น้องกิ๊ฟ 9: คำร่ำลา
การเดินทางออกงานแสดงสินค้าเพื่อขยายตลาดครั้งสุดท้ายของกิ๊ฟสิ้นสุดลงที่จังหวัดทางภาคเหนือ บนยอดเขาสูงชันซึ่งรายล้อมไปด้วยแนวทิวเขาและธรรมชาติอันแสนเงียบสงบ ในค่ำคืนนี้ ท้องฟ้าเบื้องนอกมืดมิดสนิท ทว่ากลับถูกปกคลุมไปด้วยทะเลหมอกสีขาวโพลนลอยอ้อยอิ่งพัดผ่านไปตามกระแสลมหนาว ไอเย็นยะเยือกแผ่ซ่านปะทะเข้ากับกระจกใสบานยักษ์ของรีสอร์ตพูลวิลล่าหรูส่วนตัวสไตล์โมเดิร์น หยดน้ำค้างเกาะพราวอยู่บนบานกระจกใสหนาทึบ สะท้อนให้เห็นถึงความหนาวเหน็บลึกล้ำภายนอกและบรรยากาศอันห่างไกลความวุ่นวายบนขุนเขาแห่งนี้
ทว่าในทางตรงกันข้าม ภายในห้องพักกลับอบอวลไปด้วยมวลความอบอุ่นอันแสนสบาย เครื่องปรับอุณหภูมิหรือฮีตเตอร์ทำงานอย่างเงียบเชียบ ไร้เสียงรบกวน คอยปลดปล่อยมวลอากาศอุ่นสบายแผ่ซ่านโอบล้อมไปทั่วทุกตารางนิ้ว ผสมผสานกับแสงเทียนหอมอโรมาที่จุดกระจัดกระจายไว้ตามมุมต่าง ๆ ส่งกลิ่นหอมผ่อนคลายและสาดแสงสีเหลืองส้มระยิบระยับล้อเลียนแสงจันทร์ ส่องกระทบผิวเนื้อเนียนละเอียดของคนสองคนที่กำลังยืนโอบกอดกันกลมเกลียวอยู่เบื้องหน้าบานกระจกใสยักษ์
กิ๊ฟสวมเพียงชุดคลุมอาบน้ำผ้าไหมซาตินสีแชมเปญเนื้อนุ่มลื่น ยืนเอนพิงแผ่นหลังบอบบางเข้ากับแผงอกแกร่งกำยำของนนท์อย่างไว้เนื้อเชื่อใจ มือเรียวสวยประคองแก้วไวน์แดงรสเลิศ ทอดสายตาหวานเชื่อมปนเศร้าออกไปยังความมืดมิดและผืนทะเลหมอกสีนวลเบื้องหน้าอย่างไร้จุดหมาย เธอจิบไวน์แดงรสฝาดปร่าผสมความหวานล้ำลงคออย่างเชื่องช้า เพื่อให้ฤทธิ์ความร้อนผ่าวของแอลกอฮอล์ช่วยวอร์มร่างกายและกระตุ้นการสูบฉีดของโลหิต คลายความเหน็บหนาวเย็นเยือกที่พยายามเล็ดลอดเข้ามาบั่นทอนความรู้สึกในส่วนลึก
“หมอกหนาจังเลยนะคะพี่นนท์ มองออกไปข้างนอกแทบไม่เห็นอะไรเลยนอกจากสีขาว” เสียงหวานละมุนเอ่ยทำลายความวิเวกเงียบงันขึ้นมาแผ่วเบา ดวงตากลมโตคู่สวยทอประกายวูบวาบสะท้อนแสงไฟจากแสงเทียนเล่มน้อย
นนท์กระชับอ้อมแขนอบอุ่นที่สอดโอดรัดเอวคอดกิ่วของเธอให้แนบแน่นประคองชิดตัวยิ่งขึ้น เขาเกยคางไว้บนไหล่มนกลมกลึงพร้อมกับสูดดมความหอมกรุ่นละมุนคล้ายกลิ่นแป้งเด็กจากซอกคอขาวเนียนอย่างแสนรักแสนถนอม “อืม... หนาวไหมครับคนดีของพี่”
“ไม่หนาวเลยค่ะ กิ๊ฟมีฮีตเตอร์ส่วนตัวคอยกอดรัดไว้แน่นจนอุ่นสบายขนาดนี้ แล้วกิ๊ฟจะหนาวได้ยังไงกันคะ” กิ๊ฟเอียงคอรับสัมผัสอ่อนละมุนจากริมฝีปากอุ่นร้อนของนนท์ที่กดจูบเน้นน้ำหนักลงบนลาดไหล่ขาวเนียนเบา ๆ อย่างรักใคร่
นนท์ระบายยิ้มบางเบาบนใบหน้า ทว่าในส่วนลึกของดวงตาคู่คมกริบกลับแฝงไปด้วยกระแสความรู้สึกหลากหลายสับสนปนเป ทั้งความรักท่วมท้น ความหวงแหนสุดชีวิต และความใจหายระคนเศร้า ทริปออกเดินทางทำงานครั้งนี้ถือเป็นหนสุดท้ายที่พวกเขาจะได้ใกล้ชิดกันในฐานะเพื่อนร่วมงาน และค่ำคืนนี้... ก็อาจจะเป็นค่ำคืนสุดท้ายจริง ๆ ที่เขากับเธอจะได้มีโอกาสโอบกอดสัมผัสแนบเนื้อเช่นนี้ ภายใต้ความสัมพันธ์ลับอันแสนหวานที่ปิดบังและซ่อนเร้นสายตาโลกภายนอกมาเนิ่นนาน
“ไวน์ในแก้วอร่อยไหมครับ... ให้พี่ลองชิมจากปากเราบ้างสิ” นนท์เอ่ยกระซิบชิดข้างใบหูเล็ก ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดผิวเนื้อเนียนอ่อนจนกิ๊ฟสะท้านขนลุกซู่ด้วยความรู้สึกวาบหวาม
กิ๊ฟเบี่ยงเบนหันกายกลับมาเผชิญหน้ากับเขา ยกแก้วไวน์แดงในมือขึ้นจ่อแตะริมฝีปากหยักได้รูปของชายหนุ่ม นนท์จิบของเหลวสีแดงก่ำจากแก้วใบเดียวกันช้า ๆ สายตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในแววตาวูบไหวสั่นระริกของกิ๊ฟราวกับต้องการจดจำภาพดวงตานี้ไปชั่วนิรันดร์ ก่อนที่เขาจะเอื้อมมือไปหยิบแก้วไวน์ออกจากมือบางแล้วนำไปวางไว้ที่โต๊ะข้าง ๆ จากนั้นจึงรั้งร่างบอบบางเข้ามาในอ้อมแขนกว้างจนแนบสนิทอีกครั้ง
“พี่นนท์...” กิ๊ฟเรียกขานชื่อของเขาด้วยเสียงแผ่วสะท้านหวานหยด ยามที่ริมฝีปากหยักลึกก้มลงมาทาบทับครอบครองริมฝีปากอิ่มสีระเรื่อของเธออย่างแนบแน่น นนท์บดบี้คลึงเคล้ากลีบปากนุ่มอย่างแสนอ้อยอิ่ง ทะนุถนอม ส่งผ่านไออุ่นความหวานและรสชาติฝาดจาง ๆ ของไวน์แดงที่ยังคงเกาะติดอยู่ที่ปลายลิ้นชุ่มแลกเปลี่ยนให้แก่กันและกัน มันเป็นจูบที่เปี่ยมด้วยความรู้สึกรักลึกซึ้ง ความโหยหากระสันอยาก และความอาลัยอาวรณ์ที่ท่วมท้นจนไม่อาจจะระบายหรือเอื้อนเอ่ยออกมาเป็นถ้อยคำพูดใด ๆ ได้
รสจูบที่เริ่มต้นอย่างนุ่มนวลละมุนละไม ค่อย ๆ ทวีระดับความเร่าร้อนซ่านสยิวและดิ่งลึกขึ้นตามกระแสอารมณ์รักที่ปะทุเดือดอยู่ภายในอก นนท์สอดวงแขนแกร่งเข้าช้อนร่างอ้อนแอ้นของกิ๊ฟลอยขึ้นอุ้มแนบชิดกับอกกว้างอย่างแสนรัก สองขาแกร่งมั่นคงก้าวตรงไปยังเตียงนอนไม้สักทองหลังใหญ่หนาบึกบึนที่ตั้งตระหง่านอยู่กึ่งกลางห้องวิลล่าหรู บนเตียงนอนหลังนั้นปูทับด้วยที่นอนขนเป็ดหนานุ่มเป็นพิเศษ โอบล้อมด้วยผ้าปูเตียงสีขาวสะอาดสะอ้านส่งกลิ่นสะอาดหอมกรุ่น
เขาวางร่างเบาหวิวของกิ๊ฟลงบนที่นอนขนเป็ดนุ่มอย่างแสนทะนุถนอมราวกับเธอเป็นแก้วเจียระไนแสนบอบบาง ก่อนจะเคลื่อนกายตามทาบทับลงไปนอนเคียงข้างโดยไม่ปล่อยให้ขาดห้วงเสียจังหวะรัก นิ้วแกร่งค่อย ๆ ปลดปมผูกเอวของชุดคลุมอาบน้ำผ้าไหมซาตินลื่นสีแชมเปญออกช้า ๆ เลื่อนดึงผ้านุ่มลื่นให้หลุดร่วงพ้นจากลาดไหล่มนกลมกลึง เผยให้เห็นทรวดทรงองค์เอวขาวสะคราญตาสะท้อนแสงเทียนสลัว ผิวพรรณเนียนละเอียดดุจปุยหิมะแรกตกตัดกับผ้าปูที่นอนสีขาวบริสุทธิ์ ช่างงดงามหมดจดจนนนท์รู้สึกเหมือนลมหายใจจะสะดุดหยุดลงในวินาทีนั้น
“กิ๊ฟของพี่สวยเหลือเกินครับ... สวยจนใจพี่สั่น สวยจนไม่อยากให้ผู้ใดในโลกใบนี้ได้มีโอกาสเห็นนอกจากพี่คนเดียวเลย” นนท์พึมพำกระซิบเสียงแหบพร่าลึกซึ้ง แววตาคู่คมเบิกมองด้วยความลุ่มหลงหลงใหลอย่างที่สุด
กิ๊ฟยกมือเรียวสวยขึ้นลูบไล้โครงหน้าหล่อเหลาเข้มคร้ามของเขา ปลายนิ้วสัมผัสแผ่วเบาไปตามแนวสันกรามแกร่งที่ขบแน่น “คืนนี้... กิ๊ฟจะเป็นของพี่นนท์คนเดียวนะคะ ช่วยนำทางกิ๊ฟไป... ช่วยทำให้กิ๊ฟลืมความทุกข์ระทมและเรื่องราวทุกอย่างออกไปจากหัวใจทีนะคะพี่นนท์”
สิ้นคำร้องขอและเว้าวอนอันแสนยั่วยวนอารมณ์ นนท์ก็ไม่คิดจะระงับยับยั้งใจอีกต่อไป ชายหนุ่มฝังใบหน้าคมซุกลงกับซอกคอขาวกรุ่นกลิ่นหอม ขบเม้มและดูดดึงผิวเนื้อนุ่มหยุ่นจนเกิดรอยประทับรักสีกุหลาบเข้มจาง ๆ ทั่วลำคอ ฝ่ามือหนาลูบไล้ไปตามสัดส่วนคอดกิ่วโค้งเว้าของร่างนวล บีบเฟ้นเค้นคลึงสะโพกมนกลมกลึงและเนินเนื้อนุ่มหยุ่นสู้มืออย่างแสนรักแสนเสน่หา กิ๊ฟหยัดแอ่นกายรับสัมผัสลูบไล้อันแสนวาบหวาม ปลุกกระตุ้นความเสียวซ่านสะท้านสะเทือนจนสั่นไหวไปทั่วสรรพางค์ เสียงหวานครางครวญแผ่วละมุนหูดังรอดผ่านกลีบปากอิ่มอกมาเป็นระยะอย่างหักห้ามไม่ได้
“อ๊ะ... พี่นนท์คะ... กิ๊ฟเสียว... รัญจวนใจไปหมดแล้วค่ะ...”
ริมฝีปากอบอุ่นร้อนจัดของนนท์ค่อย ๆ เลื่อนต่ำลงมายังเนินอกอวบอิ่มเต่งตึง เขาใช้ปลายลิ้นแตะชิมกวาดเลียยอดปทุมถันสีหวานระเรื่อที่ชูชันตอบสนองอากาศหนาวเย็นภายนอกห้องพัก สลับกับการดูดดึงขบเม้มหยอกเอินเบา ๆ อย่างเน้นย้ำสร้างความกระเจิดกระเจิงกระสันซ่านจนกิ๊ฟต้องแอ่นอกนวลขึ้นสู้ลิ้นร้อนอย่างเผลอตัว สองมือเรียวสวยสอดนิ้วขยุ้มเข้ากับกลุ่มผมดกหนาของเขาแน่นเพื่อหาที่ยึดเหนี่ยวและระบายความเสียวซ่านแล่นริ้วที่โหมซัดเข้าใส่ไม่หยุดยั้ง
นนท์เพียรปรนเปรอไฟพิศวาสวาบหวามให้กิ๊ฟอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยเหนื่อยล้า ฝ่ามือหนาลูบไล้ต่ำลงไปยังจุดอ่อนไหวบอบบางกึ่งกลางกายสาว แตะต้องสัมผัสกลีบเนื้อนุ่มละมุนที่เริ่มหลั่งหยาดน้ำหวานใสจนเปียกชุ่มเยิ้ม ปลายนิ้วแกร่งกรีดกรายช้า ๆ ลงบนรอยแยกอุ่นร้อนอย่างแผ่วเบา ปลุกเร้าให้เธอพร้อมที่จะต้อนรับตัวตนของเขาอย่างสมบูรณ์แบบ สัมผัสได้ถึงแรงขมิบตุบ ๆ และความร้อนผ่าวที่เอ่อล้นออกมา
“เปียกชุ่มไปหมดแล้วครับคนดีของพี่... อยากให้พี่ส่งตัวตนเข้าไปรักหรือยังครับ” นนท์สบตาเยิ้มสั่นไหวของคนใต้ร่างพลางกระซิบถามเสียงทุ้มพร่าแหบสั่นด้วยความซ่านสยิวที่จ่อรอ
กิ๊ฟพยักหน้าช้า ๆ พลางสบดวงตาฉ่ำปรือเชื่อมหวานที่เปี่ยมล้นไปด้วยไฟรักปรารถนาและเสน่หาท่วมล้น “อื้อ... เข้ามาเถอะค่ะพี่นนท์ กิ๊ฟต้องการพี่... ต้องการรับตัวตนแกร่งของพี่ใจจะขาดแล้ว”
เมื่อได้รับเสียงตอบรับหวานหู นนท์ก็จัดการปลดเปลื้องปราการผ้าชิ้นสุดท้ายของตัวเองออกจนหมดสิ้น เผยให้เห็นตัวตนแกร่งร้อนที่เหยียดขยายตัวเต็มที่แข็งขึงปวดหนึบ แก่นกายร้อนผ่าวของเขาผงาดชันพร้อมนำพาทั้งคู่ไปแตะขอบฟ้า นนท์แทรกกายเข้าสู่กึ่งกลางระหว่างเรียวขานวลเนียนขาวผ่องของกิ๊ฟ ประคองแก่นกายแกร่งร้อนลูบไล้ถูไถไปตามแนวร่องสวาทเปียกชื้นที่ชุ่มฉ่ำน้ำหวานใสเพื่อเบิกทางรัก ปลุกเร้าความซ่านเสียวรัญจวนใจจนกิ๊ฟต้องจิกเล็บลงบนฟูกผ้าปูเตียงแน่นขยำจนยับย่น
“พี่จะเข้าไปหาแล้วนะครับ... อดทนหน่อยนะคนดีของพี่” นนท์กระซิบบอกพลางสบตาเธอนิ่ง
นนท์ค่อย ๆ กดเน้นสะโพกสอบ ดันแก่นกายร้อนผ่าวแทรกตัวช้า ๆ เข้าสู่ปากทางรักที่คับแน่นและเริ่มตอดรัดเป็นจังหวะเชื่องช้า ตัวตนแกร่งร้อนอันอวบใหญ่ค่อย ๆ ชำแรกทะลวงผ่านกลีบเนื้อนุ่มเปียกชื้นเข้าไปจนสุดความยาวลึกซึ้ง กิ๊ฟถึงกับเชิดดวงหน้าผุดผาดแหงนขึ้นครางกระเส่าลั่นห้องด้วยความเสียวซ่านสะท้านลึกที่แล่นริ้วไปทั่วไขสันหลัง ความคับแน่นและไออุ่นร้อนที่สอดรับภายในร่องรักทำให้เธอรู้สึกเต็มเปี่ยม เต็มตื้น และสมบูรณ์แบบที่สุดเท่าที่ผู้หญิงคนหนึ่งจะสัมผัสได้
“อ๊า... พี่นนท์คะ... อุ่นและแน่นไปหมดเลย... ลึกจัง...” กิ๊ฟครางกระเส่าเสียงหลงพลางโอบแขนเรียวเล็กทั้งสองข้างกอดรัดรอบแผ่นหลังกว้างปูดกล้ามเนื้อของชายหนุ่มไว้แนบแน่นจนไร้ซึ่งช่องว่างระหว่างกาย
ยามเมื่อตัวตนอันร้อนผ่าวถูกกลืนกินเข้าไปจนสุดทางรัก นนท์ก็หยัดตัวขยับสะโพกสอบ ถอยดึงแก่นกายร้อนออกมาช้า ๆ เกือบหลุดพ้นปากทางรัก ก่อนจะกดกระแทกแทรกตัวกลับเข้าไปใหม่เป็นจังหวะเนิบนาบเบา ๆ ในช่วงแรกเพื่อกระตุ้นความคุ้นเคย จากนั้นจึงค่อย ๆ ยกระดับความเร็วและโหมกระหน่ำน้ำหนักความรุนแรงลึกซึ้งขึ้นตามกระแสอารมณ์เสน่หาที่เริ่มไต่ระดับพุ่งสูงลิ่ว
“ซี้ด... กิ๊ฟครับ... ร่องรักอุ่นร้อนของกิ๊ฟตอดรัดตัวตนของพี่แน่นเหลือเกิน... เสียวสะท้านหัวใจไปหมดแล้ว... อ๊า” นนท์ครางต่ำพร่าเลือนอยู่ในลำคอ ใบหน้าหล่อเหลาเข้มคมบิดเบี้ยวเหยเกด้วยความสยิวซ่านล้ำลึกที่แสนต้านทานไหว
บทเพลงรักและท่วงทำนองเสน่หากลางสายหมอกอันเหน็บหนาวภายนอกถูกบรรเลงขึ้นอย่างอบอุ่นเร่าร้อน เสียงกายสอดประสานสัมผัสรักดังก้องคลอเคล้าสลับกับเสียงครางประสานของคนทั้งสอง เตียงไม้สักทองหลังใหญ่ส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าดเบา ๆ คลอเคล้าตามแรงน้ำหนักของสะโพกแกร่งที่โหมขับเคลื่อนเข้าหาอย่างแนบแน่น นนท์เร่งจังหวะกระแทกกระทั้นขยับแก่นกายร้อนชำแรกเข้าออกรวดเร็วลึกซึ้ง เขาเน้นย้ำทุกจังหวะ ทุกสัดส่วนสัมผัส และทุกห้วงอารมณ์ความรู้สึก หวังเพียงฝังจารึกความเสน่หาแสนเศร้าและงดงามในค่ำคืนสุดท้ายนี้ไว้ในทุกอณูเนื้อของเธอชั่วนิรันดร์
กิ๊ฟบิดระบัดกายส่ายแอ่นสะโพกกลมกลึงรับแรงกระแทกกระทั้นโหมสู้จากชายคนรักอย่างไม่ยอมแพ้ ร่องสวาทหวานที่เปียกชุ่มขมิบตอดรัดเกาะเกี่ยวกระชับตัวตนแกร่งของนนท์เป็นจังหวะตุบ ๆ ถี่ระรัว ความเสียวซ่านแสนรัญจวนแล่นพล่านจนหัวใจเธอแทบหยุดเต้น ร่างกายเบาหวิวคล้ายจะลอยละล่อง นิ้วมือกิ๊ฟจิกเกร็งครูดลงบนแผ่นหลังกว้างของนนท์ ฝากริ้วรอยเล็บแดงจาง ๆ ไว้เป็นทางยาวตามอารมณ์หวาม
“พี่นนท์คะ... อื้อ... แรงกว่านี้อีกนิดค่ะ... กิ๊ฟรักพี่นนท์... กิ๊ฟจะไม่ไหวแล้ว...” กิ๊ฟร้องขอเอ่ยเสียงสั่นพร่าระคนกระเส่าระรัว ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างสั่นคลอนด้วยหยาดน้ำตาแห่งความสุขสมสยิวซ่านปะปนไปกับความโหยหาในรักที่ใกล้ปิดฉากลง
นนท์สบสายตาอุ่นซึ้งคู่สวยของกิ๊ฟด้วยความรักท่วมท้นใจจนแทบล้นอก ชายหนุ่มโน้มตัวลงก้มจูบซับน้ำตาอุ่น ๆ ที่รินซึมอยู่ตรงหางตาของเธออย่างอ่อนโยนแสนอาลัย ก่อนจะเร่งสปีดจังหวะการเคลื่อนไหวสะโพกสอบให้เร็วกระชั้นและหนักหน่วงล้ำลึกที่สุด กระแทกเน้นแก่นกายร้อนกดลึกเข้าสู่จุดกระสันสะท้านซ้ำแล้วซ้ำเล่า นำพาเธอโบยบินทะยานลอยตัวสูงขึ้นสู่สรวงสวรรค์ ท่ามกลางบรรยากาศยอดเขาอันเหน็บหนาวและพายุหมอกเยียบเย็นภายนอกพูลวิลล่า ที่ถูกตัดขาดโดยความเร่าร้อนดุจดั่งกองไฟพิศวาสโหมไหม้บนฟูกเตียงนอนขนเป็ดหนานุ่มผืนนี้
“พร้อมกันนะครับคนดีของพี่... ไปพร้อมกับพี่นะ... อ๊า...” นนท์ครางครวญคำรามต่ำเสียงพร่า
แล้วคนทั้งสองก็พุ่งทะยานสู่จุดสูงสุดของอารมณ์ปรารถนาพร้อมกัน กิ๊ฟเกร็งกระตุกสั่นเทิ้มไปทั้งสรรพางค์กาย ร่องรักตอดขมิบตัวตนแกร่งร้อนของนนท์อย่างถี่กระชั้นรุนแรง เธอปลดปล่อยหยาดน้ำใสอุ่นละมุนหลั่งชโลมทับแก่นกายร้อนจนชุ่มเยิ้มเปียกฉ่ำ ขณะเดียวกันนนท์ก็แผดคำรามต่ำด้วยความสุขสมลึก ๆ เขาโหมสะโพกกดเน้นส่งตัวตนตรึงค้างลึกไว้ในความแน่นขนัดอุ่นอวลเป็นหนสุดท้าย ก่อนจะปลดปล่อยสายธารรักอุ่นร้อนสีขาวขุ่น อัดฉีดทะลักเข้าไปในช่องทางรักที่บีบรัดแน่นรัดเก็งของเธอจนเอ่อล้นเต็มเปี่ยม ความอุ่นร้อนแผ่ซ่านลึกเข้าไปทั่วท้องน้อยของกิ๊ฟ และเมื่อเขาถอนกายออกช้า ๆ สายธารแห่งรักบางส่วนก็เอ่อล้นไหลทะลักออกมาตามรอยแยกทางรัก เปรอะเปื้อนคราบรักที่ต้นขาขาวเนียนของหญิงสาว...
นนท์ทิ้งตัวเอนกายลงนอนฟุบทาบทับร่างบอบบางไว้เงียบ ๆ แผงอกหนาขยับไหวตามแรงหอบหายใจหนักหน่วงเหน็ดเหนื่อย สองวงแขนแกร่งยังคงกอดประคองกระชับกิ๊ฟไว้แนบอกอย่างหวงแหนราวกับหวาดวิตกว่าหากเผลอคลายอ้อมกอดเพียงเสี้ยววินาที ร่างกายแสนหอมหวานนี้จะอันตรธานละลายหายตัวไปดั่งปุยสายหมอกหนานอกกระจกบานใหญ่ พวกเขาปล่อยให้ความวิเวกเงียบงันและมวลความอบอุ่นภายในห้องวิลล่าโอบล้อมคนทั้งสอง หลอมรวมดวงใจสองดวงให้กลายเป็นหนึ่งเดียวกันอย่างยากจะแยกออกจากกัน ภายใต้ค่ำคืนอันยาวนานแสนหวานบนยอดเขาห่างไกล ท่ามกลางกระชับกอดแน่นแฟ้นที่เอ่อล้นไปด้วยกระแสรักแสนเศร้าและลึกซึ้งเลือนราง
รุ่งอรุณก้าวเข้ามาทักทายอย่างแผ่วเบาพร้อมแสงแดดรำไรอ่อนโยนยามเช้าที่เริ่มสาดส่องลอดผ่านผ้าม่านสีขาวบางนุ่มนวล ทะเลหมอกหนาทึบจากยอดเขาภายนอกยังคงม้วนตัวลอยละล่องละเลียดเลียไปตามขุนเขา ทัศนียภาพอันเวิ้งว้างดูเลือนรางสงบงดงามอย่างน่าประหลาดแก่จิตใจที่เพิ่งผ่านพายุเสน่หามาตลอดคืน
บนที่นอนฟูกขนเป็ดหนานุ่มอุ่นสบาย นนท์ค่อย ๆ ลืมเปลือกตาตื่นรับแสงแรกของวันด้วยความรู้สึกที่ตื้อตึงในอก ชายหนุ่มขยับรั้งวงแขนประคอง ดึงกระชับร่างอ้อนแอ้นของกิ๊ฟที่นอนซุกตัวรับความอบอุ่นอยู่ภายใต้ผ้าห่มขนเป็ดหนานุ่มเข้ามาแนบชิดผิวเนื้อ กิ๊ฟเองก็ขยับกายตื่นตอบรับสัมผัส โน้มซบใบหน้าเนียนละเอียดลงกับลาดไหล่กว้างของเขาช้า ๆ ขณะที่สองมือเรียวสวยเอื้อมประสานเกี่ยวกุมมือแกร่งของนนท์ไว้แนบแน่นใต้ผ้าห่ม ไม่คิดที่จะคลายออกง่าย ๆ
บรรยากาศโดยรอบยังคงเงียบงันสงบกริบ มีเพียงเสียงผ่อนกระแสลมหายใจเข้าออกที่สอดคล้องประสานสัมพันธ์แผ่วเบา ไออุ่นและไอรักอ่อนโยนที่ส่งผ่านทางแนบเนื้อเรือนร่าง ยยิ่งทวีให้คนทั้งคู่ต่างปรารถนาที่จะหยุดสะกดและตรึงห้วงเวลาเช้าวันใหม่นี้ไว้เนิ่นนานชั่วนิรันดร์
“พี่นนท์คะ...” กิ๊ฟเปล่งน้ำเสียงเอ่ยทำลายความนิ่งสงัดขึ้นแผ่วเบา น้ำเสียงราบเรียบของเธอสั่นไหวเล็กน้อยทว่ากลับแฝงประกายความเด็ดเดี่ยวอย่างเด่นชัด “สำหรับเรื่องลาออกน่ะ... กิ๊ฟได้ตัดสินใจอย่างรอบคอบดีที่สุดแล้วนะคะ กิ๊ฟจะทำเรื่องยื่นใบลาออกทันทีที่พวกเราเดินทางกลับไปถึงกรุงเทพฯ”
คำพูดเรียบ ๆ ของกิ๊ฟแต่แฝงไว้ด้วยน้ำหนักมหันต์ เปรียบเสมือนใบมีดบางคมกริบที่กรีดเฉือนลึกสลักลงบนส่วนกลางของดวงใจนนท์ในทันใด ชายหนุ่มตระหนักรู้อยู่แก่ใจดีเสมอมาว่าเวลาสุดท้ายเช่นนี้จะต้องเดินทางมาถึง รู้ดีว่าความสัมพันธ์และหนทางลับ ๆ อันแสนก้าวล่วงศีลธรรมของพวกเขาสองคนไม่อาจดำเนินหรือคืบหน้าต่อไปได้ไกลกว่านี้ หากเขาปรารถนาที่จะปกป้องเก๋ภรรยาที่รักดีของเขา และป้องกันความเจ็บปวดแตกสลายร้าวรานที่จะเกิดขึ้นกับจิตใจของทุกคนในท้ายที่สุด
นนท์ข่มเปลือกตาทั้งสองข้างลงแน่นสนิท หยาดน้ำตาอุ่นร้อนค่อย ๆ ซึมผ่านขนตาและไหลรินกลิ้งลงมาตามพวงแก้มแกร่งเงียบ ๆ ชายหนุ่มไร้ซึ่งคำแย้งเอ่ยคัดค้านใด ๆ เขาเพียงระบายแรงกอดกระชับอ้อมแขนรั้งร่างเธอกดแนบเข้าหาตัวยิ่งขึ้น ซุกซบดวงหน้าลงกับกลุ่มเกศาเส้นผมหอมละมุนกลิ่นแป้งอ่อน ๆ ของหญิงสาว ปล่อยให้น้ำตารินร่วงประพรมเส้นผมของเธออย่างแสนเงียบงัน ยอมรับคำตัดสินใจลาออกจากกันด้วยความจำนนอย่างหัวใจแหลกสลายไม่มีชิ้นดี ทว่าก็เข้าใจซาบซึ้งดีว่าสิ่งนี้ช่างงดงามและถูกต้องยิ่งแล้วในเวลาเดียวกัน
กิ๊ฟรับรู้และสัมผัสได้ถึงหยาดความเปียกชื้นอุ่น ๆ จากน้ำตาของเขาที่ค่อย ๆ ซึมผ่านรวงผิวลาดไหล่บางพ้นผ้าห่มของเธอ หญิงสาวไม่ได้กล่าวประโยคขยี้แผลใจคำใดออกมาซ้ำเติมอีก เธอเพียงแค่ยกสองแขนโอบรอบร่างหนาของนนท์กอดกลับแน่นแฟ้นเช่นกัน กุมใจยอมรับความสูญเสียพ่ายแพ้ต่อศีลธรรมอันแสนงดงามและเศร้าตรมนี้ไว้ในส่วนลึกของหัวใจ
ฝ่ามือสองข้างของพวกเขายังคงสอดนิ้วประสานกระชับกุมรัดกันไว้แน่นหนาไม่มีวันคลาย ภายใต้ผ้าห่มขนเป็ดหนานุ่มผืนโต ท่ามกลางละอองหนาวเย็นเยือกและความสลัวเลือนลอยของหมอกยามเช้าหน้าวิลล่าป่าเขา พวกเขาเลือกจะสลัดปลดปล่อยปมเงื่อนของความผิดบาปและรอยด่างศีลธรรมทั้งหมดทิ้งเอาไว้เบื้องหลังทางผ่าน ยอมเปิดใจโอบอุ้มและเก็บเกี่ยวเพียงเศษเสี้ยวความทรงจำอันบริสุทธิ์งดงาม และช่วงจังหวะเวลาแห่งรักจริงใจที่เคยเกิดขึ้นลึกซึ้งไว้ในก้นบึ้งที่ลึกที่สุดของหัวใจตลอดกาล... ทิ้งเอาไว้เพียงคำบอกลารักลับอันเงียบงัน ปราศจากถ้อยคำเอื้อนเอ่ยหรือกระแสเสียงใด ๆ ทว่ารอยคำบอกลานั้นกลับทุ้มลึกสะท้อนดังก้องกังวานสลักแน่นอยู่ในมโนสำนึกของพวกเขาทั้งสองคนไปตราบนานเท่านานชั่วนิรันดร์...