ต่อมา ณ.ตำหนักฝ่าา
ร่างของซูเว่ยฉีนอนอยู่ที่เตียง ครุมด้วยผ้าขาวทั่วร่างกายใน ขณะนั้นเองฝ่าาได้เดินเข้ามาในตำหนักเหลิ่งกง แล้วข่อยๆนั่งลงที่ปลายเตียงที่มีร่างของซูเว่ยฉี แล้วค่อยๆดึงผ้าขาวที่คุมหน้าของซูเว่ยฉีออกเบาๆ พร้อมมีหลี่กงกงยื่นอยู่ข้างๆ
หลี่กงกง “ฝ่าาเื่ที่รับสั่งกะหม่อมจัดการเรียบร้อยแล้วพะยะคะ”
ของแสดดงความยินดีกับฝ่าาที่แผนของพระองค์สำเร็จ
ฝ่าา “นางว่ายังไงบาง”
หลี่กงกง “นางกำนัลผู้นี้ั้แ่ต้นจนจบ นางไม่ได้ขอความเมตตาสักคำ จิตใจมุ่งมั่นจงรักภักดีต่อพระองค์จริงจริง”
ก่อนหน้านั้นเองฝ่าาได้ว่างแผนลองใจซูเว่ยฉี โดยให้หลี่กงกง เตรียมเหล้าพิษสองถ้วย ถ้วยแรกให้เปลียนยาสลบ
หากนางกล้าดื่มถ้วยแรก ก็แสดงว่านางจงรักภัคดีจริงไม่ได้แสแสร้งต่อหน้าข้า หากนางร้องขอชีวิตนั่นหมายความว่า ตั่งแต่ต้นจนจบนางวางแผนหลอกลวงข้ามาตลอด
ฝ่าา “ข้าไม่้าให้นางเป็คนมีเหล่กล เต็มไปด้วยแผนการ ตอนนี้ดูเหมือนว่านางไม่ทำให้ข้าผิดหวัง”
หลีกงกง “ฝ่าากะหม่อมโง่เขลา คนในวังนี้เป็คนของฝ่าา หากฝ่าาสนพระทัยนางจริงๆ ทำมัยถึงไม่รับสั่งมีพระราชโองการ แต่งตั้งก็เพียงพอแล้วไม่ว่าจะเป็นางหรือเหม่ยเหรินก็ไม่กล้าขัดพระราชโองการอยู่แล้ว”
ฝ่าา “ไม่ขัดราชโองการก็ไม่ได้แปลว่านางจะไม่คิดสั้น นางมีความสัมพันธ์ที่กับเหม่ยเหริน หากข้ายังบังคับให้นางรับตำแหน่ง ไม่เท่ากับว่าข้างฆ่านางหรือ”
หลี่กงกง “ฝ่าา แล้วทำไมถึงพระราชทานเหล้าพิษให้นาง ถ้านางร้องขอชีวิตละจะทำเช่นไหร่พะยะคะ”
ฝ่าา “ไม่หรอ เพราะนางมีสิ่งที่มีค่ามากกว่าชีวิตของตนเองที่ต้องปกป้องเหมือนกับเ้าที่ยอมปกป้องข้าเ้าคิดถึงความเป็ความตายของเ้าหรือไมละ”
หลี่กงกง “วันนี้นางสามารถปกป้องเหม่ยเหรินไว้ได้ ฝ่าามองคนไม่ผิดจริงจริงที่ฝ่าาทดสอบนาง ในวันข้างนางต้องเสียสละเพื่อฝ่าาเป็แน่
ฝ่าา “เ้าพูดมากไปแล้ว”
หลี่กงกง “ใช่ ใช่ กระหม่อมพูดมากไปแล้ว พูดมากไปแล้วพะยะคะ”
ฝ่าา “พอแล้ว ออกไปเถอะ”
หลังจากที่หลี่กงกงอแกพ้นตำหนักไป จากนั้นเองซูเว่ยฉีก้ได้ลืมตา แล้วพยุงตัวเองลุกขึ้นจากเตียง
ฝ่าา “เ้าตื่นแล้วหรือ”
ซูเว่ยฉี “ฝ่าาสินใจเหมือนกันหรือเพคะ”
ซูเว่ยฉีจับหน้าตัวตนเองแล้วเอื่อมมือไปจับหน้าฝ่าา
ฝ่าา “ฮ่า ฮ่า ฮ่า ข้ายังไม่ตายเ้าก็ยังไม่ตายเช่นกัน”
ซูเว่ยฉี “ทำไมถึงเป็เช่นนี้ไปได้”
ฝ่าา “เหล้าที่หลี่กงกงประทานให้เ้าดืม ไม่ใช่ยาพิษ แต่เป็ยยาสลบ เ้าไม่รู้หรือว่า กฎหมายในวังหลวงมีสามข้อห้าม ห้ามสนมยุ่งเกี่ยวกับการเมืองหรือราชกิจ ขุนนางไม่ให้ลงโทษถึงตายทาสรับใช้ผู้ซื่อสัตย์ห้ายฆ่าโดยพลการ แม้เ้าจะหลอกลวงเบี่ยงสูง แต่ก็ทำเพื่อนายของเ้า ความภักดีของเ้าเป็ที่ประจักษ์ ในเมื่อเ้าดืมเหล้าพิษไปแล้วโทษฐานหลอกลวงเบียงสูงนี้ถือว่าได้รับการลงโทษแล้ว”
ซูเว่ยฉี “หม่อมฉันขอบพระทัยฝ่าาที่เมตตา แล้วเื่ของเหม่ยเหริน……”
ฝ่าามองตาซูเว่ยฉี ใช้มือเอื่อมไปจับที่ใบหน้า ของซูเว่ยฉีเบา ลูบไลบนหน้าผากไล่ลงมาถึงคาง อารมณ์เคลิบเคลิ้ม เห็นใบหน้าที่ขาวเนียนจึงอดใจไม่ได้ที่จะโน้มตัวลงไปจูบ
แต่ในขณะนั้นเอง เสียงของหลี่กงกงก็ดังขึ้น
หลี่กงกง “ฝ่าา หลู่ผินนำรังนกเืตุ๋นมาถวายตอนนี้รออยู่ด้านนอกพะยะคะ”
ฝ่าาหันมาถามความ้าของซูเว่ยฉี
ฝ่าา “เ้า้าให้นางเข้ามาหรือไม เพียงแค่เ้าไม่้าข้าจะไล่นางกลับไป”
กล่าวพร้อมโน้นตัวลงไปจูบ แต่ซูเว่ยฉีห้ามไว้แล้วตอบ ปฏิเสธฝ่าา
ซูเว่ยฉี “ไม่ ไม่เพคะ”
จากนั้นฝ่ายบาทะโออกไปนอกตำหนัก ตอบหลีกงกงทันที
ฝ่าา “ข้ากำลังหารือเื่สำคัญกับขุนนาง ผู้ใดล่วงล้ำเข้ามาโดยไม่ได้รับอนุญาตฆ่าโดยไม่มีข้อยกเว้น ให้พระสนมหลูผินเสด็จกลับไปก่อน”
กล่าวเสร็จพร้อมดึงตัวซูเว่ยฉีมากอดไว้
ฝ่าา “ข้ากำจัดเจียผินให้เ้าแล้วเ้าจะตอบแทนข้าเช่นไร”
ซูเว่ยฉี “หม่อมฉัน หม่อมฉันแค่นางกำนัลไม่มีอะไรที่จะตอบแทนพระองค์ได้เลยเพคะ(ท่าทางเขินอาย)”
กล่าวจบฝ่าาก็จูบลงไปที่ริมปากอันนุ่มนวลของซูเว่ยฉี ใช้มือลูบไลไปที่คอค่อยๆ ไล่ลงไปที่ไหล่ ค่อยๆถอดเสื่อผ้าออกที่ละชิ้น ที่ละชิ้น พร้อมเกิดอารมณ์ความเป็ชายของฝ่าา เนื้อชิดเนื้อ อารมณ์ที่เล่าร้อน รวมรักกันและกันในค่ำคืนนี้
เช้าอันสดใส ณ. ตำหนักฝ่าา
ฝ่านั้งอยู่ที่เตียงโดยมีซูเว่ยฉี ผิงกายอยูที่ไหล่ของฝ่าา ฝ่าบบาทเอ่ยคำถามกับซูเว่ยฉี
ฝ่าา “ข้ามีเื่หนึ่งอยากถามเ้าตอบข้ามาตามความจริง ที่เ้าปฏิเสธที่จะเป็สนมของข้า เพราะรู้สึกผิดต่อเหม่ยเหริน หรือเพราะในใจลึกลึกแล้วเ้าไม่้าอยู่กับข้า”
ซูเว่ยฉี ทำท่าทีร้องไห้แล้วซบไปที่อกของฝ่าา ฝ่าาเห็นดังนั้นจึงกล่าวถาม
ฝ่าา “เหตุใดเ้าถึงร้องไห้”
ซูเว่ยฉี “ฝ่าาคือโอร์ส่วนหม่อมฉันเป็แค่นางกำนันที่ต่ำต้อย ที่ได้มีโอกาสรับใช้ฝ่าาถือว่าเป็บุญที่สระสมมาแต่ชาติบางก่อน เื่อื่นหม่อมฉันไม่กล้าคิดเพอฝัน”
ฝ่าา “ข้าไม่อนุญาตให้เ้าพูดคำดูถูกตนแองเช่นนั้นข้ารู้ว่าเ้าห่วงใยเหม่ยเหริน แต่เื่ทั้งหมดมีหลักฐานชี้ไปที่ตัวเหม่มเหริน ข้าจึงไม่สามารถเพิกเฉยได้ จะต้องมีคำอธิบาย
ถ้าจะให้เหม่ยเหรินได้คืนตำแหน่งข้าทำไม่ได้ หากเ้าสัญญากับข้าว่าจะเคียงข้างข้า ข้าจะละเว้นการกักบริเวณของนาง