าง!
‘มันผู้ใดหาญกล้าจับข้าเปลื้องผ้า!!’ เยว่เล่อก่นด่าในใจด้วยความรู้สึกเดือดดาลจากนั้นเขาก็รีบร่ายอาคมของเผ่ามาร เขาตั้งใจจะเสกอาภรณ์ออกมาสักชุด เพื่อใช้ปกปิดกายาแต่พอร่ายอาคมเสร็จ ร่างกายของเขาก็ยังเปลือยเปล่าเหมือนเดิม
เขาจึงลองร่ายอาคมอีกครั้ง แล้วในขณะนั้น...
“เ้าตื่นสักที ยามนี้รู้สึกเป็เช่นไรบ้าง?”
‘เสียงนี้!’เยว่เล่อหันขวับไปทางด้านหลัง เขามองสบเข้ากับดวงตาคู่คม จากนั้นก็ชะงักงัน แต่เมื่อนึกขึ้นได้ว่ายามนี้ตนเองไร้ซึ่งอาภรณ์ปกปิดกายา
“เ้าห้ามก้มหน้า! เ้าห้ามมองข้า!!” เยว่เล่อตวาดสั่ง ในขณะที่มือทั้งสองข้างกับความคิดของเขาทำงานไม่สัมพันธ์กันด้วยเพราะไม่รู้ว่า ควรจะรีบพุ่งเข้าไปปิดตาของบุรุษที่นั่งอยู่ทางด้านหลังก่อนหรือควรจะใช้มือทั้งสองข้างปกปิดร่างกายของตนเองก่อนดี
แต่ยังไม่ทันจะได้ตัดสินใจเสื้อคลุมผืนหนึ่งก็ปกคลุมลงมาบนร่างกายของเยว่เล่อแล้วจากนั้นบุรุษที่นั่งอยู่ด้านหลังก็ขยับเข้ามากระซิบที่ข้างหูว่า
“จิวหรงอย่าเพิ่งขยับมั่วซั่ว ร่างกายของเ้าเพิ่งจะฟื้นตัว”
พูดจบ บุรุษผู้นั้นก็ช้อนตัวเยว่เล่อขึ้นอุ้มด้วยท่าเ้าสาวก่อนจะเหาะเหินพาเขาไปยังเรือนไม้สี่ประสานหลังหนึ่ง
เยว่เล่อแข็งทื่อไปทั้งร่างกายและจิตใจ พอสติกลับคืนมาอีกครั้ง บุรุษผู้นั้นก็ค่อย ๆ วางตัวเขาลงบนเตียงไม้สี่เสาในห้องพักขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่ห้องหนึ่ง
“จิวหรง นอนนิ่ง ๆ ห้ามลุกไปไหน ศิษย์พี่จะรีบออกไปต้มยามาให้เ้า”
เยว่เล่อมองตามแผ่นหลังของบุรุษผู้นั้นไปจนลับสายตา พลางครุ่นคิดในใจว่า...เหตุใดหนิงเฟิ่งหวงถึงเรียกเขาว่า‘จิวหรง’ ? และเหตุใดยามพูดคุยกับเขาถึงเอ่ยแทนตัวเองว่า ‘ศิษย์พี่’ ล่ะ?
สองคำถามนี้ผุดขึ้นมาในความคิด ทันใดนั้นเยว่เล่อก็นึกบางอย่างขึ้นมาได้
เขารีบก้มหน้าลง จากนั้นก็ใช้มือทั้งสองข้างจับสาบเสื้อคลุมของตนเองแล้วแหวกออก เยว่เล่อเห็นแผ่นอกแบนราบที่มีิัสีขาวซีดไร้ตำหนิ...!
เหตุใดจึงไม่มีร่องรอยาแจากคมดาบ?
เยว่เล่อจำได้แม่นยำว่า เขาถูกเยว่สือใช้ดาบแทงเข้ามาที่อกข้างซ้ายและตัวเขาก็น่าจะตายไปแล้ว...ไม่ใช่หรือ?
เยว่เล่อรีบพยุงตัวลุกขึ้นนั่ง พลางกวาดสายตามองหากระจกสักบานแล้วเขาก็เห็นกระจกทองเหลืองบานหนึ่งติดอยู่บนโต๊ะเครื่องแป้ง
เมื่อพบสิ่งที่ตนกำลังมองหา...เยว่เล่อก็รีบขยับร่างกาย เพื่อลุกขึ้นยืนแล้วในขณะที่ทิ้งน้ำหนักลงไปยังขาทั้งสองข้าง เขาก็ทรุดกลับลงนั่งที่เดิมแทบจะทันทีทันใด
เยว่เล่อก้มลงไปมองขาที่กำลังสั่นเทาทั้งสองข้าง จากนั้นเขาก็ลองกระตุ้นลมปราณแต่ทว่าจุดตันเถียนของเขาว่างเปล่า
แม้จะรู้สึกแปลกใจ และรู้สึกใมาก แต่เยว่เล่อก็ตัดสินใจกัดฟันเอื้อมมือไปจับขอบเตียงจากนั้นก็ค่อย ๆ ดันตัวลุกขึ้นยืน ยามนี้ไม่เพียงแค่ขาที่สั่น เพราะแขนทั้งสองข้างของเขาก็สั่นไม่ต่างไปจากขาแล้ว
.......................................................................
ผู้เขียนขอขอบคุณทุกยอดวิวยอดกดหัวใจ ยอดกดติดตาม และทุกข้อความของผู้อ่านทุกท่านมาก ๆ นะคะทุกยอดคือกำลังใจที่ดีมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆของผู้เขียนเลยค่ะ