บทที่ 31 เจอกันโดยบังเอิญ
ลี่จือรู้สึกงุนงงกับคำพูดของซูซีหัว "เขาเป็ใครหรือเ้าคะ?"
"เป็ลูกค้าที่จ่ายหนึ่งพันตำลึงทองได้"
พอดีกับที่เสี่ยวเอ้อมาถึง ความสนใจของลี่จือก็ถูกเบี่ยงเบนไปที่การจ่ายเงิน
ซูซีหัวลูบคางครุ่นคิดว่าจะไปพบหน้าและทำความรู้จักกับเฉินจิ่งเจ๋อได้อย่างไร
หลังจากนั้น นางจะใช้วิธีใดเพื่อให้เฉินจิ่งเจ๋อยินดีจ่ายหนึ่งพันตำลึงทองเพื่อซื้อวิธีการผลิตมณีหยกหรือแก้วได้?
ทั้งนายบ่าวเดินออกจากร้านน้ำชา ซูซีหัวครุ่นคิดจนไม่ได้มองทาง จนกระทั่งได้ยินลี่จือะโเตือนอยู่ด้านหลังว่าระวัง ก็ชนเข้ากับคนเสียแล้ว
"เอ้ะ?"
ตึง!
เสียงร้องใดังขึ้น ตามด้วยเสียงชน
พลันเมื่อได้สติมองไปข้างหน้า สายตาของเด็กสาวพลันหยุดนิ่ง "คุณชายเฉิน!"
คนที่ชนกับซูซีหัวจนล้มลงนั่งกับพื้นนั้น กลับเป็เฉินจิ่งเจ๋อที่นางกำลังคิดถึงอยู่ และสงสัยว่าเป็คนของตระกูลเฉิน!
"คุณหนูซู?"
เฉินจิ่งเจ๋อได้ยินเสียงคุ้นหู รีบลุกขึ้นยืน ทักทายแล้วกำลังจะดึงซูซีหัวแต่มือที่ยื่นออกไปก็ชักกลับอย่างรวดเร็ว
"ขออภัย ข้าลืมไปว่าชายหญิงไม่ควรัักันเองโดยพลการ"
ซูซีหัวกำลังยื่นมือออกไปเพื่อช่วยพยุงอยู่พอดีก็หยุดชะงักไป
มือที่ยื่นออกไปนั้นดูน่าสงสารยิ่งนัก
หลังจากนั้นครู่หนึ่ง ซูซีหัวก็หัวเราะแห้ง ๆ แล้วลุกขึ้นเอง "ไม่เป็ไรเ้าค่ะ ข้าก็ลืมไปเหมือนกัน ท่านเฉินรีบร้อนขนาดนี้ มีธุระสำคัญหรือไร?"
เฉินจิ่งเจ๋อยิ้มเล็กน้อย "ไม่มีธุระสำคัญอะไร แค่เดินเล่นไปเรื่อย ๆ ส่วนคุณหนูซู เมื่อครู่เหม่อลอยคิดอะไรอยู่หรือ?"
ทั้งสองสบตากัน มีลูกค้าที่กำลังจะออกจากร้านน้ำชาเดินผ่านไปมาอยู่ข้าง ๆ เป็ระยะ
ซูซีหัวสังเกตเห็นสายตาที่มองมา จึงชี้ไปทางด้านหลัง "ท่านเฉิน้านั่งคุยข้างในหรือไม่?"
เฉินจิ่งเจ๋อตอบตกลงด้วยความยินดี ยกมือขึ้นทำท่าเชิญ "คุณหนูซู เชิญ..."
ตึก!
มือที่โผล่ออกมาอย่างกะทันหันตบแขนของเฉินจิ่งเจ๋อ ซูซีหัวมองตาค้าง พอเห็นว่าเป็เซียวฝานแล้ว นางก็แทบกลั้นไม่อยู่ที่จะกลอกตา
"ท่านแม่ทัพเซียว– ท่านเซียว ท่านจะทำอะไรหรือเ้าคะ?"
ซูซีหัวมองเห็นชัดเจนตอนที่เซียวฝาน กั้นมือของเฉินจิ่งเจ๋อนั้น เขาตั้งใจทำแน่ ๆ
เซียวฝานยิ้ม "เห็นเ้าอยู่ที่นี่ เลยแวะมาดู ท่านเฉิน เมื่อครู่ข้าไม่ได้ตั้งใจ ขออภัยด้วย"
ปากพูดขออภัย แต่ใบหน้าของเซียวฝานกลับไม่เปลี่ยนแปลงแม้แต่น้อย
เฉินจิ่งเจ๋อก้มหน้าลงเล็กน้อย "ไม่ต้องใส่ใจ เป็ความผิดของข้าเองที่ไม่ระวัง"
ซูซีหัวยืนอยู่ข้าง ๆ มองสองคนที่กำลังจ้องมองกันอย่างงุนงง รู้สึกว่ามีบางอย่างระหว่างเซียวฝานและเฉินจิ่งเจ๋อที่นางไม่เข้าใจ
ความคิดผ่านเข้ามา นางก็ไอสองสามที "เชิญเข้าไปนั่งก่อนเถอะ"
เซียวฝานผงกศีรษะ "ได้"
ทั้งหมดเดินเข้าไปในร้านน้ำชา เสี่ยวเอ้อมองเห็นซูซีหัวกลับมาอีกครั้งก็รู้สึกแปลกใจ แต่เมื่อเห็นสองคนที่ตามมาก็ไม่กล้าพูดอะไรมาก เพียงแค่พาทุกคนขึ้นไปที่ชั้นสอง
ซูซีหัวกล่าว "ขอขนมกับชาสองหม้อ"
คิดถึงสถานะของตระกูลเฉิน สายตาของซูซีหัวที่มองไปยัง เฉินจิ่งเจ๋อก็อ่อนโยนขึ้นหลายส่วน "คุณชายเฉิน ข้า..."
ปัง!
เสียงตบโต๊ะที่ดังขึ้นอย่างกะทันหันขัดจังหวะคำพูดของซูซีหัว นางหันไปมองเห็นเซียวฝานวางมือลงอย่างเรียบง่าย เงียบไปครู่หนึ่ง
"มีอะไรหรือเ้าคะ?"
"มี"
ซูซีหัวชะงักเล็กน้อย "เื่อะไรมิทราบ?"
"เื่ของกรมอาญา" เซียวฝานมองไปที่เฉินจิ่งเจ๋อ เน้นย้ำ "เื่ที่คนบางคนต้องไม่รู้"
กรมอาญามีคดีที่นักพิสูจน์ศพไม่มีทางสืบได้อีกแล้วสินะ
ซูซีหัวขยี้หัวคิ้ว "เดี๋ยวเราค่อยคุยกันละเอียด ตอนนี้ข้าอยากจะพูดกับคุณชายเฉิน..."
"ขนมและน้ำชามาแล้วขอรับ" เสี่ยวเอ้อะโบอกพร้อมเสิร์ฟขนมและน้ำชา ยิ้มแป้นพูด "ครบหมดแล้ว"
เซียวฝานจัดปกเสื้อให้เรียบร้อย กลืนคำพูดที่กำลังจะเอ่ยลงคอ ก่อนจะหยิบเงินแท่งโยนให้ "นี่รางวัลของเ้า"
ถึงแม้จะไม่ได้ตั้งใจ แต่ก็ขัดจังหวะการสนทนา จึงต้องให้รางวัล
เสี่ยวเอ้อรับเงินอย่างคล่องแคล่ว พูดอย่างตื่นเต้น "ขอบคุณท่านที่ให้รางวัล"
"ไปได้แล้ว"
"ครับ ได้"
เสี่ยวเอ้อถอยออกไปอย่างดีใจ
ซูซีหัวกัดริมฝีปาก วันนี้ทำไมถูกขัดจังหวะตลอดเลยนะ
มองไปที่ ซียวฝาน แล้วก็มองไปที่เฉินจิ่งเจ๋อ ความคิดที่วุ่นวายในใจเมื่อครู่ค่อย ๆ จางหายไปหลังจากถูกขัดจังหวะหลายครั้ง
ลี่จือคอยรินน้ำชาให้ ซูซีหัวหยิบถ้วยชาขึ้นมาจิบ ก่อนจะก้มหน้านิ่ง
เซียวฝานชำเลืองมองอย่างไม่ใส่ใจ แล้วเอ่ยขึ้น "วันนี้ได้พบกับคุณชายเฉินถือว่ามีบุญวาสนา ได้ยินมาว่าตระกูลเฉินกำลังจะหาคู่หมั้นให้เ้า ได้ดูตัวสาว ๆ หรือยัง?"
ท้ายประโยคเน้นหนักเป็พิเศษ
สีหน้าของเฉินจิ่งเจ๋อเกร็งขึ้นเล็กน้อย "เื่นี้ ท่านแม่ทัพได้ยินมาจากที่ใดหรือ?"
"ก็จากปากบิดาของเ้าเอง" เซียวฝานยกถ้วยชาขึ้นจิบ แล้ววางลง "ชานี่จืดชืดและขมเกินไป ดื่มแล้วไม่ค่อยดี ซีหัวอยากได้ชาบรรณาการหรือไม่? ข้ามีชาใหม่ปีนี้อยู่"
ซูซีหัวสายตาเหลือบมองเซียวฝาน พูดแบบนี้ทำไมกัน?
หลังสบตากับชายหนุ่มไปครู่หนึ่ง ซูซีหัวตัดสินใจพูดตอบ "อยากได้เ้าค่ะ"
ในเมื่อเซียวฝานบอกว่าชาที่ตนมีให้นั้นดีเยี่ยมแน่นอน แล้วเหตุใดนางจึงไม่้า?
เซียวฝานยิ้มเล็กน้อย "เดี๋ยวให้จือซิ่งส่งไปให้เ้า"
"จือซิ่ง?" เฉินจิ่งเจ๋ออุทานขึ้นมา "หรือว่าเป็หลัวจือซิ่ง องครักษ์ของแม่ทัพเซียวหรือ?"
เซียวฝาน มองไปอย่างสนใจ "ท่านเฉินสนใจจือซิ่งหรือ?"
ซูซีหัวได้ฟังเช่นนั้นก็ประหลาดใจ
นี่เป็ความรู้สึกผิดพลาดหรือเปล่านะ?
เหตุใดข้าจึงรู้สึกเหมือนเซียวฝานพูดเป็นัยอยู่ตลอดเวลา?
เฉินจิ่งเจ๋อยิ้มแต่ไม่พูดอะไร ยื่นมือหยิบตะเกียบคีบขนมใส่ปาก
บรรยากาศประหลาดแผ่ขยายไปในหมู่คนทั้งหลาย หลังจากผ่าน่เวลาสงบนี้ ซูซีหัวก็ถอนตัวออกจากสภาวะคลั่งไคล้ก่อนหน้านี้ กลับมาเป็ปกติอีกครั้ง
ครึ่งชั่วยามต่อมา คนทั้งหลายที่ไม่ค่อยพูดจากันก็ออกจากร้านน้ำชา เซียวฝานยังพูดถึงเื่ที่ตระกูลเฉิน้าให้เฉินจิ่งเจ๋อแต่งงานต่ออีก
สีหน้าของเฉินจิ่งเจ๋อเปลี่ยนไปหลายครั้ง ก่อนจะประสานมือ กล่าวขึ้น "ข้ายังมีธุระ ขอตัวก่อน"
ซูซีหัวหยักมุมปาก "เชิญเถิด เชิญเลยเ้าค่ะ"
เฉินจิ่งเจ๋อมองไปที่เซียวฝาน แล้วหมุนตัวเดินจากไปอย่างรวดเร็ว
รอจนเงาหลังของเขาหายไป ซูซีหัวก็ทำหน้าเ็าทันที "ท่านแม่ทัพเซียว วันนี้ท่านมีปัญหาแฮะ!"
"กรมอาญา มีคดีประหลาดเกิดขึ้น เ้าอยากไปดูหรือไม่?"
เซียวฝานหลบเลี่ยงไม่ตอบ
เด็กสาวจ้องมองเขาครู่หนึ่ง แล้วพูดเสียงเ็า "ท่านอย่าหวังเปลี่ยนเื่"
แม่ทัพหนุ่มหัวเราะเบา ๆ ซูซีหัวไม่ใช่คนโง่ แต่่นี้กลับกลายเป็คนใจร้อนไปเสียได้
"เ้าคงอยากคุยธุรกิจกับ เฉินจิ่งเจ๋อสินะ?" เขาเอ่ยปาก ตรงเข้าใจกลางของ ซูซีหัว
หลังจากเงียบไปครู่หนึ่ง ซูซีหัวก็เบนสายตาไปทางอื่น "แล้วอย่างไรเล่า?"
"คนตระกูลเฉิน เ้าไม่ใช่คู่ต่อสู้ของพวกเขาหรอก"
"คู่ต่อสู้?" ซูซีหัวรู้สึกขำ "ก็แค่คุยธุรกิจเท่านั้น จะมีคู่ต่อสู้ที่ไหนกัน?"
ของที่ขายออกไปแล้ว ต่อให้ภายหลังจะทำกำไรได้มากแค่ไหน ก็ไม่เกี่ยวกับนางแล้ว การพูดว่าเป็คู่ต่อสู้นั้นช่างให้เกียรตินางเกินไป
"เ้าคิดจริง ๆ หรือว่า ด้วยฐานะของเ้าตอนนี้ จะมีสิทธิ์พอที่จะคุยธุรกิจกับคนตระกูลเฉิน?" เซียวฝานถามกลับอีกครั้ง
ซูซีหัวอ้าปากค้าง คำพูดของเซียวฝานนั้นตรงไปตรงมา แต่ก็เป็ความจริง
"นอกจากตระกูลเฉินก็มีแต่ตระกูลมู่หรง ข้าไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว"
นางหลับตาลง มองไปยังฝูงชนที่เดินผ่านไปมาบนถนน แล้วแสดงความอ่อนล้าออกมาอย่างหาได้ยาก
หนี้หนึ่งพันตำลึงทองคำที่ซูชิ่งเฉิงก่อไว้นั้น เหมือนูเาที่กดทับลงมา ซูซีหัวนอกจากจะขายความคิดในหัวแล้ว ก็นึกไม่ออกจริงๆ ว่ายังมีวิธีอื่นอีกหรือไม่ ที่จะหาเงินจำนวนมากขนาดนั้นได้ในระยะเวลาอันสั้น
หนึ่งพันตำลึงทองหากเป็ของคนธรรมดา ก็เพียงพอที่จะทำให้ครอบครัวล่มสลายได้แล้ว
เซียวฝานฟังแล้วรู้สึกแปลกใจ "ด้วยความคึกคักของแผงลอยเ้า เงินที่หาได้ก็น่าจะพอให้คนในตระกูลซูใช้อยู่แล้วนี่?"
ซูซีหัวก้มหน้างุด ไม่ตอบคำถาม เงินที่หามาได้นั้นพอใช้จ่ายในครอบครัวจริง ๆ แต่ไม่พอที่จะนำไปใช้ฟุ่มเฟือย