หญิงสาวเล่ายาวด้วยความฉุนจนขึ้นจมูก
“มันอาจจะเป็กฎของโรงงานที่ตั้งไว้ก่อนแล้วก็ได้ที่ว่าหากมีความเสียหายอะไรเกิดขึ้น คนที่ทำงานอยู่แผนกเดียวกันก็จะต้องร่วมกันรับผิดชอบ”
เด่นดนัยแย้งออกไปอย่างอดไม่ได้เมื่อหวังว่าจะทำให้น้องสาวของภรรยาใจเย็นขึ้น
“อาจจะใช่ แต่ภัสร์รับไม่ได้ค่ะ มันไม่ยุติธรรมสำหรับภัสร์ภัสร์ไม่ใช่คนที่ทำผิด”
หญิงสาวผู้มีใบหน้าอ่อนใส งามสะอ้านหมดจดปราศจากเครื่องสำอางตอบอย่างดึงดัน
“แล้วนี่จะเอายังไงต่อไปล่ะ”
พี่สาวถามบ้าง
“หางานใหม่มั้งคะ เพราะภัสร์บอกลาออกไปแล้ว”
หญิงสาวตอบด้วยอารมณ์เดือดๆ ทำเอาพี่สาวกับพี่เขยต้องมองสบตากันแล้วถอนใจเฮือกออกมาแต่เหตุการณ์อย่างนี้ก็เกิดขึ้นบ่อยครั้งเท่าไหร่แล้วก็ไม่รู้
๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐
“ไม่ได้ผลตามเคย”
เด่นดนัยรีบบอกก่อนที่ภรรยาซึ่งออกมายืนรอรับอยู่ที่หน้าบ้านจะถามหลังจากที่เขาพึ่งกลับมาจากการไปตามเดชบดินทร์เป็ครั้งที่สามภายในรอบหนึ่งเดือนนี้
“แล้วนี่เราจะทำยังไงต่อไปดีคะ”
พิมพิกาพลอยรู้สึกไม่สบายใจไปกับสามีด้วย เธอดึงสามีพาไปนั่งในบ้านแล้วหาน้ำเย็นๆให้ดื่ม หวังปลอบใจให้เขารู้สึกดีขึ้น
“ไม่รู้เหมือนกัน คุณลุงเองก็ถามทุกวันว่าเมื่อไหร่นายเดชจะมาเสียที พี่ก็ต้องพูดจาหลอกท่านไปวันๆจนชักจะรู้สึกละอายใจขึ้นมาแล้ว”
เด่นดนัยกล่าวอย่างกลัดกลุ้มใจเป็อย่างมาก
“ใจเย็นๆก่อนนะคะ พิมมั่นใจว่าทุกอย่างมันต้องมีทางออก”
“พี่รู้ว่าทุกอย่างมันต้องมีทางออกแต่ก็ติดอยู่ตรงที่เรายังหาทางออกไม่เจอนี่แหละ”
พิมพิกาฟังสามีพูดแล้วก็อึ้ง เห็นด้วยกับเขา
“แล้วนี่ยัยภัสร์ยังไม่กลับอีกเหรอ”
เด่นดนัยเปลี่ยนเื่เพราะไม่อยากให้ภรรยาต้องคิดอะไรมาก เกรงจะมีผลกระทบต่อเด็กในท้อง
“ยังเลยค่ะ รายนี้ก็อีกเหมือนกัน ไม่รู้ว่าจะหัวแข็งไปถึงไหนบอกให้ไปทำงานที่บริษัทกับพี่เด่นก็ไม่เอา แล้วดูสิเนี้ยตระเวนหางานมาเป็เดือนแล้วก็ยังไม่ได้สักที”
“เออ พี่นึกอะไรบางอย่างออกแล้ว ไม่รู้ว่าพิมจะเห็นด้วยกับพี่หรือเปล่า”
เด่นดนัยกล่าวออกมาอย่างพึ่งนึกขึ้นได้จริงๆ
“อะไรคะ”
พิมพิการีบถามอย่างสนใจ
“ถ้าพี่จะจ้างยัยภัสร์ให้เป็คนไปตามนายเดชกลับมา พิมจะว่าไง”
“มันจะเป็ไปได้ไงคะ เขาสองคนไม่เคยรู้จักกันมาก่อน”
“ก็นายเดชเขาไม่ยอมพูดกับพี่นี่ บางทีการให้คนที่เขาไม่รู้จักไปพูดแทนอาจจะดีกว่า”
“แล้วพี่เด่นคิดว่ายัยภัสร์จะทำได้หรือคะ ยิ่งเป็คนใจร้อนอย่างนั้น”
“มันก็ต้องลองดูหละ แต่พี่มั่นใจอย่างหนึ่ง ว่ายัยภัสร์เป็คนที่มีความสามารถและมีความพยายามสูง หากว่าแกตั้งใจจะทำอะไรแล้วแกต้องทำให้ได้”
“เรียกว่าเป็คนดื้อจะดีกว่าค่ะ”
“นี่แหละ ข้อดีเลยหละ”
“แกจะยอมไปหรือเปล่า”
“ถ้าพิมอนุญาติ พี่จะลองพูดกับแกดู”
“ลองพูดดูก็ได้ค่ะ ถ้าแกตกลง พิมก็ไม่มีปัญหาอะไร”
ทั้งสองนั่งคุยกันต่อไปเรื่อยๆเพื่อเป็การค่าเวลารอพิชชาภัสร์กลับมาจากการตระเวนหางาน และอีกเพียงไม่นานทั้งสองก็ได้เห็นร่างโปร่งระหงของคนที่รอเดินเข้าบ้านมาด้วยท่าทางอ่อนระโหยโรยแรง เธอเข้ามาทิ้งตัวนั่งลงบนโซฟาเบื้องหน้าของพี่สาวและพี่เขยก่อนจะบ่นเหมือนทุกครั้ง
“ทำไมงานสมัยนี้มันถึงได้หายากหาเย็นจังเข้าไปที่ไหนก็ให้ทิ้งใบสมัครไว้แล้วรอเรียกตัวกันทั้งนั้น รอมาเป็ชาติแล้วก็ไม่เห็นจะมีที่ไหนเรียกสักที เฮ้อ”
“พี่มีงานหนึ่งที่อยากจะให้ภัสร์ทำ ไม่รู้ว่าภัสร์สนใจหรือเปล่า”
เด่นดนัยเอ่ยขึ้นมาตามที่ได้ตั้งใจไว้
“ถ้าเป็งานที่บริษัทของคุณลุงเดชา ภัสร์ไม่เอานะคะหากมันสุดวิสัยจริงๆแล้ว ภัสร์จะไปสมัครเป็คนล้างจานที่ร้านข้าวต้มโต้รุ่งดีกว่า”
“อะไรกันยัยภัสร์ ดูพูดเข้า”
พิมพิกาเอ็ดน้องสาวที่พูดเหมือนคนสิ้นไร้ไม้ตอกอย่างนั้น
“ก็มันจริงนี่คะ ภัสร์ยอมลำบากดีกว่าให้ใครมามองว่าเป็คนไร้ความสามารถ ได้งานทำเพราะใช้เส้น”
“เอาหละ ไม่ต้องเถียงกันแล้ว”เด่นดนัยรีบปรามสองพี่น้องขึ้นก่อนที่การโต้เถียงจะบานปลาย“งานที่พี่บอกว่าจะให้ภัสร์ทำนั้น ไม่ใช่งานในบริษัทหรอก เพราะพี่รู้ว่างานที่นั้นเคี่ยวเข็ญยังไงภัสร์ก็ไม่ยอมไปทำแน่”
“แล้วถ้างั้นมันเป็งานอะไรคะ”
พิชชาภัสร์ถามอย่างเริ่มจะสนใจ
“ไปตามคนคนหนึ่งให้กลับมาอยู่ที่นี่”
“อะไรนะคะ”
หญิงสาวงงๆกับคำตอบที่ได้ยิน
“พี่จะให้ภัสร์เดือนละสองหมื่นเลยและถ้าภัสร์ทำสำเร็จได้ภายในเร็ววันพี่ก็จะให้โบนัสอีกหนึ่งแสน”
“โอ้โฮ ตกลงเลยค่ะพี่เด่น”
พิชชาภัสร์อุทานลั่นเมื่อได้ยินค่าจ้างที่แพงลิบจึงรีบตกลงเลยทันทีแบบไม่ต้องคิด
“คิดว่าเป็งานง่ายๆหรือไงยัยภัสร์พี่เด่นเขาลองมาแล้วทุกกระบวนท่าแต่ไม่สำเร็จ เขาถึงได้คิดมาจ้างเรา”
พิมพิกาบอกกับน้องสาวด้วยความหวั่นใจ เพราะรู้จักทั้งคนที่จะไปตามและคนที่ถูกตามเป็อย่างดี
“ต่อให้ยากพอๆกับเข็นครกขึ้นูเาภัสร์ก็จะสู้ค่ะพี่พิม”บอกกับพี่สาวอย่างนั้นแล้ว พิชชาภัสร์ก็หันไปทางพี่เขย “ว่าต่อไปสิคะพี่เด่น จะให้ภัสร์ไปตามใครที่ไหน เมื่อไหร่”
“ตามลูกชายของคุณลุงเดชาที่หนีออกไปจากบ้านเมื่อสามปีก่อน”