ในขณะที่ทางชายแดนยังคงสะสางปัญหาไม่สิ้นแต่ทางจวนโหวนั้นกลับราบรื่นเป็อย่างยิ่งเพื่อประจบเอาใจน้องสามีสุ่ยอี้โหรวจำต้องกัดฟันควักเงินถึงแปดสิบตำลึงเพื่อซื้ออาภรณ์ที่ตัดเย็บจากผ้าปักของสกุลเจียงส่วนทางด้านฮูหยินผู้เฒ่านั้นขอแค่เพียงนางยกยอมากขึ้นสักหน่อยยอมทำท่าทางนอบน้อมให้มากๆและยังคงรักษาท่วงท่าของคุณหนูสกุลใหญ่อยู่ก็ย่อมจะได้รับความเอ็นดูมากขึ้นแล้ว
หญิงชราผู้นี้เอาใจไม่ยากฮูหยินผู้เฒ่าเป็คนที่ชอบยกย่องผู้ที่สูงศักดิ์กว่าและชอบเหยียบย่ำผู้ที่ต่ำศักดิ์กว่าในฐานะที่สุ่ยอี้โหรวเป็ถึงคุณหนูรองสกุลสุ่ยซึ่งเป็สกุลเดิมของฮองเฮาแต่กลับยินยอมลดฐานะมาเป็แค่เพียงอนุในจวนโหว ย่อมถือว่าเป็การให้หน้าแก่ฮูหยินผู้เฒ่าจวนนิ่งอันโหวเป็อย่างมากดังนั้นยามที่นางเอ่ยปากถึงสิ่งใดก็ย่อมจะได้รับการเห็นดีด้วยจากฮูหยินผู้เฒ่าแทบจะทุกครั้งยิ่งถ้านำโม่ชิงเยว่มาเปรียบเทียบกับนางฐานะคุณหนูสกุลสุ่ยของสุ่ยอี้โหรวย่อมจะต้องดูดีกว่าฐานะของโม่ชิงเยว่ที่เป็แค่เพียงบุตรสาวกำพร้าของอดีตแม่ทัพที่ตายไปนานแล้วอย่างแน่นอน
“ข้าให้พวกเ้าคอยคุ้มกันจวนให้ดีอย่าให้สาวใช้นางนั้นเล็ดลอดออกจากจวนไปได้ แล้วทำไมนางยังคงสามารถออกไปได้อีกหากเป็เช่นนี้แผนการที่ข้า้าบีบโม่ชิงเยว่ให้ตายทางอ้อมก่อนที่ท่านโหวจะกลับมาเมื่อไหร่จะสำเร็จ”สุ่ยอี้โหรวตำหนิคนของนางด้วยสีหน้าบึ้งตึง นางสู้อุตส่าห์วางแผนการอย่างแยบยลคิดทำให้โม่ชิงเยว่ได้รับความลำบากจนไม่อาจจะมีชีวิตอยู่แต่ยามนี้โม่ชิงเยว่ไม่เพียงมีความเป็อยู่ที่ดีแถมยังเลี้ยงลูกๆอย่างเบิกบานสำราญใจเป็อย่างยิ่ง
“เรียนนายหญิงวรยุทธ์ของสาวใช้นางนั้นสูงส่งยิ่งนักต่อให้เป็ยอดฝีมือที่นายท่านสุ่ยส่งมาก็ไม่อาจจะกักขังนางเอาไว้ในจวนได้อย่าว่าแต่กักขังนางให้อยู่แต่ในจวนแค่จะลักลอบเข้าไปทำร้ายคนในเรือนหลังนั้นก็ยังไม่ได้เลย” เมื่อคนของนางรายงานเช่นนี้สุ่ยอี้โหรวก็ตวาดออกมา
“บัดซบ! แล้วข้าจะจ้างพวกเ้ามาทำไมกันสั่งงานอะไรก็ไม่เคยทำได้สำเร็จ ฆ่าด้วยกำลังไม่ได้เหตุใดจึงไม่วางยาให้ตายไปเสียเล่า” เมื่อสุ่ยอี้โหรวพูดเช่นนี้คนของนางก็ส่ายหน้า
“พวกนางระมัดระวังตัวเป็อย่างยิ่งแม้แต่เด็กน้อยทั้งสองก็ยังยากจะเล่นงานได้ พวกข้าเองก็จนปัญญาขอรับ”ถ้อยคำรายงานของคนของนางทำให้สุ่ยอี้โหรวเม้มปากแน่น
“ยามนี้มีข่าวจากชายแดนส่งมาบอกว่าท่านโหวได้รับชัยชนะจากการศึกแล้วอีกไม่นานก็คงจะกลับมายามท่านโหวไม่อยู่ก็ยังไม่สามารถเล่นงานนางได้หากท่านโหวกลับมาแล้วก็ยิ่งยากจะเล่นงาน...” นางเอ่ยพึมพำออกมาแล้วขมวดคิ้วเดิมทีนางกังวลว่าจะมีคนสืบพบหากนางลงมืออย่างโจ่งแจ้งแต่ยามนี้นางไม่อาจจะใจเย็นได้อีกแล้ว
“ในเมื่อสาวใช้นางนั้นอยากออกไปนอกจวนนักก็ให้นางออกไปยามที่นางไม่อยู่พวกเ้าก็เข้าไปจัดการสามแม่ลูกที่เรือนเหมันต์เสียจงจำไว้ว่าอย่าได้ทิ้งหลักฐานใดๆทั้งสิ้นไม่เช่นนั้นข้าไม่รับประกันความปลอดภัยของพวกเ้าและครอบครัวของพวกเ้า”คำพูดของสุ่ยอี้โหรวทำให้คนของนางรีบค้อมกายเพื่อน้อมรับคำสั่งในทันที
“ขอนายหญิงโปรดวางใจพวกข้าจะลงมืออย่างระมัดระวังและคราวนี้จะต้องสำเร็จอย่างแน่นอน”เมื่อคนของนางรับคำเช่นนี้สุ่ยอี้โหรวก็โบกมือส่งสัญญาณให้พวกเขารีบไปจัดการ
“โม่ชิงเยว่คราวนี้เ้าจะไม่โชคดีเหมือนครั้งก่อนๆ อีกแล้ว” สุ่ยอี้โหรวเอ่ยพึมพำออกมาพลางจ้องมองออกไปนอกหน้าต่างด้วยสายตาอันแข็งกร้าว
ทุกครั้งที่ต้องออกไปนอกจวนชุ่ยเหมยมักจะกำชับเด็กน้อยทั้งสองให้ระมัดระวังตัวโดยเฉพาะกับคนแปลกหน้าห้ามเข้าใกล้เป็อันขาดนอกจากนางและโม่ชิงเยว่แล้วทุกคนล้วนเป็คนไม่ดีและมักจะคอยหาโอกาสทำร้ายพวกเขาดังนั้นเด็กน้อยทั้งสองจึงมักจะเฝ้าวนเวียนอยู่ไม่ห่างจากข้างกายของโม่ชิงเยว่ด้วยเกรงว่าจะมีผู้อื่นลักลอบเข้ามาทำร้ายมารดาผู้อ่อนแอของพวกเขา
“ท่านแม่น้ำดื่มนี้พี่ชุ่ยเหมยต้มเองกับมือท่านพักสายตาแล้วก็ต้องดื่มน้ำให้มากๆ ด้วยนะเ้าคะ” เสียงเล็กๆของซ่งจื่อเหยาทำให้โม่ชิงเยว่ลืมตาขึ้นมาจ้องมองเด็กน้อยด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มนางรับถ้วยน้ำมาตั้งใจว่าจะดื่มแต่แล้วนางก็ได้กลิ่นสมุนไพรบางอย่างในน้ำ
“น้ำนี่พวกเ้าดื่มไปแล้วหรือยัง”เมื่อมารดาถามเช่นนี้ทั้งซ่งจื่อเหยาและซ่งจื่อเยว่ก็ต่างส่ายหน้า
“ต่อไปจงจดจำไว้ว่าน้ำที่จะดื่มอาหารที่จะกินห้ามผ่านมือของผู้อื่น อีกทั้งก่อนจะกินก่อนจะดื่มจะต้องสำรวจรูปรสและกลิ่นให้ดีพวกเ้าลองดมดูซิว่าน้ำนี้มีสิ่งใดที่แปลกไปจากน้ำดื่มทั่วไปหรือไม่”ซ่งจื่อเหยาก้มลงไปสูดดมเพียงครู่เดียวก็ขมวดคิ้ว ส่วนซ่งจื่อเยว่ยกมือขึ้นมาถูจมูกอย่างสับสน
“ในน้ำนี้มีสิ่งอื่นปลอมปนมาด้วยพี่ชุ่ยเหมยของพวกเ้าไม่มีทางใส่สมุนไพรลงไปในน้ำโดยไม่บอกกล่าวแน่ดังนั้นยามนี้น่าจะกำลังมีผู้อื่นแฝงตัวอยู่ในเรือนของพวกเรา”เมื่อนางพูดจบก็ปาถ้วยน้ำไปยังบานหน้าต่างที่เปิดอยู่เสียงร้องด้วยความเ็ปทำให้นางขยับกายลุกขึ้นแล้วดึงกระบี่ไม้ของซ่งจื่อเยว่ขึ้นมาถือเอาไว้ในทันที
ชายชุดดำผู้หนึ่งกระแทกบานประตูแล้วเปิดเข้ามาส่วนคนที่ร้องตรงหน้าต่างก็ะโเข้ามาแล้วเช่นกันยังมีชายชุดดำอีกคนที่แฝงกายอยู่ในเรือนอยู่แล้วรีบเผยกายออกมาในทันที
“ในเมื่อฮูหยินรู้ตัวแล้วพวกข้าก็ไม่คิดจะปิดบังอีกหึหึ เมื่อก่อนพวกข้าก็หลงเข้าใจผิดคิดว่าท่านโชคดีที่ไม่เคยถูกพิษที่พวกข้าวางที่แท้แล้วฮูหยินก็เป็ผู้มีฝีมือคนหนึ่งที่เก็บงำประกายเอาไว้นี่เอง”คำพูดของชายชุดดำทำให้โม่ชิงเยว่ยิ้มออกมา
“เป็ผู้ใดว่าจ้างพวกเ้ากันหรือฮูหยินผู้เฒ่า ซ่งเหวินหนิง หรือว่าจะเป็สุ่ยอี้โหรวกันเล่า”คำว่าสุ่ยอี้โหรวทำให้รูม่านตาของชายชุดดำเกิดการเปลี่ยนแปลงแม้ว่าจะเปลี่ยนแค่เพียงชั่วเวลาสั้นๆแต่ก็ไม่อาจจะรอดพ้นสายตาของโม่ชิงเยว่ไปได้ นางจึงได้หัวเราะออกมาเบาๆ
“อ้อ! ที่แท้ก็เป็สุ่ยอี้โหรวนี่เองทำไมหรือนางอดทนรอให้ข้าตายเองไม่ไหวแล้วหรือพอาเริ่มจะสงบก็คิดได้ว่าสมควรจะลงมือขั้นเด็ดขาดแล้วใช่ไหม”คำพูดของโม่ชิงเยว่ทำให้ชายชุดดำพลันขยับตัว
“เช่นนั้นก็ไม่ต้องพูดให้มากความกระบี่ไม้ด้ามนั้นปกป้องท่านกับลูกของท่านไม่ได้หรอก”เมื่อชายชุดดำพูดจบก็เงื้อดาบในมือของตนขึ้นแต่เขายังไม่ทันได้ลงมือกระบี่ไม้ก็แทงเข้ามาที่จุดตายของเขาส่วนชายชุดดำอีกสองคนยังไม่ทันได้ลงมือก็ถูกโจมตีจุดตายจนล้มลงสิ้นลมที่พื้นแล้วเช่นกัน
“พวกเ้าจงจำเอาไว้หากโจมตีให้ถูกจุดก็ไม่ต้องสิ้นเปลืองแรงกาย”โม่ชิงเยว่เอ่ยพลางดึงผ้าปิดหน้าของชายชุดดำคนหนึ่งออกมา แล้วใช้ผ้าปิดหน้าผืนนั้นเช็ดเืที่ติดปลายกระบี่ไม้อย่างลวกๆ
“ท่านแม่ข้าไม่ใช้กระบี่ด้ามนั้นแล้วมันเปื้อนเืของคนชั่ว”เสียงของซ่งจื่อเยว่เต็มไปด้วยความสั่นเทา โม่ชิงเยว่รู้ดีว่ายามนี้ลูกๆของนางกำลังหวาดกลัวอยู่
“คนชั่วคือคนที่มักใช้พละกำลังของตนเองรังแกคนที่อ่อนแอกว่าพวกเ้าอยากเป็คนชั่วหรือไม่” เมื่อนางถามเช่นนี้เด็กๆ ก็ส่ายหน้า
“เช่นนั้นจงจำเอาไว้อย่าได้ดูถูกคนที่อ่อนแอ ที่สำคัญอย่าได้ทะนงตนว่าตนเองนั้นเก่งกาจเหนือผู้อื่นคนที่มีความสามารถจริงๆ ย่อมไม่แสดงฝีมือของตนเองออกมาทั้งหมดหรอก”โม่ชิงเยว่เอ่ยแล้วจ้องมองศพของบุรุษที่นอนอยู่บนพื้น
“สุ่ยอี้โหรวในเมื่อเ้ากล้าหมายปองชีวิตลูกของข้าเช่นนั้นข้าก็จะทำให้เ้าไม่ได้ตายดี”เมื่อโม่ชิงเยว่เอ่ยจบก็โยนกระบี่ไม้ของบุตรชายลงไปบนพื้นพลางจ้องมองไปยังทิศทางของเรือนใหญ่ด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความเ็า