บุตรชายผู้ดื้อรั้นการเรียนไม่สู้มุ่งสู่วิถีนักเลง ช่างแตกต่างจากบิดาลิบลับ สามีป้าลิ่วแซ่ควานเป็ทหารตำแหน่งจวินซื่อ[1]แต่บุตรชายกลับเหลวไหลไม่เอาไหน ยกตำแหน่งของบิดาให้ญาติผู้พี่ผู้น้องไม่สนใจทำตัวอีเหละเขะขะไปในแต่ละวัน
ทว่าในพฤติกรรมที่ผู้อื่นมองว่าไม่ดีเ่าั้ หลี่ถิงถิงกลับมองปราดเดียวกระจ่างควานสุนไม่อยากทิ้งมารดาอยู่ลำพังคนเดียวต่างหากเลยทำตัวเป็อันธพาลน้อยเพื่อเฝ้าดูแลปรนนิบัติบุพการีเขาทำตัวอวดดีต่อยตีไปทั่ว แต่เหตุการณ์นั้นส่วนมากเป็การผดุงคุณธรรมปกป้องคนอ่อนแอที่ถูกรังแก แม้การงานจะทำหน้าที่คุมบ่อนคุมหอโคมเขียวแต่ควานสุนกลับเถรตรงเที่ยงธรรม
พูดถึงโจโฉ โจโฉก็มาราวกับจุดธูปตามิญญา ควานสุนวิ่งตาลีตาเหลือกด้วยความร้อนใจ ใบหน้ามืดครึ้มดุจเมฆดำเพราะเป็ห่วงมารดาเมื่อครู่ลูกน้องหอโคมเขียวมานั่งกินเกี๊ยวน้ำพอดีเห็นภาพผู้คนชุลมุนทั้งเสียงมารดาของเขาโวยวายจึงรีบเร่งไปรายงาน
“ท่านแม่” ควานสุนฝ่าฝูงชนเข้าไปอาจเพราะรูปร่างสูงใหญ่เหมือนเจดีย์ั์และชื่อเสียงอันธพาลเลื่องลือทำให้ไม่มีใครกล้าขวาง
“เ้าลูกตัวดี มานี่เร็ว” ป้าลิ่วเห็นลูกชายจากที่ไกลๆ แล้วความสูงของควานสุนโดดเด่นกว่าบุรุษใดนับว่าทำให้มารดาหม้ายภาคภูมิใจในจุดนี้
“พาอาถิงไปโรงหมอตาเฒ่าเร็วเข้าอาถิงเป็ลมเพราะหิวไส้กิ่วไม่ได้กินข้าว”
เื่ตีไข่ป้ายสีหม้ายแซ่ลิ่วก็ใช่ย่อยนางสามารถกระจายข่าวเท่าหัวไม้ขีดไฟให้กลายเป็ไฟไหม้ป่าได้ในประโยคเดียว
ควานสุนก้มมองหลี่ถิงถิงที่ใบหน้าซีดเซียวเด็กสาวดูท่าทางป่วยไข้ร่างกายผ่ายผอมนั้นจะไม่ไหวแล้ว “พวกคนใจดำ”อันธพาลแซ่ควานชิงชังเหนียนซูหยวนที่มักทำตัวเป็บัณฑิตสูงส่งดุจเทพเซียนเกลียดสองสามีภรรยาแซ่เหนียนที่ดูแคลนเขากับมารดามักนินทาว่ากล่าวมารดาเป็หม้ายอัปมงคลใจอคติอยู่แล้วยิ่งทำให้ภาพที่เห็นตรงหน้าเพิ่มความเดียดฉันท์สกุลเหนียนในหัวใจทวีคูณ
“อาถิง พี่ชายจะอุ้มเ้า”ควานสุนไม่สนธรรมเนียมชายหญิงอีกต่อไป ช่วยชีวิตคนสำคัญกว่า
“ตาเฒ่านั่งหงอยเป็สุนัขแก่อยู่ทำไม ไปเปิดโรงหมอเ้าสิ”ป้าลิ่วชี้หน้าด่าไม่สนความาุโอีก ฉุดกระชากลากถูกหมอเฒ่าเคราขาวไปตามตรอก
ฝูงชนเมื่อไม่มีเื่สนุกให้ดูชมก็สลายตัวพ่อค้าแม่ค้าเกี๊ยวน้ำยืนท้าวสะเอวมองควานสุนที่อุ้มหลี่ถิงถิงวิ่งไปไกลจนลับตาทั้งสองถอนหายใจหันหน้าสบตากัน “บ้านเหนียนนี่!หากไม่มีบัณฑิตชิ่วไฉก็ไม่เหลืออะไรดีเลย”
ผู้เป็สามีสบถเสียงต่ำสีหน้าบึ้งตึง สงสารส่วนสงสารแต่พวกตนหาเช้ากินค่ำไม่เหลือเผื่อแผ่ใครให้อาถิงกินเกี๊ยวน้ำสักชามยังพอทำเนาได้แต่ถ้าให้ออกหน้ารับมาเลี้ยงดูครอบครัวตัวเองยังเอาตัวไม่รอดหากรับถิงถิงขึ้นเรือมาอีกคนมีหวังเรือล่มตายยกลำ
ด้านหนึ่งผู้คนยืนทอดถอนใจกับชะตากรรมเด็กสาวกำพร้าหลี่ถิงถิงที่ต้องตกระกำลำบากทว่าอีกด้านหนึ่งบนหอสุราเลื่องชื่อของอำเภอกำลังสำเริงสำราญคึกคักครึกครื้นบรรดาสหายบัณฑิตและคุณหนูสูงศักดิ์ผู้หนึ่งกำลังดื่มด่ำกับงานเลี้ยง ‘สอบผ่าน’ของบัณฑิตจวี่เหรินป้ายแดง เหนียนซูหยวนนั่งเคียงข้างแน่งน้อยในอาภรณ์สีชมพูหวานรับการคำนับจากผู้มาแสดงความยินดี
“พี่หยวนของเราเก่งมากจริงๆ”ศิษย์น้องในสำนักศึกษาก้มหัวเล็กน้อยคารวะด้วยใจจริงทั้งสำนักศึกษาหลี่เชี่ยนเดินทางไปสอบที่ตัวเมืองเทียนสุ่ยร่วมห้าสิบกว่าคนผ่านเพียงสองคน หนึ่งในนั้นก็คือบุรุษงามสง่าตรงหน้าส่วนอีกคนเป็ลูกน้องใต้อาณัติท่านอ๋องต่างสกุล พวกตนไม่รู้จัก
“มิกล้ารับมิกล้า” เหนียนซูหยวนผู้มีบุคลิกภายนอกสุขุมเยือกเย็นก้มหัวเล็กน้อยตอบกลับศิษย์น้องร่วมสำนักศึกษาหลี่เชี่ยนด้วยความสุภาพในใจเหยียดหยันพวกนี้ปานใดมิอาจแสดงออกทางสีหน้าได้
“พี่หยวนเป็คนที่มีจิตใจที่โอบอ้อมอารีใจกว้างปฏิบัติกับคนอื่นอย่างสุภาพ” ศิษย์น้องอีกคนเดินถือจอกสุรามาเอ่ยประจบสอพลอ“เหมาะสมแล้ว...”เขาเหลือบมองไปทางคุณหนูในอาภรณ์สีชมพูหวานผู้สูงศักดิ์ที่สุดในงานเลี้ยงฉลองสอบผ่านของศิษย์พี่นางเป็ถึงบุตรีคนโตของนายอำเภอจางนั่ว หนึ่งในสามนายอำเภอของเมืองเทียนสุ่ยตำแหน่งแม้นจะเป็ขุนนางท้องถิ่นทว่าต่ำระดับขั้นเพียงผู้ว่าเมืองเทียนสุ่ยเท่านั้น
‘วาสนาดีเกินไปแล้ว’ศิษย์น้องเบื้องหน้าแย้มยิ้มยินดีแต่แท้จริงอิจฉาริษยาศิษย์พี่ที่มักมีสตรีสูงศักดิ์รายล้อมเสมอ“เหมาะสมดั่งกิ่งทองใบหยก” ใช้ลิ้นทองเยินยอคุณหนูใหญ่บุตรีนายอำเภอ
ด้านคุณหนูผู้สูงศักดิ์ได้ยินผู้อื่นชื่นชมตนกับบุรุษในดวงใจเหมาะสมกันพลันแก้มขึ้นสีระเรื่อความรู้สึกพึงพอใจพลันผุดขึ้นกลางใจ นางขัดเขินเอียงอาย
“คุณชายท่านก็พูดเรื่อยเปื่อยเหมาะสมอันใด ข้าเป็สตรีที่ยังไม่ออกเรือน”รูปประโยคตำหนิแต่ท่าทางกับน้ำเสียงนั้นตรงกันข้ามบุตรีนายอำเภอจางนั่วสุดแสนยินดีดวงตาโค้งหยีเป็วงเคียว สายตาหยาดเยิ้มมองบัณฑิตป้ายแดงแซ่เหนียนไม่ละวางท่าทางเชิญชวนเสียนี่กระไร
บัณฑิตทั้งหลายที่มาร่วมงานเลี้ยงต่างยิ้มเผล่ ก้มหน้าซ่อนแววตาเหยียดหยาม
‘สตรีไม่ออกเรือนคงอยู่ในห้องหอมิใช่หรือเ้าวิ่งแจ้นมาร่วมงานเลี้ยงซ้ำยังยามโพล้เพล้แล้วนั่งนิ่งแสดงความเป็เ้าเข้าเ้าของศิษย์พี่หยวนไม่ยอมกลับจวน...หากไม่ใช่เพราะหมวกขุนนางบิดาเ้าระบุตำแหน่งนายอำเภอมีหรือจะชูคอมิถูกตำหนิติเตียนในจรรยามารยาทสตรีพึงมีเช่นนี้’
[1] จวินซื่อนายทหารชั้นประทวน