“ท่านแม่ ลูกมีแผนการหาเงินดีๆ นะเ้าคะ” เย่ชิงชิงกล่าวด้วยเสียงแ่เบา
นางซูมองบุตรสาวด้วยใบหน้างุนงง“แผนการอะไรหรือ? มันมาจากไหนกัน?”
“เชื่อลูกเถิดเ้าค่ะท่านแม่” เย่ชิงชิงให้คำมั่นเบาๆด้วยวัยเพียงเท่านี้ การกล่าวถ้อยคำเช่นนี้ย่อมทำให้นางซูเกิดความสงสัยแต่นางก็มิอาจรอให้ตนเติบใหญ่ไปมากกว่านี้แล้ว
ในที่สุดผู้คนที่มาซื้อไก่ก็จากไป คนขายหันกลับมาพบว่าพวกนางยังคงยืนอยู่จึงโบกมืออย่างไม่สบอารมณ์ “ไปๆ ไปให้พ้น!อย่ารบกวนข้าทำมาหากิน!”
“ท่านลุงเ้าคะ เครื่องในนั่นขายให้พวกเราได้หรือไม่?” เย่ชิงชิงเอ่ยถาม
คนขายปิดกรงไก่พลางชายตามองนางอย่างดูแคลน“ยี่สิบอีแปะ เอาไปทั้งหมด ถ้าจะเอา ก็รีบจ่ายมา!”
“นี่...มันมากไปแล้ว...” นางซูเห็นกองเครื่องในขนาดมหึมาถึงแม้ว่ายี่สิบอีแปะจะถูกนักหนา แต่...
“ถ้าไม่มีปัญญาซื้อก็อย่ามาถาม!” คนขายกล่าวอย่างเ็า“พานังตัวประหลาดน่าเกลียดนั่นมาหาเื่อัปมงคลแต่เช้าเลยรึ?”
เมื่อเห็นว่าใบหน้าที่น่าเกลียดน่ากลัวของนางกำลังจะนำมาซึ่งความเกลียดชังอีกคราเย่ชิงชิงรีบหยุดนางซูไว้ พลางกล่าวกับคนขายว่า “พวกเราจะเอาทั้งหมดเ้าค่ะ”
“ชิงชิง...”
“ท่านแม่ เชื่อลูกเถิดเ้าค่ะ”
เมื่อเห็นนางยืนกรานหนักแน่นเช่นนั้นนางซูจึงจำต้องยอมแพ้ คนขายจัดการห่อเครื่องในให้พวกนาง แล้วโยนให้พร้อมกับทวงเงินก่อนพวกนางจากไปยังบ่นพึมพำว่าไอ้พวกขอทานน่ารังเกียจ
การโต้เถียงกับคนประเภทนี้ย่อมไม่คุ้มค่าอันว่ามนุษย์นั้นล้วนตัดสินจากสิ่งที่เห็นความอัปลักษณ์ย่อมนำมาซึ่งการดูถูกและความไม่เป็ธรรม
นางซูเป็ห่วงว่าเย่ชิงชิงจะเ็ปจากคำพูดเ่าั้นางรู้สึกไม่สบายใจตลอดทาง จนคิดว่าจะไม่พานางมาที่เมืองอีกแล้วในครั้งหน้า
สองแม่ลูกไปยังร้านขายพืชผลและน้ำมันซื้อข้าวสาร แป้ง และอุปกรณ์เครื่องครัวมากมาย ภายใต้การยืนกรานของเย่ชิงชิงพวกนางยังได้ซื้อเครื่องเทศและเครื่องปรุงรสอีกหลายอย่างเมื่อซื้อของเสร็จเรียบร้อย ทั้งสองก็แบกสัมภาระของตนเตรียมกลับบ้าน
เมื่อเดินผ่านแผงขายเครื่องประทินผิวนางซูชะงักฝีเท้า นางกัดฟันแล้วเดินเข้าไปสอบถาม
“ขอถามหน่อยเ้าค่ะ มีของที่เหมาะกับเด็กคนนี้บ้างหรือไม่?”
เย่ชิงชิงมองมารดาด้วยความประหลาดใจนักในยามนี้ที่บ้านแทบไม่มีจะกินนางซูยังคิดจะควักเงินซื้อของมาบำรุงใบหน้าให้นางอีก!
คนขายเครื่องประทินผิวขมวดคิ้วมองใบหน้าของเย่ชิงชิงแล้วกล่าวว่า “นี่ก็ยากอยู่หน่อยแต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีเลย...”
นางซูมองเขาอย่างมีความหวังนางรับตลับแป้งที่เขายื่นมาให้ เมื่อเปิดดู ก็เห็นผงสีขาวนวลเนื้อแป้งก็ไม่ละเอียดนัก
“ข้าบอกตามตรงเลยนะ นอกจากตลับนี้ก็ไม่มีอันอื่นอีกแล้วมีแค่ตลับนี้เท่านั้นที่จะปกปิดรอยบนใบหน้านางได้รับรองว่าหลังจากนี้เ้าจะไม่ต้องกังวลเื่การแต่งงานอีกต่อไป...”
คนขายพูดเจื้อยแจ้วไปเรื่อยแต่หารู้ไม่ว่านางซูเคยเป็ผู้มั่งคั่งมาก่อนแม้นางจะไม่เคยได้เห็นของล้ำค่ามากมายนัก แต่เื่เครื่องประทินผิวเหล่านี้นางก็พอจะเลือกของเป็
“นอกจากนี้ยังมีอย่างอื่นอีกหรือไม่”
คนขายถึงกับจุกพูดไม่ออกเขาหยุดการพล่ามไร้สาระ เย่ชิงชิงชูขวดเปล่าขึ้นมาแล้วกล่าวว่า“ของสิ่งนี้ราคาเท่าไรเ้าคะ”
บนแผงลอยที่นี่นอกจากเครื่องประทินผิวแล้ว ก็ยังมีของสวยงามที่สาวๆ ชื่นชอบขวดเปล่านี้ก็เป็หนึ่งในนั้น
“สิบอีแปะ” คนขายรับขวดจากมือนาง แล้วกล่าวว่า“นี่ไม่ใช่ขวดธรรมดานะ มันมี...”
“ขอต่อรองคำเดียว! ห้าอีแปะ ขาดตัว”
เมื่อเห็นเย่ชิงชิงกำลังจะทำตัวเป็ผู้ใหญ่ตัดสินใจเองอีกครั้งนางซูรีบดึงมือนางไว้ “ซื้อขวดเปล่าไปทำไมกัน”
“ลุงขาเป๋บอกว่า หากเก็บน้ำค้างบนกลีบดอกไม้มาหยดบนแผลลูกอาจจะช่วยรักษาแผลเป็บนใบหน้าได้เ้าค่ะ” เย่ชิงชิงกะพริบตาปริบๆจ้องมารดาด้วยแววตาใสซื่อ
“นี่...” มันจะเป็ไปได้อย่างไร การมีแผลเป็นั้นง่ายแต่การกำจัดมันออกไปนั้นยากนักหนา ท่านหมอผู้เก่งกาจมากมายก็ยังหมดหนทางนางซูไม่เชื่อในสิ่งนี้ ทว่าก็ไม่อยากบอกความจริงกับบุตรสาว
เย่ชิงชิงก้มหน้าลงแล้วกล่าวว่า“ลูกแค่เห็นว่าขวดนี้สวยงาม เลยลองซื้อดูเ้าค่ะ ถ้าห้าอีแปะไม่ได้ก็ช่างเถิด”
“โอ๊ย! ข้าขาดทุนย่อยยับเลยนะเนี่ย!” คนขายรีบยัดขวดใส่มือนางทำท่าทางราวกับจำต้องตัดใจขายของรัก
นางซูเห็นดังนั้นจึงนึกถึงว่าวันนี้เย่ชิงชิงถูกล้อเลียนมามากแล้ว จึงควักเงินซื้อให้ทว่าในใจก็ยังคงครุ่นคิดหาวิธีรักษาแผลเป็บนใบหน้าของบุตรสาวให้หายขาด
สองแม่ลูกซื้อของมากมายหอบหิ้วสัมภาระกลับบ้านเต็มไม้เต็มมือ
แต่การเดินทางด้วยสองเท้าตลอดทางเช่นนี้ส่งผลให้พวกนางเหน็ดเหนื่อยจนแทบหมดแรง ระยะทางอันยาวไกลทำให้ลำคอแห้งผากกระหายน้ำอย่างมาก ความรู้สึกทรมานนี้เป็เช่นไรไม่ต้องเอ่ยถึง
ขณะที่เย่ชิงชิงหวนรำลึกถึงความสะดวกสบายของรถโดยสารสาธารณะและน้ำแร่ราคาถูกในยุคปัจจุบันรถเทียมวัวคันหนึ่งก็แล่นเอี๊ยดอ๊าดตามหลังมา
เป็เื่บังเอิญนักที่ผู้ขับรถเทียมวัวผู้นั้นเป็คนรู้จักเขาคือคนขายเนื้อสกุลหูในหมู่บ้านเถียนซิน ชายร่างใหญ่น้ำเสียงกังวาน
“นั่นซูเหนียงจื่อไม่ใช่รึ พวกเ้าเพิ่งกลับจากในเมืองมาหรือ?”
นางซูหันไปมองนางอาศัยอยู่ในหมู่บ้านแห่งนี้มากว่าหนึ่งปีแล้ว ย่อมรู้จักคนขายเนื้อสกุลหูทว่าสกุลเย่มิอาจซื้อเนื้อได้บ่อยนัก จึงไม่ค่อยได้สนทนากันเท่าใด
นางยิ้มตอบอย่างสุภาพ“เห็นว่าอากาศดี เลยไปซื้อของสักหน่อยเ้าค่ะ”
คนขายเนื้อสกุลหูเห็นของที่พวกนางหอบหิ้วมาแต่ไกลแล้วเขาหัวเราะร่วนพลางกล่าวว่า “ซื้อของมาเยอะแยะเลยนี่ขอรับขึ้นมาสิ ข้าจะพาเ้ากับบุตรสาวไปด้วย”
เย่ชิงชิงจ้องมองรถเทียมวัวของเขามาั้แ่แรกเมื่อได้ยินเช่นนั้นก็รีบกล่าวขอบคุณ “ท่านลุงหูเป็คนใจบุญสุนทานมีน้ำใจยิ่งนัก ช่างเป็คนดีจริงๆ เ้าค่ะ!”
[*]ล่าช่วน (辣串) หมายถึงอาหารเสียบไม้รสเผ็ด หรือจิ้มจุ่มหมาล่า