บัดนี้เด็กหญิงตัวน้อยอยู่ใกล้เกินกว่าใกล้ แต่มิราจะมีใจให้เขาเหมือนที่เขาเฝ้าฝันถึงเธอตลอดเวลา15ปีที่ผ่านมาไหม
หัสนัยขับรถห่างตัวเมืองมาเรื่อยๆ จนกระทั่งเข้าสู่เขตจังหวัดหนึ่ง ที่สองข้างทางเริ่มร่มรื่น มิรามองนู้นมองนี่
“ชลบุรี คุณหัสนัยมาทำไมที่นี่ค่ะ”
“บ้านเกิดผมเลย” รถเลี้ยวเข้าสู่ตัวบ้านหลังใหญ่ร่มรื่น ตัวบ้านแม้จะเก่าแต่ทว่าถูกดูแลอย่างดี มิรามองบ้านสองหลังที่ติดกันบ้านของมิราอยู่ทางซ้ายมือแต่หัสนัยเลี้ยวรถเข้าบ้านหลังทางขวามือ รั้วชาฮกเกี้ยนที่ทำเป็รั้วรายรอบกั้นบ้านสองหลัง ถูกตัดแต่งจนเป็ระเบียบ มิรา จำได้ดีด้วยอาศัยอยู่ที่นี่ั้แ่เล็ก ั้แ่พ่อแม่ตายไปมิราก็ย้ายออกจากที่นี่ ไปอาศัยอยู่หอของมหาลัยอาศัยเงินจากการขายบ้านเก็บเป็ทุนรอนเปิดร้านขายดอกไม้และเรียนมหาลัย เมื่อเรียนจบ และก็ไม่เคยกลับมาที่นี่อีกเลย บ้านถูกขายให้เพื่อนสนิทของคุณพ่อของมิรา ที่เอ่ยปากกับมิราในวัย18ว่าหาก้าบ้านคืนก็แค่ให้นำเงินมาคืนเท่านั้น อย่าถือว่าเป็การชื้อขายแต่บ้านยังคงเป็ของมิราอยู่เพราะไม่มีการโอนกรรมสิทธิ์ใดใดทั้งสิ้น
“ถึงแล้ว ....บ้านของมิราอยู่ทางซ้าย” หัสนัยบอกมิรา
มิรากันมองหัสนัยอย่างแปลกใจเหลือกำลัง ศาลพระพรหมที่อยู่บริเวณหน้าบ้านยังอยู่ที่เดิม
“มิราตัวน้อยจำพี่หาดไม่ได้แน่ๆ ตอนนั้นพี่เองก็อายุแค่9ขวบ”
“พี่หาด...” มิราส่ายหน้าไปมา
“ผม...เอ๊ยพี่ไม่ได้อยากจะรื้อฟื้นเื่ราวในอดีตอาจมีบางอย่างที่มิราไม่อยากเอ่ยถึง แต่สำหรับพี่มันคือความทรงจำที่สวยงามที่สุด....ในใจพี่” มิรามองสบตาหัสนัย
“คุณ หัสนัยจะบอกว่าเราสองคนรู้จักกันมาก่อน”
“มิราแค่สามสี่ขวบ แต่มิรารู้ไหมว่าพี่ตามหามิรา มาตลอด” มิราตกตะลึงกับสิ่งที่ได้ยิน
“มิราจำอะไรไม่ได้เลยจำได้แค่บ้านหลังนี้”
“พี่เชื่อว่าทุกอย่างคือพรหมลิขิต ให้เราสองคนมารู้จักกัน และคือพรหมลิขิตที่ทำให้พี่ พบกับมิราอีกครั้ง” มิราลังเล แต่ก็ปฏิเสธความจริงไม่ได้ว่าทุกอย่างคือเื่จริงก็ในเมื่อมิราจำได้รางเลือนว่าแม่ของเอเคยเล่าเื่เพื่อนบ้านคนนี้ให้ฟังเล่าถึงเื่ที่ทั้งสองครอบครัวสนิทกันมาก แต่จู่ๆ เขาทั้งหมดก็ย้ายไปอยู่ต่างประเทศกัน ดอกปีบออกดอกสีขาวสวยหอม เต็มต้นบางดอกร่วงลงพื้นตัดกับสีเขียวของสนามหญ้า
“มิรา...แกตายเสียเถอะ “นิรมน เหยียบคันเร่งรถจนจม บุงคับพวงมาลัย ให้รถพุ่งเข้าใส่ มิรา ักระโดออกมาจากไหนไม่รู้วิ่งเข้าไปขว้างมิราไว้ทั้งตัวผลักหัสนัยให้พ้นออกไปจากตรงนั้น พยายามจะผลักมิราออกไปบ้างแต่เป้าหมายคือมิราฉะนั้น นิรมนจึงตั้งใจที่จะชนมิรามากกว่าักอดร่างบางของมิราไว้แน่น
ร่างของทั้งคู่ลอบละลิ่วสูงลิบตามแรงกระแทกของรถยนต์ ก่อนจะตกลงกระแทกพื้น โยดา ที่มาจากไหนไม่รู้ะโเข้าขว้างรถของนิรมนที่กำลังจะเลี้ยวรถกลับมาเหยียบมิราซ้ำ รถของนิรมนชนเข้ากับร่างของโยดาที่แข็งดุจหินผา จนรถหยุดสนิทนิรมนใกับสิ่งที่เห็นทั้งๆ เป็แค่แมวตัวหนึ่งเท่านั้นแต่จู่ๆ กลับกลายเป็หงส์ตัวใหญ่ปีกสีเขียวแดงยืนขว้างอยู่ตรงนั้นรถเสียหลักพุ่งชนประตูบ้านทำทำจากเหล็กบุบบู้บี้ก่อนรถจะหยุดสนิท นิรมนศีรษะกระแทกคอนโซลรถเืไหลคนเฝ้าบ้านของหัสนัยจับตัวไว้ได้ โยดากลายร่างเป็อีจงซอกวิ่งไปดูมิรา
หัสนัยลุกขึ้น มองมาที่ักับมิรารู้สึกมึนหัวนิดหน่อย ซึ่งบัดนี้มิราเืไหลไปทั้งตัวผิดกับัแม้โดนชนอย่างจังไม่มีาแแต่ก็สลบเหมือดอยู่ตรงนั้น หัสนัยอุ้มร่างโชกเืของมิราไว้ในอ้อมแขน
“เรียกรถพยาบาลทีครับ หันไปหาโยดาทั้งๆ ที่ไม่รู้ว่าเป็ใครแต่ตอนนี้สำหรับหัสนัยใครก็ได้
“คุณอุ้มเธอผมพยุงนายันั่น ไปที่รถ ผมขับรถให้รอรถฉุกเฉินนานมาก” โยดาแนะนำ หัสนัยอุ้มมิรา ไปที่รถของเขา โยดา ขยับเข้าไปหาัตบที่แก้มเบาๆ
“เอ้ยตื่นได้แล้ว ฉันรู้นายไม่เป็อะไรหรอกอย่าแกล้งนานไม่แผลสักนิด” แต่ไม่ว่าจะเขย่าอย่างไรัก็ไม่ตื่น โยดาจึง พยุงร่างใหญ่ของัยังรถของหัสนัย