บทที่ 20 หลิ่วเมิ่งหรูถูกตบหน้า
บัดนี้ได้เอ่ยนามอีกฝ่ายไปแล้ว เฉียนลิ่วจึงบอกทุกสิ่งที่เขารู้ออกมา
ปรากฏว่าสาเหตุเป็เพราะจ้าวผิงเอง
หลังจากดื่มจนเมามายในอำเภออวิ๋นอัน หลิ่วเมิ่งหรูภรรยาของเขาก็ออกมาตามหา แต่เฝิงจวิ้นเหรินได้เห็นนางแล้วเกิดถูกใจขึ้นมา
จากนั้นจึงมอบหมายให้หวังชื่อเหรินใช้กลโกงในบ่อน แล้วให้เขาลงนามในหนังสือซื้อขายภรรยาและลูกสาว
ทั้งหมดเป็เพียงหลุมพราง
“ไอ้ลูกสุนัขหมอเฝิงมีภูมิหลังครอบครัวที่ลึกซึ้งหรือไม่?”
จ้าวผิงถาม
เพราะเหวินฮุ่ยไม่กล้าเปิดเผยตัวตน จึงไม่เคยทราบภูมิหลังของเฝิงเจิ้งชู
สิ่งที่รู้ก็คือเขาเป็หมอประจำจวนว่าการอำเภอและมียศถาบรรดาศักดิ์สูง
นอกจากนี้ก็ไม่รู้เลย
“ลึกซึ้งมากเชียวละ”
เฉียนลิ่วกล่าวเสริม “ในอำเภออวิ๋นอัน สถานะของเขาเป็รองแค่นายอำเภอเท่านั้น”
“เพราะเหตุใด?”
จ้าวผิงรู้สึกสับสน "เขาเป็เพียงหมอคนหนึ่ง แล้วจะมีอำนาจมหาศาลขนาดนี้ได้อย่างไร?”
“เรียกว่าสะสมอำนาจมานานหลายปีดีกว่า”
เฉียนลิ่วอธิบาย “เฝิงเจิ้งชูเป็หมออัจฉริยะ ตอนอายุได้สิบแปดปี เขาผ่านการสอบคัดเลือกหมอในฐานะสามัญชน แต่น่าเสียดายที่อยู่ห่างจากตำหนักหมอหลวงเพียงไม่กี่ก้าวเท่านั้น"
“เขาอยากจะสอบอีกครั้งในปีถัดไป ทว่าพ่อแม่ของเขาทำงานหนักเกินไปจนตายตกไปเสียก่อน”
“เขาจึงไม่มีเงินที่จะต่อสู้อีก และสามารถเข้าทำงานเป็หมอประจำจวนว่าการอำเภอได้เท่านั้น”
“การดำรงตำแหน่งนี้คงอยู่เป็เวลายี่สิบกว่าปี แม้จะเปลี่ยนนายอำเภอหลายคน แต่เขาไม่เคยลงจากตำแหน่งเลย”
“ผ่านไปหลายปีเช่นนี้ ไม่ต้องพูดถึงความมั่งคั่งที่มหาศาล แต่เส้นสายยังเกี่ยวพันเป็โยงใยที่ใหญ่มาก”
“กระนั้นในอำเภออวิ๋นอันของเรา เขาเป็รองเพียงท่านนายอำเภอ และไม่มีใครกล้ายั่วยุเขาเลย”
“เดิมทีข้าอยากจะขายบ้านเพื่อช่วยเ้าใช้หนี้ แต่กลายเป็ว่าเฝิงจวิ้นเหรินทุบตีข้า และขู่ว่าหากข้ากล้าช่วยเ้าอีกครั้ง เขาจะสับข้าเป็หมื่นชิ้น แล้วโยนเนื้อให้สุนัขกิน เช่นนั้นข้าจึงไม่กล้าจะสู้หน้าเ้าอย่างไรเล่า”
จ้าวผิงพยักหน้า แต่ไม่ได้พูดสิ่งใดอีก เขาเพียงตกอยู่ในห้วงความคิดอันลึกซึ้ง
เมื่อเดินทางข้ามเวลามาใหม่ ๆ ความคิดของเขาคือการได้เป็คนรวย ได้แต่งภรรยาและมีอนุให้กอดทั้งซ้ายขวา ได้ใช้ชีวิตสุขสำราญ
แต่สิ่งที่เขาประสบพบเจอใน่เวลานี้ ทำให้เขาค่อย ๆ ตระหนักถึงสัจธรรม
ว่าราชวงศ์ต้าเว่ยกำลังตกอยู่ในความเน่าเฟะ
และการที่เ้าไม่ก่อปัญหา ก็ใช่ว่าปัญหาจะไม่วิ่งมาหาเ้า
เช่นเดียวกับพ่อแม่ของเฉียนลิ่ว ที่เพียงแค่ออกเดินทางไปค้าขายก็สามารถถูกโจรฆ่าชิงทรัพย์ได้
เช่นเดียวกับครอบครัวเหวินฮุ่ย แม้จะประพฤติตัวดีต่อหน้าเ้าของบ้าน แต่ยังถูกใส่ร้ายและปะาชีวิตได้
ดังนั้นทุกคนจึงต้องสร้างกองกำลังหนุนของตนเอง
อำนาจรัฐอันเกิดจากปากกระบอกปืน นี่คือสัจธรรมอันเป็นิรันดร์
โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเขาตกเป็เป้าหมายของสุนัขบ้าเยี่ยงตระกูลเฝิง จึงต้องมีกำลังหนุนหลังให้มากขึ้น
เมื่อความแข็งแกร่งเอื้ออำนวย ก็จะกลายเป็อีกหนึ่งคลื่นแห่งการโต้กลับ
แต่การกล้าโลภในตัวภรรยาของเขา เช่นนั้นเขาจะทำให้อีกฝ่ายเสียใจที่ได้เกิดมาบนโลกนี้
เพียงแต่ยิ่งคิดจ้าวผิงก็ยิ่งปวดหัว เพราะนึกถึงใครที่จะนำมาใช้งานไม่ได้เลย
สุดท้ายแล้วเ้าของร่างเดิมก็เป็เพียงคนสำมะเลเทเมา การมีพี่น้องแบบเฉียนลิ่วที่ยอมสละบ้านของครอบครัวมาช่วยเหลือก็ถือเป็เกียรติมากพอแล้ว
รู้สึกว่าเขาจะไม่มีสหายอื่นเลย
อวิ๋นหม่านก็เป็เพียงนายพรานหนุ่มน้อยที่ยังไม่โตพอจะช่วยตนเองได้
แม้ว่าหลี่หู่จะมีความแข็งแกร่ง แต่นั่นคือทั้งหมดที่เขามี
ยิ่งคิดถึงเื่นี้ จ้าวผิงก็ยิ่งรู้สึกว่าตนยิ่ง้าหาเงินแล้วจริง ๆ
เมื่อมีเงิน เมื่อนั้นเขาจึงจะสามารถรวบรวมกำลังพลได้
ไม่ใช่เพื่อฏ แต่เพื่อป้องกันตัวเอง
อย่างน้อยถ้าเขามีกำลังคนมากพอ เขาก็จะไม่ต้องถูกรังแก และยังสามารถปกป้องครอบครัวกับสหายได้ตามใจปรารถนา
หลังจากรักษาคุณหนูตระกูลเถียนและได้รับทองคำหม้อแรกมาแล้ว เขาจะต้องนำเื่นี้เข้าสู่วาระการประชุม
หนึ่งชั่วยามต่อมา จ้าวผิงก็กลับถึงบ้าน
และบังเอิญไปเจอกับหลิ่วเมิ่งหรูที่เพิ่งกลับถึงบ้านเช่นกัน
นางยกมือกุมหน้า ั์ตาเอ่อคลอไปด้วยหยาดน้ำใส
จ้าวผิงเห็นว่านางไม่ได้ทักทายเขาด้วยท่าทางมีความสุขเหมือนก่อนนี้ แต่นางบอกว่าจะทำอาหารและเดินเข้าครัวไปเลย
จ้าวผิงไม่สนใจที่จะพูดคุยกับเฉียนลิ่วอีก และรีบวิ่งตามนางไปทันที
เมื่อเข้ามาในห้องครัว เขาก็เห็นรอยนิ้วมือสีแดงทั้งห้าที่กำลังบวมเป่งบนใบหน้าของหลิ่วเมิ่งหรูชัดเจน ที่หางตาของนางยังคงมีหยาดน้ำตาเปียกชื้น
นี่คือหลักฐานชัดเจนว่านางถูกตบหน้า
ในฐานะนักเดินทางข้ามเวลา เขาจะทนเห็นภรรยาถูกรังแกได้อย่างไร
จ้าวผิงถามด้วยใบหน้ามืดมน “ใครตบเ้า?”
“แล้วตบเ้าทำไม?”
หลิ่วเมิ่งหรูแสร้งทำเป็ไม่ได้ยิน มิหนำซ้ำยังผลักจ้าวผิงให้ออกไปจากห้องครัวด้วย
“ข้าเห็นว่ามีแขกมาเยี่ยมที่บ้านด้วย ท่านไปต้อนรับแขกเถอะ ข้าจะรีบทำอาหาร อย่าละเลยแขกเด็ดขาด”
“ข้าถามว่าใครตบหน้าเ้า?”
จ้าวผิงขึ้นเสียงใส่นางจนแทบจะกลายเป็การดุ
หลิ่วเมิ่งหรูตัวสั่นด้วยความกลัว ไม่กล้าแม้แต่จะสบตาจ้าวผิง นางพูดเสียงสั่นเครือว่า “ไม่มีใครตบข้าหรอก คือ… คือข้าเผลอไปโดนเองต่างหาก”
“แบบนี้ก็ได้หรือ?”
จ้าวผิงแค่นเสียงหัวเราะเยาะ “เ้าคิดว่าข้าเป็เด็กสามขวบหรือ? จะโกหกข้าด้วยคำพูดแบบนี้จริง ๆ หรือ?”
“ไม่ใช่แบบนั้น”
หลิ่วเมิ่งหรูส่ายหัวพลางเอ่ย “สามี ท่านควรรีบไปต้อนรับแขกดีกว่า”
จ้าวผิงไม่ยินยอม แต่เขาเรียกจ้าวเสียวเสี่ยวมาถามแทน
เขาชี้ไปที่ใบหน้าของหลิ่วเมิ่งหรูแล้วถามว่า “เสียวเสี่ยว เ้าบอกพ่อมาว่าใบหน้าของแม่เ้าโดนอะไร?”
ฟุบ!
เมื่อจ้าวเสียวเสี่ยวมองไปที่ท่าทางโกรธของจ้าวผิงแล้ว นางก็รีบทรุดตัวลงคุกเข่าทันที
นางจับขาของจ้าวผิงเอาไว้แล้วร้องไห้พูดว่า “ท่านพ่อ ครั้งนี้จะโทษท่านแม่ไม่ได้จริง ๆ เพราะนางไม่ได้สร้างปัญหาก่อนเลย ท่านอย่าตีท่านแม่นะ”
“แต่เป็ฝีมือของย่าห้าจากครอบครัวหัวหน้าหมู่บ้าน”
“ท่านแม่กำลังปั่นด้ายอยู่ดี ๆ ย่าห้ากลับคอยติว่าไม่ชอบสิ่งนั้นสิ่งนี้ นางคอยบ่นท่านแม่อยู่เรื่อย ๆ แต่ท่านแม่หาได้สนใจนางไม่”
“จากนั้น จากนั้น...”
จ้าวเสียวเสี่ยวเงยหน้าขึ้นมองจ้าวผิงและไม่กล้าพูดถึงเหตุการณ์ต่อจากนั้นอีก
เมื่อสบเข้ากับดวงตาที่เอ่อล้นไปด้วยน้ำใส จ้าวผิงก็ใจอ่อนยวบ
เขาอุ้มจ้าวเสียวเสี่ยวขึ้นมาพลางยกมือลูบหัวเล็ก ๆ แล้วพูดว่า “เสียวเสี่ยว ข้าไม่ได้จะตีแม่ของเ้าหรอก ยิ่งไม่ต้องเอ่ยถึงเ้าเลย”
“ข้าถามแม่เ้าว่าเกิดอะไรขึ้น เหตุผลคือรู้สึกโกรธเมื่อเห็นนางถูกคนอื่นตบหน้า และข้า้าล้างแค้นให้กับนาง”
“เ้าบอกพ่อมาเถอะว่าเกิดอะไรขึ้น?"
“เ้าไม่อยากแก้แค้นให้ท่านแม่หรือ?”
จ้าวเสียวเสี่ยวกะพริบตามองด้วยความประหลาดใจ
หลิ่วเมิ่งหรูก็เงยหน้าขึ้นมองจ้าวผิงด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความสับสน
เพราะในอดีต เมื่อใดก็ตามที่จ้าวผิงรู้ว่านางเกิดเื่ เขาจะทุบตีนางด้วยความรุนแรงเสมอ ทั้งยังไม่ให้นางกินข้าว รวมถึงการทำร้ายจ้าวเสียวเสี่ยวด้วย
ตอนนี้เขาเปลี่ยนไปแล้ว
หรือว่ายังไม่ตื่นจากความฝัน
นางยังคงเป็ภรรยาตัวน้อยที่ได้รับความโปรดปราน
หลิ่วเมิ่งหรูััได้ถึงความหอมหวานในหัวใจ
แต่เมื่อนางคิดว่าหัวหน้าหมู่บ้านนั้นน่ากลัวแค่ไหน นางก็ตื่นตระหนกอีกครั้ง สองขาก้าวไปข้างหน้าและคว้าแขนของจ้าวผิงพลางเอ่ย “สามี เราไม่แก้แค้นแล้วได้หรือไม่?”
“หัวหน้าหมู่บ้านเป็คนมีอำนาจที่สุดในหมู่บ้านของเรา ดังนั้นเราไม่สามารถยั่วยุเขาได้”
เมื่อนึกเช่นนี้แล้ว ความหอมหวานของหลิ่วเมิ่งหรูมลายหายไป ในขณะเดียวกันนางก็นึกโทษตัวเองแบบสุดซึ้ง
บ้านเพิ่งเริ่มจะดูเหมือนบ้านจริง ๆ แต่นางกลับไปมีเื่กับย่าห้า
ถ้าจ้าวผิง้าแก้แค้นจริง ๆ เกรงว่าบ้านหลังนี้จะแตกสลายลงเสียแล้ว
นางอาจเสียใจจนตายได้เลย
“เมิ่งหรู เ้าเป็เมียของข้า แต่เ้ากลับถูกคนอื่นทุบตี หากข้าไม่ช่วยแก้แค้นให้เ้า แล้วข้ายังเป็ผู้ชายอยู่หรือเปล่า?"
หลังจากได้ยินคำพูดของจ้าวผิงก็ทำให้หลิ่วเมิ่งหรูหน้าแดงก่ำ หัวใจเต้นระรัว
ทว่ายังไม่อาจคลายความกังวล
จ้าวผิงชี้ไปที่โจวอันและคนบนหลังม้าที่อยู่หน้าประตูให้นางเห็น จากนั้นพูดต่อ “เมิ่งหรู เ้าเคยเห็นคนพวกนั้นไหม?”
“นั่นคือผู้ช่วยที่ข้าเชิญมา พวกเขาเป็คนจากในเมืองทั้งหมด ซึ่งมีภูมิหลังที่ลึกซึ้งมาก”
“การจัดการกับหัวหน้าหมู่บ้านก็เปรียบดั่งการดีดนิ้ว มันง่ายดายแบบสุด ๆ เชียวละ"
“เพราะฉะนั้นเ้าไม่ต้องกังวล และมาแก้แค้นกับข้าเถอะ"
“นางตบเ้าอย่างไร? เ้าก็แค่ตบนางคืนตามนั้น”
“ข้า… ข้า...”
หลิ่วเมิ่งหรูยังคงไม่กล้า แต่นางก็ถูกจ้าวผิงโอบไว้ด้วยแขนข้างหนึ่งแล้วลากออกไป
เขาพูดกับโจวอันว่า “พ่อบ้านโจว เมียของข้าถูกครอบครัวของหัวหน้าหมู่บ้านตบตี ข้าตั้งใจจะพานางไปทวงความยุติธรรม ท่านจะตามข้าไปด้วยไหม?”
“ได้”
โจวอันพยักหน้าเห็นด้วย
เนื่องจากก่อนออกเดินทาง นายท่านได้กำชับไว้ชัดเจนแล้วว่า ตราบใดที่จ้าวผิงไม่วิ่งหนี ก็ให้เขาเชื่อฟังคำสั่งของจ้าวผิง
สำหรับการสั่งสอนหัวหน้าหมู่บ้านเล็ก ๆ คนหนึ่ง โจวอันไม่ได้จริงจังกับเื่นี้เลยด้วยซ้ำ
ในเวลานี้เหวินฮุ่ยและอวิ๋นหม่านก็กลับมาพร้อมขนตัวยาสมุนไพรและกระต่ายมาด้วย เมื่อได้ยินว่าเกิดเื่เช่นนี้ขึ้น ทั้งสองก็วางข้าวของลงแล้วติดตามไปด้วย
จ้าวผิงก็ไม่ปฏิเสธเช่นกัน เพราะคนยิ่งมากยิ่งแข็งแกร่ง
แม้แต่หลี่หู่ก็ติดตามไปด้วย เฉียนลิ่วจึงถูกทิ้งให้นอนโอดครวญอยู่ตามลำพังในรถม้า
หลิ่วเมิ่งหรูก็เห็นว่านางทำอันใดไม่ได้จริง ๆ ระหว่างทางจึงทำแค่อธิบายเหตุการณ์โดยละเอียด
เนื่องจากย่าห้าไม่ชอบหลิ่วเมิ่งหรูอยู่แล้ว นางจึงมักคอยหาเื่นางอยู่เสมอ
เมื่อเห็นว่าหลิ่วเมิ่งหรูไม่สนใจ นางจึงเริ่มพ่นวาจาน่ารังเกียจออกมา
ตอนแรกนางบอกว่าจ้าวผิงเป็คนฟุ่มเฟือย และหลิ่วเมิ่งหรูแต่งงานผิดคน หลิ่วเมิ่งหรูยังคงทนไหว
แต่ยิ่งพูดความอดทนของเธอก็ค่อย ๆ ไต่ระดับลงต่ำ
นางพูดอีกว่าหลิ่วเมิ่งหรูลอบติดต่อกับนายน้อยในตัวอำเภอเพื่อวางแผนกำจัดจ้าวผิง
บอกว่าทั้งสองสมคบคิดทำให้จ้าวผิงติดหนี้หวังชื่อเหรินห้าสิบตำลึง ถ้าเขาไม่สามารถจ่ายคืนได้ ก็แค่ขายภรรยาและลูกสาวใช้หนี้ จากนั้นหลิ่วเมิ่งหรูก็สามารถโบยบินไปพร้อมกับนายน้อยได้
การที่จ้าวผิงตกคูน้ำเหม็นเมื่อไม่กี่วันก่อน ก็เป็ฝีมือของหลิ่วเมิ่งหรูทำมันโดยตั้งใจ
นาง้าสังหารจ้าวผิง และแทบรอไม่ไหวที่จะตกอยู่ในอ้อมแขนของนายน้อยจากตัวอำเภอ
หลิ่วเมิ่งหรูทนไม่ไหวอีกต่อไป นางจึงอธิบายไปเพียงสั้น ๆ
จากนั้นนางก็ถูกอวี๋ซิ่วอิงตบหน้า
นางไม่กล้าสร้างปัญหาจึงได้แต่กลืนความโกรธลงท้อง จากนั้นก็วิ่งร้องไห้กลับบ้านและบังเอิญเจอจ้าวผิงพอดี
“สามี ข้าไม่ได้ลอบติดต่อกับนายน้อยท่านใดในอำเภอเลยจริง ๆ”
หลิ่วเมิ่งหรูอธิบายให้จ้าวผิงฟังว่า “นับั้แ่ข้าแต่งงานกับท่าน ข้าเคยไปที่อำเภอเพียงครั้งเดียว และไปเพราะ…”
“เมิ่งหรู ข้าเชื่อเ้า”
จ้าวผิงตบหลังมือของนางพลางพูดด้วยท่าทางผ่อนคลาย “ทั้งหมดนี้เป็เพียงการจงใจสร้างปัญหาของอวี๋ซิ่วอิง ข้าจะทำให้นางสำนึกแน่นอน”
หลิ่วเมิ่งหรูรู้สึกะเืใจมาก หากไม่มีคนอื่นอยู่ด้วย เกรงว่าตอนนี้นางจะะโเข้าไปในอ้อมแขนของจ้าวผิงแล้ว
เหวินฮุ่ยที่อยู่ข้าง ๆ ได้ยินแล้วก็กำหมัดแน่น
นางต้องระบายความโกรธแทนพี่สาวให้ได้
อวิ๋นหม่านก็เตรียมลูกศรไว้พร้อมสำหรับการต่อสู้
ด้วยเหตุนี้ คนกลุ่มหนึ่งก็พุ่งตรงไปที่บ้านของหัวหน้าหมู่บ้าน