ภายในวิหารวารีเทพ
“เรียนท่านจ้าววิหาร ราชันปีศาจโลหิตมาถึงแล้ว” าุโที่ออกไปต้อนรับประสานมือกล่าวรายงานเสียงดัง
“ข้าไม่ทราบมาก่อนว่าวิหารวารีเทพมีผู้นำคนใหม่”ราชันปีศาจโลหิตขมวดคิ้วแน่นเมื่อเห็นผู้นั่งในตำแหน่งจ้าววิหารไม่ใช่ปรมาจารย์หนิงหวง
“หึๆ หากไม่ใช่ตาเฒ่าหนิงหวงท่านก็ไม่คิดจะมางั้นรึ ?”จ้าววิหารแสดงท่าทีเย่อหยิ่งไม่คิดจะลงไปต้อนรับอีกฝ่าย ไหนๆก็จะตายแล้ว เหตุใดต้องให้เกียรติ
“ตาเฒ่าหวงอยู่ไหน ไปบอกเขาว่าข้าอยากพบ” ราชันปีศาจโลหิตไม่สนใจท่าทีเย่อหยิ่งของจ้าววิหารเลยสักนิดจริงๆเขาไม่คิดจะชายตามองเลยด้วยซ้ำ
“ฮ่าๆ ๆ ไม่ต้องกังวลไปอีกสักพักท่านก็จะได้ไปพบเขาแล้วล่ะ....ที่โลกหน้า” จ้าววิหารยิ้มชั่วร้ายจ้องมองราชันปีศาจโลหิตตรงหน้า
“เปิดค่ายกล” จ้าววิหารคำรามสั่งการกระตุ้นค่ายกลทันที
พลันสิ้นเสียงสั่งการเสาค่ายกลที่ถูกจัดเตรียมไว้ภายในวิหารก็เริ่มทำงานมันดูดกลืนเอาแสงสว่างรอบๆจนทำให้ตรงกลางค่ายกลเกิดเป็ห้องวงกลมสีดำขนาดใหญ่
ทันทีที่ค่ายกลทำงานราชันปีศาจโลหิตพร้อมทั้งเหล่าบริวารก็ถูกกักขังไว้ภายในค่ายกลอย่างสมบูรณ์แบบแรงกดดันมหาศาลราวกับถูกโลกทั้งใบหล่นทับทำให้เหล่าบริวารปีศาจถึงกับกระอักเืออกมาไม่หยุดรวมถึงราชันปีศาจโลหิตเองก็มีสภาพไม่ดีกว่ากันมากนัก
“ไอ้พวกตัวระยำชั้นต่ำ !!” ราชันปีศาจโลหิตคำรามเสียงแข็งกร้าวะเิพลังฝึกตนขั้นเซียนปีศาจออกมาจนสุดกำลัง
ออร่าสีแดงเข้มพวยพุ่งออกมาราวกับพายุคลั่งพยายามอัดพลังฝึกตนกระแทกใส่ค่ายกลตรงๆ ทำเอาทั้งวิหารวารีเทพเกิดแรงสั่นะเืเหมือนโดนภัยพิบัติแผ่นดินไหวครั้งใหญ่
บึ้ม บึ้มบึ้................ หมัดที่เต็มไปด้วยพลังทำลายของเซียนขั้น 1ซัดใส่กำแพงค่ายกลครั้งแล้วครั้งเล่า แต่ละหมัดล้วนทรงพลังอย่างไม่น่าเชื่อทุกครั้งที่หมัดถูกเหวี่ยงออกไป ทำเอาค่ายกลแทบจะพังทลายลงได้ตลอดเวลา
ทุกคนที่อยู่ในเหตุการณ์ต่างก็หน้าซีดพากันหายใจติดขัด ไม่มีใครคาดคิดว่าราชันปีศาจโลหิตผู้เป็แค่เซียนปีศาจขั้น 1จะมีพลังทำลายมหาศาลไม่ต่างจากเซียนขั้น 3
ทุกหมัดของราชันปีศาจโลหิตสร้างความตื่นกลัวแก่เหล่าสมาชิกาุโทุกคนภายในวิหารเป็อย่างมากนั่นรวมถึงตัวจ้าววิหารเองก็มีสีหน้าไม่สู้ดีมากนักเขายืนกำหมัดแน่นรอลุ้นให้ค่ายกลยังทนไหวไปถึงขั้นตอนสุดท้าย
“ประคองค่ายกลไว้” จ้าววิหารโบกมือสั่งการให้เหล่าาุโเข้าไปประจำเสาค่ายกล
เสียงคำรามของจ้าววิหารดึงสติของทุกคนกลับมาพลันเมื่อได้ยินคำสั่งาุโทุกคนก็วิ่งร้อนรนเข้าประจำตำแหน่งที่ได้รับมอบหมายก่อนหน้าพวกเขาพากันรีบใช้พลังฝึกตนทั้งหมดประคองเสาค่ายกลไม่ให้พังทลายลงมา
ภายในค่ายกลเหล่าบริวารปีศาจกว่า 20 ตน ต่างพากันล้มตายลงจนหมดสิ้น เหลือเพียงราชันปีศาจโลหิตเพียงตนเดียวที่ยังคงกัดฟันซัดหมัดใส่กำแพงค่ายกลอย่างบ้าคลั่ง
“บัดซบ” เสียงราชันปีศาจโลหิตสบถซ้ำแล้วซ้ำเล่าเขารู้สึกเศร้าเสียใจเมื่อเห็นเหล่าบริวารของตนล้มตายอย่างไร้ทางสู้ต่อหน้าต่อตาไม่คาดคิดว่าตนเองจะเป็คนนำเหล่าบริวารมาพบกับหายนะในครั้งนี้ทั้งหมดมันเป็ความผิดของเขาที่ไว้ใจมนุษย์จนไม่ทันได้ระวังตัว
แรงกดดันมหาศาลยังคงกดทับเขาไม่หยุดยิ่งนานเข้าความรุนแรงก็มีแต่จะยิ่งเพิ่มขึ้น
ดวงตา จมูกและหูของราชันปีศาจโลหิตเริ่มมีเืไหลออกมาเพราะแรงกดดันจากค่ายกลผิวพรรณที่เคยชุ่มชื่นก็กลับซีดขาวเหี่ยวแห้งลงอย่างต่อเนื่อง ราวกับเขากำลังถูกค่ายกลดูดกลืนชีวิตไป
“ข้าจะฆ่าพวกเ้าให้หม.........” เสียงแหบแห้งของราชันปีศาจโลหิตยังไม่ทันจะได้กล่าวจนจบประโยคโซ่ตรวนนับร้อยเส้นก็พลันโผล่ออกมาจากความมืดเข้าพันธนาการร่างกายของเขาไว้จนขยับเขยื้อนไม่ได้
โซ่ตรวนนับร้อยเส้นโอบล้อมร่างกายราชันปีศาจโลหิตเอาไว้จนมิดมันเริ่มดูดกลืนพลังชีวิตของผู้ถูกพันธนาการอย่างตะกละตะกลามเพียงไม่กี่ลมหายใจร่างกายที่เคยดิ้นรนสู้ไม่ถอยก็แน่นิ่งไม่เคลื่อนไหวอะไรอีก
“จบสักที” จ้าววิหารยกแขนเสื้อขึ้นมาซับเหงื่อบนใบหน้าอย่างโล่งอกเขามีท่าทีผ่อนคลาย ตั้งหน้าตั้งตารอเก็บเกี่ยวผลึกปีศาจจากร่างกายราชันปีศาจโลหิต
ข้อแตกต่างใหญ่หลวงของมนุษย์และปีศาจก็คือหลังจากตายไป มนุษย์จะไม่มีผลึกพลังอะไรหลงเหลือจากการฝึกตน
ซึ่งต่างจากปีศาจและสัตว์อสูร เมื่อเผ่าพันธุ์เหล่านี้ตายไป จะหลงเหลือผลึกบางอย่างทิ้งไว้ผลึกพลังพวกนี้ล้วนมีค่ามากมายต่อการฝึกตนของทุกเผ่าพันธุ์
ทันทีที่ทุกอย่างสงบลงาุโทุกคนต่างก็ล้มตัวลงอย่างอ่อนแรง พวกเขาใช้พลังไปแทบทั้งหมดที่มี
“ขอแสดงความยินดีกับท่านจ้าววิหาร เ้าเฒ่าปีศาจโลหิตสิ้นฤทธิ์แล้ว” หนึ่งในาุโลุกขึ้นประสานมือกล่าวยินดี
“เพียงเท่านี้การฝ่าด่านเซียนของท่านจ้าววิหารก็จะไม่เป็ปัญหาอีกต่อไป” าุโอีกคนกล่าวเสริม
ด้วยผลึกของราชันปีศาจโลหิตต่อให้คนที่มีพร์ต่ำเตี้ยเรี่ยดินก็ยังสามารถฝ่าด่านเซียนได้อย่างง่ายดาย
ในขณะที่เหล่าาุโต่างพากันประจบสอพลอจ้าววิหารวารีเทพภายในค่ายกลร่างเหี่ยวแห้งของราชันปีศาจโลหิตก็พลันเกิดการเคลื่อนไหว ออร่าพลังรุนแรงเกิดะเิขึ้นอย่างเฉียบพลัน
“ศาสตร์ลับผลาญโลหิต” ในห้วงลึกของจิตใจราชันปีศาจโลหิตตัดสินใจเผาผลาญโลหิตของตัวเอง แม้จะรู้ว่ามันคือการฆ่าตัวตายโดยตรงแต่ไหนๆก็กำลังจะตายอยู่แล้ว เหตุใดเขาจะต้องสนใจด้วยเล่าอย่างน้อยๆก็ดีกว่าให้พวกมันได้ผลึกไป
ซึ่งในจุดนี้ไม่มีใครล่วงรู้มาก่อนว่าราชันปีศาจโลหิตจะมีทักษะของผู้ฝึกจิตระดับเทพปีศาจอย่างศาสตร์ลับผลาญโลหิตอยู่ในเพราะมันเป็ไปไม่ได้ที่ผู้ฝึกจิตขั้นเซียนจะใช้ทักษะของเทพได้
แกร๊กก......... เสาค่ายกลเกิดเสียงแตกร้าวก่อนจะพังทลายลงกลายเป็กองเศษหินไร้ค่าห้องวงกลมสีดำที่พันธนาการราชันปีศาจโลหิตไว้แตกกระจายออกเป็ผุยผง
“กะ เกิดอะไรขึ้น” เหล่าาุโสีหน้าซีดเผือด วิ่งออกห่างจากค่ายกลกันอลหม่าน
ท่ามกลางสายตาจ้าววิหารและาุโทุกคน บังเกิดร่างเหี่ยวแห้งหนังติดกระดูกยืนนิ่งอยู่บนอากาศดวงตาสีดำสนิทหันกวาดมองทุกคนภายในวิหารวารีเทพราวกับ้าจดจำใบหน้าทุกคนไว้
“ความอัปยศครั้งนี้ สักวันพวกเ้าทุกตัวจะต้องชดใช้” ราชันปีศาจโลหิตขู่คำรามลั่น เพียงประโยคเดียวก็ทำเอาวิหารวารีเทพแทบทั้งวิหารพังทลาย
“พลังเฮือกสุดท้ายของชีวิตสินะ” จ้าววิหารหรี่ตาสังเกตเห็นพลังที่กำลังลดลงอย่างรวดเร็วของราชันปีศาจ
ราชันปีศาจโลหิตกัดฟันแน่นอดทนพยายามไม่แสดงความอ่อนแอออกมาให้ศัตรูเห็น ด้วยความเป็แค่เซียนปีศาจขั้น 1 การฝืนใช้ศาสตร์ลับระดับเทพ ทำให้ร่างกายของเขากำลังจะพังทลายหากขืนเข้าต่อสู้คงสังหารได้เพียงไม่กี่คน ตอนนี้เวลาเป็สิ่งสำคัญเขาต้องรีบหนีไปให้ไกลก่อนระดับพลังจะตกลงไปมากกว่านี้
“คิดจะหนีรึ ?ไม่มีทาง” จ้าววิหาระเิพลังทั้งหมดทะยานเข้ารั้งราชันปีศาจโลหิตเพื่อถ่วงเวลาอีกฝ่าย
“ดูจากการลดลงของพลัง คงไม่กี่อึดใจมันต้องตายอย่างแน่นอน” จ้าววิหารครุ่นคิดกับตัวเองตัดสินใจใช้พลังขั้นรวมจิตทั้งหมดที่มีเข้าห้ำหั่นกับเซียนปีศาจขั้น 1 ถึงจะรู้ตัวว่าไม่มีวันสู้ได้แต่โอกาสหายากแบบนี้ เขาไม่มีทางปล่อยไปง่ายๆ
แม้จะดูห่างกันแค่ขั้นเดียวแต่ขั้นรวมจิตเปรียบได้ดั่งมดเมื่ออยู่ต่อหน้าเซียน โดยเฉพาะกับเซียนปีศาจ
เซียนมนุษย์นั้นโดดเด่นเื่ลมปราณต่างจากเซียนปีศาจที่โดดเด่นด้านร่างกาย การที่ขั้นรวมจิตจะเข้าปะทะกันตรงๆกับเซียนปีศาจมันไม่ต่างอะไรจากการเอาหัวมนุษย์ไปโขกกับหินแข็งมีแต่จะเจ็บตัว
“โง่บัดซบ !” ราชันปีศาจมองอีกฝ่ายด้วยสายตาเหยียดหยามหากไม่เพราะเวลาที่เหลืออันน้อยนิด เขาจะสังหารมันให้หมดทั้งวิหาร
ราชันปีศาจเหวี่ยงหมัดออกไปตรงๆโดยไม่ได้ใช้ทักษะต่อสู้ใดๆหมัดที่พุ่งออกไปเป็เพียงหมัดธรรมดา ใช้เพียงพลังกายล้วนๆ
ปังง........ร่างจ้าววิหารถูกซัดปลิวจนจมพื้นห้อง กระดูกแขนและหน้าอกแตกหักละเอียดราวกับถูกูเาทั้งลูกกระแทกใส่
สภาพปางตายของจ้าววิหารทำเอาาุโคนอื่นๆที่กำลังจะเข้าไปช่วยสู้ถึงกับชะงักค้างด้วยความหวาดกลัว
ราชันปีศาจโลหิตไม่สนใจคนเ่าั้อีกต่อไปเขาหันร่างกายพุ่งทะลุหลังคาวิหาร ก่อนจะทะยานหายไปทางชายแดนเชิงเขาทมิฬ