[ชาติปัจจุบัน] เวลา 09.00 น. ณ สถาบันโบราณคดีเซี่ยงไฮ้ เมืองเซี่ยงไฮ้ ในปี ค.ศ. 2024
เช้านี้ที่สถาบันโบราณคดีเซี่ยงไฮ้อากาศที่ลอยมากับสายลมแ่เบาเหมือนกระซิบให้จ้าวหยูซินและหวู่ไทเฉิงจมดิ่งลงไปในความคิดของตนเองทั้งสองยังคงอยู่ในห้องปฏิบัติการที่เงียบสงบการทดสอบจากเครื่องมือทางวิทยาศาสตร์สิ้นสุดลงแล้ว ไม่ว่าจะเป็เครื่อง XRF, การวิเคราะห์ไอโซโทป, เครื่อง FTIR, และการตรวจสอบรอยแกะสลักด้วยกล้องจุลทรรศน์และการสแกน (Microscopicand Scanning Analysis) ผลลัพธ์ล้วนชี้ให้เห็นว่าหยกัและหยกนกเฟิ่งหวงมาจากวัตถุดิบชนิดเดียวกันและถูกสร้างโดยช่างคนเดียวกัน นั่นคือ ‘ซ่ง หยูเฟิง’ ช่างแกะสลักในตำนาน
หัวใจของจ้าวหยูซินเต้นแรงขึ้นเมื่อทุกอย่างเริ่มกระจ่างชัดสัญชาตญาณของเธอไม่เคยพลาด หยกเฟิ่งหวงที่เธอรู้จักตลอดชีวิต มันไม่ใช่เพียงสมบัติตกทอดจากครอบครัวแต่คือกุญแจสำคัญที่จะสร้างสมดุลกับพลังของหยกั หยกทั้งสองชิ้นคือหยินและหยางถูกสร้างขึ้นมาเพื่อชดเชยซึ่งกันและกันอย่างสมบูรณ์
“เหลือเชื่อมาก” เสียงของหวู่ไทเฉิงกระซิบเบาๆขณะเอนตัวเข้ามาใกล้ราวกับกลัวว่าคำพูดของเขาจะทำลายความลึกลับที่พวกเขาเพิ่งค้นพบ “องค์ประกอบ โครงสร้างเทคนิคการแกะสลัก และแม้แต่แร่ธาตุที่อยู่ในหยกทั้งสองก็เหมือนกันซ่งหยูเฟิงแกะสลักหยกทั้งคู่จากหยกดิบชิ้นเดียวกัน”
จ้าวหยูซินพยักหน้าอย่างช้า ๆสายตาของเธอยังคงจับจ้องไปที่ข้อมูลสรุปทุกสิ่งทุกอย่างราวกับถูกกำหนดให้เป็เช่นนี้ ัและนกเฟิ่งหวง เปรียบได้กับ ‘พลังหยินและหยาง’ สร้างสมดุลให้กับกันและกัน
“หลังจากนี้เราต้องหาวิธีใช้พวกมันเพื่อทำลายคำสาป” หวู่ไทเฉิงพูดด้วยดวงตาที่เต็มไปด้วยความตั้งใจ
จ้าวหยูซินสูดหายใจลึก จิตใจของเธอเต็มไปด้วยความคิดที่ไหลมาดั่งสายน้ำ“เราต้องคุยกับศาสตราจารย์หลี่เขากำลังศึกษาเกี่ยวกับพิธีกรรมโบราณที่อาจเป็กุญแจสำคัญในการปลดปล่อยคำสาปนี้”
หวู่ไทเฉิงพยักหน้าสายตาของเขาแฝงไปด้วยความเร่งรีบและมุ่งมั่น “ผมเห็นด้วยเราต้องคุยกับเขาเื่พิธีกรรมหยิน-หยาง มันอาจเป็วิธีเดียวที่จะทำลายคำสาปได้แต่เวลาเรามีน้อย”
ทั้งสองพูดคุยกันเบา ๆ ขณะที่กำลังเดินไปที่ห้องของศาสตราจารย์หลี่ท่ามกลางความเงียบงันของทางเดินที่ทอดยาวเสียงฝีเท้าของทั้งสองสะท้อนในบรรยากาศที่หม่นหมองของสถาบันแสงสลัวที่ลอดผ่านหน้าต่างดูเหมือนจะเพิ่มความกดดันในใจของจ้าวหยูซินแม้ว่าปริศนาจะเริ่มคลี่คลาย แต่ก็ยังมีเงามืดที่คลุมเครือรอคอยการเปิดเผยและเวลายังคงเดินต่อไปอย่างไม่หยุดยั้ง
เมื่อมาถึงหน้าห้องทำงานของศาสตราจารย์หลี่ จ้าวหยูซินเคาะประตูเบาๆ
“เข้ามา” เสียงที่คุ้นเคยตอบกลับมาในทันที
ศาสตราจารย์หลี่เงยหน้าขึ้นจากเอกสารที่กองเต็มโต๊ะดวงตาของเขายังคงสะท้อนถึงความสงบและความลึกซึ้ง “หยูซิน ไทเฉิง ผมกำลังรอคุยกับพวกคุณพอดี”
ไม่เสียเวลา จ้าวหยูซินพูดขึ้นทันที“ศาสตราจารย์ เรายืนยันแล้วว่าหยกัและหยกเฟิ่งหวงถูกแกะสลักขึ้นโดยซ่งหยูเฟิงทั้งสองชิ้นเป็ตัวแทนของหยินและหยาง”
ศาสตราจารย์หลี่พยักหน้าอย่างช้า ๆดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความเข้าใจ “การค้นพบนี้มีความสำคัญมากโชคชะตาเหมือนนำพาเราให้มาถึงจุดนี้ได้จริงๆ”
หวู่ไทเฉิงก้าวไปข้างหน้าวางผลการทดสอบบนโต๊ะของศาสตราจารย์ “เราได้ค้นพบว่าหยกทั้งสองคือหยินและหยางแต่ยังไม่รู้วิธีใช้พวกมันในการทำลายคำสาป คุณพอมีข้อมูลเพิ่มเติมที่จะช่วยให้พวกเราดำเนินการในขั้นตอนต่อไปได้ไหมครับ?”
ศาสตราจารย์หลี่นิ่งเงียบครู่หนึ่งก่อนจะเอนหลังพิงเก้าอี้ ดวงตาของเขาครุ่นคิดอยู่กับคำถามที่ถูกทิ้งไว้ในอากาศ“ผมได้ศึกษาเอกสารลับจากราชวงศ์ิที่เก็บไว้ในหอจดหมายเหตุของรัฐบาลข้อความเหล่านี้กล่าวถึงพิธีกรรมโบราณที่เกี่ยวข้องกับการทำลายคำสาปของหยกัแต่มันไม่ใช่แค่การนำหยกทั้งสองมารวมกันเท่านั้น”
ความตึงเครียดกระจายไปทั่วร่างจ้าวหยูซินหัวใจของเธอเต้นแรงขึ้น “แล้วเราต้องทำอย่างไรคะ ศาสตราจารย์?”
ศาสตราจารย์หลี่ถอนหายใจเบา ๆก่อนพูดด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม “พิธีกรรมนี้ต้องใช้พลังของหยกทั้งสองและต้องทำใน่เวลาที่กำหนด โดยบุคคลที่มีสายสัมพันธ์กับิญญาผู้สร้างหยกนั่นหมายถึงคุณ จ้าวหยูซิน คุณคือคนเดียวที่สามารถทำพิธีนี้ได้”
จ้าวหยูซินนิ่งไปชั่วขณะ เมื่อความจริงค่อย ๆซึมลึกเข้ามาในจิตใจ ลึกลงไป เธอรู้มาตลอดว่าคำสาปนี้ไม่ได้แค่เกี่ยวพันกับเธอแต่มันเกิดมาจากเธอต่างหาก และเธอคือคนเดียวที่ต้องเผชิญหน้ากับมัน
“แล้ว... พิธีนี้ต้องทำในวันเกิดครบรอบ 28ปีของฉัน ใช่ไหมคะ?” เสียงของเธอสั่นเล็กน้อย
“ใช่แล้ว” ศาสตราจารย์หลี่ตอบด้วยน้ำเสียงหนักแน่น“เหลือเวลาอีกเพียงสองสัปดาห์ ทุกอย่างต้องพร้อมในคืนวันนั้นเพราะมันคือโอกาสเดียวที่เราจะทำพิธีนี้ได้”
ความเงียบปกคลุมห้องเสียงของเวลาที่ไหลผ่านคล้ายจะช้าลงในชั่วขณะนั้น จ้าวหยูซินรู้สึกถึงความรับผิดชอบแต่ในใจลึกๆ มีบางสิ่งที่เปลี่ยนไปความกลัวที่เคยครอบงำถูกแทนที่ด้วยบางอย่างที่ทรงพลังยิ่งกว่า
นั่นคือ ‘ความหวัง’
สายตาของศาสตราจารย์หลี่มองตรงมายังจ้าวหยูซินดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความหนักแน่น แม้ใบหน้าจะยังคงเคร่งขรึม“มีข้อมูลเพิ่มเติมที่ผมพบในเอกสารเก่าพิธีกรรมนี้จะสมบูรณ์ได้ก็ต่อเมื่อคุณเผชิญหน้ากับาแในใจที่ลึกที่สุดภายในใจคุณเองด้วย”
คำพูดเ่าั้กระทบจิตใจของจ้าวหยูซินเธอรู้สึกได้ถึงหัวใจที่เต้นแรงขึ้นทันที “าแในใจที่ลึกที่สุดของฉัน? มันหมายความว่าอย่างไรคะ?”
ศาสตราจารย์หลี่สบตาจ้าวหยูซินด้วยสายตาที่อ่อนโยนลงแม้เสียงของเขาจะยังคงนิ่งและมั่นคง “ในเอกสารโบราณบอกไว้ชัดเจนคนที่มีสายสัมพันธ์กับิญญาผู้สร้างหยกต้องก้าวข้ามาแในใจที่ลึกที่สุดของตัวเองและสำคัญที่สุดคือ การให้อภัย คำสาปถึงจะถูกถอนออกได้”
จ้าวหยูซินนิ่งเงียบไปขณะที่คำพูดของศาสตราจารย์หลี่ดังก้องในห้วงความคิดของเธอ เธอรู้ดีว่าาแและความโกรธแค้นที่เธอมีต่ออดีตของซ่งหยูเฟิงยังฝังลึกในใจการให้อภัยไม่ใช่สิ่งที่เธอเคยคิดว่าจะสามารถทำได้ง่าย ๆแต่ตอนนี้มันกลับกลายเป็กุญแจสำคัญในการทำลายคำสาป
ความทรงจำเกี่ยวกับเฉินจางเว่ยนักรบหนุ่มผู้เคยเป็รักแรกของเธอและการหักหลังที่ทิ้งาแลึกฉายแวบผ่านเข้ามาในใจความรักและโศกนาฏกรรมที่เคยพวกเขาเผชิญ กลายเป็เงาที่ตามหลอกหลอนจิตใจของเธอนี่อาจเป็สิ่งที่เธอต้องเผชิญเพื่อทำลายคำสาปนี้หรือไม่?
“เรายังมีสิ่งที่ต้องทำอีกมาก”ศาสตราจารย์หลี่กล่าวต่อ “พิธีนี้จะต้องจัดขึ้นในสถานที่ที่คำสาปถูกสาปครั้งแรกนั่นคือที่บ้านเก่าของซ่งหยูเฟิง”
จ้าวหยูซินตระหนักได้ในทันที “บ้านเก่าของเธอ...สถานที่ที่ทุกอย่างเริ่มต้น”
ศาสตราจารย์หลี่พยักหน้า “ใช่การกลับไปยังสถานที่นั้นเท่านั้นจึงจะสามารถทำลายพันธนาการของคำสาปได้”
หวู่ไทเฉิงพูดขึ้น น้ำเสียงหนักแน่น“เราต้องไปที่นั่นโดยเร็วที่สุด ยิ่งเวลาผ่านไปใกล้วันเกิดอายุ 28 ปีของจ้าวหยูซินคำสาปก็ยิ่งแข็งแกร่งขึ้น”
จ้าวหยูซินประมวลผลข้อมูลทั้งหมดอย่างรวดเร็วบ้านเก่าของซ่งหยูเฟิง สถานที่ที่ชีวิตในอดีตของเธอสิ้นสุดลงด้วยโศกนาฏกรรมกลายเป็กุญแจสำคัญที่จะทำลายคำสาป เธอจะต้องกลับไปยังที่นั่นเพื่อเผชิญหน้ากับอดีตที่หลอกหลอนและความเ็ปที่ยังไม่เคยจางหาย
“ฉันจะทำ” เธอกล่าวด้วยน้ำเสียงที่สงบนิ่งแม้ว่าภายในจะเต็มไปด้วยความกลัวที่ไม่สามารถลบออกไปได้“ฉันจะไปที่บ้านเก่าของซ่งหยูเฟิง ฉันจะเผชิญหน้ากับทุกอย่างไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม”
ศาสตราจารย์หลี่พยักหน้าอย่างช้าๆด้วยความเข้าใจ “ดี เราจะไปด้วยกัน ไทเฉิงและผมจะอยู่เคียงข้างคุณพวกเราจะช่วยให้ถึงที่สุด”
จ้าวหยูซินเหลือบมองไทเฉิง เขายิ้มบางๆ ให้เธอดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความเชื่อมั่น “เราจะอยู่ข้างคุณ ดร.จ้าวไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม”
แม้ว่าคำพูดเ่าั้จะให้ความอุ่นใจ แต่ในใจของจ้าวหยูซินกลับยังคงมีบางสิ่งที่ไม่สามารถปลดปล่อยออกไปได้เธอไม่สามารถสลัดความรู้สึกแปลกๆ ที่มีต่อศาสตราจารย์หลี่ออกไปได้แม้ว่าเขาจะเป็ผู้ชี้นำและสนับสนุนเธอมาตลอดแต่ความรู้สึกแคลงใจยังคงเกาะกุมในจิตใจของเธออย่างแ่า เธอรู้ดีว่าการไว้ใจใครสักคนอย่างหมดใจเป็สิ่งที่เสี่ยงเกินไปสำหรับเธอ
ในความเงียบ จ้าวหยูซินครุ่นคิดถึงเพื่อนเพียงคนเดียวที่เธอสามารถพึ่งพาได้อย่างแท้จริงฟางชิงอี้ เพื่อนสนิทที่เธอไว้ใจมาโดยตลอดฟางชิงอี้ไม่ได้เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์นี้โดยตรงเธอเป็ผู้หญิงที่แข็งแกร่งและเต็มไปด้วยความสามารถในศิลปะการต่อสู้จ้าวหยูซินรู้ว่าในการเดินทางครั้งนี้เธอ้าใครสักคนที่เธอสามารถไว้วางใจได้อย่างแท้จริง ให้ร่วมเดินทางไปด้วย
ขณะที่พวกเขาเดินทางออกจากสถาบัน จ้าวหยูซินยังคงคิดถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้นข้างหน้าการเดินทางไปยังบ้านเก่าของซ่งหยูเฟิง เพื่อทำลายคำสาปนั้นเป็เพียงจุดเริ่มต้นแต่ในใจลึกๆ จ้าวหยูซินอดสงสัยไม่ได้ว่าการทำลายคำสาปนี้จะเป็จุดสิ้นสุดของทุกอย่างจริงๆหรือมันอาจเป็เพียงประตูบานหนึ่งที่จะนำพาเธอเข้าสู่ความมืดมิดที่ซ่อนเร้นอยู่ลึกกว่านั้น