ธันวาสูดลมหายใจเข้าลึกสมองประมวลผลอย่างรวดเร็วภายใต้ความกดดันมหาศาลเขาปรับน้ำเสียงให้เรียบเฉยและหัวเราะเบาๆ ผ่านโทรศัพท์เพื่อกลบเกลื่อนความสงสัย
"ฮ่าๆ ไม่ใช่นะเสียงที่นายได้ยินคงคล้ายๆ เสียงทีวีในร้านค้ามั้งพอดีพี่นั่งกินกาแฟหลบฝนอยู่ร้านข้างๆ ร้านปะยางเนี่ย เสียงมันเลยก้องๆนายอยู่ตรงบ้านร้างเหรอ เดินเลยมาอีกนิดสิ ร้านปะยางอยู่ตรงข้ามซอยนี่เอง"
บาสชะงักกึกมองลอดเข้าไปในความมืดของบ้านร้างอีกครั้ง เมื่อไม่เห็นความเคลื่อนไหวใดๆประกอบกับคำอธิบายที่ลื่นไหลของรุ่นพี่หนุ่ม ความสงสัยในใจก็เริ่มมลายหายไปเขาถอนหายใจยาว พลางก้าวถอยหลังออกจากประตูบ้านร้าง
"อ๋ออย่างนี้นี่เอง สงสัยผมจะฟังผิดไปเองครับพี่ธัน พอดีตื่นสายแล้วรีบออกมา เลยยังไม่ตื่นดีงั้นเดี๋ยวผมเดินไปหาพี่ที่ร้านปะยางดีกว่าครับ จะได้ช่วยดูรถด้วย"
"อ้อ...อย่าเลยบาสช่างกำลังมาพอดี นายรีบเข้าไปหาเรนเถอะ ป่านนี้น้องน่าจะรออยู่ยิ่งทะเลาะกันอยู่ด้วย รีบไปง้อเถอะครับเดี๋ยวพี่จัดการเื่รถเสร็จแล้วว่าจะรีบกลับไปนอนพักเหมือนกัน"ธันวารีบตัดบทด้วยน้ำเสียงเป็กันเองทว่าแฝงความเด็ดขาด
"เออจริงด้วยครับพี่...ว่าแต่พี่ธันมาทำอะไรแถวนี้เหรอครับ?”รุ่นน้องหนุ่มเอ่ยถามด้วยความสงสัย
“อ้อ...พอดีพี่มาหาเพื่อนแถวนี้อ่ะครับบ้านเพื่อนพี่อยู่ในซอยนี้เหมือนกัน พอดีจะกลับแล้วยางรถดันแตกซะนี่”รุ่นพี่หนุ่มต้องรีบบิดเบือนความจริง
“อ๋อ...โอเคครับ...งั้นเดี๋ยวผมเข้าไปง้อเรนที่บ้านก่อนได้เื่ยังไงค่อยคุยกันครับพี่" บาสกล่าวตอบธันวา
"โอเคโชคดีนะบาส"
คลิก
ทันทีที่สัญญาณโทรศัพท์ตัดไปธันวารอจนกระทั่งเสียงก้าวเท้าของบาสเดินไกลออกไปเรื่อยๆ และเสียงเครื่องยนต์รถของบาสสตาร์ทและขับแล่นลึกเข้าไปในซอยชายหนุ่มจึงถอนลมหายใจออกมาอย่างโล่งอก เขาหันกลับมาหาเรนที่แอบอยู่หลังเสาไม้ใหญ่หญิงสาวก้าวออกมาด้วยใบหน้าซีดเผือดสองมือยังคงกำเข้าหากันแน่นด้วยความตระหนกที่เพิ่งผ่านพ้นไป
"บาสไปแล้วครับเรน..."ธันวาก้าวเข้ามาประคองไหล่บางไว้ หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะรู้สึกสงสารประกอบกับความรู้สึกผิดชอบชั่วดีปะปนกันในใจ
"ปลอดภัยแล้วนะ"
"เรนใหมดเลยค่ะพี่ธัน...เกือบไปแล้วจริงๆ" เรนถอนหายใจยาว ยื่นมือไปจับแขนอันอบอุ่นของเขาไว้แน่น
ขณะเดียวกันนั้นเองบาสที่ขับรถมาถึงหน้าบ้านของเรนก็จอดรถลงข้างทางเขาควักโทรศัพท์มือถือขึ้นมากดสายโทรหาแฟนสาวทันทีด้วยความตั้งใจจะเซอร์ไพรส์และขอโทษเื่ที่ทะเลาะกันเมื่อหลายวันก่อน
ภายในบ้านร้างโทรศัพท์มือถือในกระเป๋ากางเกงของเรนสั่นครืดๆหญิงสาวมองหน้าจอเห็นชื่อแฟนหนุ่มก็สูดลมหายใจเข้าลึกกดรับสายด้วยน้ำเสียงปรับให้นิ่งที่สุดเท่าที่จะทำได้ โดยมีธันวายืนฟังอยู่ข้างๆด้วยความห่วงใย
"ฮัลโหลบาสมีอะไรหรือเปล่า?"
"เรน!อยู่ไหนเนี่ย? บาสมารออยู่หน้าบ้านเรนแล้วนะออกมาเปิดประตูให้หน่อยสิ บาสตั้งใจมาง้อเรนเลยนะ"น้ำเสียงของบาสดูตื่นเต้นและคาดหวัง
เรนกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบากสายตาประสานเข้ากับดวงตาคมของธันวาที่มองมาอย่างให้กำลังใจเธอจำเป็ต้องโกหกคำโตออกไปเพื่อแก้ปัญหาเฉพาะหน้า
"เอ๋...บาสไปที่บ้านเหรอ? ทำไมไม่บอกก่อนล่ะเรนไม่ได้อยู่บ้านนะ"
"อ้าว! เรนยังไม่กลับบ้านอีกเหรองานรับน้องก็น่าจะเลิกนานแล้วนี่นา" น้ำเสียงของบาสเริ่มฉุนเฉียวขึ้นมาเล็กน้อย
"พอดีเรนนัดเพื่อนสมัยมัธยมไว้น่ะออกจากมหาลัยก็ตรงมาเลย ตอนนี้อยู่ห้างสรรพสินค้าในเมืองกับเพื่อนๆคงอยู่ยาวจนถึงดึกๆ เลย มากินข้าวกับดูหนังกันน่ะ บาสไม่ต้องรอหรอก กลับไปก่อนเถอะไว้ค่อยคุยกันนะ" เรนรีบรวบรัดตัดความ ก่อนที่บาสจะจับสังเกตน้ำเสียงสั่นๆของเธอได้
"อะไรวะ...นัดเพื่อนไม่เห็นบอกกันเลย" บาสบ่นพึมพำด้วยความขัดใจ "เออๆ งั้นก็ตามใจดึกๆ ค่อยโทรหาแล้วกัน"
เรนรีบวางสายแล้วพ่นลมหายใจออกมาด้วยความโล่งอกทว่าเหตุการณ์กลับไม่เป็ไปตามที่เธอคิดบาสที่กำลังหัวเสียเตรียมจะสตาร์ทรถขับกลับ ออกมาจากซอยสายตากลับไปสะดุดเข้ากับหญิงกลางคนคนหนึ่งที่สวมเสื้อกันฝนขี่มอเตอร์ไซค์เข้ามาในซอยในตะกร้าหน้ารถเต็มไปด้วยถุงอาหารสดที่เพิ่งซื้อมา
"แม่!"บาสร้องทัก พลางรีบลงจากรถเดินเข้าไปหา
แม่ของเรนนั่นเองท่านเพิ่งกลับมาจากตลาดสดหน้าปากซอยหลังจากต้องจอดมอเตอร์ไซค์แวะหลบฝนที่ตกกระหน่ำเมื่อก่อนหน้านี้อยู่นานพอฝนซาจึงรีบนำของสดกลับเข้าบ้าน
"อ้าวบาสเองเหรอลูก? มาหาเรนเหรอ"แม่ของเรนเอ่ยถามด้วยรอยยิ้มเอ็นดู
"ผมตั้งใจจะมารับเรนไปกินข้าวและขอโทษเื่วันก่อนครับแม่แต่เรนบอกว่าอยู่นอกบ้าน ไปเที่ยวห้างกับเพื่อนมัธยมอยู่ครับ เห็นว่าจะกลับดึกด้วย"บาสฟ้องด้วยสีหน้างอง้ำ
แม่ของเรนขมวดคิ้วด้วยความแปลกใจ"หือ? ยัยเรนเนี่ยนะไปห้าง? เมื่อคืนเห็นบอกว่าจะกลับมานอนยาวเพราะเหนื่อยงานรับน้องเมื่อเช้าก็ออกไปแต่เช้า แต่ช่างเถอะ สงสัยคงเปลี่ยนใจแล้วละมั้ง"
คำพูดของแม่ทำให้บาสย่นคิ้วเล็กน้อยด้วยความสงสัยแต่ยังไม่ทันได้คิดอะไรต่อ แม่ของเรนก็เอ่ยชวนด้วยความใจดี
"ไหนๆก็มาแล้ว ฝนก็เพิ่งหยุดตก เข้าไปกินข้าวเย็นในบ้านก่อนสิลูกแม่ซื้อผักซื้อหมูมาเยอะแยะ เดี๋ยวแม่ทำต้มจืดร้อนๆ ให้กิน รออยู่คุยกับแม่ก่อนเผื่อยัยเรนกลับมาเร็วจะได้เจอกันด้วย"
บาสยิ้มออกมาทันทีเมื่อได้ยินดังนั้นความหวังที่จะได้เจอแฟนสาวกลับมาอีกครั้ง "ขอบคุณครับแม่งั้นผมขอรบกวนด้วยนะครับ"
โดยที่เรนไม่มีทางรู้เลยว่าแฟนหนุ่มของเธอไม่ได้กลับไปอย่างที่คิด แต่กลับนั่งรอเธออยู่ในบ้านของเธอเอง!
ทางด้านบ้านร้างสายฝนภายนอกหยุดตกแล้วอย่างสิ้นเชิง แสงแดดยามเย็นเริ่มส่องสว่างกระทบพื้นไม้ที่เปียกชื้นธันวาโทรศัพท์ติดต่อช่างปะยางได้สำเร็จช่างชำนาญการขับรถซาเล้งมาเปลี่ยนยางอะไหล่และปะยางให้อย่างรวดเร็วบริเวณที่รถจอดเสียอยู่
หลังจากจัดการเื่รถยนต์เรียบร้อยแล้วทั้งสองก้าวขึ้นรถพร้อมความรู้สึกโล่งอกที่ผ่านพ้นสถานการณ์กดดันมาได้
"หิวไหมครับเรน? เดี๋ยวพี่พาไปกินอะไรก่อนนะ"ธันวาเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนขณะออกรถ
"ยังไม่ค่อยหิวเลยค่ะพี่ธัน...เรนกังวลเื่ยามากกว่า" เรนตอบเสียงเบาใบหน้าหวานแฝงความวิตกกังวลอย่างเห็นได้ชัด
ธันวายื่นมือหนาไปกุมมือเล็กของเธอไว้แน่นบีบเบาๆ เพื่อส่งผ่านความมั่นใจ "ไม่ต้องห่วงครับเดี๋ยวพี่พาไปร้านขายยาใหญ่ตรงถนนสายหลัก ร้านนั้นน่าจะมีเภสัชกรประจำอยู่ตลอดพี่จะจัดการให้เองนะ"
ไม่กี่นาทีต่อมารถยนต์ของธันวาเคลื่อนไปจอดที่หน้าร้านขายยาขนาดใหญ่ ธันวาก้าวลงจากรถพร้อมเรนเขาเดินเข้าไปพูดคุยกับเภสัชกรอย่างสุภาพและตรงไปตรงมา เพื่อขอซื้อยาคุมกำเนิดฉุกเฉินพร้อมสอบถามวิธีการรับประทานที่ถูกต้องอย่างละเอียดด้วยความใส่ใจ
"รับประทานเม็ดแรกให้เร็วที่สุดหลังเกิดเหตุการณ์นะครับและอีกเม็ดทานตามหลังอีก 12 ชั่วโมงครับ"เภสัชกรอธิบายพลางยื่นกล่องยาและขวดน้ำดื่มให้
ธันวารับยามาแกะกล่องและส่งเม็ดยาพร้อมเปิดขวดน้ำยื่นให้เรนทันทีหน้าร้าน"กินเลยนะครับเรน จะได้สบายใจ"
เรนรับยามากลืนลงคอตามด้วยน้ำดื่มพลางมองหน้าชายหนุ่มตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อน ความรับผิดชอบ ความใส่ใจและสายตาที่อบอุ่นของธันวา ยิ่งทำให้หัวใจของเธอถลำลึกไปหาเขามากกว่าเดิมแม้จะรู้ว่าความสัมพันธ์ครั้งนี้เริ่มต้นจากความผิดพลาดและยังมีพันธะที่คาราคาซังก็ตาม
"เรียบร้อยแล้วนะครับ"ธันวาลูบหัวเธอเบาๆ ด้วยความเอ็นดู "เดี๋ยวพี่ไปส่งเรนที่บ้านนะจะได้พักผ่อน"
"ขอบคุณนะคะพี่ธัน...ถ้าไม่ได้พี่ธัน เรนคงแย่แน่ๆ" เรนยิ้มหวานตอบรับ
ทั้งคู่โล่งใจที่ทุกอย่างดูเหมือนจะดำเนินไปได้ด้วยดีแต่หารู้ไม่ว่าปัญหาใหญ่กำลังรอพวกเขาอยู่ที่บ้านของหญิงสาว...