เกี้ยวรักท่านอ๋อง ฉบับชายาข้ามมิติ [แปลจบแล้ว]

    เล่มที่ 5 บทที่ 134 รักษาระยะกับเขา

            อวิ๋นอี้มิรู้แผนการในใจของเขาหลังจากพูดคำนั้นจบพลันเห็นว่าเขาชะงักอยู่กับที่ไม่ขยับคิดว่าได้ผลแล้วจึงไม่คิดกระไรมาก พลันให้เซียงเหอนำไปทานอาหาร

            ทว่าผู้ใดจะรู้ว่าเมื่อนั่งลงที่โต๊ะอาหารเขาก็เดินตามมาติดๆ เมื่อมองเห็นสายตาของนาง ก็เลิกคิ้วแล้วขยิบตาให้นาง

            “......”

            หรงซิวนั่งลง พ่อบ้านที่ยืนอยู่ข้างๆรีบก้าวเข้าไปรับใช้

            “......”

            อวิ๋นอี้มุ่ยปาก ตาจ้องที่เขาต่อไปนางอยากจะรู้นักว่าบุรุษผู้นี้จะใช้อุบายกระไรอีก

            อาหารถูกนำมาวางอย่างรวดเร็ว หรงซิวเรียกให้เอาถ้วยใบเล็กมาค่อยๆ ตักโจ๊กอย่างระมัดระวัง แล้วส่งไปให้ที่ข้างนาง "ลองชิมสิ"

            อวิ๋นอี้ขมวดคิ้ว ดันมือเขาออกไป"ไม่ทานเพคะ"

            “โกรธก็โกรธสิทนหิวไปจะไม่ดีกับตนเองเปล่าๆ ข้าปวดใจนะ” เขาพูดไพเราะ น้ำเสียงดูยั่วเย้าเมื่อเขาเข้ามาใกล้ ก็ได้แต่จ้องมอง ทำเอานางทนไม่ไหวจริงๆ

            อวิ๋นอี้ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากหยิบถ้วยและตะเกียบขึ้นทานอาหารเช้าจนหมดภายใต้การจ้องมองของเขา

            พวกสาวใช้เข้ามาเก็บโต๊ะในเวลานั้นเองพ่อบ้านก็เข้ามาจากด้านนอก รายงานว่าลู่จงเฉิงมาถึงแล้ว

            หรงซิวสีหน้าไม่ดีทว่าอวิ๋นอี้ด้านข้างกลับลุกขึ้นด้วยรอยยิ้ม ทำท่าทำทางบอกลาเขา “ฝ่าบาทข้าไปก่อนนะเพคะ”

            นางเพิ่งจะมาถึงประตูหรงซิวที่อยู่ด้านหลังก็ตามมา

            ทั้งสองมาถึงประตูเกือบจะพร้อมกัน

            ลู่จงเฉิงมิได้เข้าจวน เขายืนรออยู่ข้างรถม้าพระอาทิตย์ยามเช้าสาดส่องมาที่เขา ย้อมเสื้อสีขาวนวลจันทร์ให้เป็นสีส้มอบอุ่นความเย็นชาดูลดลง

            เขาได้ยินเสียงการเคลื่อนไหวจึงหันไปหาที่มาของเสียง ดวงตาที่ชัดเจนของเขาเปลี่ยนเป็นสีเข้ม มุมริมฝีปากลดต่ำลงเล็กน้อย

            อวิ๋นอี้ทักทายเขาด้วยรอยยิ้ม"ท่านมหาเสนาบดีลู่ มาเร็วนะเจ้าคะ!"

            "มิเร็วพ่ะย่ะค่ะ" เขาตอบ"ระยะทางค่อนข้างไกล ไปเร็วจะได้กลับมาเร็ว"

            "ถูกเจ้าค่ะ"อวิ๋นอี้เอียงคอครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วพูดเห็นด้วย “เช่นนั้นเราออกเดินทางเลยดีหรือไม่เจ้าคะ?”

            “พ่ะย่ะค่ะ”ลู่งจงเฉิงกวาดสายตาผ่านหรงซิว แล้วพูดกับอวิ๋นอี้ “นั่งรถข้าไปเถิดเชิญพระชายาพ่ะย่ะค่ะ”

            อวิ๋นอี้ไม่คิดกระไรมาก เดินตรงไปตามเขาคนใช้ที่อยู่ข้างๆ รีบย้ายเก้าอี้ และในตอนที่นางกำลังจะขึ้นรถ มิรู้ว่าหรงซิวมายืนตัวตรงอยู่ที่ประตูตั้งแต่เมื่อใด

            หรงซิวเอามือไพล่หลังหน้าตาหล่อเหลาของเขาจ้องนางเขม็ง

            น่าตกใจจริงๆ!

            อวิ๋นอี้กลั้นหายใจ เกือบจะสำลักนางพูดอย่างไร้อารมณ์ "หรงซิว! ฝ่าบาททำกระไร!"

            “ข้าจะไปกับเจ้า” เขาพูดเสร็จก็ปรบมือมีรถม้าที่ค่อนข้างหรูหราเข้ามาใกล้ช้าๆ เขาเชิดคางขึ้นและยื่นมือไปหานาง"มานี่สิ"

            "......"

            อวิ๋นอี้ขมวดคิ้ว “ฝ่าบาทจะไปทำไมเพคะ? วันนี้มิต้องทำงานหรือ? มิต้องไปหาน้องสาวหว่านฉือหรือเพคะ?”

            นางตั้งใจพูดคำว่าน้องสาวเน้นๆทว่าในใจก็ยังรับมิได้

            หรงซิวตอบนางทีละคำถามว่า "ไม่ไปชายาข้าสำคัญที่สุด เจ้าลงมา ไปนั่งรถข้า"

            "ไม่เอาเพคะ"

            จู่ๆ บรรยากาศก็อึดอัดขึ้นมาในระหว่างสถานการณ์ที่ตึงเครียด พลันมีเสียงหัวเราะสั้นๆ ดังมา

            เสียงนั้นดังออกมาจากหรงซิว เขาโค้งมุมปากขึ้นปนด้วยสีหน้าชั่วร้าย จากนั้นเขาก็ย่างเข้ามาก้าวใหญ่ๆแล้วขึ้นรถที่ลู่จงเฉิงเตรียมมา

            อวิ๋นอี้ : “......”

            ลู่จงเฉิง : “???”

            หรงซิวมีใบหน้ายิ้มแย้ม พูดสุภาพอย่างจอมปลอม“มหาเสนาบดีลู่ช่างใส่ใจเสียจริง ที่ท่านพิจารณาเพื่อพวกเราสวามีชายาข้าขอบคุณท่านมากนะ”

            ในที่สุดคนสองคนที่ตะลึงอยู่ก็เข้าใจความหมายของเขาเสียที

            เขาไม่เพียงจะตามไปด้วยทว่ายังครอบครองรถที่เขาเตรียมไว้ด้วย ไล่ลู่จงเฉิงลงจากรถจากนั้นจะแสดงความรักหวานฉ่ำต่อหน้าอีกเป็นอย่างไร?

            ชั่วร้ายมาก!

            อวิ๋นอี้ตะลึงกับการเปลี่ยนแปลงอย่างกะทันหันนางผลักหรงซิว "ฝ่าบาทกำลังพูดกระไร! รีบลงไปเลยนะเพคะ อย่าสร้างปัญหาวันนี้เราไปทำงานเพคะ”

            "ดีเลยข้าสนใจงานนี้ของพวกเจ้า ข้าอยากจะไปดูด้วย หากข้าอารมณ์ดีอาจจะให้เงินลงทุนก้อนใหญ่ก็ได้นะ"

            "องค์ชายคิดมากไปแล้วพ่ะย่ะค่ะตระกูลลู่ของข้า นอกจากร่ำรวยแล้วเราไม่มีดีเรื่องอื่นเรื่องให้ช่วยลงทุนเกรงว่าจะไม่มีทางเป็นไปได้หรอกพ่ะย่ะค่ะ” ลู่จงเฉิงทำมือเชิญ“เชิญองค์ชายลงจากรถพ่ะย่ะค่ะ”

            "ไม่ลง!"หรงซิวตอบไปทันที "ถึงจะไม่ลงทุน แต่ข้าจะติดตามสตรีของข้าไปมิมากเกินไปใช่หรือไม่  เส้นทางนี้ขึ้นเขาลงห้วยลำบากนักหากมิมีข้าคอยดูแล อวิ๋นเออร์คงจะปรับตัวมิได้”

            ได้โปรดเถิดนะ!

            นางจะปรับตัวมิได้ได้อย่างไร!

            หากไม่มีเขา นางคงจะมีความสุขมากจะบอกให้!

            อวิ๋นอี้กลอกตาขาวอย่างแรงนางยังคงใช้สมองคิดวิธีเอาหรงซิวออกจากรถ แต่คิดไม่ถึงเลยว่าลู่จงเฉิงจะพูดว่า"องค์ชายพูดถูกพ่ะย่ะค่ะ เช่นนั้นก็ไปด้วยกันเถิด"

            แม้ว่าหรงซิวจะไม่ค่อยชอบลู่จงเฉิงทว่าเพลานี้ต้องยอมรับเลยว่าเขามีสติพอสมควร

            เขากำลังจะบอกให้ไปที่รถม้าอีกคันก็เห็นลู่จงเฉิงก้าวเหยียบเก้าอี้ขึ้นมา พลันเข้ามาในรถด้วย

            อวิ๋นอี้: "......"

            หรงซิว: " ??”

            ลู่จงเฉิงยิ้มเล็กน้อยใบหน้าที่ราวกับภูเขาน้ำแข็งตลอดปีของเขา ยิ้มขึ้นมาทีรอยยิ้มของเขาน่ากลัวกว่าปกติเสียอีก มุมปากของเขาขยับ ดูงุนงง"เป็นกระไรไปพ่ะย่ะค่ะ?”

            “มหาเสนาบดีรู้สึกหรือไม่ว่าท่านดูจะเป็นส่วนเกินไปเสียหน่อย?”หรงซิวพูดอย่างไม่เกรงใจ เตือนเขาไปตรงๆ

            ลู่จงเฉิงยักไหล่ "ข้ามิรู้สึกนะพ่ะย่ะค่ะข้ากลับคิดว่าคนที่เป็นส่วนเกินคือฝ่าบาท"

            "ข้ากับอวิ๋นอี้เป็นสวามีชายาเรานั่งรถคันเดียวกัน ท่านจะเข้ามาด้วยทำไมกัน” หรงซิวโกรธเล็กน้อยเหตุใดเขาไม่เคยรู้มาก่อนว่าลู่จงเฉิงไร้ยางอายเช่นนี้!

            ลู่จงเฉิงโต้กลับว่า“ฝ่าบาทพูดเองนะพ่ะย่ะค่ะว่าท่านมาในฐานะคนในครอบครัวเดิมทีนี่เป็นการเดินทางของข้ากับพระชายา ทว่าท่านดึงดันจะเข้ามาหากท่านมิใช่ส่วนเกินแล้วผู้ใดจะเป็นกัน?”

            หรงซิวโดนว่าจนพูดไม่ออก

            เขาหัวเราะเสียงเย็นชา เมื่อเห็นสตรีคนข้างๆแทบจะถูกเบียดลงไปที่พื้น จู่ๆ เขาก็อุ้มนางขึ้นมานั่งบนตักของเขาโดยไม่สนใจลู่จงเฉิง

            อวิ๋นอี้ที่นั่งอยู่บนตักโดยมิรู้ตัวแอบขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน

            บุรุษร่างใหญ่สองคนทะเลาะวิวาทกัน นางอยากจะฟังอีกเพราะมันเป็นการทะเลาะวิวาทของบุรุษหนุ่มรูปงามสองคนที่เกิดขึ้นเพราะนางมันสนองความต้องการของนางจริงๆ เหตุใดไม่ทะเลาะกันอีกเล่า!

            นางดิ้น มือของหรงซิวจึงแน่นขึ้นนางมิมีทางเลือกอื่นนอกจากต้องเงยหน้าขึ้นสบตาเขา

            มืดมน เงียบงัน และเปี่ยมไปด้วยพลัง

            มือที่เอวของนางขยับเล็กน้อยทำให้เกิดอาการขนลุกและคัน อวิ๋นอี้มุ่ยปากเมื่อหรงซิวเข้ามากัดหูนาง"เป็นเด็กดีหน่อย"

            "ห๊ะ ”

            “รักษาระยะห่างจากเขา"ลมหายใจอุ่นของบุรุษหนุ่มตกลงมาบนผิวของนาง ทั้งร้อนและชื้นเขาหัวเราะทีทำให้หน้าอกของเขาสั่น ทำให้คนใจวุ่นวาย"มิเช่นนั้นข้าอาจจะอยู่ไม่นิ่งบ้าง"

            อวิ๋นอี้โกรธจนแทบจะบินหนี

            นี่เป็นครั้งแรกที่เห็นผู้ข่มขู่ทั้งสง่างามและทำตัวสบายเช่นนี้!

            นางทำกระไรเขามิได้!

            เห็นได้ชัดว่าคนชั่วผู้นี้พูดจริงจังมากเมื่อนางเงยหัวขึ้นด้วยความโกรธกลับได้เห็นดวงตาที่สุกใสของเขาอีกครั้งราวกับสุนัขหมาป่าที่น่าสงสาร

            “เช่นนั้นก็อย่าสร้างปัญหาให้ข้า”นางสูดหายใจเข้าลึกๆ แล้วกระซิบใส่หน้าเขา “อยู่ห่างๆ เขา อย่าหาเรื่องนะเพคะมิฉะนั้น...”

            “ได้” นางยังไม่ทันพูดจบเขาก็ตกปากรับคำ "ตราบใดที่เจ้าไม่สนใจเขา ข้ามิอยากจะไปยุ่งกับเขาหรอก"

    คล้ายกับเรื่องเกี้ยวรักท่านอ๋อง ฉบับชายาข้ามมิติ [แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน

    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    484K 1138
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ข้ามเวลานางพญาแพทย์พิษ 【จบ】

    ข้ามเวลานางพญาแพทย์พิษ 【จบ】

    นิยาย รัก
    570K 4473
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    PAULSON พอลสัน : รักให้จำ (มี Ebook แล้วนะคะ)

    PAULSON พอลสัน : รักให้จำ (มี Ebook แล้วนะคะ)

    นิยาย รัก
    21K 111
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.21M 577
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    นิยาย รัก
    1.05M 604
    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    207K 185