เกิดใหม่ครั้งนี้ขอเป็นสตรีไร้คุณธรรม [จบ]

    เล่มที่ 3 ตอนที่ 70 มือขึ้น

            เยี่ยนเจาเจาจำได้ว่า ประโยคแรกที่เจินเจินกล่าวหลังจากพบนางคือ“น้องหญิงจะเล่นชิงช้าด้วยหรือ”

            นางคิดว่าคนที่นางให้ค่าไม่มีทางพูดจาเหลวไหล นางจึงเดินเข้าไปพลางพึมพำว่า“ข้าจะนั่งชิงช้านี้ ใครก็ห้ามข้าไม่ได้”

            หนานหมิงเหอมองเห็นภาพรวมทั้งหมด แต่กลับไม่เอ่ยสิ่งใดเพียงเดินตามเยี่ยนเจาเจาไปอุ้มนางขึ้นชิงช้า

            พึ่งจะนั่งลงบนชิงช้า เยี่ยนเจาเจาก็สัมผัสได้ถึงความผิดปกติ

            ต้นขาด้านนอกที่มีกระโปรงขวางกั้นอยู่ของนาง ดูเหมือนจะแสบคันเล็กน้อย

            ขี้เลื่อยหรือ?

            เป็นไปไม่ได้ ชิงช้าตัวนี้เป็นชิงช้าสำหรับนายน้อยในจวนสกุลหยวนนั่งมีคนคอยดูแลปัดกวาดโดยเฉพาะทุกวัน จะมีขี้เลื่อยโผล่มาดื้อๆ ได้อย่างไร?

            ในใจเยี่ยนเจาเจารู้ทันแล้ว นางทาบมือบนแผ่นไม้แขนเสื้อกว้างของเด็กสาวยาวลากพื้น บดบังทุกความเคลื่อนไหวของมือนาง

            นางใช้มือคลำบริเวณข้างเรียวขาของตนก็พบรูที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ ขนาดไม่ใหญ่ไม่เล็กน่าจะถูกแมลงกัดแทะตอนมันยังเป็นต้นไม้ ปกติไม่มีใครสนใจมันเพราะเห็นว่าเป็นแค่ของป่า

            แต่เวลานี้ในรูมีของบางอย่างอยู่ ลักษณะกลมเล็ก คาดว่าขยำจากเศษกระดาษใบเล็ก

            นี่คือสิ่งที่เจินเจินกับอ้ายอ้ายต้องการมอบให้นาง

            เยี่ยนเจาเจาแอบล้วงกระดาษก้อนเล็กออกจากรูอย่างไม่กระโตกกระตากและซ่อนมันในกระเป๋าแขนเสื้อทันที ก่อนบอกใบ้หนานหมิงเหอให้แกว่งชิงช้าให้นางสักพักแกว่งไม่ถึงสิบทีก็ทำสีหน้าเบื่อหน่าย พึมพำเสียงเบา “มันสนุกตรงไหนกัน” แล้วจึงกระโดดลงจากชิงช้ากลับเรือนไปด้วยความโมโห

            เวลาเดียวกัน ในห้องโถงหลัก

            หยวนอีเฉี่ยวตื่นตระหนกและหวาดกลัวเพราะโดนเยี่ยนเจาเจาราดน้ำใส่ใบหน้ากะทันหันเมื่อคราวก่อน นางหวาดระแวงตลอดว่าตนจะบังเอิญเจอเยี่ยนเจาเจาข้างนอกอีกครั้ง

            นางรู้สึกเสมอว่าเยี่ยนเจาเจาไม่ใช่น้องสาวของตนเอง และเอ่ยอย่างมั่นใจว่าหากเป็นน้องสาวที่มีสายเลือดเดียวกันย่อมไม่มีทางราดน้ำร้อนใส่พี่สาวเด็ดขาด

            แน่นอนว่านางพูดออกไปเองแล้ว ทว่าทั้งจวนสกุลหยวนไม่มีใครเชื่อสิ่งที่นางพูดสักคนต่างพากันคิดว่านางกลัวเกินเหตุเท่านั้น ทั้งที่น้องชายแท้ๆ ของนางก็หยิ่งผยองและช่างวางอำนาจเอาแต่ทำร้ายคนอื่นอย่างที่นางกล่าวจริง

            โชคดีที่บนใบหน้าหยวนอีเฉี่ยวไม่ทิ้งรอยแผลเป็นแต่เรื่องนี้ก็ทำให้นางร้าวฉานกับนายหญิงใหญ่ไปแล้วตอนนายหญิงใหญ่เข้ามาหานางในห้อง นางมักพูดประชดประชันแทงใจนายหญิงใหญ่บ่อยครั้งจนนายหญิงใหญ่เหน็ดเหนื่อยทั้งกายทั้งใจ

            วันนี้ก็เช่นเดียวกันเดิมทีนายหญิงใหญ่ได้ยินว่าบุตรสาวเบื่ออาหาร นางจึงสั่งให้ห้องครัวทำน้ำแกงรังนกหิมะเมล็ดบัว[1] แช่เย็นด้วยน้ำแข็งเพื่อขจัดกลิ่นคาวแล้วนำมาส่งด้วยตนเอง หวังให้นางดีขึ้น

            คาดไม่ถึงว่านางจะไม่แสดงสีหน้าใดๆ เพียงหยิบถ้วยน้ำแกงรังนกหิมะที่มารดาสั่งให้คนตุ๋นเป็นพิเศษดื่มเข้าไปรวดเดียว แล้วจึงเอ่ยว่านางอยากพักผ่อน ขอเชิญท่านแม่กลับไป

            นี่ไม่ใช่ครั้งแรก และนายหญิงใหญ่ก็จนปัญญานางไม่สามารถใช้วิธีที่รับมือคนอื่นมาจัดการบุตรสาวตนเองได้จำใจต้องหันหลังเดินจากไป

            ตอนนางกลับมา เรือนหลักว่างเปล่าไร้ผู้คน แต่มีหมัวมัวไม่สะดุดตาคนหนึ่งรอนางอยู่

            “มีอะไรหรือ?”

            “คุณหนูสามและคุณหนูสี่ไปเล่นชิงช้าในลานเรือนวันนี้บังเอิญพบคุณหนูเจ็ดเจ้าค่ะ”

            หมัวมัวเฒ่าตอบกลับ

            นายหญิงใหญ่ถอดเสื้อกั๊กของตนเองออกและวางไว้ด้านข้างพลางขมวดคิ้วเอ่ย “พูดต่อสิ”

            “คุณหนูสามและคุณหนูสี่ทะเลาะกับคุณหนูเจ็ด ด้วยเหตุนี้คุณหนูสามเลยร้องไห้อย่างหนัก ก่นด่าตลอดทางกลับบ้านรองเจ้าค่ะ”

            นายหญิงใหญ่เลิกคิ้วด้วยความประหลาดใจ ครุ่นคิดครู่หนึ่งค่อยเอ่ยขึ้นว่า“เจ้าเล่าเนื้อหาที่พวกนางทะเลาะกันตอนนั้นมา”

            หมัวมัวเฒ่าก้มหน้าเล่าให้นางฟังทีละเรื่องไม่มีตกหล่นแม้แต่คำเดียว

            นายหญิงใหญ่คิดทบทวนคำพูดอย่างละเอียดแต่นางมิอาจคาดเดาสิ่งใดจากเรื่องนี้ได้ จึงคลายสีหน้าลง ก่อนหยิบเงินรางวัลมาไล่หมัวมัวเฒ่าคนนั้นออกไป

            หมัวมัวเฒ่าได้รางวัลก็หน้าชื่นตาบาน “นายหญิงท่านยังต้องการติดตามคุณหนูสามและคุณหนูสี่อีกหรือไม่เจ้าคะ?”

            “ช่างเถอะ ก็แค่เด็กสองคน ต่อไปไม่ต้องตามพวกนางแล้วเจ้าไปเถอะ”

            นายหญิงใหญ่โบกมือให้หมัวมัวเฒ่าถอยออกไปจากนั้นไม่นานสาวใช้ข้างกายค่อยเดินเข้ามาคลึงหน้าผากนาง พลางพูดคุยกับนางไปด้วย

            “วันนี้คุณหนูสาม คุณหนูสี่มีท่าทีผิดปกติหรือเจ้าคะ?”

            สาวใช้คนนี้คือคนสนิทของนาง นางจึงไม่หวาดระแวง เล่าสิ่งที่หมัวมัวเฒ่าเพิ่งบอกตามตรงสาวใช้ครุ่นคิดครู่หนึ่งเหมือนกัน ก่อนเผยรอยยิ้มบนใบหน้านาง “บ่าวคิดว่านายหญิงน่าจะกังวลเกินไปเจ้าค่ะ”

            ฝีมือการนวดของนางดีเลิศ นางหญิงใหญ่ผ่อนคลายลงอย่างไม่รู้ตัวแล้วกล่าวต่อ “เจ้าว่าอย่างไร?”

            “คุณหนูสามไปหาคุณหนูเจ็ดวันนั้นคงเป็นเพราะมารดานางได้รับบาดเจ็บ จึงอยากไปขอยาจากคุณชายใหญ่กับคุณหนูเจ็ด นายหญิงมีงานมากมายไม่ทราบว่าหมอที่ไปตรวจให้คุณชายใหญ่วันนั้นปรุงยาได้ยอดเยี่ยม แถมยังทำยาขี้ผึ้งที่ไม่ค่อยทิ้งรอยแผลเป็นด้วย

            แต่ยาขี้ผึ้งนั้นราคาสูงเกินไปสำหรับบ้านรองบ่าวคิดว่าคุณหนูสามเพียงกังวลกับบาดแผลบนหน้าผากของนายหญิงรองเท่านั้นนางจึงบากหน้าไปที่นั่น แต่คาดไม่ถึง คนดันไม่ยอมพบนางเกรงว่าเด็กน้อยคงโกรธเช่นกัน จึงทะเลาะกันเป็นธรรมดาเมื่อบังเอิญพบกันวันนี้เจ้าค่ะ”

            สาวใช้คนนี้พูดจามีชั้นเชิงมาก ทุกประโยคล้วนตรงใจนายหญิงใหญ่โดยเฉพาะประโยค “ยาขี้ผึ้งนั้นราคาสูงเกินไปสำหรับบ้านรอง” ได้ใจนายหญิงใหญ่ยิ่งนัก

            ความจริง ในใจนางไม่เหลือความเคลือบแคลงแล้ว

            กว่าครึ่งเดือนที่ผ่านมานางให้คนจับตามองหยวนอีเจินและหยวนอีอ้ายตลอดพวกนางไม่ข้องเกี่ยวกับเยี่ยนเจาเจาหรือคนอื่นๆ จริง

            นอกจากนี้ หลินซื่อรู้สึกเสมอว่าทุกอย่างอยู่ภายใต้การควบคุมของนางนางบงการจวนสกุลหยวนมานานหลายปี จะมาสะดุดแค่เพราะเด็กเหลือขอสองคนหรือ?

            แต่นางก็มองออกว่าหยวนชิงชิวและหยวนชิงจ้าวเหมือนจะเป็นคนเข้าหายากนางจึงกลัวว่าเด็กทั้งสองคนกับเด็กหัวดีบ้านรองจะถูกชะตาและร่วมมือกัน

            แม้เด็กไม่กี่คนจะสร้างคลื่นลูกใหญ่ไม่ได้ ทว่าป้องกันไว้ก่อนย่อมดีกว่า

            แต่หลังจากวันนี้ นางรู้สึกว่านางคงกังวลมากเกินไป

            ไม่ว่าพวกเขาจะฉลาดแค่ไหน ก็ยังเป็นแค่เด็กที่ทะเลาะเพื่อแย่งชิงช้ากันจะมาสู้กับนางได้อย่างไร?

            นึกถึงเทศกาลสารทฤดูที่กำลังจะมาถึงใบหน้านายหญิงใหญ่ยิ่งสบายใจขึ้นอีก

            หลังเทศกาลสารทฤดู สองตัวปัญหาจะถูกจัดการในคราวเดียวสกุลหยวนมีผู้สืบทอดเพียงคนเดียวตั้งแต่แรก และนั่นคือฮุยเกอเอ๋อร์ของนาง

            สีหน้านายหญิงใหญ่คลายกังวลในที่สุด นางลูบหน้าผากตนเองเอ่ยยิ้มๆ “เข้าใจแล้ว เจ้าก็ไปพักผ่อนเถอะ ถึงเวลาตั้งโต๊ะก็ไปเชิญต้าเกอเอ๋อร์มาทานข้าวกับข้าด้วย”

            บ่าวไพร่ในบ้านใหญ่ยังคงมองหยวนหยางฮุยเป็นต้าเกอเอ๋อร์ของสกุลหยวนแม้จะเรียกขาน “ฮุยเกอเอ๋อร์” กับ “ชิวเกอเอ๋อร์” ข้างนอกแต่คนสายตาเฉียบแหลมสักหน่อยก็จะเข้าใจว่าตำแหน่งผู้สืบทอดของหยวนหยางฮุยไร้ทางสั่นคลอน ดูสินายท่านผู้เฒ่ายามนี้ก็ยังไม่กลับมาเลยนี่?

            หากนายท่านผู้เฒ่าไม่กลับมาเด็กสองคนนี้ก็เป็นแค่เด็กที่กลับเข้าผังตระกูลไม่ได้แล้วพวกเขาจะก่อคลื่นลมอะไรได้เล่า?

            กลับมาทางฝั่งเยี่ยนเจาเจา

            หลังนางกลับมา นางตรงดิ่งไปที่ห้องหนานหมิงเหอปิดประตูซ้ายขวาและหน้าต่างตามปกติ เสร็จแล้วก็คลี่กระดาษในมือนางออก

            บนนั้นมีเพียงตัวอักษร “เทศกาลสารทฤดู” และ “โคมไฟ” หวัดๆสองคำ ไม่มีสิ่งอื่นอีก

            เยี่ยนเจาเจารู้สาเหตุที่เจินเจินกับอ้ายอ้ายเตือนเช่นนี้เกรงว่านายหญิงใหญ่คงส่งคนมาจับตาดูพวกนางอย่างลับๆ

            เยี่ยนเจาเจาเดิมคิดว่านายหญิงใหญ่จะลงมือกับตนในจวนสกุลหยวนคาดไม่ถึงว่าจะเป็นงานเทศกาลสารทฤดูในอีกสามวันให้หลัง

            เช่นนั้นก็อยู่นอกจวนแล้ว

            นายหญิงใหญ่ผู้นี้ดูท่าจะโลภไม่น้อย ถึงได้อยากกำจัดวัชพืชในคราวเดียว

            เมืองซูโจวมีงานโคมไฟมากมายแต่ที่พิเศษยิ่งคือเทศกาลสารทฤดูในคืนพระจันทร์เต็มดวง เมืองซูโจวจะถูกประดับประดาด้วยโคมไฟสว่างเจิดจ้าหลายรูปแบบเป็นที่ละลานตาไปทั่วทุกหนแห่ง

            นี่คืออีกวันที่เหล่าคุณหนูคุณชายแต่ละตระกูล สามารถเดินเที่ยวเล่นบนท้องถนนได้ตามอำเภอใจและหากมีงานมงคลสมรสเกิดขึ้นหลายคู่เพราะงานโคมไฟจะยิ่งเป็นเรื่องเล่าก่อนเวลาน้ำชาและหลังอาหารที่ดี

            โดยเฉพาะอย่างยิ่งตามถนนเลียบแม่น้ำซูโจว น้ำกระเพื่อมขึ้นลงแสงโคมไฟวูบไหว ราวกับทางช้างเผือกบนโลกมนุษย์

            เหล่าคุณหนูคุณชายจะลอยกระทงดอกบัวที่ริมตลิ่งเพื่ออธิษฐานขอพรเรื่องมงคลสมรสให้ตนเอง

            วันเช่นนี้ย่อมเป็นวันที่ดีในการลงมือ

            เยี่ยนเจาเจาเริ่มตั้งตารอเทศกาลสารทฤดูขึ้นมาบ้างแล้ว

            สามวันผ่านไปอย่างรวดเร็ว

            ยามอู่ [2] วันที่สิบห้า เดือนแปดครอบครัวพร้อมหน้าพร้อมตา

            สามบ้านที่ไม่เคยทานข้าวด้วยกันยามนี้กำลังทานด้วยกันในห้องโถง ว่ากันว่าพวกเขาได้รับขนมไหว้พระจันทร์จำนวนหนึ่งจาก“หอเสียฟาง” ที่ทำถวายเชื้อพระวงศ์ในเมืองเซียงเฉิงโดยเฉพาะมาอย่างยากเย็นจึงเชิญเหล่านายหญิงและคุณหนูทั้งจวนมาลิ้มรสร่วมกัน

            ในเทศกาลเช่นนี้ นายหญิงใหญ่ยังส่งคนมาเชิญนางตามปกติ

            เยี่ยนเจาเจาไม่เคยไปสักครั้ง ความจริงก็แค่เชิญเป็นพิธีเท่านั้นเยี่ยนเจาเจาเพียงถามว่าคุณหนูสามและคุณหนูสี่อยู่หรือไม่คำตอบส่วนใหญ่ก็ยิ่งทำให้นางไม่อยากไปมากกว่าเดิม

            ครั้งนี้เยี่ยนเจาเจาจึงไม่ไปเช่นกัน

            นางยังมีหลายสิ่งที่ต้องเตรียมการนางจะเสียเวลากับเรื่องนี้ได้อย่างไร?

            ขนมจากหอเสียฟางคือขนมที่นางทานตั้งแต่เล็กยันโตจนเอียนมิหนำซ้ำยามนี้นางยังมีพี่ชายรองที่เหมือนหีบสมบัติข้างกาย พี่ชายรองหาเงินได้มากมายจากการปรุงยาขี้ผึ้งแต่ฝีมือทำขนมไหว้พระจันทร์ของเขากลับยอดเยี่ยมยิ่งกว่า จนแซงหน้าหอเสียฟางแล้ว

            ยามราตรีมาเยือน สาวใช้ข้างกายนายหญิงใหญ่ก็มาแจ้งว่าเหล่าพี่หญิงน้องหญิงไปกันก่อนแล้ว ให้อาจ้าวกับชิวเกอเอ๋อร์ไปด้วยบางทีอาจจะตามทัน

            สาวใช้ยังกล่าวถึงยอดโคมในงานเทศกาลโคมไฟมันสวยงามตราตรึงราวกับมีชีวิตจริงๆ โคมไฟอันงดงามประณีต มักเป็นสิ่งที่เด็กๆ ชื่นชอบ

            พยายามให้นางออกจากเรือนขนาดนี้เยี่ยนเจาเจาจะทำลายความทุ่มเทของนายหญิงใหญ่ได้อย่างไร?

            ยิ่งไปกว่านั้น ตอนนี้นางเบื่อจะจับเจ่าอยู่ในจวนสกุลหยวนแล้วแต่ยังไม่มีข่าวคราวจากท่านแม่หรือท่านป้าของนางสักนิดนางก็ไม่กล้าบุ่มบ่ามติดต่อหรือตรวจสอบด้วยเกรงว่าเขื่อนยาวนับพันลี้จะทลายลงด้วยกองทัพมด [3] ของนาง

            แม้ไม่มีข่าวคราวจะถือเป็นข่าวดีที่สุด แต่เยี่ยนเจาเจาก็ยังอดกังวลและเบื่อหน่ายในทุกๆวันไม่ได้

            ทว่าละครฉากหลักของวันนี้กำลังจะมาถึงแล้ว

            เยี่ยนเจาเจากระปรี้กระเปร่าขึ้น ตอบรับสาวใช้ลวกๆแล้วรีบร้อนลากหนานหมิงเหอจากไป

            นายหญิงใหญ่ได้ข่าวว่าคุณหนูเจ็ดและชิวเกอเอ๋อร์ออกไปแล้วรอยยิ้มบนใบหน้าพลันกว้างขึ้นอย่างกลั้นไม่อยู่

            หญิงออกเรือนแล้วจะไปเที่ยวชมงานโคมไฟดูไม่ค่อยเหมาะสมนักดังนั้นสะใภ้สามคนและนายหญิงผู้เฒ่าจึงนั่งล้อมวงเล่นไพ่ใบไม้ [4] อยู่ด้วยกัน

            วันนี้นายหญิงใหญ่เหมือนจะมือขึ้นเป็นพิเศษ กินติดกันถึงสามตารอยยิ้มบนดวงหน้าก็ยิ่งสว่างสดใส

            -----------------------------------------------------

            เชิงอรรถ

            [1] แกงรังนกหิมะเมล็ดบัว ทำมาจากลูกท้อรังนกนางแอ่นหิมะ เมล็ดบัวหิมะยูนนาน เมล็ดบัวจ้าวเจี่ยว พุทรา และน้ำตาลกรวด

            [2] ยามอู่ หมายถึง ช่วงเวลา 11.00–13.00 น.

            [3] เขื่อนยาวนับพันลี้จะทลายลงด้วยกองทัพมดหมายถึง ไม่ระวังจนเรื่องเล็กกลายเป็นเรื่องใหญ่

            [4] ไพ่ใบไม้ หมายถึง ไพ่ที่หน้าตาเหมือนไพ่ในปัจจุบันแต่เป็นกระดาษรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ลักษณะคล้ายใบไม้ วิธีการเล่นเหมือนไพ่โป๊กเกอร์อีกทั้งยังเป็นต้นแบบของไพ่นกกระจอกและไพ่โป๊กเกอร์ในปัจจุบัน

    คล้ายกับเรื่องเกิดใหม่ครั้งนี้ขอเป็นสตรีไร้คุณธรรม [จบ] ที่คุณอ่าน

    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    712K 1023
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    เกิดใหม่มั่งคั่ง ทำฟาร์มกลางหุบเขาลึก [จบ]

    เกิดใหม่มั่งคั่ง ทำฟาร์มกลางหุบเขาลึก [จบ]

    นิยาย รัก
    399K 392
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    489K 1390
    ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    นิยาย รัก
    635K 1371
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    484K 1138
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    85K 247