แม้ว่าเพื่อน ๆจะกลับไปได้พักใหญ่แล้วแต่คำเตือนและข้อสงสัยพวกนั้นยังคงติดอยู่ในหัวจนแทบจะไม่มีสมาธิทำงานต่อเพราะการที่เธออยู่ในสถานภาพไม่พร้อมแบบนี้นั้นเสี่ยงมาก
นั่นก็เพราะุ์มีสัญชาตญาณดิบมากกว่ามนุษย์หลายเท่านักดังนั้นการต่อสู้ การล่า หรือ...ถูกล่า จึงเกิดได้ง่ายกว่ามนุษย์และขึ้นอยู่กับว่าุ์ตนนั้นเป็คนของเผ่าไหน?
เธอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเลื่อนหาเบอร์บริษัทหนึ่งที่เธอไม่ได้ใช้บริการมานานแล้วด้วยความลังเลอันที่จริงเธอไม่ชอบใช้บริการบริษัทนี่เลย แต่เพื่อความอยู่รอด...เธอจำเป็ต้องทำ!
พิมพ์พายสูดลมหายใจเข้าลึก ๆแล้วเลื่อนนิ้วไปที่ปุ่มโทรออก แต่ทว่า...
กรี๊ง... กรี๊ง...
เสียงโทรศัพท์ที่ดังขึ้นกะทันหันทำให้เธอสะดุ้งเบาๆ ด้วยความใ แต่พอเห็นชื่อคนที่โทรเข้ามาแล้วก็ผ่อนลมหายใจออกมา
...แม่...
“ฮัลโหล แม่เป็ยังไงบ้าง?”เธอกรอกเสียงไปตามสายพลางเอนตัวพิงผนังเก้าอี้
“ก็สบายดีนะ ถ้าไม่นับว่าวันๆ พ่อแกเอาแต่ขลุกอยู่ในแต่แล็บแล้วเอาคุยกับไอ้พวกอุปกรณ์เวทนั่นแทนแม่”เสียงบ่นของพิณพรายที่ดังมาตามสายทำให้เธออดที่จะยิ้มออกมาไม่ได้เพราะนึกภาพออกเลยว่าพ่อเธอคงกำลังพัฒนาอุปกรณ์อะไรสักอย่างอยู่เป็แน่
“แม่ก็เข้าไปช่วยพ่อซิพ่อจะได้คุยด้วย”
“ไม่เอาหรอกมีแต่ตัวเลขอะไรไม่รู้ ปวดหัว แม่ไปรดน้ำดอกไม้เสียยังดีกว่าจริงซิ...พายยังจำเควิน ลูกชายป้ารินได้ไหม?”
“ป้าริน เควิน...”เธอพึมพำออกมาเบา ๆ พลางนึกถึงดาริน เพื่อนสนิทของแม่ส่วนเควินก็เหมือนจะเป็เ้าเด็กแก้มป่องที่เคยติดเธอแจอยู่พักหนึ่ง
จะว่าเธอก็ไม่ได้เจอกับเด็กหวงตัวนั่นนานแล้วป่านนี้น่าจะโตเป็หนุ่มแล้วมั้ง...
“ก็พอนึกได้ราง ๆมีอะไรหรือคะ แม่?”
“พอดีน้องวินเขาถูกส่งตัวไปทำงานที่ไทยชั่วคราวนะแล้วโรเบิร์ตพี่ชายคนโตของวินเขาเป็ห่วงเลยมาขอให้แม่ช่วยคุยกับพายว่าจะฝากน้องชายเขาไว้ที่บ้านเราสักหกเดือนนะ”
“หือ? ถ้าทำงานแล้วก็แสดงว่าวินก็โตแล้วเขาน่าจะดูแลตัวเองได้มั้ง?” เธอขมวดคิ้วอย่างไม่เข้าใจว่าโตขนาดนั้นแล้วทำไมต้องฝากคนอื่นดูด้วย
“ถึงน้องจะทำงานแล้วแต่น้องก็เพิ่งจะสิบเก้าเองพอมาอยู่ไกลสายตาแบบนี้พี่ชายเขาก็ต้องเป็ห่วงเป็ธรรมดายิ่งเลี้ยงมาเองกับมือแบบนั้นยิ่งห่วงเป็พิเศษ”น้ำเสียงสงสารของแม่ทำให้เธอนึกขึ้นมาได้ว่าเควินเป็ลูกหลงของดารินที่ห่างกับพวกพี่ๆ เกือบยี่สิบปี
แถมตอนที่ดารินกับคริสโตเฟอร์พ่อของพวกเขาเสียชีวิตเควินน่าจะเพิ่งอายุได้แปดเก้าขวบเองมั้ง? ก็น่าจะหลังจากที่ดารินพามาเที่ยวไทยครั้งแรก
“หืม? สิบเก้าทำงานได้แล้วหรือคะ”
“เห็นร็อบบอกว่าวินเป็เด็กพิเศษเลยเรียนจบเร็วเห็นว่าจบป.เอกแล้วนะ แต่ถึงเก่งแค่ไหน พี่เขาก็ยังมองว่าวินยังเด็กอยู่ดี”
สิบเก้า... แม้ไม่เด็กมากแต่การให้มาอยู่คนเดียวก็เสี่ยงพอตัวเพราะเป็่อยากรู้อยากลองและติดเพื่อน
“เด็กวัยนั้นกำลัง้าอิสระเขาจะมาอยู่กับพายหรือแม่ แถมเป็เด็กฝรั่งด้วย”
“ร็อบคุยกับน้องแล้วน้องตกลง... เห็นว่าวินได้รับเชิญให้ไปเป็อาจารย์พิเศษที่มหาลัยแถวบ้านด้วยน้องไปพักที่นั่นก็ใกล้ทั้งที่ทำงานและมหาลัย”
พิมพ์พายผ่อนลมหายใจออกมาเบา ๆแม้ว่าแม่จะไม่บังคับแต่ลองได้ขอร้องขนาดนี้ก็แสดงว่าพี่ชายเขาน่าจะเป็ห่วงมากจริง ๆ
“ก็ได้ เดี๋ยวพายดูแลให้”
“ขอบใจมากพายงั้นเย็นนี้พายไปรับน้องที่สนามบินด้วยนะ เห็นว่าเครื่องจะลงตอนหกโมงเย็น”
“เฮ้ย! หกโมง? ทำไมแม่ไม่บอกพายก่อน” พิมพ์พายตวัดสายตาไปมองนาฬิกาทันทีนี่ก็บ่ายโมงกว่าแล้ว แม่นะแม่ทำไมมาบอกตอนนี้!
พิมพ์พายหรี่ตามองโทรศัพท์อย่างไม่ไว้ใจไม่ใช่ว่าแม่รับปากไปแล้ว แล้วค่อยมาบอกเธอนะ?!
“แม่ก็บอกอยู่นี่ไงที่จริงร็อบมาคุยกับแม่นานแล้ว แต่แม่มัวแต่ยุ่ง ๆ จนลืมบอกพายนะ”
นั่นไง!ทำไมซื้อหวยแล้วไม่ถูกแบบนี้นะ...
“แม่...แบบนี้เขาไม่ได้เรียกว่ามาคุย แต่เรียกว่าสั่งให้ทำ”ความอ่อนใจที่มีต่อแม่บังเกิดเกล้าทำให้เธอถึงกับเหลือกตามองบน
“อ้าวหรือ...แต่แกก็รับปากแม่แล้วไง โอเค งั้นแค่นี้แหละเดี๋ยวแม่ต้องไปแงะพ่อแกออกมาจากแล็ปนั้นก่อน อ้อเย็นนี้ก็อย่าลืมไปรับน้องด้วยละกัน บ๊าย...”
ติ๊ด...
เสียงตัดสายของแม่ทำให้เธอนิ่งค้างไปพักใหญ่ก่อนที่จะทิ้งตัวลงบนเก้าอี้อย่างอ่อนใจ
แม่ก็เป็แบบนี้ตลอด!
ทำไงได้ เธอเองก็ดันใจอ่อนเผลอรับปากไปแล้วนี่น่า
ก๊อก ก๊อก ก๊อก
“เข้ามา”
“พี่พายคุณอรรถพลมารออยู่ที่ร้านขนมแล้วครับ”
เธอหันไปมองอ๊อฟที่ยืนอยู่หน้าประตูแล้วพยักหน้าตกลงก่อนที่จะเก็บเอกสารและเดินออกไปพบเ้าของบริษัทจัดสวนที่เธอนัดเอาไว้โดยไม่รู้เลยว่า...หลังจากนี้ชีวิตของเธอไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป!