ตอนที่ 1 (1)
ตระกูลหานแห่งเมฆากรุ๊ปเศรษฐีระดับประเทศ
บรรพบุรุษตระกูลหานเป็ตระกูลผู้ดีเป็ทุนเดิมอยู่แล้ว เป็หนึ่งในตระกูลเฉียนหยวนผู้ดีเก่าเพียงส่วนน้อยที่มีประวัติศาสตร์ยาวนาน ลูกหลานวงศ์ตระกูลที่ได้ดิบได้ดีในวงการธุรกิจวงการการเมืองมีอยู่ถมเถ กิจการของตระกูลขยายวงกว้างขึ้นเรื่อยๆ เที่ยวลงทุนธุรกิจแวดวงอุตสาหกรรมอาหาร อุตสาหกรรมยา อุตสาหกรรมขนส่ง อุตสาหกรรมบันเทิงและร้านค้าต่างๆ หลากหลาย ยิ่งเพิ่มอำนาจและฐานะแก่สายเืตระกูลดังมากขึ้น จนสร้างสายสัมพันธ์ของตระกูลหานได้สำเร็จทั้งในธุรกิจสายขาวและสายเทา
ว่ากันว่าตระกูลเศรษฐีมักไม่พ้นรุ่นที่สาม ทว่าไม่ใช่กับตระกูลหานที่สืบเชื้อสายแล้วยังรักใคร่ปรองดองกันอย่างไม่มีอะไรจะทำลายล้างได้ บุตรคนโตสืบสายมาถึงรุ่นที่เจ็ด กิจการยังคงดำเนินไปได้อย่างราบรื่นรุ่งเรืองไม่เสื่อมคลาย
สายตระกูลปลีกย่อยต่างเชื่อฟังบุตรคนโตกันนักหนา เนื่องจากเคร่งครัดในลำดับาุโ ที่สำคัญเป็เพราะบุตรคนโตแต่ละรุ่นมีความสามารถเก่งกาจมากที่สุด ผู้สืบทอดประมุขตระกูลแต่ละรุ่นมักมีอุปนิสัยที่เข้มแข็งสุขุมฉลาดปราดเปรื่องมาแต่เด็ก เมื่อถึงวัยเจริญพันธุ์ก็กลายเป็เฉียนหยวนที่ยอดเยี่ยมและแข็งแกร่งที่สุดในชนชั้น หรือที่มีชื่อเรียกว่าอัลฟ่าในปัจจุบันนั่นเอง
หานิซิว อายุยี่สิบเจ็ดปี เขาคือว่าที่ผู้สืบทอดประมุขตระกูลรุ่นที่แปด เขาเป็ลูกคนโตของตระกูลสายหลัก และเป็อัลฟ่าที่ยอดเยี่ยมที่สุดในตระกูล เขาคือคนที่ยืนอยู่บนยอดพีระมิด
ทว่าเขามีความลับบางอย่างที่ไม่มีผู้ใดล่วงรู้นอกจากตัวเขาเอง
หานิซิวนั่งอยู่ในห้องส่วนตัวชั้นสองของคลับ รอบตัวห้อมล้อมด้วยผู้คน ประธานหวังเอยประธานหลี่เอยเขาไม่ค่อยสนใจนัก คนเหล่านี้ล้วนเห็นแก่ตระกูลหาน รู้ว่าคุณชายหานออกมาหาที่จรรโลงใจจึงพากันเสนอหน้ามาเป็เ้ามือ มีคนแนะนำคลับเย่ว์หม่าที่เพิ่งเปิดใหม่แห่งนี้ หานิซิวตอบรับคำเชิญแวะมาดูอย่างรู้สึกเบื่อหน่าย กลับคิดไม่ถึงว่าจะเจอคนคนนั้นั้แ่แวบแรก
ไอ้หมอนั่น
เขาถลึงตาจ้องมองคนนั้นเขม็ง แววตาเย็นะเืสะท้อนยังกระจกรอบๆ ทุกคนไล่สายตามองตามต้นทางก็พบว่าคุณชายหานกำลังทอดสายตาออกไปนอกหน้าต่างกระจก ซึ่งเป้าหมายคือบริกรร้านที่กำลังเดินฝ่าดงลูกค้ากลางฟลอร์ชั้นหนึ่ง
หลี่เจียเซิงตาดีรีบเรียกตัวผู้จัดการร้านให้ส่งเป้าหมายขึ้นมา ผู้จัดการไม่กล้ารอช้ารีบลงไปตามบริกรคนดังกล่าวขึ้นมาส่งถึงห้องส่วนตัวตามคำสั่งทันที
หานิซิวจ้องคนกลางฟลอร์ไม่ละสายตา เห็นผู้จัดการไปหาอีกฝ่ายกระซิบพูดไม่กี่ประโยค บริกรคนนั้นส่ายหน้า ถึงขั้นเงยหน้ามองมาที่กระจกชั้นสองแวบหนึ่งด้วยสีหน้ามึนงง
ผู้จัดการกระชากแขนอีกฝ่ายโดยไม่สนความยินยอมพร้อมใจ เซี่ยเหยี่ยรูปร่างผอมบาง เมื่อต้านแรงผู้จัดการไม่ไหวก็ถูกหิ้วปีกขึ้นห้องส่วนตัวชั้นสองราวกับลูกไก่ตัวน้อย
หานิซิวที่นั่งอยู่ภายในห้องส่วนตัวเก็บสีหน้าเ็า มุมปากกระตุกยิ้มน้อยๆ ไล่สายตามองผู้มาเยือนคนใหม่จากบนลงล่างอย่างประเมินและมีเลศนัย
เซี่ยเหยี่ยที่ถูกผู้จัดการร้านลากเข้าห้องส่วนตัวอย่างไม่รู้ต้นสายปลายเหตุ คิดไม่ตกว่าตนทำผิดอะไร กระทั่งเห็นหานิซิวก็รู้สึกถึงความเย็นที่เข้าปกคลุมทั้งร่าง
กลิ่นไม้สนที่เป็กลิ่นฟีโรโมนสุดเข้มข้นปะทะใส่เต็มหน้า ทำเอาเซี่ยเหยี่ยเข่าแทบทรุดทรงตัวไม่อยู่
ในห้องส่วนตัวนี้มีแต่เบต้า ตามหลักแล้วจะไม่ได้กลิ่นฟีโรโมนใด แต่ด้วยความที่หานิซิวปล่อยกลิ่นฟีโรโมนโอบล้อมเซี่ยเหยี่ยมากเกินไป ส่งผลให้เบต้าที่ค่อนข้างไวต่อกลิ่นได้แต่กระซิบกระซาบถามกันและกันว่าได้กลิ่นอะไรหรือไม่ ทุกคนทำหน้าฉงนหลงคิดว่าเป็กลิ่นน้ำหอมติดตัวของเซี่ยเหยี่ย
เซี่ยเหยี่ยไม่ใช่เบต้าที่ไม่สะทกสะท้านต่อกลิ่นฟีโรโมนแต่อย่างใด เขาคือโอเมก้าคนหนึ่ง เขาคือโอเมก้าที่เคยถูกชายตรงหน้าผูกพันธะแล้วต่างหาก
เขาเคยถูกผูกพันธะชั่วคราว ภายหลังถูกทอดทิ้งจนกลายเป็โอเมก้าไร้เ้าของคนหนึ่ง
ด้วยความสัมพันธ์ในวันวานระหว่างเขากับหานิซิว เซี่ยเหยี่ยไม่อาจต้านทานกลิ่นฟีโรโมนของเขาได้เลย ตอนนี้เขาถูกจู่โจมด้วยกลิ่นไม้สนสุดเข้มข้นอย่างไร้ความปรานีและความอ่อนโยนสิ้นดี กลิ่นหอมหวนที่เคยมอบความผ่อนคลายแก่เขาไม่อาจทำเขาให้ลุ่มหลงอย่างเดิมได้อีก เขารู้สึกเพียงความเย็นะเืราวกับสายลมหนาวเย็นเข้ากระดูก เขาหนาวจนปากซีดตัวสั่น กลับทำได้แค่กัดปากกล้ำกลืนฝืนทน
หานิซิวหน้ายิ้มแต่ตาไม่ยิ้ม เอ่ยต่อเซี่ยเหยี่ยว่า “สวัสดี ไม่ได้เจอกันนานนะ” สิ้นคำก็หรี่ตาแผ่กลิ่นอายให้รุนแรงขึ้น เซี่ยเหยี่ยเข่าอ่อนประคองโซฟาทรุดนั่งกับพื้น เหงื่อแตกพลั่กหอบแฮ่ก
ทุกคนเห็นฉากนี้ก็เข้าใจทันทีว่านี่เป็โอเมก้าสำส่อนคนหนึ่งที่เข่าอ่อนเพราะอัลฟ่า ส่งเสียงแค่นหัวเราะเยาะเป็ระลอก
หานิซิวหัวเราะ หันไปมองผู้จัดการร้าน “คืนนี้ผมซื้อตัวคนนี้นะ”
“ครับๆๆ” ผู้จัดการร้านขานรับรัวๆ ทว่าก็ทำหน้าร้อนรน เขาไม่กล้าขัดคำขอลูกค้ารายใหญ่ แต่…ผู้จัดการร้านมองเซี่ยเหยี่ยที่ฝืนทนอยู่บนพื้น ความสงสารผุดขึ้นกลางใจ “ประธานหาน คนนี้เป็แค่เด็กเสิร์ฟ เขา เขา ไม่รับแขก ผมกลัวว่าเขาจะทำท่านประธานเสียอารมณ์เพราะไม่รู้มารยาทมากกว่า”
“โอ้ ไม่รับแขกงั้นเหรอ คิดจะใช้แผนเชยๆ ตกเหยื่ออีกแล้วสินะ” หานิซิวส่ายศีรษะ “ก็แค่อยากอัปราคาไม่ใช่เหรอ เท่าไรล่ะ เป็แค่โอเมก้ามีมลทินคนหนึ่งจะกล้าเสนอราคาเท่าไรเชียว”