สองแม่ลูกสกุลเหอยืนมองบ้านสกุลจ้าวด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความริษยา พวกนางสองแม่ลูกเคยแอบคิดว่าจะจับจองจ้าวเฟิงป๋อเอาไว้ให้เหอเจินจูนานแล้ว คนหนุ่มหน้าตาดีรูปร่างกำยำล่ำสันแถมยังสามารถเข้าป่าหาเงินได้คราวละมากๆ หากไม่รีบจับจองเอาไว้ก่อนก็โง่เต็มที คิดไม่ถึงว่าตอนที่จ้าวเฟิงป๋อส่งแม่สื่อมาสู่ขอกลับระบุว่าคนที่เขา้าแต่งงานด้วยกลับเป็เด็กโง่กินจุที่พวกเขารับเลี้ยงเอาไว้ในบ้านอย่างเหอเจียวเจียวแทน เื่นี้ทำให้ทั้งคู่เดือดดาลเป็อย่างมาก โดยเฉพาะเหอเจินจู
นางอุตส่าห์หาวิธีกีดกันสตรีทุกคนที่พยายามเข้าใกล้จ้างเฟิงป๋ออย่างสุดกำลัง อาศัยความได้เปรียบในการเป็คนบ้านใกล้เรือนเคียง เอ่อ ที่จริงแล้วต้องใช้คำว่าบ้านของนางอยู่ใกล้บ้านของจ้าวเฟิงป๋อมากที่สุด สตรีทุกนางที่้าจะขึ้นเขามายังบ้านสกุลจ้าวจะต้องเดินผ่านบ้านสกุลเหอก่อน เหอเจินจูมักจะใช้ทุกวิถีทางเพื่อที่จะทำให้สตรีเ่าั้ไม่มีข้ออ้างมาที่บ้านสกุลจ้าวแห่งนี้
ไม่ว่าจะเป็การโป้ปดมดเท็จ สร้างเื่หลอกลวง หรือแม้แต่การเอ่ยวาจาขับไล่ตรงๆ เลยก็ตามเหอเจินจูล้วนทำมาหมดทั้งสิ้น จนสตรีทุกนางในหมู่บ้านที่เคยคิดเกินเลยกับจ้าวเฟิงป๋อล้วนพากันถอดใจกันไปนานแล้ว ส่วนหนึ่งอาจจะเป็ความงามของเหอเจินจูด้วย ทุกคนในหมู่บ้านจึงต่างพากันคิดว่าภรรยาของจ้าวเฟิงป๋อคงจะไม่พ้นเหอเจินจูเป็แน่ คิดไม่ถึงว่าสุดท้ายแล้วเขาจะเลือกสู่ขอเหอเจียวเจียวญาติผู้น้องของเหอเจินจูที่มีรูปร่างหน้าตาที่ใช้คำว่าอัปลักษณ์มาอธิบายได้แทน
“เจียวเจียว เ้ามาเปิดประตูเดี๋ยวนี้นะอย่าคิดว่าปิดประตูไม่รับแขกเช่นนี้แล้วจะสามารถหนีหน้าข้ากับท่านแม่ได้” เสียงแหลมปรี๊ดของเหอเจินจูดังก้องไปทั้งลานบ้าน ทำให้เหอเจียวเจียวอดส่ายศีรษะไม่ได้ นางได้แต่แอบคิดคาดเดาอยู่ในใจว่า
‘ไม่น่าแปลกใจเลยที่ทำไมจ้าวเฟิงป๋อจึงไม่เลือกเหอเจินจู นอกจากนางจะมีนิสัยร้ายกาจและเห็นแก่ตัวแล้ว นางยังมีพลังเสียงที่สามารถทำลายโสตประสาทนี่อีก หากเขากล้าเลือกเหอเจินจูรับรองได้เลยว่าน้องๆ ของเขาไม่มีทางได้อยู่อย่างเป็สุขเช่นนี้แน่’
“ข้าไม่ได้หนี ท่านป้าสะใภ้กับท่านพี่มาหาข้าด้วยเื่ใดหรือ เท่าที่พวกท่านมารื้อค้นปล้นชิงเอาข้าวของจากบ้านสกุลจ้าวไปเมื่อสองวันก่อนยังไม่เพียงพออีกหรือ” เหอเจียวเจียวเดินไปเปิดประตูรั้วด้านหน้าของลานบ้านแล้วเอ่ยกับพวกนางสองแม่ลูกด้วยน้ำเสียงประชดประชัน
“หน็อยแนะ พอมีที่ซุกหัวใหม่ก็ทำตัวเป็วัวลืมตีนเชียวนะ ถึงกับกล้าใช้คำว่ารื้อค้นปล้นชิงกับพวกข้า วันนี้ข้าไม่ได้มาเพื่อเอาอะไร แต่ข้า้าให้เ้ากลับไปช่วยพวกข้าล้างลานหน้าบ้านสักหน่อย วันพรุ่งนี้แม่สื่อจะมาที่บ้านเพื่อพูดคุยเื่แต่งงานของพี่เจินจูของเ้า” ถงซื่อผู้เป็ป้าสะใภ้ของเหอเจียวเจียวเอ่ยออกมาพลางสอดส่ายสายตาไปทั่วบริเวณบ้าน บ้านไม้ขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่แบ่งเรือนนอนออกเป็สัดเป็ส่วนเพียงพอสำหรับครอบครัวที่มีกันสามคนพี่น้อง ทำให้ถงซื่อดวงตาลุกวาวพลางคิดในใจว่า
‘จุ๊ จุ๊ บ้านหลังนี้ใหญ่โตกว่าบ้านสกุลเหอมาก อีกทั้งยังสะอาดสะอ้านและดูใหม่กว่า มันควรจะเป็ของลูกสาวของข้าแท้ๆ แต่ช่างเถิด ไม่รู้ว่าวันหน้าจ้าวเฟิงป๋อจะได้กลับมาหรือไม่ มีบ้านหลังโตแต่กลับต้องรับมือกับน้องสามีสองคนแถมยังอาจจะเป็ม่ายอีก ไม่ว่าอย่างไรก็คงจะไม่คุ้มค่าเท่าใดนัก นังเด็กคนนี้ได้ไปก็สมควรแล้ว ไม่แน่ว่าด้วยความโง่เง่าของนางสักวันข้าอาจจะหาโอกาสยึดที่นี่ก่อนที่เด็กสองคนนั้นจะเติบใหญ่ก็น่าจะมีหนทางที่สามารถทำได้อยู่หรอก’
แน่นอนว่าเหอเจียวเจียวไม่มีทางล่วงรู้ความคิดของถงซื่อ แต่สายตาที่เต็มไปด้วยความละโมบของเหอซื่อนั้นไม่อาจจะหลุดลอดจากสายของเหอเจียวเจียวไปได้
“ลานบ้านของพวกท่านเหตุใดข้าจึงจะต้องไปล้างให้ด้วย พวกท่านก็ทำเองได้ไม่ใช่หรือ” คำถามนี้ของเหอเจียวเจียวทำให้สองแม่ลูกสกุลเหอหันมามองหน้านางโดยไม่ได้นัดหมายในทันที
“นี้เ้ากล้าปฏิเสธคำสั่งของท่านแม่เช่นนั้นหรือ คิดว่าแต่งออกมาแล้วก็ไม่ต้องพึ่งพาบ้านสกุลเหอของข้าแล้วเช่นนั้นหรือ” เหอเจินจูเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความไม่พอใจ
“นั่นน่ะสิ แค่ได้อยู่ในบ้านหลังใหญ่กว่าบ้านสกุลเหอของพวกเรา เ้าก็คิดว่าตนเองปีกกล้าขาแข็งแล้วหรือ หึหึ เหอเจียวเจียวข้าขอสั่งให้เ้าไปล้างลานบ้านให้ข้าเดี๋ยวนี้ไม่เช่นนั้นพวกเราคงจะได้เห็นดีกันแน่” ถงซื่อตะคอกใส่เหอเจียวเจียวอย่างดุดัน จ้าวเฟิงหย่าและจ้าวเฟิงเซิ่งรีบวิ่งออกมาดูนางที่หน้าประตูเรือนในทันที แต่เหอเจียวเจียวกลับหันไปบอกกล่าวกับพวกเขาด้วยสีหน้าราบเรียบ
“พวกเ้าเข้าไปรอข้าด้านในก่อน รอข้าจัดการกับพวกนางเสร็จเรียบร้อยแล้วจึงจะตามเข้าไป” เหอเจียวเจียวเอ่ยกับเด็กน้อยสองคนด้วยสีหน้าเปื้อนยิ้ม ซึ่งทั้งสองคนก็ต่างพยักหน้ารับคำแล้วทำตามคำสั่งโดยไม่โต้แย้ง เหอเจียวเจียวยิ้มออกมาอย่างชื่นชมที่น้องของสามีทั้งสองเชื่อฟังนางเป็อย่างดี ถึงแม้ว่าสุดท้ายแล้วต้องทอดถอนใจออกมาอย่างปลงตกเมื่อได้เห็นว่ามีสายตาสองคู่แอบจ้องมองนางมาจากทางหน้าต่างของเรือน
“นี่ข้าหูฝาดไปหรือไม่ เมื่อครู่เ้ากล้าพูดว่าจะจัดการพวกข้าหรือ เ้านี่นะ! นังเด็กปากดีหลายวันมานี้ห่างมือห่างเท้าของข้าจนเกินไปแล้วใช่หรือไม่” ถงซื่อเอ่ยพลางเดินเข้ามาพร้อมเงื้อมือทำท่าจะตบตีเหมือนเมื่อก่อน แต่เมื่อเห็นว่าเหอเจียวเจียวยืนจ้องมองนางอย่างไม่คิดจะหลบเลี่ยงและไม่มีความหวาดกลัวเลยสักนิดนางจึงหยุดชะงักแล้วหันไปสั่งบุตรสาวเสียงดัง
“เจินจู เ้าไปจับนางเอาไว้ วันนี้หากไม่ได้ตบสั่งสอนนางสักฉาดสองฉาดข้าคงนอนไม่หลับเป็แน่”
“ได้เลยเ้าค่ะท่านแม่” เหอเจินจูรับคำแล้วก็เดินตรงไปหาเหอเจียวเจียวในทันที นางรวบแขนทั้งสองข้างของเหอเจียวเจียวแล้วเอาไปไพล่หลังไว้ ดันใบหน้าอวบอิ่มของเหอเจียวเจียวไปให้ถงซื่อเพื่อให้ถงซื่อลงมือตบตีได้อย่างสะดวก คิดไม่ถึงว่าเมื่อถงซื่อเดินเข้ามาใกล้จะถูกเหอเจียวเจียวยกฝ่าเท้าขึ้นมาถีบเข้าที่กลางลำตัวเข้าเต็มเปา ส่วนตัวของนางนั้นก็ถูกเหอเจียวเจียวพลิกตัวกลับแล้วทุ่มนางลงพื้นอย่างไม่คิดจะปรานี