หลังจากที่กลับออกมาจากการเข้าฌานเฟิงฉือจินที่กําลังจะคิดเกี่ยวกับเื่ระดับพลังที่ถูกยกระดับขึ้นมาถึงสามขั้นอย่างมหัศจรรย์เนื่องจากความทรงจําของเฟิงฉือจินคนก่อนนั้นระดับพลังของเขาติดอยู่ที่จุติขั้นหนึ่งมาอย่างยาวนานและไม่สามารถบ่มเพาะเพื่อเลือนระดับไปยังจุติขั้นสองได้ทว่าหลังจากที่บอลพลังธาตุแสงเข้าหลอมรวมกับตันเถียนมันก็ได้ทําให้ระดับพลังจุติขั้นหนึ่งที่ไม่สามารถไปยังจุติขั้นต่อไปได้จนถูกเรียกว่าพิการนั้นได้ยกระดับขึ้นถึงสามขั้นภายในชั่วพริบตาจนเรียกได้ว่ามหัศจรรย์
อย่างไรก็ตามในตอนที่เฟิงฉือจินกําลังจะคิดเกี่ยวกับเื่นี้เขาก็ต้องตะลึงเนื่องจากตอนนี้ได้มีิญญาร่างของชายหนุ่มรูปงามพุ่งออกมาจากแหวนสีดําทมิฬบนนิ้วของเขาชายหนุ่มตรงหน้าเขามีรูปลักษณ์หล่อเหลาจนสามารถเรียกได้ว่าเป็ชายหนุ่มที่งดงามที่สุดั้แ่ที่เขาเคยพบเจอมานอกจากนี้ยังมีผมยาวสีดําที่พริ้วไหวดุจสายลมทั้งยังมีั์ตาสีดําเข้มราวกับห้วงมิติที่มืดมิดใบหน้าหล่อเหลาคมเข้มดุจพยัคฆ์
“ ในที่สุดผู้ใช้ธาตุแห่งแสงก็ปรากฏ ’’หลังจากที่พุ่งออกมาแล้วชายหนุ่มรูปงามจึงพึมพําก่อนที่จะเหลือบมองไปเห็นเฟิงฉือจิน“ เด็กน้อยเ้าคือผู้ใช้ธาตุแห่งแสงใช่ไหม ’’ เฟิงฉือจินแม้จะสงสัยแต่เขาก็ได้กล่าวออกไปว่า“ ใช่แล้ว ว่าแต่ท่านเป็ใครกัน ’’เขาสงสัยเป็อย่างมากว่าแหวนสีดําทมิฬบนมือที่ตัวเขาคนก่อนได้ซื้อมาจากร้านขายของเก่าแห่งหนึ่งทําไมมันถึงได้มีิญญาชายหนุ่มรูปงามเช่นนี้อยู่ได้
“ เรียกข้าว่าฮ่าวเหริน ! ’’ ชายหนุ่มรูปงามประกาศนามของตนพร้อมมองเฟิงฉือจินอย่างสบายๆ“ เหตุใดผู้ใช้พลังธาตุแสงเช่นเ้าถึงมีระดับเพียงแค่จุติขั้นสี่กัน ? ’’
“ ก่อนอื่นท่านควรตอบคําถามของข้าก่อนจะดีกว่าไหมว่าเหตุใดท่านถึงมาอยู่ภายในแหวนของข้าได้ ? ’’ เฟิงฉือจินกล่าวถามแทนที่จะตอบคําถามอีกฝ่ายเนื่องจากถึงแม้เขาจะยังเพิ่งมาโลกใบนี้ได้ไม่นานทว่าเขาก็ไม่ใช่คนโง่ที่จะคอยตอบคําถามผู้อื่นเพียงฝ่ายเดียว
ฮ่าวเหรินครุ่นคิดก่อนกล่าว “แหวนที่เ้าสวมอยู่มันไม่ใช่แหวนธรรมดาแต่เป็แหวนผนึกมารที่สามารถผนึกิญญาของผู้บ่มเพาะลมปราณระดับสูงได้’’ จากนั้นเขาก็ได้มองขึ้นไปยังท้องฟ้า “ข้าฮ่าวเหรินผู้นี้ได้มาจากที่ๆแสนห่างไกลเพื่อที่จะมาเก็บแหวนผนึกมารนี้ไปทว่าโชคชะตากับเล่นตลกทําให้ข้าถูกมันผนึกอยู่ข้างในเสียเองได้ ’’เขาหันกลับไปมองเฟิงฉือจินอีกครั้ง “พันปีผ่านพ้นไปแล้วในที่สุดแหวนผนึกมารก็ได้ถูกพลังแห่งธาตุแสงของเ้ากําจัดไปจึงทําให้ข้าสามารถหลุดพ้นออกมาได้! ’’
เฟิงฉือจินขมวดคิ้วแน่นด้วยความสงสัย “นี่ท่านคงจะไม่ได้คิดจะทําอะไรข้าหรอกใช่ไหม ’’เขากลัวว่าฮ่าวเหรินจะคันไม้คันมือและลงมือสังหารเขาทว่าฮ่าวเหรินทําเพียงส่ายหน้า “ เด็กน้อยอย่าได้กังวลไปตอนนี้ถึงแม้ข้าจะสามารถหลุดพ้นออกมาได้ทว่าร่างกายของข้ายังคงถูกผนึกอยู่ข้างในแหวนผนึกมารดังนั้นข้าจึงไม่สามารถใช้พลังได้ ’’ “ เข้าใจแล้วในเมื่อท่านปรากฏตัวออกมาเช่นนี้ท่านคงจะไม่ได้ออกมาเพื่อพูดคุยไร้สาระกับตัวข้าเป็แน่ใช่ไหม ?’’ เฟิงฉือจินใช้ชีวิตมามากกว่าหนึ่งชาติภพดังนั้นเขาจึงไม่ใช่คนโง่
“ ฮ่า ฮ่า ฮ่า เด็กน้อยเ้าฉลาดไม่เลว ’’ฮ่าวเหรินจ้องมองเข้าไปในดวงตาของเฟิงฉือจินก่อนกล่าว “หากข้า้าที่จะนําร่างออกจากแหวนผนึกมารมีเพียงทางเดียวคือต้องให้ผู้ใช้พลังธาตุแสงปลดผนึกมัน’’ “ หรือว่าท่าน้าให้ข้าปลดผนึกมัน ’’ เฟิงฉือจินคาดเดาคความ้าของอีกฝ่ายได้
“ ถูกต้องมีเพียงเ้า ’’ ฮ่าวเหรินพยักหน้าก่อนกล่าว “อย่างไรก็ตามถึงข้าอยากจะให้เ้าปลดผนึกมันในตอนนี้เ้าก็คงไม่สามารถทําได้เนื่องจากระดับพลังชั้นจุติของเ้าในตอนนี้มันยังไม่เพียงพอ ’’เฟิงฉือจินคิดบางสิ่งได้จึงกล่าว “ ในเมื่อท่านเป็ยอดฝีมือที่ยังคงอยู่ได้โดยไม่ต้องพึ่งร่างกายฉะนั้นท่านคงจะแข็งแกร่งเอามากๆสินะ’’เขาคิดว่าการที่ฮ่าวเหรินสามารถอยู่ได้โดยไม่ต้องใช้ร่างกายก็คงจะมีฝีมือไม่น้อยเพราะตามความรู้ของตัวเขาคนก่อนนั้นไม่ได้มีบันทึกเอาไว้เกี่ยวกับเื่นี้
ฮ่าวเหรินประหลาดใจเล็กน้อยที่เด็กหนุ่มตรงหน้าไม่ค่อยใกับร่างิญญาของเขาซักเท่าไหร่เพราะถ้าเป็เด็กคนอื่นคงจะวิ่งหนีกระเจิดกระเจิงไปแล้วไม่น่าเชื่อที่เด็กหนุ่มตรงหน้าเขาสามารถพูดคุยกับเขาได้อย่างรอบคอบเช่นนี้ “เ้าเดาได้ถูกแล้ว ว่าแต่เ้านามว่าอะไร ’’
“ เฟิงฉือจิน ’’ เฟิงฉือจินบอกนามออกไปพร้อมกล่าวอย่างแน่วแน่ “ในเมื่อท่าน้าให้ข้าช่วยปลดผนึกท่านจะต้องเป็อาจารย์ของข้าและทําให้ข้าแข็งแกร่งขึ้น ’’เขาเดาว่าฮ่าวเหรินคงจะมีฝีมือและระดับพลังมากมายไม่ใช่น้อยดังนั้นแล้วตัวเขาผู้ไม่รู้ข้อมูลอะไรบนโลกใบนี้มากนักจึงจําต้องหาอาจารย์มาฝึกปรือให้คําแนะนําโดยเร็วซึ่งฮ่าวเหรินผู้ที่้าปลดผนึกก็เหมาะที่จะเป็อาจารย์ของเขาอย่างยิ่งเพราะว่าถึงยังไงแล้วถ้าหากอีกฝ่าย้าให้เขาช่วยปลดผนึกอีกฝ่ายก็จําต้องยอมรับเขาเป็ศิษย์
“ ย่อมได้ ’’ ฮ่าวเหรินแม้เขาจะประหลาดใจก็ตามแต่เขาก็ได้กล่าวอย่างสบายๆออกไป“ เดิมทีถึงเ้าไม่ขอร้องในเื่นี้ข้าก็ตั้งใจจะรับเ้าเป็ศิษย์อยู่แล้วเนื่องจากเ้าเป็ผู้ใช้พลังธาตุแสงที่ยากค้นหาดังนั้นข้าจึงคิดว่าในระหว่างที่ข้ารอให้เ้าแข็งแกร่งขึ้นสู้ข้าช่วยสั่งสอนเพิ่มความรู้และสอนวิธีเพิ่มความแข็งแกร่งอย่างรวดเร็วให้เ้าไม่ดีกว่างั้นเหรอ’’
“ ท่านคือนักเล่นแร่แปรธาตุ ? ’’ เฟิงฉือจินสงสัยเื่ที่อีกฝ่ายเรียกขานพลังธาตุแสงของเขาฮ่าวเหรินงุนงงจึงกล่าว “นักเล่นแร่แปรธาตุคือสิ่งใดข้าไม่รู้หรอกเพราะว่าข้าคือนักปรุงยา ! ’’เฟิงฉือจินพยักหน้าเข้าใจพร้อมกับคุกเข่าคารวะฮ่าวเหรินที่เป็ิญญาตรงหน้า “ศิษย์ขอคารวะอาจารย์ ! ’’ แม้ว่าอีกฝ่ายจะเป็นักปรุงยาหรือจอมยุทธ์ก็ตามแต่ถ้าหากอีกฝ่ายสามารถสั่งสอนและมอบความรู้บนโลกใบนี้ให้เขาได้เขาก็พร้อมที่จะยอมรับอีกฝ่ายเป็อาจารย์
“ ดี ศิษย์เอ๋ยเ้าจงลุกขึ้นเถิด ’’ ฮ่าวเหรินพยักหน้าด้วยความพึงพอใจพร้อมมองไปยังเฟิงฉือจินที่ได้ลุกขึ้นยืน“ ในเมื่อเ้าเป็ศิษย์ของข้าแล้ว เ้าก็ควรที่จะตอบในสิ่งที่ข้าสงสัยมาได้แล้ว ’’เขาสงสัยเป็อย่างมากว่าเหตุใดเฟิงฉือจินผู้ใช้พลังธาตุแสงถึงมีระดับลมปราณตํ่าเตี้ยเรี่ยดินขนาดนี้
“ เื่นี้ข้าเองก็ไม่ทราบเช่นกัน ’’เฟิงฉือจินส่ายหน้าด้วยความไม่รู้เนื่องจากเขาไม่ทราบจริงๆว่าทําไมระดับพลังของเขาถึงเพิ่มขึ้นมาได้ทั้งนี้เขายังไม่เข้าใจอีกด้วยว่าทําไมตัวเขาคนก่อนถึงไม่สามารถบ่มเพาะไปยังขั้นต่อไปได้ฮ่าวเหรินครุ่นคิดก่อนกล่าว “ หรือว่าเ้าจะไม่รู้วิถีบ่มเพาะในแบบของตัวเ้าเอง ?’’
“ ศิษย์ไม่เข้าใจ ท่านอาจารย์โปรดทําให้ศิษย์เข้าใจที ’’เฟิงฉือจินกล่าวออกไปด้วยความสงสัย “เป็เช่นนี้เองดูเหมือนว่าผู้ใช้พลังธาตุแสงเช่นเ้าจะไม่รู้จริงๆสินะว่าตัวเองนั้นไม่สามารถบ่มเพาะตามวิถีของคนธรรมดาได้’’ ฮ่าวเหรินกล่าวเสร็จพร้อมชี้นิ้วปล่อยลําแสงสีขาวออกไป
วูป
ลําแสงสีขาวได้พุ่งเข้าสู่สมองของเฟิงฉือจินอย่างรวดเร็วเฟิงฉือจินจึงได้รับรู้ข้อมูลเกี่ยวกับวิธีบ่มเพาะในฉบับของเขาที่ถูกส่งมาจากฮ่าวเหรินทันที“ เป็เช่นนี้เองตัวข้าคนก่อนไม่ได้พิการแต่อย่างใด ที่ตัวข้าคนก่อนไม่สามารถบ่มเพาะจนเลื่อนระดับไปยังขั้นต่อไปได้เป็เพราะวิถีบ่มเพาะธรรมดาไม่สามารถใช้กับร่างกายผู้ใช้พลังธาตุแสงได้นี่เอง’’ แม้เขาจะสงสัยก็ตามว่าเหตุใดร่างกายของเขาถึงเป็ร่างกายผู้ใช้พลังธาตุแสงทว่าวิถีบ่มเพาะที่เขาได้รับมาจากฮ่าวเหรินมันก็มีความคล้ายคลึงกับในตอนที่เขาเพิ่มระดับพลังมิใช่น้อย
เนื่องจากวิถีบ่มเพาะที่เขาได้รับมานั้นมันเป็เพียงการเปลี่ยนพลังงานธรรมชาติที่กําลังจะเป็ลมปราณให้กลายเป็พลังงานธาตุแสงและค่อยดูดซับมันเข้าไปหรือไม่ก็อาจจะหาสิ่งที่มีพลังงานธาตุแสงมาเพื่อทําการดูดซับมันเฟิงฉือจินคารวะอีกครั้ง “ ศิษย์คนนี้ขอบคุณท่านอาจารย์มากๆ ’’ฮ่าวเหรินพยักหน้ารับและได้นึกถึงบางสิ่งขึ้นได้ “ ลืมบอกเ้าไปเลยในโลกนี้พลังงานธรรมชาติเบาบางและสกปรกจนเกินไปจึงไม่สามารถเปลี่ยนมันเป็พลังงานธาตุแสงได้ดังนั้นแล้วหากเ้า้าเลื่อนระดับพลังในตอนนี้มีเพียงการหาพลังงานธาตุแสงและนํามันมาดูดซับเท่านั้น’’
เฟิงฉือจินที่ยังเพิ่งมาถึงโลกใบนี้เขาจะไปสามารถที่จะรู้จักพลังงานธาตุแสงได้อย่างไรเพราะตามความคิดที่เขาเข้าใจเขาเข้าใจว่าบอลพลังงานธาตุแสงที่ได้มาจากการทําสัญญาระหว่างพิภพธาตุมันเป็เพียงพลังงานธาตุแสงที่เป็สื่อทําให้เขาสามารถใช้พลังงานธาตุแสงจากพิภพธาตุได้อย่างไรก็ตามหากเขาเผาผลาญพลังงานธาตุแสงจากพิภพธาตุจนหมดและร่างกายของเขาไม่สามารถแบกรับหน้าที่ของพลังที่มากเกินไปได้เขาก็จะตาย !
ฮ่าวเหรินเหมือนจะรู้ว่าเฟิงฉือจินคิดอะไรเขาจึงได้หายวัปเข้าไปในแหวนและโผล่มาอีกครั้งพร้อมกับโยนบางสิ่งบางอย่างให้เฟิงฉือจิน“ศิษย์ข้านี่คือยาแสงจุติซึ่งมันสามารถทําให้ระดับจุติขั้นสี่ของเ้ากลายเป็ระดับจุติขั้นสิบได้ข้าขอยกมันให้กับเ้าแน่นอนว่าข้ามีมันเพียงอันเดียวดังนั้นจึงสามารถให้มันกับเ้าได้เพียงแค่เม็ดนี้เม็ดเดียว’’
เฟิงฉือจินรับยาแสงจุติมาและกลืนมันเข้าไปอย่างรวดเร็วโดยไม่คิดให้กังวลแม้แต่น้อยเขามั่นใจว่าหากฮ่าวเหริน้าสังหารเขาๆคงจะตายไปแล้วดังนั้นเขาจึงไม่ลังเลที่จะกินยาแสงจุติเข้าไปด้วยความเชื่อมั่นที่ว่าจะสามารถเลื่อนระดับพลังจากจุติขั้นสี่ไปยังจุติขั้นสิบได้
อึก
หลังจากที่กลืนเม็ดยาแสงจุติลงไปแล้วเฟิงฉือจินจึงนั่งลงพร้อมกับเข้าฌานในที่สุดเขาก็ได้เข้ามายังโลกอีกใบซึ่งเป็โลกที่มีตันเถียนของเขาอยู่นั่นเองทั้งนี้เขายังสามารถมองเห็นได้ว่ามีพลังงานธาตุแสงที่มาในรูปแบบทรงกลมขนาดเท่าเม็ดยาที่เขาได้กินไปเมื่อครู่อยู่เขาเคลื่อนย้ายมันเข้าไปในจุดกักเก็บลมปราณอย่างรวดเร็ว
ตูม ตูม ตูม …
หลังจากที่ได้ส่งเสียงะเิออกมาแล้วตันเถียนของเขาพลันขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆจนสุดและไม่สามารถขยายใหญ่ได้ต่อไปอีกในตอนนี้เองเขาสามารถััได้ทันทีถึงระดับพลังจุติขั้นสี่ที่ถูกยกระดับขึ้นเป็จุติขั้นสิบ!
เฟิงฉือจินกลับออกมายังโลกภายนอกและกล่าวถามฮ่าวเหรินด้วยความสงสัย “ท่านอาจารย์เหตุใดข้าถึงสามารถยกระดับพลังได้เลยล่ะ ’’ “แน่นอนเ้ามีร่างกายผู้ใช้พลังธาตุแสงซึ่งแตกต่างจากมนุษย์ทั่วไปดังนั้นเ้าจึงไม่จําเป็ที่จะต้องทําความเข้าใจเพื่อทะลวงระดับไม่ว่าจะเป็ขั้นไหนก็ตามขอเพียงแค่เ้ามีทรัพยากรพลังงานธาตุแสงมากพอเ้าก็จะสามารถเลื่อนระดับบ่มเพาะได้ง่ายๆ’’ ฮ่าวเหรินอธิบายด้วยนํ้าเสียงสบายๆก่อนกล่าว “ซึ่งเม็ดยาแสงจุติที่ข้าได้ให้เ้าไปนั้นคือเม็ดยาที่ข้าเคยปรุงแต่งมันขึ้นมาอย่างเล่นๆและด้วยความที่ว่ามันเป็เม็ดยาดังนั้นมันจึงแตกต่างจากทรัพยากรในเื่ประสิทธิภาพยกตัวอย่างเช่นทรัพยากรพลังงานธรรมชาติหากนํามันมาปรุงเป็เม็ดยาก็จะสามารถได้รับประสิทธิภาพที่มากกว่าและดีเยี่ยมกว่าและในเมื่อเ้าเป็ศิษย์ข้านอกจากจะได้รับการสอนวิชายุทธ์แล้วเ้ายังจะได้รับการสอนให้เป็นักปรุงยาอีกด้วย! ’’
“ ขอบคุณมากท่านอาจารย์ ’’เฟิงฉือจินแม้เขาจะไม่รู้เื่ว่าประสิทธิภาพมันต่างกันขนาดไหนแต่เขาก็มั่นใจว่าหากเขาได้เรียนรู้การปรุงยามันก็จะสามารถช่วยเพิ่มพูนความรู้บนโลกใบนี้ให้แก่เขาได้“ แล้วข้าจะต้องไปอยู่ในระดับใดกันข้าถึงจะสามารถช่วยปลดผนึกให้กับท่านอาจารย์ได้’’ เขาสงสัยเื่นี้จึงกล่าวถาม
“ เื่นี้เ้ายังไม่จําเป็ที่จะต้องรู้เพราะเมื่อเ้าเข้าใกล้ถึงระดับนั้นแล้วข้าก็จะเป็คนบอกเ้าเองไม่อย่างนั้นเ้าอาจจะท้อแท้ก็ได้ ’’ ฮ่าวเหรินกล่าวด้วยนํ้าเสียงจริงจัง “ศิษย์เข้าใจแล้ว ’’ เฟิงฉือจินพยักหน้าด้วยความเข้าใจเนื่องจากเขาคิดว่าระดับที่อีกฝ่าย้าให้เขาไปนั้นคงจะอยู่สูงเอามากๆดังนั้นคงเป็การดีที่เขาจะไม่รู้เกี่ยวกับมันในตอนนี้
“ ดี งั้นข้าจะมอบวิชาแรกให้เ้าได้เรียนรู้ ’’ ฮ่าวเหรินชี้นิ้วปล่อยลําแสงเข้าใส่หน้าผากเฟิงฉือจินอีกครั้ง“ นี่คือวิชาหลบหลีกแบบดิจิตอลด้วยวิชานี้หากเ้าสามารถสําเร็จมันได้ถึงขั้นสามเ้าก็จะสามารถรับรู้ถึงการเคลื่อนไหวของศัตรูในระยะไม่เกินสองลี้ทั้งยังสามารถหลบการโจมตีในระยะสองจั้งได้ทันทีโดยที่แม้จะนั่งกินยันนอนกินหรือแม้กระทั่งนอนหลับก็สามารถที่จะหลบมันได้อย่างง่ายดายโดยอัตโนมัติ’’
เฟิงฉือจินได้ฟังจึงคิดว่ามันสุดยอดเป็อย่างมากทว่าเมื่อเขาได้รับรู้วิธีฝึกของมันเขาก็ต้องรู้สึกปวดร้าวใจที่จะต้องฝึกอะไรสุดโหดแบบนี้“ ท่านอาจารย์นี่คือวิธีฝึกของมันจริงๆรึ ’’ “ถูกต้องแล้วนี่เป็วิชาของเผ่าพันธุ์อื่นที่ไม่ใช่มนุษย์และั้แ่อดีตจนถึงปัจจุบันก็ยังคงไม่มีบันทึกว่ามีคนสามารถสําเร็จขั้นสามได้ ’’ฮ่าวเหรินพยักหน้าด้วยรอยยิ้ม
วิชาหลบหลีกแบบดิจิตอล !
“ นี่มันเป็วิชาแบบใดกันแน่ แม้กระทั่งตอนนี้ก็ยังคงไม่มีบันทึกว่ามีคนฝึกสําเร็จแล้วข้าจะฝึกมันสําเร็จแน่เหรอ ? ’’ เฟิงฉือจินคิดในใจด้วยความตะลึงปนตื่นเต้นแม้เขาจะรู้สึกว่าวิชาที่เขาจะฝึกมันยากแค่ไหนก็ตามทว่าอย่างไรเขาก็ยังคงเป็ถึงนักเล่นแร่แปรธาตุที่ฝ่าฟันอันตรายถึงชีวิตนับไม่ถ้วนมาได้และกับอีแค่การฝึกวิชาสุดยากแค่นี้เขาจะไปท้อแท้ได้ไงหากไม่มีคนสามารถฝึกขั้นสามสําเร็จได้จริงแล้ววิชามันจะเกิดขึ้นมาได้งั้นหรือแน่นอนว่าไม่ ดังนั้นเขาจะต้องฝึกมันให้สําเร็จ !
“ ท่านอาจารย์แล้วการปรุงยาล่ะ ’’ เฟิงฉือจินกล่าวถาม “ โอ้แน่นอนว่าเนื่องจากระดับพลังในตอนนี้ของเ้ามันยังไม่สามารถสร้างเพลิงผลาญได้ดังนั้นถึงข้าจะสอนเ้าไปเ้าก็คงยังไม่สามารถเรียนมันได้อยู่ดี ’’ฮ่าวเหรินอธิบายออกมา เฟิงฉือจินสามารถเข้าใจได้ทันทีจึงกล่าวถาม “แล้วข้าจําต้องอยู่ในระดับใด ? ’’ “ ิญญา ’’ฮ่าวเหรินกล่าวสั้นๆ เฟิงฉือจินจึงพยักหน้าเข้าใจ “ ข้าเข้าใจแล้ว ’’หลังจากนั้นเขาก็คิดในใจ “เย่เหว่ยซวนรอก่อนเถอะอีกไม่นานเ้าจะได้รับผลกรรมที่ทําไว้ต่อข้าคนก่อนอย่างแน่นอน! ’’