เมื่อได้ฟังคำถามของเฉินโจว จินหงเหว่ยเงียบไปอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะตอบกลับไปว่า
“ผมคิดว่าในจุดนี้เนื่องจากงบของทางช่องเรามีค่อนข้างน้อย ดังนั้นควรจะใช้ของที่ราคาไม่แพงมากนักและหาซื้อได้ง่ายทั่วไป จุดนี้อาจจะดูไม่หวือหวาน่าสนใจในตอนแรกก็จริง แต่หลังดูจนจบกลับจะกลายเป็จุดดีแทน
เพราะคนดูที่ดูแล้วชอบอยากเอาไปทำตามก็สามารถหาซื้อวัตถุดิบได้ง่ายและราคาไม่แพง ในส่วนของวัตถุดิบว่าจะมีอะไรบ้างอันนี้คงต้องให้ทางหวังหงที่เป็ผู้เชี่ยวชาญด้านอาหารมาตัดสินเลือกดีกว่า อีกอย่างยังไม่แน่ว่า ถ้าเฉินโจวลองติดต่อไปทางบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปยี่ห้อนี้แล้วเขาสนใจ ไม่แน่ว่าทางเราอาจจะได้วัตถุดิบอีกอย่างมาเพิ่มด้วย”
หวังหง หลังจากที่ได้ยินก็ทำหน้าครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง พร้อมตอบกลับไปว่า
“ในส่วนเื่ของวัตถุดิบที่ใช้ในการแข่งขันครั้งนี้ เดี๋ยวทางผมจะขอลองไปคิดดูอีกทีว่าจะใช้อะไรบ้าง แต่ผมคิดว่าจะจำกัดการใช้งบต่อคนในส่วนค่าวัตถุดิบให้ไม่เกินห้าร้อยซานี่ให้ก็แล้วกัน ด้วยวัตถุดิบเกรดที่ผมจะเลือกใช้ ราคาประมาณนี้กับการทำให้กรรมการสามคนกิน ผมว่าพอเพียงแล้ว
ยังไงวัตถุดิบเราก็ไม่ได้จะใช้ของหรูหราราคาแพงอะไรอยู่แล้ว ใช้ของทั่วไปที่มีวางขายกันปกติ ถ้าผู้เข้าแข่งขันสามารถใช้วัตถุดิบพวกนี้ทำออกมาได้ดูดี ดูน่าอร่อย จนคนที่ดูคลิปจบอยากเข้าครัวแล้วมาทำตามที่ได้ดูจากผู้เข้าแข่งขัน จุดนี้ก็จะถือว่าเป็ข้อดีอย่างที่พี่จินบอก”
เฉินโจวได้ยินก็ได้แต่กล่าวขอบใจให้กับทั้งสองคน ปัญหาอีกอย่างที่เหลือก็คือพิธีกรที่จะมาบรรยายในวันแข่งขัน แต่จุดนี้เขาค่อยมาเลือกทีหลังก็แล้วกัน ยังไงก็น่าจะมีตัวเลือกเยอะแยะในเว็บนักแสดงอิสระ ค่อยเลือกจ้างแบบที่คิดว่าโอเคที่สุดในงบประมาณที่พอรับได้ก็แล้วกัน...
อืม… ว่าแต่งบที่เขาคิดว่าพอรับได้มันควรจะเท่าไหร่ดีละ? เดี๋ยวค่อยคิดอีกทีตอนเลือกก็แล้วกัน
เมื่อพูดคุยอะไรกันเสร็จแล้ว ทุกคนก็นัดเจอกันอีกทีตอนบ่ายสามโมง เพื่อที่จะถ่ายทำคลิปของหวังหงกับเกาอิ้งสำหรับโปรโมตการแข่งขันและเปิดรับสมัครผู้เข้าแข่งขัน คลิปวิดีโอตัวนี้ไม่ได้ยาวนัก และรูปแบบก็ไม่ซับซ้อนอะไร
เพียงแค่นั่งถ่ายให้เห็นทั้งสองคน โดยแบ่งบทพูดให้พูดคนละ่เพื่อไม่ให้ต้องจำบทเยอะเกินไป ตอนที่ใครพูดก็เน้นถ่ายให้เห็นเฉพาะคนนั้น ส่วนบาง่ที่เป็การพูดเชิญชวนคนมาสมัครจะแสดงให้เห็นทั้งสองคนในเฟรมเดียว เพื่อสร้างบรรยากาศเป็กันเองและดูน่าสนใจ
หลังจากนั้นบางส่วนก็แยกย้ายไปเรียน คนที่ไม่มีเรียนก็นั่งรออยู่แถวนั้น จนถึง่บ่ายสามโมงกว่า ๆ ทุกคนก็กลับมารวมตัวกันจนครบ แล้วก็ช่วยกันเดินหามุมสงบในมหาวิทยาลัยที่ไม่มีเสียงรบกวนจากผู้คนแถวนั้น เพื่อให้การถ่ายทำราบรื่นที่สุด
การถ่ายทำถือว่าผ่านไปได้ด้วยดี ทั้งหวังหงและเกาอิ้งจำบทพูดได้อย่างดีเยี่ยม มีแค่การพูดผิดเล็ก ๆ สองครั้งตอนซ้อม แต่ในครั้งที่สามก็สามารถพูดได้ลื่นไหล ถ่ายทอดเนื้อหาออกมาได้ชัดเจนและเป็ธรรมชาติ สุดท้ายก็ได้คลิปวิดีโอที่ทุกคนรู้สึกพอใจ และพร้อมจะนำไปลงช่องเพื่อเปิดรับสมัครทีมผู้เข้าแข่งขันอีกสองทีมที่ยังขาดอยู่ในทันที
จากนั้นเฉินโจวก็อัปโหลดคลิปวิดีโอลงช่อง เฉินโปรดิวเทพ และไม่นานหลังจากลงไปก็เริ่มมีคนเข้ามาดูและแสดงความคิดเห็นกันมากขึ้นเรื่อย ๆ บรรยากาศในช่องตอนนี้เริ่มคึกคักแบบที่พวกเขาไม่ได้เห็นมานาน พวกเขาทุกคนจึงเปิดดูคอมเมนต์อย่างตั้งอกตั้งใจ
[ว้าวววว มีคลิปใหม่มาลงแล้วสักที ว่าแต่เป็การแข่งทำอาหารงั้นเหรอ นี่มันน่าสนใจมากเลยนะ ^3^]
[นี่มันอะไรกัน เงื่อนไขการสมัครต้องเป็แม่บ้านที่อายุ 23-60 ปี แถมต้องมีลูกแล้วด้วยอีก มันจะมีข้อจำกัดเกินไปมั้ย แบบนี้ฉันก็สมัครไปแข่งไม่ได้นะสิ ฮึ -3- ]
[นี่.. คุณไม่ได้ฟังจนจบหรือไง แม่ครัวหลักอาจจะรับด้วยเงื่อนไขนี้ก็จริง แต่ในส่วนของผู้ช่วยหนึ่งคนเหมือนจะไม่ได้กำหนดคุณสมบัติอะไรนะ อยากสมัครแข่งก็ไปขอร้องแม่ของคุณให้สมัคร แล้วไปเป็ผู้ช่วยก็ได้นี่ =_= ]
[ฉันเองก็เป็แม่บ้านมา 30 ปี ทำอาหารมาก็มาก จะลองมาสมัครโชว์ฝีมือดีไหม วัตถุดิบที่ทางรายการเตรียมมาให้ก็น่าสนุกดีนะ ว่าถ้าฉันไปเจอแล้วจะเอาไปทำเมนูอะไรดี ส่วนผู้ช่วยจะเอาใครไปดี หรือจะเอาไอ้ลูกชายตัวแสบไปดีไหมนะ]
[น่าสนใจมากน่าสนใจมาก เดี๋ยวผมจะเอาคลิปนี้ไปให้เมียผมดู รับรองว่าเธอจะต้องสนใจแน่ ๆ ส่วนผมนะเหรอ หึหึหึหึ ก็จะมาเป็ผู้ช่วยให้กับเธอยังไงละ ฮ่าฮ่าฮ่า]
หลังจากไล่อ่านความคิดเห็นลงมาเรื่อย ๆ ก็เห็นได้ชัดว่ากระแสตอบรับค่อนข้างดีมากเลยทีเดียว นี่มันยอดเยี่ยมสุด ๆ
จินหงเหว่ยที่เห็นแบบนี้ ก็รีบแนะนำให้เฉินโจวแนบลิงก์คลิปวิดีโอพร้อมความคิดเห็นของผู้ชม ส่งไปให้แอดมินของบริษัทบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปทันที เพื่อให้ทางบริษัทเห็นกระแสตอบรับจากผู้ชมต่อกิจกรรมการแข่งขันในคลิปนี้ ว่ามีผลตอบรับดีแค่ไหน
จากที่เห็นตอนนี้ โอกาสที่ทางบริษัทจะสนใจและติดต่อกลับมาก็มีไม่น้อยเลย และไม่แน่ว่าอาจมีบริษัทอื่นที่เห็นกระแสดีแบบนี้แล้วสนใจเข้ามาเป็สปอนเซอร์หรือโฆษณาในช่องของเราด้วยก็ได้
เฉินโจวเห็นด้วยกับความคิดนี้ จึงเขียนข้อความนำเสนอแนวทางของรายการใหม่ที่กำลังจะจัดขึ้น และแนบลิงก์คลิปวิดีโอพร้อมแชตความคิดเห็นของผู้ชมไปด้วย เมื่อกดส่งข้อความไป เขาก็รู้สึกโล่งอก เพราะทุกอย่างที่สามารถทำได้ เขาก็ทำไปหมดแล้ว ที่เหลือก็แค่รอการตอบกลับจากทางบริษัทว่าจะสนใจหรือไม่
จากนั้นจินหงเหว่ยก็เสนอให้ทุกคนแวะไปดูห้องทำอาหารที่คณะคหกรรมศาสตร์ ซึ่งได้จองไว้เพื่อใช้ถ่ายทำคลิปวิดีโอในครั้งนี้
ข้อเสนอแนะนี้ทุกคนเห็นด้วย หลิวจื้อิอาสาเป็คนนำทางไปยังห้องทำอาหารที่จองไว้สำหรับใช้ในการแข่งขัน
เมื่อเดินมาถึงตึก พวกเขาก็พบชายวัยประมาณ 50 ปี ผมดกดำเงางาม รูปร่างสูงโปร่ง ใบหน้าคมคล้ายมีริ้วรอยที่บ่งบอกถึงประสบการณ์ แต่งกายสะอาดเรียบร้อยสมวัย เป็ชายที่ดูดีและดูมีอารมณ์ขัน เมื่อเห็นกลุ่มของเฉินโจว เขาก็เดินเข้ามาโบกมือทักทาย
“ว่าไงเ้าหนูหลิว เธอพาเพื่อนมาดูห้องอาหารที่จะใช้แข่งสินะ” ชายวัย 50 ปีพูดพร้อมรอยยิ้ม
“สวัสดีครับ อาจารย์จางเฮ่าไห่ ทุกคน ฉันขอแนะนำนะ นี่คืออาจารย์จางเฮ่าไห่ เป็อาจารย์ประจำคณะคหกรรมศาสตร์ การที่พวกเราได้ยืมห้องนี้ใช้หนึ่งวัน อาจารย์ก็มีส่วนช่วยพวกเราไม่น้อยเลย” หลิวจื้อิก้มหัวทักทายเล็กน้อย ก่อนจะหันกลับไปมองทุกคนและแนะนำอาจารย์ให้ทุกคนได้รู้จัก
“สวัสดีครับ/ค่ะ” ทุกคนก้มหัวเล็กน้อยพร้อมกล่าวทักทายอาจารย์
“ฮ่า ๆ ๆ ดี ๆ ๆ ทุกคนดูเป็คนหนุ่มสาวที่มีความกระตือรือร้นดีมาก ห้องนั้นตอนนี้ว่างพอดี ส่วนเื่กุญแจก็ไปขอจากซุนิได้เลย เ้านั่นน่าจะนั่งอยู่แถวนั้นแหละ งั้นฉันขอตัวก่อนนะ ยังไงถ้าวันอาทิตย์หน้าฉันว่าง จะลองแวะเข้าไปดูการแข่งขันด้วยก็แล้วกันนะ พวกเธอคงไม่ว่าอะไรถ้าฉันจะเข้าไปเกะกะหน่อย ๆ ”
จางเฮ่าไห่พูดพลางพยักหน้าให้ทุกคนอย่างอารมณ์ดี ก่อนหัวเราะเบา ๆ แล้วตบบ่าหลิวจื้อิ จากนั้นก็เดินออกไป
“ดูจะเป็อาจารย์ที่อารมณ์ดีมาก ๆ เลยนะ” เกาอิ้งเห็นท่าทางของอาจารย์แล้วก็อดพูดขึ้นมาไม่ได้
หลิวจื้อิยิ้มและบอกว่า นั่นเป็เื่ปกติของอาจารย์จาง ไม่ต้องคิดมาก จากนั้นก็พาทุกคนเดินไปที่หน้าตึก พอเดินเข้าไปในตัวตึก ก็พบชายคนหนึ่งหน้าตาธรรมดา ไว้ผมยาวปรกหน้าจนแทบไม่เห็นดวงตา กำลังนั่งอ่านหนังสืออยู่ที่เคาน์เตอร์
“เฮ้ ว่าไงซุนิ อาจารย์จางเฮ่าไห่บอกว่ากุญแจห้องอาหาร 4 อยู่ที่นายตอนนี้สินะ” หลิวจื้อิเอ่ยเสียงดังทันทีเมื่อเห็นหน้าอีกฝ่าย
ซุนิที่หันมามองตามเสียงของหลิวจื้อิ ไม่ได้พูดอะไร เขายื่นกุญแจห้องให้เฉย ๆ แล้วก็กลับไปอ่านหนังสือในมือต่อ โดยไม่สนใจกลุ่มของเฉินโจวที่ยืนอยู่ตรงนั้นเลย…
หลิวจื้อิก็ไม่ได้พูดอะไรต่อ รับกุญแจมาแล้วพาทุกคนเดินตรงไปยังห้องอาหาร 4 ขณะเดินจนใกล้จะถึง
“นี่ ๆ ทุกคน... นายคนนั้นเขาเป็ใบ้หรือเปล่า? ตอนทักไปก็ไม่ตอบกลับเลยนะ ดูสิ แม้แต่หางตาก็ยังแทบไม่อยากจะหันมามองทางพวกเรา เหลือเชื่อจริง ๆ ”
เกาอิ้งหรี่ตาแล้วพูดประชดเบา ๆ ให้ทุกคนได้ยิน
แต่คนอื่นที่ได้ยินก็ไม่ได้พูดอะไรต่อ เพราะรู้ว่าคนบนโลกนี้ก็มีหลากหลายลักษณะนิสัย แปลกกว่านี้ก็ยังมี เชื่อเถอะ
เมื่อมาถึงหน้าห้อง หลิวจื้อิก็ใช้กุญแจไขเข้าไป และทันทีที่ประตูเปิดออก ทุกคนก็ต้องตะลึง...