บทที่ 45 ความจริงของเรื่องราว
มู่ป่ายโจวชะงักไปครู่หนึ่ง แววตาของเขาเต็มไปด้วยความเกลียดชังซึ่งอัดอั้นมาจากหัวใจ “นายแต่งงานแล้วงั้นเหรอ?”
“ฉันวางละ”
หลังจากนั้นสายก็ตัดไป
มู่ป่ายโจวถือโทรศัพท์มือถือ เดินไปที่ข้างเตียงอย่างเงียบ ๆ เขาก้มลงเชยคางของหญิงสาวขึ้น ก่อนจะลูบไล้ริมฝีปากอย่างเนิบช้า “คุณได้ยินแล้วใช่ไหม? เขาแต่งงานแล้ว เพราะฉะนั้น อยู่กับผมเถอะ มีแค่ผมเท่านั้นที่จะดูแลคุณได้”
เขามองหญิงสาวที่งดงามและสง่าผ่าเผยตรงหน้า ริมฝีปากได้รูปเหยียดยิ้มอย่างพอใจ “คุณต้องเป็นของผมเท่านั้น อย่าคิดหนีไปไหนล่ะ”
หลังจากสิ้นสุดการสนทนา ฝั่งของเยี่ยเจียก็ถึงขั้นตอนสุดท้ายแล้ว ฟู่อวิ่นซางรออยู่ข้าง ๆ เธอ
พยาบาลกำชับเรื่องข้อควรระวัง และหยิบยาให้เยี่ยเจียอีกเล็กน้อย
ทั้งสองจึงออกจากโรงพยาบาล
หลังจากกลับถึงบ้าน เยี่ยเจียก็รู้สึกไม่สบายตัว จึงกลับไปนอนที่ห้องในทันที ส่วนฟู่อวิ่นซาง ยังต้องแปลเอกสารที่เหลือให้เสร็จ เมื่อหยิบปากกาขึ้นมา เขาก็เหลือบไปเห็นรอยกัดของเธอโดยไม่ได้ตั้งใจ
ชายหนุ่มหรี่ตาลงอย่างครุ่นคิด ดูเหมือนว่าจะต้องให้เธอเลิกนิสัยที่ไม่ดีนี่ซะแล้ว
ไม่อย่างนั้น คนที่จะเสียเวลาก็คือเขาเอง
คืนนี้เยี่ยเจียนอนหลับสบายเป็นพิเศษ ดังนั้นเธอจึงตื่นตั้งแต่เช้าตรู่ มีเวลามากพอที่จะทำบะหมี่ หลังจากทำเสร็จ ฟู่อวิ่นซางที่ล้างหน้าแปรงฟันเสร็จแล้วก็เปิดประตูเข้ามา
เยี่ยเจียจัดวางตะเกียบอย่างดีก่อนจะเอ่ยน้ำเสียงอ่อนหวาน "ตื่นแล้วเหรอคะ บะหมี่เสร็จพอดี ทานได้เลยค่ะ"
ฟู่อวิ่นซางเดินมานั่งลงแล้วชิมดู รสชาติไม่เลวเลยจริง ๆ เมื่อเทียบกับเมื่อวานยังมีต้นหอมและหัวไชเท้าหั่นบาง ๆ เพิ่มเข้ามาอีก คงจะเป็นเพราะเธอตื่นแต่เช้าไปซื้อมา
“พรุ่งนี้ไม่ต้องยุ่งยากขนาดนี้หรอก แบบเมื่อคืนก็ดีแล้ว”
“ได้ค่ะ”
หลังจากกินอาหารเช้าเสร็จ เธอก็ตั้งใจจะไปขึ้นรถเมล์ แต่ฟู่อวิ่นซางกลับลากเธอขึ้นรถเสียอย่างนั้น
ถึงแม้เขาจะปล่อยเธอลงที่ป้ายรถเมล์ แต่นี่ก็ดีกว่าเธอต้องไปเบียดบนรถสาธารณะเองเหมือนเมื่อวาน
ทันทีที่เยี่ยเจียเข้ามาในบริษัท ก็เห็นเพื่อนร่วมงานหลายคนกำลังซุบซิบนินทากันอย่างสนุกปาก และทุกคนก็มีสีหน้าเหมือนมีลับลมคมในอยู่ หญิงสาวเดินเข้าไปในออฟฟิศด้วยความสงสัย ยังไม่ทันจะเปิดปากถาม ต้านหนี่ก็รีบวิ่งเข้ามาหา
“เธอรู้สึกไหม ว่าทุกคนนินทากันออกรสมาก”
“เกิดอะไรขึ้นอีกแล้วเหรอ” เยี่ยเจียหยิบเอกสารออกจากกระเป๋า แล้ววางไว้บนโต๊ะ
“เว่ยกวางอวี๋ยอมสละตำแหน่งรองผู้อำนวยการของสาขาย่อย เพื่อมาเป็นรองผู้จัดการทั่วไปใต้การดูแลของสวีเสี้ยนหย่า เธอว่าเรื่องนี้มันน่านินทาไหมล่ะ!”
เว่ยกวางอวี๋กับสวีเสี้ยนหย่าสนิทกันมากเลยเหรอ
เยี่ยเจียนึกขึ้นมาได้ว่า วันที่เลี่ยวเฉินอี้มา เป็นวันที่เว่ยกวางอวี๋มาแจ้งเรื่องให้เธอกับต้านหนี่รู้พอดี แล้วตอนกลางคืนฟู่อวิ่นซางก็เอาวิดีโอมาถามเธอ
จะเป็นไปได้ไหมว่าวิดีโอนั้น เว่ยกวางอวี๋เป็นคนถ่าย แล้วสวีเสี้ยนหย่าก็สั่งเขาเอาไปให้ฟู่อวิ่นซางดู
สองคนนี้นี่มัน...
เยี่ยเจียคิดไปเรื่อย ก่อนจะหันมาคุยกับเพื่อน "ต้านหนี่ ขอบคุณนะที่บอกเรื่องนี้ให้ฉันรู้"
“เรื่องเล็กน้อยน่า ฉันก็มีแค่เธอคนเดียวนี่แหละที่จะสามารถนินทาคนอื่นด้วยได้ ตอนนี้พวกเรากลายเป็นคนโสดไร้คู่กันจริง ๆ ฉันจะบอกเธอว่า…”
ต้านหนี่พูดพึมพำข้างหู แต่ความคิดของเยี่ยเจียกลับลอยไปไกลแล้ว
ดูเหมือนว่าต่อไปนี้ ตอนอยู่ในบริษัทเธอต้องระวังตัวให้มากขึ้นสักหน่อย
ใกล้จะถึงเวลาเลิกงานแล้ว โทรศัพท์ของเยี่ยเจียก็ดังขึ้น เธอกดรับสาย แต่ตัวเธอกลับสาละวนอยู่กับการเก็บเอกสารบนโต๊ะ “สวัสดีค่ะ ไม่ทราบว่าใครพูดสายคะ”
“เยี่ยเจีย นี่แม่เอง…”
“แม่? ทำไมแม่ถึงโทรมาหาหนูล่ะ” เยี่ยเจียอึ้งไป เธอหยุดมือที่กำลังวุ่นวายก่อนจะตั้งใจถามอย่างจริงจัง “มีอะไรหรือเปล่าคะ”
“ก็เรื่องของซินหลิง น้องสาวของลูกไงล่ะ เมื่อสองวันก่อน เธอไปหาลูกที่บริษัท อยากขอตารางงานของฟู่อวิ่นซาง ลูกยังจำได้ไหม”
“หนูไม่มีทางช่วยเธอหรอกค่ะ ฟู่อวิ่นซางก็คงไม่ยอมให้หนูทำแบบนั้น” เยี่ยเจียมีท่าทีแข็งกร้าวผิดปกติเกี่ยวกับเรื่องนี้
เธอจะไปช่วยผู้หญิงคนอื่นมาวางแผนแย่งสามีของตัวเองได้ยังไง เว้นเสียแต่ว่าเธอสมองเสื่อมไปแล้ว
แม่ของเยี่ยเจียได้ยินแล้วก็หัวเราะอย่างอึดอัด “ไม่ใช่อย่างนั้นนะจ๊ะลูก วันนั้นที่ลูกไม่ยอมช่วยซินหลิง เธอก็เลยคิดอะไรตื้น ๆ ไปวางยาฟู่อวิ่นซางเข้า ตอนนี้ตระกูลตงเลยโดนไปด้วย แม่รู้ว่าลูกมีโอกาสได้เจอฟู่อวิ่นซางที่หนัวต้ากรุ๊ป ลูกพอจะช่วยพูดแทนตระกูลตงสักสองสามคำได้ไหม ถ้าไม่ได้จริง ๆ ก็ลองดูว่า ในบริษัทมีใครช่วยได้บ้างไหม”
เยี่ยเจียตกใจจนร่างทั้งร่างแข็งทื่อ แม้แต่สิ่งที่แม่พูดต่อมาเธอได้ยินไม่ชัดเจน
ในบ่ายวันนั้น ที่ฟู่อวิ่นซางเรียกเธอไปที่ห้องทำงาน ก็เพราะเขาโดนวางยา เธอคิดว่าวันนั้นเขาแปลกไปมาก แต่ความจริงมันเป็นแบบนี้นี่เอง
มือที่กำโทรศัพท์อยู่ก็สั่นระริก “แม่คะ เรื่องแบบนี้จะให้หนูช่วยเธอได้ยังไง?”
“อุ๊ย ถ้ามีโอกาสก็ช่วยพูดให้ดี ๆ หน่อยนะลูก สองมาวันนี้ ลุงตงกินไม่ได้นอนไม่หลับ บริษัทก็จะล้มละลายแล้ว แม่ก็จนหนทางแล้วจริง ๆ นะ”
เยี่ยเจียสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ ระหว่างคิ้วมีความอ่อนล้าเพิ่มขึ้นมาอย่างมาก เธอตอบอย่างจนใจว่า “หนูเข้าใจแล้วค่ะ”
ระหว่างทางกลับบ้าน หลังจากซื้อของ เยี่ยเจียก็ครุ่นคิดอย่างหนักจนเผลอสะดุดล้ม ทำให้เข่าถลอกและเลือดออก เธอเลยแวะไปซื้อน้ำยาล้างแผลกับสำลีที่คลินิกใกล้ ๆ เมื่อกลับถึงบ้านก็รีบทำแผลให้เสร็จแล้วเริ่มทำอาหาร
หญิงสาวมองหม้อที่กำลังเดือดปุด ๆ อยู่ ความคิดของเธอก็ล่องลอยไปไกลอีกครั้ง
ในบ่ายวันนั้น ฟู่อวิ่นซางโดนวางยาถึงได้เรียกชื่อ สวีเสี้ยนซู แสดงว่า คนที่เขาใส่ใจที่สุดก็ยังเป็นเธออยู่
ทั้ง ๆ ที่ก่อนหน้านี้เธอก็โน้มน้าวตัวเองแล้วว่า เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร สิ่งที่เธอต้องทำคืออยู่เคียงข้างเขาให้ดีที่สุด แต่เมื่อแผลใจถูกสะกิดอีกครั้ง หัวใจก็ยังเจ็บปวดรวดร้าวไม่ไปไหน
“เยี่ยเจีย”
เธอได้สติ ก็วิ่งออกจากห้องครัวไปตามเสียงนั้น “อวิ่นซาง คุณกลับมาแล้ว”
ฟู่อวิ่นซางหันหลังให้เธอ ปลดเนกไท วางสูทลงบนราวแขวนเสื้อ “พรุ่งนี้เป็นวันหยุดสุดสัปดาห์ ผมจะพาคุณไปที่ที่ครั้งก่อนยังไม่ได้ไป”
“ดีเลย คุณพูดตั้งแต่คราวก่อนว่าจะชดเชยให้ฉัน ก็คือจะพาไปอีกครั้งใช่ไหม”
“อยากไปที่อื่นหรือเปล่า” เขาหันกลับมาถามเพื่อความแน่ใจ
“ไม่ค่ะ แบบนี้ก็ดีมากแล้ว ฉันอยากไปดูสวนสนุกที่เพิ่งเปิดใหม่จริง ๆ เพราะตั้งแต่เด็กจนโตฉันแทบไม่ได้ไปเลย”
ขณะที่เยี่ยเจียกำลังพูด ก็เห็นสายตาของฟู่อวิ่นซางที่มองมายังเธอดูแปลกไป จึงเอียงคอถามด้วยความสงสัย “มีอะไรหรือเปล่าคะ”
เขาก้าวขายาว ๆ มาหยุดอยู่ตรงหน้าเธอ แล้วอุ้มขึ้นไปวางบนโซฟา ใช้มือข้างเดียวยกขาเธอขึ้น สายตาจับจ้องที่บาดแผลบนหัวเข่าเนียน ๆ ด้วยสายตาไม่พอใจ
"ฉันไปซื้อผักแล้วเกิดอุบัติเหตุนิดหน่อย" เยี่ยเจียรีบอธิบาย “ไม่ใช่ว่าฉันไม่ระวัง แต่เพราะพื้นมันลื่นเกินไป ไม่เป็นไรนะคะ ฉันทำแผลเองไปแล้ว…”
เธอหลบสายตา ไม่กล้าจ้องใบหน้าหล่อ ๆ ของเขา มือก็กระสับกระส่ายวางไม่ถูกที่ถูกทาง
เธอกำลังกลัวอยู่สินะ
ฟู่อวิ่นซางมองเธอด้วยแววตาเรียบเฉย เขาทำให้เธอกลัวอยู่อย่างนั้นเหรอ
“กลัวอะไร”
“กลัวคุณเข้าใจผิดว่าฉันทำอะไรก็ไม่ดีสักอย่าง ไม่ใช่อย่างนั้นนะคะ ฉันพยายามทำทุกอย่างเต็มที่แล้ว…” เยี่ยเจียแก้ตัวเสียงแผ่ว ซึ่งความเป็นจริงแล้ว แม้แต่เธอเองก็ยังไม่มั่นใจเสียเท่าไร
ดูเหมือนว่ารอยไอโอดีนจะเลอะเทอะดูไม่เรียบร้อย ถึงเธอจะพูดให้ดูดีว่าตัวเองทำแผลเองได้อย่างไร้ที่ติ แต่ก็สู้ผู้ชายอย่างเขาที่ละเอียดรอบคอบไม่ได้ ครั้งก่อนเขาช่วยเธอทำแผลอย่างละเอียดและจริงจัง มันเลยออกมาดูดีมาก
ไม่เหมือนเธอ ที่ทำอะไรก็งุ่มง่าม ไม่ได้เรื่องสักอย่าง
ฟู่อวิ่นซางลุกขึ้น หยิบไอโอดีนมาทำแผลให้เธอใหม่อีกครั้ง “ตั้งแต่สัปดาห์หน้าเป็นต้นไป ให้รอผมที่ป้ายรถเมล์ แล้วเราจะกลับมาด้วยกัน”
“แล้วอาหารเย็นล่ะคะ จะทำยังไง”
“ผมจะให้เลขาหาคนไปซื้อมาก่อน คุณแค่เขียนรายการไว้ทุกคืนก็พอ”
“ได้ค่ะ” เสียงของเธอฟังดูอู้อี้
ถึงอย่างไร ในสายตาของเขา เธอก็ยังเป็นแค่คนที่ทำอาหารไม่ได้เรื่อง