11 | การกลับมาของชัชแสนย์แห่งยูโดซัน
หลังจากเข้าห้องแต่งตัวเปลี่ยนเป็ชุดยูโดสีขาว ผูกสายคาดเอวสีขาวเรียบร้อยแล้ว สิ่งแรกที่ทอรุ้งทำเมื่อผลักประตูกระจกก้าวเข้าสู่ห้องยิมคือ สอดส่ายสายตามองหาชัชแสนย์
ภายในห้องยิมอันกว้างขวางเปิดไฟสว่างและมีกลิ่นหอมสะอาดนี้ ฝั่งขวามือปูเบาะแข็งสีน้ำเงินไว้เต็มพื้นที่ยาวตลอดแนวหน้าต่างกระจกใส ผนังด้านใกล้ประตูกรุกระจกเงาบานใหญ่ ส่วนฝั่งตรงข้ามมีหิ้งพระ และบนผนังก็ติดรูปอาจารย์และปรมาจารย์คาโน จิโกโร ผู้คิดค้นกีฬายูโด ซึ่งก่อนเริ่มฝึกซ้อมทุกครั้ง ทุกคนจะนั่งคุกเข่าทำพิธีเคารพเบาะและเคารพอาจารย์สั้น ๆ กันอย่างพร้อมเพรียงตามธรรมเนียม
ฝั่งซ้ายของห้องยิมจัดเป็มุมพักผ่อน มีโต๊ะกระจกตัวเตี้ยกับชุดโซฟายาวสีฟ้าอมเทา ถัดจากนั้นเป็เคาน์เตอร์ยาวอเนกประสงค์ ด้านหลังมีตู้บิลต์อินสำหรับเก็บข้าวของเครื่องใช้จิปาถะ แต่ที่ถูกใจบรรดาลูกศิษย์ยูโดมากกว่าอย่างอื่นก็คือตู้เสบียงและตู้เย็นซึ่งตั้งอยู่สุดมุมห้อง
เด็กชายเด็กหญิงตัวน้อยในชุดยูโดวิ่งเล่นกันเจี๊ยวจ๊าว บ้างก็จับกลุ่มนั่งกินขนมอยู่หน้าตู้เสบียง วันอังคารมีคลาสเด็กของโคชแสนย์กับคลาสไพรเวตของโคชโอห์ม ยังไม่ถึงเวลาเข้าเรียน จึงไม่แปลกที่จะไม่เจอใครนอกจากพวกเด็ก ๆ
“คุณแสนย์ยังไม่มาอีกเหรอเนี่ย เด็ก ๆ มารอเต็มแล้วนะ”
ใจจริงรู้ว่ายังไม่ถึงเวลาเข้าเรียน คุณครูยังไม่มาก็ไม่ผิดอะไร แต่ความใจร้อนอยากเจอทำให้ทอรุ้งอดพึมพำตำหนิไม่ได้
จากนั้นเสียงเข้มคุ้นหูเสียงหนึ่งก็ดังขึ้นจากข้างหลัง
“เมื่อวานขาดเรียนนะ”
ทอรุ้งหันขวับไปเจอกับชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ในชุดยูโด ใบหน้าเข้มขรึมของเขายิ่งทำให้คำพูดเมื่อครู่ฟังดูดุยิ่งขึ้นไปอีก
“ใช่ค่ะ เมื่อวานขาดเรียนค่ะ” หญิงสาวตอบอย่างไม่ยี่หระ
โคชโอห์มหรืออามันต์ขมวดคิ้ว “แล้วจะมาเรียนชดเชยวันไหน”
“ไม่ต้องชดเชยก็ได้ค่ะ ผ่านไปเลย ไม่เป็ไร”
“ไม่ได้” เสียงขรึมสวนกลับมาทันที
“ทำไมคะ จะขาดเรียนหรือไม่ก็เื่ของรุ้ง ยังไงก็จ่ายค่าเรียนไปแล้วนี่คะ” ทอรุ้งเชิดหน้า ในเมื่อเขาตัวสูงนัก เธอก็ต้องเชิดหน้าสู้
โคชโอห์มถอนหายใจอย่างไม่ปิดบัง สายตาเขาเหมือนคุณครูฝ่ายปกครองมองนักเรียนหัวดื้อยังไงยังงั้น
“แสดงว่าที่มาเรียนนี่ ไม่ได้กะจะเอาจริงเอาจังอะไรเลยใช่ไหม นอกจากจะดูถูกสถาบันว่าคิดถึงแต่เื่เงินแล้ว ยังดูถูกตัวเองอีกด้วยเหรอ ก็แล้วแต่เราเถอะนะ ไม่อยากเรียนั้แ่แรกอยู่แล้วนี่ มาถึงวันแรกก็ลาออกเลย พี่คงผิดเองที่รั้งเราไว้และตั้งความหวังกับเรามากเกินไป”
ทอรุ้งงงไปหมด คำพูดของเขาเรียบเฉยก็จริง แต่สำหรับคนฟังแล้วมันคมกริบดุจใบมีดโกน แต่เป็ใบมีดปริศนาที่ทำให้ทั้งเจ็บทั้งมึนงงว่าโดนด่าเื่อะไรก็ไม่รู้
หญิงสาวขยับปากจะถาม แต่ชายหนุ่มยกมือห้ามไว้เป็เชิงว่าไม่อยากต่อปากต่อคำด้วยอีก เขาหันหลังเดินลิ่วไปสุดหลังห้องซึ่งมีประตูกระจกเปิดไปสู่ห้องฟิตเนส
ฟิตเนสแห่งนี้เป็ธุรกิจเสริมของผู้บริหารบริษัทใหญ่รายหนึ่ง คุณแสนย์ผู้เป็เ้าของยูโดซันกำลังสนใจซื้อต่อ สังเกตจากที่มีประตูเชื่อมต่อระหว่างห้องยิมกับฟิตเนส และนักกีฬายูโดซันสามารถซื้อแพ็กเกจเล่นฟิตเนสได้ในราคาสุดพิเศษ ดังนั้นข่าวที่ว่าอีกไม่นานฟิตเนสนี้จะเป็ของยูโดซันก็คงจะเป็เื่จริง
ทอรุ้งมองตามสุดสายตา โคชโอห์มเปิดประตูกระจก พยักหน้าทีหนึ่ง น้องโก้กับน้องนพก็ตามออกมา
“เจ้รุ้ง!” เ้าโก้ส่งเสียงทักมาแต่ไกล “เมื่อวานเจ้ไม่มา ผมละใจหายหมดเลย คราวก่อนผมทุ่มเจ้ซะหลายที นึกว่าเจ้จะงอนจนไม่มาเรียนซะแล้ว”
“ไอ้เ้าบ้า คนอย่างเจ้ไม่ขี้หงอขนาดนั้นหรอกโว้ย”
“นี่ ๆ แล้วเจ้ไปทำอะไรโคชน่ะ เดินหน้าบึ้งเข้าฟิตเนสไปแล้วโน่น” น้องนพถามบ้าง และถามได้จี้ใจดำดีเสียด้วย
“จะไปรู้เรอะ คนอะไร ตัวโตยังกับหมีควาย แต่ขี้ใจน้อยชะมัดยาด พูดนิดพูดหน่อยก็งอนสะบัดก้นเดินหนี แหม...นี่แมนจริงหรือกะเทยควายกันแน่วะเนี่ย”
โก้กับนพขำพรืดออกมาพร้อมกัน
“โธ่ จะมีอาไร้...” เ้าโก้เท้าสะเอว มองเบาะบนพื้นพลางส่ายศีรษะไปมา “โคชคงงอนเจ้น่ะแหละที่ไม่ยอมตั้งใจซ้อมสักที นี่ก็ใกล้วันแข่งเข้ามาทุกทีแล้วนะ เจ้ไม่ตื่นเต้นบ้างเหรอ ดูอย่างพวกผมสิ ต้องมาก่อนเวลาเพื่อเข้าฟิตเนส ฟิตร่างกายให้แข็งแกร่ง แล้วไหนจะต้องลงเรียนทั้งคลาสขั้นสูงและคลาสไพรเวตด้วย เห็นผมกับไอ้นพกวน ๆ อย่างนี้ จริง ๆ พวกเราจริงจังกันมากนะเจ้”
ทอรุ้งตาโตและขมวดคิ้วสลับกัน งงที่โคชโอห์มพูดก็ว่าหนักแล้ว ฟังเ้าโก้ยิ่งมึนไปใหญ่
“เดี๋ยว ๆ แข่งอะไร ทำไมต้องแข่ง แล้วเจ้เกี่ยวอะไรด้วย”
“อ้าว นี่โคชยังไม่ได้บอกเจ้เหรอ” น้องนพ หนุ่มน้อยหน้ามนเอ่ยขึ้นบ้าง “ปลายเดือนหน้าจะมีแข่งสยามยูโดคัพ งานใหญ่ระดับประเทศเลยนะเจ้ และเป้าหมายของพวกเราไม่ใช่แค่กวาดเหรียญให้ได้มากที่สุดเท่านั้นนะ พวกเราฝันใหญ่กว่านั้นคือจะพายูโดซันติดหนึ่งในห้าสถาบันสอนยูโดที่ดีที่สุดของประเทศให้ได้ ดังนั้นการเก็บคะแนนจากสยามยูโดคัพจึงสำคัญมาก ๆ เลยต้องซ้อมเข้มกันอยู่นี่ไง”
“โอ้โฮ อะไรกันเนี่ย” ทอรุ้งอดตื่นตาตื่นใจไปกับความจริงที่เพิ่งรับรู้ไม่ได้ จากที่คิดมาตลอดว่า คนที่มาเรียนก็แค่เล่นกีฬาหรือออกกำลังกาย คงคิดผิดเสียแล้ว “ดีจังเลยแฮะ ความฝันของพวกเ้านี่ช่างยิ่งใหญ่ เจ้ขอเป็กำลังใจให้นะ”
“เป็กำลังใจอะไรเล่า เจ้ก็ต้องสู้ด้วย ไม่รู้หรือไงว่าเจ้น่ะเป็มือวางอันดับหนึ่งรุ่นน้ำหนักไม่เกินเจ็ดสิบกิโลเลยนะ”
“หา! เราว่าไงนะโก้”
“ก็ที่โคชโอห์มไม่ยอมให้เจ้ลาออกในวันแรก ที่จับเจ้ลงเรียนคลาสไพรเวตกับพวกผมแทนที่จะเรียนคลาสเบื้องต้น แล้วโคชโอห์มยังสอนให้เองแทนที่จะให้โคชแสนย์หรือโคชคนอื่นสอน คิดว่าเป็เื่บังเอิญหรือไงล่ะเจ้”
ทอรุ้งตาโต เ้านพก็เสริมมาว่า
“ความจริงโคชโอห์มตั้งใจจะปั้นเจ้เป็นักกีฬาเลยนะ กะให้เอาเหรียญทองจากสยามยูโดคัพให้ได้ด้วย ผมละนึกไม่ออกว่าจะสอนคนที่ไม่มีพื้นฐานอะไรเลยให้เป็นักกีฬาพร้อมแข่งภายในเวลาแค่เดือนเศษได้ยังไง แต่โคชโอห์มเขามั่นใจนะ บอกว่าเจ้เก่งและทำได้แน่นอน”
หญิงสาวได้ฟังก็ถึงกับจนคำพูด คราวแรกรู้สึกเหมือนอารมณ์โกรธไล่ขึ้นมาเป็ริ้ว ๆ เพราะจู่ ๆ คนเป็ครูก็มาตั้งความหวัง ยัดเยียดอะไรให้มากมายโดยไม่ถามความสมัครใจก่อน แต่เพียงแค่ประโยคสุดท้ายจากน้องชายร่วมคลาสกลับทำให้ความขุ่นเคืองนั้นมลายไปราวกับไม่เคยเกิดขึ้น
ทันใดนั้นเอง ผู้ฝึกสอนที่พวกเธอกล่าวถึงก็เดินอาด ๆ กลับมา สีหน้าเขาเรียบเฉยเป็ปกติ โก้กับนพขอตัวไปวอร์มร่างกายเตรียมฝึกซ้อมทันใด ราวกับตั้งใจจะหลบฉากออกไป ทอรุ้งจะเรียกก็ไม่ทันเสียแล้ว
“โคชคะ” เมื่อต้องมาเผชิญหน้าในระยะจวนตัวเช่นนี้ ทอรุ้งก็ชิงเรียกเขาก่อน เธอถือคติว่าใครพูดก่อนได้เปรียบ “รุ้งได้ยินมาว่า โคชจะปั้นรุ้งเป็นักกีฬาลงแข่งสยามยูโดคัพ”
“ใช่” เขาถอนใจเบา ๆ เธอรับรู้ได้ถึงความหนักอึ้งในใจของเขา “พวกเราตั้งใจว่าจะทำผลงานให้ดีที่สุดในสยามยูโดคัพ เพื่อเก็บคะแนนพายูโดซันติดหนึ่งในห้าสุดยอดสถาบันให้ได้ แต่ก็นั่นแหละ ถ้าเราเดินทางกันคนละเป้าหมาย พี่ก็จะไม่บังคับใจอีก”
“พี่พูดเหมือนกับว่า รุ้งมาที่นี่เล่น ๆ และเป็ตัวถ่วงของทีมอย่างนั้นแหละ” หญิงสาวจ้องตาตอบ แต่ชายหนุ่มกลับส่ายหน้า
“ไม่ใช่ พี่หมายถึงว่า ถ้ารุ้งมาที่นี่แค่ออกกำลังกายหรือเรียนรู้ศิลปะป้องกันตัว มันก็เข้าใจได้ ผู้หญิงส่วนใหญ่มาเรียนเพราะเหตุผลนี้ พี่เข้าใจ ถ้าเป็อย่างนั้นก็ตามสบายเถอะ พี่จะไม่กดดันอะไรอีก พอดีว่ารุ้งเป็นักเรียนหญิงรุ่นน้ำหนักไม่เกินเจ็ดสิบกิโลคนเดียวของที่นี่ พี่เลยตั้งความหวังไว้เยอะหน่อย ผิดที่พี่เองแหละ เอาเถอะ ถ้ารุ้งไม่อยากแข่ง ยูโดซันไม่ส่งนักกีฬาหญิงลงแข่งรุ่นนี้ก็ได้”
ท่าทีโอนอ่อนของชายหนุ่มช่างแปลกตาในความรู้สึกของทอรุ้ง หญิงสาวหรี่ตามองพลางพินิจว่าเขาพูดจริงหรือแอบประชดประชันอีกหรือเปล่า
โคชโอห์มเองก็สบตาเธอนิ่งราวกับจะให้หญิงสาวมองค้นหาความจริงข้างในจนพอใจ และคล้ายชายหนุ่มจะสังเกตเห็นอะไรบางอย่าง เขามองลงมาที่เอวของเธอ
“เดี๋ยวนะ ทำไมผูกสายอย่างนี้”
หญิงสาวก้มลงมองตาม “ทำไมล่ะคะ ผูกเป็โบ น่ารักจะตาย”
ชายหนุ่มส่ายหน้าเอือมระอาเสียยกใหญ่ “ไม่ได้ ผูกใหม่”
“เดี๋ยวสิ เรายังคุยกันไม่จบ” ทอรุ้งเท้าสะเอวหมับ “ที่โคชพูดเมื่อกี้ ไม่ได้ประชดรุ้งใช่หรือเปล่า”
“พี่บอกให้ผูกใหม่ รุ้งเอ๊ย...ผูกแบบนี้ใครเห็นเข้าหัวเราะเยาะตาย”
“แล้วเมื่อกี้โคชรู้สึกผิดจริง ๆ หรือตั้งใจสบประมาทรุ้งกันแน่”
“แก้สายคาดเอวออกเดี๋ยวนี้เลย”
“นี่โคชคิดว่ารุ้งไม่มีความสามารถพอจะลงแข่งได้หรือไง ถึงมาพูดแบบนี้”
“จะแก้เองหรือจะให้พี่แก้ให้”
คราวนี้เขาจ้องหน้านิ่ง ยื่นมือมาอีกเหมือนจะแกะสายคาดเอวเธอจริง ๆ หญิงสาวแอบก้าวถอย แล้วจึงยอมดึงหางโบออก แก้ปมแต่โดยดี ถึงแม้เธอจะสวมเสื้อยืดไว้ข้างในอย่างเรียบร้อย แต่จะให้ผู้ชายมาแก้เสื้อผ้าอาภรณ์ให้ มันก็ไม่เป็การสมควร
“สายมันยาวนี่คะ มัดโบไว้ก็ดีอยู่แล้ว” หญิงสาวยังไม่วายโอดครวญ ความจริงคือมัดไม่เป็ต่างหาก ก็วันนี้เป็วันแรกที่ได้รับอนุญาตจากโคชให้สวมชุดยูโดมาเรียนได้ จึงยังเก้ ๆ กัง ๆ ไปบ้าง
ชายหนุ่มผู้เป็โคชยึดสายคาดเอวมาจากมือเธอ “สายมันยาว ก็เพื่อให้พันสองทบอย่างนี้”
พร้อมกับที่พูดนั้น เขาก็จัดการพาดส่วนกึ่งกลางของสายสีขาวเข้ากับท้องของเธอ พันอ้อมกระชับลำตัวไปข้างหลังแล้วสลับปลายทั้งสองวกกลับมา ก่อนจะพันลอดเส้นในแล้วมัดเป็เงื่อนไว้ข้างหน้าอย่างคล่องแคล่ว
“เอ้า เสร็จแล้ว สายคาดเอวน่ะเขาผูกกันอย่างนี้ อย่าผูกเป็โบอีกล่ะ มันตลก”
หญิงสาวไม่ตอบ ถึงแม้ในใจจะนึกโกรธเพราะจู่ ๆ เขาก็ถือวิสาสะมาแต่งตัวให้ แต่ความร้อนวูบวาบที่แล่นขึ้นข้างแก้มก็ปิดกั้นคำพูดร้าย ๆ มิให้หลุดออกจากปากไว้เสียก่อน
ทว่าเขาคงตีความอาการนิ่งงันของเธอเป็อย่างอื่นไป
“โอเค พี่ตอบก็ได้ พี่ไม่ได้ประชด ไม่ได้สบประมาทรุ้ง แล้วก็เชื่อมาก ๆ ด้วยว่าถ้ารุ้งลงแข่งจะต้องทำได้แน่ แต่พี่ลืมไปว่าการจะทำอะไรให้สำเร็จนั้น เ้าตัวจะต้องเต็มใจและมีใจอยากทำด้วย เอาเป็ว่าพี่จะโอนรุ้งกลับไปเรียนคลาสเบื้องต้นของแสนย์ก็แล้วกัน ส่วนวันนี้ซ้อมคลาสไพรเวตกับพี่ โก้ นพ เป็ครั้งสุดท้าย ตามนี้”
ทอรุ้งไม่ได้ตอบคำใด กลิ่นโคโลญหอมเย็นยามที่เขาโอบพันสายคาดเอวให้ยังติดอยู่ที่จมูก ราวกับจะแช่แข็งสมองส่วนซีรีบรัมของเธอให้คิดอะไรไม่ออกไปชั่วขณะ
โคชโอห์มโบกมือไปมาตรงหน้า ทดสอบว่าสติของเธอยังอยู่ดีหรือเปล่า
“รุ้งขอตัวไปห้องน้ำก่อนค่ะ” หญิงสาวกลั้นใจโพล่งออกมา ถ้าไม่ไปสงบสติอารมณ์เสียหน่อย คงไม่เป็อันซ้อมแน่
“อืม แล้วตามมานะ”
โชคดีที่โคชโอห์มหันหลังเดินกลับไปหาโก้กับนพเสียก่อน จึงไม่ทันได้เห็นว่าตอนนี้เธอก้าวมาข้างหน้าเชื่องช้าราวกับเดินจงกรม ภาพยามที่เขาเข้ามาโอบเธอไว้ด้วยสายคาดเอวฉายซ้ำไปซ้ำมา ก่อกวนปั่นป่วนหัวใจไม่เลิกรา เธอค่อย ๆ เดินไปทางประตู ทางไปห้องน้ำอยู่ตรงล็อบบีเล็ก ๆ ข้างนอก แยกไปจากเคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ซึ่งมะกอกนั่งอยู่
ขณะที่เธอกำลังจะผลักประตูออกไป ใครคนหนึ่งก็ดึงเปิดจากอีกฝั่งพอดี เขาคือชายหนุ่มรูปร่างสูงใหญ่ อาจไม่สูงใหญ่เท่าโคชโอห์ม แต่ก็ดูกำยำล่ำสันไม่ต่าง เรือนผมสีน้ำตาลเข้มดูเรียบร้อยเป็ทรงสุภาพ เข้ากับใบหน้าคมสันซึ่งประกอบด้วยคิ้วเข้ม ดวงตาโตรียาว จมูกโด่งเป็สัน รับกับริมฝีปากสีแดงระเรื่อ
สิ่งที่สะดุดตาที่สุดคือผิวพรรณขาวเนียนละเอียดผุดผ่องราวกับมีแสงเปล่งประกายอยู่รอบ ๆ หากได้พบกันข้างนอก เธอคงต้องเหลียวมองและคิดว่าเขาเป็ดาราแน่ ๆ แต่ยามนี้ที่เขาอยู่ในชุดยูโดสีขาว สายคาดเอวสีน้ำตาลปลายดำ และพบกันที่นี่...โรงเรียนยูโดซัน แม้จะเป็เพียงวูบเดียวที่ได้เห็นหน้าก่อนที่เขาจะเดินสวนไปอย่างรวดเร็ว แต่ทอรุ้งก็รู้ได้ทันทีว่าชายหนุ่มผู้นี้คือ โคชแสนย์ หรือคุณแสนย์ของยายลูกไม้นั่นเอง
หญิงสาวรู้สึกอึ้งและทึ่งอย่างบอกไม่ถูก สองเท้าไม่อาจเดินต่อไปได้ จึงได้แต่หยุดยืนอยู่หน้าประตูอย่างนั้น จากที่เคยเห็นชัชแสนย์แค่ในรูปถ่าย ได้มาเจอตัวจริงวันนี้ก็อยากจะร้องบอกลูกไม้เพื่อนรักว่า คุณแสนย์ถ่ายรูปไม่ขึ้นเอาเสียเลย เพราะตัวจริงดูดีกว่าในรูปไม่รู้กี่เท่า สีหน้าเรียบเฉยแต่ดูจริงจัง บุคลิกท่าทางเข้มแข็งมั่นใจ มีพลังดึงดูดและผลักออกในคราวเดียวกันอย่างน่าประหลาด
ในวินาทีต่อมา ทอรุ้งก็ระลึกได้ถึงความจริงอีกข้อจากภาพซึ่งผ่านตาวูบไปเมื่อครู่นี้
ชัชแสนย์ไม่ได้มาคนเดียว...
มีผู้หญิงผมดัดลอนสีน้ำตาลอ่อนเดินเกาะแขนเข้ามาด้วย!
***ลง 60% ของเื่ หลังจากนั้นจะเปิดพรีออเดอร์เล่ม+อีบุ๊กค่ะ ขอให้อ่านอย่างมีความสุขนะคะ***
เอาแล้วเอาหลาววว ใครมากับคุณแสนย์ละนี่
แต่อะไรก็คงไม่สำคัญเท่ากับว่า...ผ่านไป 10 ตอน พระเอกเพิ่งออก 55555
เอาละ คุณแสนย์ตัวจริงจะเ็าเหมือนในแชตไหม เรามาดูกันค่ะ