“สวัสดีครับ ผมจะมาติดต่อเื่ซ่อมบ้านกับตกแต่งภายในน่ะครับ” เจียงฟางหลานบอกพนักงาน
“ได้เลยครับ เรามาพูดคุยรายละเอียดกันทางนี้ดีกว่า เชิญทางนี้ครับ” เฉาฮั่นผายมือเชิญเจียงฟางหลานไปนั่งในห้องทำงานของเขา เห็นอย่างนี้เขาก็มีห้องทำงานนะ ถึงแม้จะยังไม่ได้ทำงานอะไรเลย
เฉาฮั่นยื่นมือออกไปพร้อมแนะนำตัว “ขอแนะนำตัวสักหน่อยนะครับ ผมชื่อเฉาฮั่น เป็สถาปนิกของที่นี่ ยินดีที่ได้รู้จักนะครับ คุณ...”
“ผมชื่อเจียงฟางหลานครับ ยินดีที่ได้รู้จักครับ” เขาตอบกลับพร้อมยื่นมือไปจับมือทักทาย จากนั้นทั้งสองก็นั่งลง
ห้องทำงานของเฉาฮั่นเป็ห้องขนาดเล็ก ถึงแม้จะดูเล็กแต่ก็มีอุปกรณ์ต่างๆ พร้อมและจัดสรรตกแต่งได้อย่างลงตัว มีโต๊ะทำงาน ตู้ลิ้นชัก ชั้นต่างๆ เอาไว้เก็บของ ที่เป็ห้องเล็กก็เพราะเขาต้องทำงานไต่เต้าเพื่อพิสูจน์ให้พ่อเห็นความสามารถก่อนจะยกบริษัทให้ยังไงล่ะ และเจียงฟางหลานก็เป็ลูกค้าคนแรกของเขา...
“ไม่ทราบว่าคุณเจียงจะซ่อมบ้านเหรอครับ? คุณอยู่ที่ไหนครับ ผมจะไปดูสถานที่กับคุณเอง” เฉาฮั่นกระตือรือร้นมาก
“ใช่ครับ ผมอยู่ที่หมู่บ้านต้าซาน ไปทำงานในเมืองหลายปี เพิ่งกลับมาอยู่ที่บ้าน แต่สภาพบ้านทรุดโทรมไปมาก ผมก็เลยอยากจะปรับปรุงแล้วก็ถือโอกาสตกแต่งใหม่ด้วยเลย”
“โอเคครับ เราไปดูสถานที่จริงกันเลยไหมครับ?” เฉาฮั่นลุกขึ้น
“เดี๋ยวครับ ผมจะบอกว่า ตอนนี้น้ำไฟก็ถูกตัด ใช้ไม่ได้ ผมอยากให้ช่วยจัดการเื่นี้ให้ด้วย แล้วก็ข้างๆ บ้านเป็สวนขนาดใหญ่ ตอนนี้มันรกมาก ผมอยากให้คุณช่วยหาคนมาถางหญ้าให้ด้วยน่ะครับ” เจียงฟางหลานยกมือห้ามก่อนจะรีบอธิบาย
เฉาฮั่นฟังแล้วก็เลิกคิ้ว “ดูท่าทางจะเป็งานใหญ่สินะครับ ไม่มีปัญหาครับ หลงลวี่ซานของเราสามารถจัดการปัญหาต่างๆ พวกนี้ให้คุณได้ พวกเราไปดูสถานที่กันก่อนเถอะครับ ระหว่างทางเราก็ค่อยคุยรายละเอียดกันเพิ่มดีกว่านะครับ” เขาพูดจาเป็การเป็งาน
“ได้ครับ เอ่อ ผมไม่ได้ขับรถมานะครับ”
“ไม่เป็ไรครับ ไปรถผมก็ได้ เชิญครับ” เฉาฮั่นเดินนำออกไป แวะแจ้งประชาสัมพันธ์สาวตรงเคาน์เตอร์ว่าตนจะไปดูงานข้างนอกกับลูกค้า พูดจบก็เดินไปขึ้นรถกับเจียงฟางหลาน ทิ้งให้พนักงานสาวอึ้งทึ่งอย่างมาก นี่เพิ่งจะมาทำงานวันแรกได้กี่ชั่วโมง ไม่สิ กี่นาที? หาลูกค้าได้เร็วขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย!
.....
ระหว่างทางที่ขับมา ทั้งสองก็ได้พูดคุยกันจนเกิดความสนิทสนมขึ้น เมื่อรู้ว่าอายุของพวกเขาต่างกันไม่มาก เฉาฮั่นก็ขอเจียงฟางหลานเรียกว่าพี่เจียง แล้วก็บอกให้เจียงฟางหลานเรียกตนเองว่าน้องเฉา... เจียงฟางหลานชะงักไปนิดหน่อยก่อนจะเอ่ยปากเรียกน้องเฉาออกมาเบาๆ
ชายหนุ่มอย่างเขาต้องเรียกผู้ชายรุ่นๆ เดียวกันว่าน้อง มันก็อายปากนิดๆล่ะนะ
ทั้งสองใช้เวลาประมาณเกือบหนึ่งชั่วโมงกว่าจะมาถึงหมู่บ้านลวี่ซาน เนื่องจากบ้านของเจียงฟางหลานอยู่ท้ายหมู่บ้าน จึงต้องขับผ่านบ้านเรือนมากมาย บางคนก็มองอย่างสนใจ บางคนก็เมินเฉย เพราะถึงยังไงหมู่บ้านแห่งนี้ก็ยังมีรีสอร์ตของนายทุน แม้จะไม่ค่อยได้ข้องเกี่ยวกับชาวบ้าน แต่พนักงานหลายคนก็เป็ลูกหลานของชาวบ้าน และถึงแม้ลูกค้าจะไม่เยอะมาก เพราะเป็รีสอร์ตสไตล์ธรรมชาติไม่หวือหวา แต่ก็มีมาเรื่อยๆ
“ที่นี่เหรอครับบ้านของพี่เจียง ใหญ่น่าดูเลยนะครับเนี่ย” เฉาฮั่นกล่าวหลังจากลงมาจากรถเรียบร้อยแล้ว
“แค่ใหญ่เท่านั้นครับ ภายในไม่มีอะไรเลย” เจียงฟางหลานก็ตอบยิ้มๆ
“เข้ามาก่อนครับ ขอโทษด้วยที่บ้านไม่ค่อยเรียบร้อย เดี๋ยวผมไปเตรียมน้ำชามาให้นะครับ”
“ไม่ต้องครับ ไม่ต้อง ไม่ต้องเกรงใจผมหรอกครับพี่เจียง เราคนกันเองทั้งนั้น ผมขอเดินดูรอบๆ บ้านหน่อยนะครับ” เฉาฮั่นโบกไม้โบกมือปฏิเสธ
“เอางั้นเหรอครับ งั้นเที่ยงนี้ให้ผมเลี้ยงข้าวที่ร้านอาหารในเมืองเถอะ” เขามองดูเวลา ยังไม่สิบโมงเลย
“ได้สิครับ พี่เจียงอยากให้ทำอะไรตรงไหนบ้างเหรอครับ” เฉาฮั่นตอบรับอย่างยินดี พร้อมหยิบสมุดปากกาพร้อมจด
“ผมอยากให้คงสภาพแบบเดิมไว้น่ะครับ แต่ให้เปลี่ยนวัสดุให้ดีขึ้นและแข็งแรงขึ้น แต่ผมอยากให้ตกแต่งแบบดั้งเดิมผสมโมเดิร์นหน่อยน่ะครับ”
เฉาฮั่นทำหน้างง “แบบดั้งเดิมเหรอครับ?”
“เอาแบบที่เหมือนหนังจีนน่ะครับ คุณเคยดูหนังพวกกำลังภายในไหม นั่นแหละ ผมอินกับเื่พวกนี้ ก็เลยอยากได้บ้านแบบนั้นน่ะครับ” เจียงฟางหลานอธิบายและหาข้ออ้างให้ตนเอง
“อ๋อ ผมเคยเห็นครับ พี่เจียงชอบแบบนั้นเหรอ ผมพอจะนึกภาพออกครับ ดูโบราณๆ แต่สะดวกสบาย ผสมผสานให้ลงตัว ไม่ยากครับ” งานแบบนี้เฉาฮั่นเคยเห็นมาก่อน ตอนเรียนก็เคยได้โจทย์แบบนี้จากอาจารย์เหมือนกัน
“ดีเลยครับ ฝากด้วยนะครับ” เจียงฟางหลานพาเฉาฮั่นเดินดูทุกมุมบ้านพร้อมอธิบายภาพที่คิดไว้ว่าอยากได้แบบไหน เฉาฮั่นก็จดรายละเอียดและถ่ายรูปไว้ทุกมุมบ้าน
“พี่เจียงอยู่คนเดียวเหรอครับ?” เฉาฮั่นเอ่ยถาม เพราะั้แ่มาถึงยังไม่เจอใครเลย
“ใช่ครับ พ่อแม่ผมเสียหมดแล้ว บ้านนี้เป็มรดกเพียงชิ้นเดียวที่ผมได้รับ ก็เลยอยากจะดูแลมันให้ดีๆ หน่อย” เจียงฟางหลานตอบ
“เสียใจด้วยนะครับ พี่ไม่ต้องห่วงเลย งานนี้ผมทุ่มสุดตัว ดูแลอย่างดีพี่วางใจเถอะ ผมลงมือเอง งานนี้ต้องออกมาดีแน่นอนครับ” เฉาฮั่นตบอกตัวเอกดังปึกๆ
เจียงฟางหลานหัวเราะ “ขอบคุณนะครับ”
กว่าทั้งสองจะพูดคุยกันเสร็จก็ใช้เวลาไปนานพอสมควร พวกเขาเดินดูทุกมุมของบ้าน เดินทะลุไปยังสวนที่รกชัฏด้วย
“นี่ไม่น่าจะเรียกว่าสวนนะครับพี่เจียง น่าจะเรียกว่าป่า” เฉาฮั่นกล่าวหลังจากเห็นสภาพ ‘สวน’ ของเจียงฟางหลาน
“ฮ่าๆ ก็สวนขนาดใหญ่ไงครับ”
เจียงฟางหลานอธิบายว่าอยากให้ทำรั้วกั้นไม่ให้คนนอกเข้ามาในสวนได้ง่ายๆ ล้อมรอบพื้นที่สวนทั้งหมดของเขา พร้อมทำลานจอดรถไว้ด้วย เผื่อได้ซื้อรถ แล้วก็อยากได้ศาลาหรือมุมนั่งเล่นพักผ่อน เขาหวังว่าเฉาฮั่นและทีมงานจะออกแบบที่เขาพอใจได้
“รับรองด้วยชื่อเสียงของหลงลวี่ซานเลยครับ งานนี้น่าสนุกมาก ผมตื่นเต้นอยากรีบทำแล้วเนี่ย!” แววตาของเฉาฮั่นเปล่งประกายถูกใจ
“ดีใจที่ได้ยินแบบนี้นะครับ ตอนนี้เลยเที่ยงแล้ว พวกเรากลับเข้าเมืองไปหาข้าวกินเถอะครับ ผมเลี้ยงเอง” เจียงฟางหลานเสนอ
“ให้ตายเถอะ ผมลืมดูเวลาอีกแล้ว พี่เจียงคงหิวแย่ งั้นเราไปกันเถอะครับ กว่าจะถึงในเมืองอีก”
.....
เจียงฟางหลานกับเฉาฮั่นกลับมาถึงในตัวเมืองก็เลยบ่ายโมงไปแล้ว พวกเขาหิวจนแสบท้อง ด้วยความที่ทั้งสองไม่ใช่คนกินยาก ดังนั้นจึงเลือกร้านประจำที่เฉาฮั่นแนะนำ
ร้านแห่งนี้อยู่กึ่งกลางระหว่างหมู่บ้านต้าซานกับเมืองลวี่ซาน บรรยากาศร่มรื่นมีต้นไม้เยอะมาก อาหารส่วนใหญ่เป็อาหารพื้นเมืองของหลากหลายที่ มื้อนี้เจียงฟางหลานเป็เ้ามือ จึงคะยั้นคะยอให้เฉาฮั่นสั่งอาหารหลายๆ อย่าง เขาเองก็อยากกินเหมือนกัน อันว่าความหิวทำให้คนขาดสติ เมื่ออาหารถูกนำออกมาเสิร์ฟ ทั้งสองก็ต้องตะลึงตาค้างกับอาหารมากมายตรงหน้า
“เอ่อ นี่ผมสั่งเยอะเกินไป ขอโทษด้วยนะครับพี่เจียง เดี๋ยวมื้อนี้ผมเลี้ยงเองนะครับ” เฉาฮั่นขอโทษขอโพย
“ไม่ๆ ผมเองที่บอกให้คุณสั่งเยอะๆ ผมเองก็สั่งไปไม่น้อย ไม่เป็ไรครับ ถ้ากินไม่หมดเดี๋ยวผมห่อกลับเอง ถึงยังไงผมก็ต้องซื้ออะไรไปกินตอนเย็นอยู่แล้ว คุณก็เห็นว่าบ้านผมอะไรๆ ก็ไม่เรียบร้อยเลย” เจียงฟางหลานโบกมือ รีบบอกเหตุผล
“อย่าเลยครับ ของเหลือ เอางี้ดีกว่า พี่เจียงเลือกอาหารเอาให้พนักงานใส่กล่องกลับบ้านเลยเถอะ แล้วเราค่อยกินที่เหลืออยู่ ส่วนค่าอาหารผมขอช่วยจ่ายครึ่งหนึ่งนะครับ อย่าปฏิเสธเลย”
“เอาอย่างนั้นก็ได้ครับ แต่ผมบอกแล้วว่ามื้อนี้จะเลี้ยง เอาไว้มื้อหน้าคุณค่อยเลี้ยงผมดีไหมครับ?”
“ก็ได้ครับ ตกลงกันแล้วนะครับ” เฉาฮั่นเรียกพนักงานมา เจียงฟางหลานก็เลือกอาหารกลับไปสี่ห้าอย่าง คิดในใจ คืนนี้มีอาหารกินแล้ว ไม่ต้องต้มเกี๊ยวกินแล้วสิ เย้...
แม้จะห่ออาหารไปหลายอย่าง แต่ก็เหลืออาหารที่สั่งอีกนับสิบอย่าง ตอนนี้ทั้งสองกำลังกินด้วยความสำนึกผิดที่ปล่อยให้ความหิวครอบงำสติ
.....
“อาหารมื้อนี้อร่อยมากเลยครับ ขอบคุณที่พามานะครับ” เจียงฟางหลานลูบท้องป่องๆ นั่งเอนหลังพักหลังจากจบของหวาน
“ด้วยความยินดีครับ ดีใจที่พี่เจียงชอบ ผมสิที่ต้องขอบคุณที่เลี้ยงอาหารผม เดี๋ยวผมไปส่งพี่นะครับ” เฉาฮั่นเอ่ย
“ไม่ต้องหรอกครับ ขับย้อนไปมา เสียเวลามาทั้งวันแล้ว เดี๋ยวผมว่าจะไปซื้อของสักหน่อย แล้วจะนั่งแท็กซี่กลับเองครับ ไม่รบกวนคุณเฉาดีกว่า”
“ไม่รบกวนหรอกครับ งั้นผมไปส่งพี่ซื้อของก่อนแล้วกัน พี่เจียงจะไปที่ไหนครับ?” เฉาฮั่นตั้งใจจะไปส่งเจียงฟางหลานก่อน แล้วค่อยกลับบริษัทไปทำงานต่อ เขาต้องเรียกรวมพลทีมงานและพรุ่งนี้ต้องเข้าไปที่บ้านของเจียงฟางหลานอีกครั้ง
“ไปส่งที่ตลาดก็ได้ครับ ผมจะไปซื้อเสื้อผ้าสักหน่อย” เจียงฟางหลานครุ่นคิด เมื่อวานเขาซื้อแต่เสื้อผ้าที่เหมาะกับอยู่บ้านถ่ายสตรีม แต่ชุดใส่ไปข้างนอกอื่นๆ ไม่มีเลย ที่มีอยู่ก็เก่าและไม่ถูกใจเท่าไหร่ เขาอยากช็อปปิ้ง...
เมื่อร่ำลาเฉาฮั่นเสร็จ เจียงฟางหลานก็มุ่งหน้าไปยังร้านขายเสื้อผ้าทันที เมื่อก่อนเขามักจะใส่ชุดสูทอยู่เสมอ เพราะทำงานแทบทุกวัน แต่ตอนนี้ไม่จำเป็ต้องใส่แล้ว แต่การแต่งตัวต้องดูความเหมาะสมด้วย เขาคงไม่ใส่ชุดยิปมันเดินเล่นในเมืองหรือไปนู่นนี่นั่น เขาไม่อยากตกเป็เป้าสายตาของใคร
เสื้อผ้าที่เขาเลือกเป็เสื้อเชิ้ตสีดำ กางเกงดำ เขาซื้อหลายๆ ตัว สีดำเปื้อนยาก ตามความคิดของเขาน่ะนะ แต่จะใส่ดำทั้งตัวก็ไม่ได้ นึกว่าไปงานศพ เขาก็เลยเลือกเสื้อโค้ตสีขาว เขานึกขำอยู่ในใจ ถ้าใส่เต็มยศ ใครเห็นคงนึกว่าคุณหมอมาเอง แต่ไม่เป็ไร เขาชอบก็พอแล้ว
เจียงฟางหลานยังซื้อเสื้อผ้าและข้าวของอื่นๆ อีกหลายอย่างก่อนจะนั่งรถแท็กซี่กลับบ้าน
เขาถึงบ้านตอนที่ท้องฟ้ากำลังจะลับขอบฟ้าพอดี ตอนนี้ที่บ้านยังไม่มีไฟ ดังนั้นบริเวณบ้านของเจียงฟางหลานจึงมืดสนิทมองอะไรไม่เห็นเลยถ้าไม่มีแสงไฟจากรถแท็กซี่ คนขับยังถามอย่างไม่แน่ใจว่านี่ใช่บ้านของเขาหรือเปล่า เพราะมันดูเหมือนบ้านร้างมากเกินไปหน่อย...
เขาจ่ายค่าแท็กซี่100YC แล้วก็คลำทางเข้าบ้าน เมื่อปิดประตูบ้านเสร็จก็หยิบไฟฉายออกมาจากช่องเก็บของ ส่องนำทางกลับไปห้องนอน
ระหว่างทาง
อืม... ก็ดูเหมือนบ้านร้างจริงๆ นั่นแหละ มืดจนแทบจะมองไม่เห็นมือของตัวเองแบบนี้ ยังดีที่มีไฟฉาย และแสงจากพระจันทร์ ทำให้เขาไม่หวาดกลัวมากเกินไป เป่าเปาก็ไม่ใช่ผู้กล้านัก บินเบียดเสียดเข้ามาใกล้เขา ถัดมาก็เกาะติดอยู่บนหัวเขา ปากก็พยายามร้องเพลงเพื่อไม่ให้บรรยากาศวังเวง เป่าเปาเชื่อว่า ยิ่งร้องเพลงเสียงดังก็ยิ่งฮึกเหิมกล้าหาญ ผีร้ายไม่กล้าเข้ามาใกล้
[ในใจ] เจียงฟางหลาน : เป่าเปา นายเป็ระบบอัจฉริยะไม่ใช่เหรอ ทำไมกลัวผี
[ในใจ] เป่าเปา : ผมถูกออกแบบมาให้มีความคล้ายมนุษย์มากยังไงล่ะครับ
[ในใจ] เจียงฟางหลาน : .....
.....
[สรุปเงินรายวัน]
เงินในระบบ : 86 เหรียญเงิน
เงินโดเนท : 18 เหรียญเงิน 50 ตำลึง
เงินสดในบัญชี : 100,400 YC
เงินสดในช่องเก็บของ : 10,000 YC
.............................................
[ประกาศ] ยังรับสมัครชื่อไอดีอยู่นะคะ ใครอยากร่วมเป็ผู้ชมไลฟ์ของสตรีมเมอร์เจียง
ส่งรายชื่อเข้าร่วมได้เลยค่า ดีใจที่เห็นทุกคนเสนอชื่อกันมาเยอะเลย รับสมัครเรื่อยๆนะคะ
คิดออกกี่ชื่อก็ส่งมาค่ะ ส่งหลายรอบได้ไม่จำกัดจำนวน ขอบคุณที่ร่วมสนุกและแสดงความคิดเห็นนะคะ