รถม้าจากร้านเถ้าแก่หวังเดินทางมาถึงหมู่บ้านหลัวถงในเวลายามเซิน(15.00 – 16.59) อาชาสีดำตัวใหญ่ส่ายพวงหางไปมาขณะย่างเดินอย่างเชื่องช้าเรียกให้ชาวบ้านพากันออกมายืนมองด้วยความสงสัยบ้านนอกเช่นนี้น้อยครั้งนักจะมีรถม้าผ่านเข้ามาอย่างมากก็มีแค่เกวียนรับจ้างในเมืองที่คอยนำสินค้ามาส่งให้ชาวบ้านหรือแลกเปลี่ยนสมุนไพรกัน
รถม้าวิ่งไปเรื่อย ๆ และหยุดลงที่บ้านของครอบครัวจางหูไป๋หงกับหลี่อ้ายที่อาการค่อยยังชั่วบ้างแล้วถึงกับเดินออกมาดูด้วยความสงสัย
เหตุใดรถม้าจึงมาจอดที่บ้านของนางกันเล่า...
“รถม้าผู้ใดมาจอดที่หน้าบ้านเรา”นางหูหันไปถามลูกสะใภ้
“นั่นสิเ้าคะข้าก็อยากรู้เช่นกัน” หลี่อ้ายตอบ นางชะเง้อคอมองข้ามตัวม้าไปด้านหลัง
“อ้าวนั่นิเอ๋อร์กับอาเทานี่” นางหูอุทานออกมาเบา ๆไม่อยากจะเชื่อสายตาว่าบุตรและหลานชายจะกลับมาด้วยรถเทียมม้า
“ท่านย่าขอรับท่านย่าข้ากับท่านพ่อกลับมาแล้วขอรับ”จางอี้ิร้องเรียกย่าตนเองก่อนที่จะะโลงมาเสียงดังตุ้บแต่เนื่องจากเด็กชายตัวน้อยะโลงมาด้วยความรวดเร็วจึงทำให้ทรงตัวไม่ได้ร่างกายถึงกับเซไปเซมาเล็กน้อย
“ิเอ๋อร์เ้าระวังด้วย” หลี่อ้ายหัวใจเกือบวายเมื่อเห็นบุตรชายะโลงจากรถม้าถ้าเทียบกับตัวรถลากแล้ว เด็กชายก็ตัวเล็กนิดเดียว หากาเ็ขึ้นมาคงอาการหนักน่าดู
“ท่านพี่รถม้าของผู้ใดหรือเ้าคะ” เมื่อตรวจดูว่าลูกชายสบายดีหลี่อ้ายจึงเดินไปถามสามีที่ยืนอยู่ใกล้ ๆ
“น้องหญิงขอพี่ขนของพวกนี้เข้าบ้านก่อนนะ เสร็จแล้วพี่จะเล่าให้ฟังทั้งหมด”จางอี้เทาเอ่ยตอบภรรยาพร้อมกับแจ้งให้คนขับรถม้าช่วยขนของทั้งหมดเข้าเรือน
สิ่งของที่ซื้อมาจากตลาดมีมากมายไม่ว่าจะเป็ไหเล็กสำหรับใส่น้ำตาลผัก ผ้า เนื้อสัตว์หรือพวกข้าวสารต่าง ๆนางหูเห็นเช่นนั้นจึงได้เข้ามาช่วยขนของด้วยแม้แต่หลี่อ้ายที่ยังมีอาการป่วยกับจางอี้ิที่เด็กเกินกว่าจะยกได้ก็ช่วยหยิบจับของเล็กๆ น้อย ๆ
“น้องหญิงเ้ายังไม่หายดี ไม่ต้องช่วยพี่หรอก ของแค่นี้พี่ทำเองได้”อี้เทาหันไปบอกภรรยาด้วยความเป็ห่วง
“ท่านพี่น้องอยากช่วยเ้าค่ะ น้องสัญญาว่าจะยกของที่ไม่หนัก”
เมื่อได้ยินดังนั้นจางอี้เทาก็ไม่ว่าอะไรเขาหันไปมองร่างเล็กที่พยายามหยิบของชิ้นแล้วชิ้นเล่าจากรถอย่างแข็งขัน
“เ้าด้วยิเอ๋อร์ตัวนิดเดียว ยกของเช่นนั้นประเดี๋ยวจะหกล้ม”
“โธ่ท่านพ่อขอรับ ตัวข้านิดเดียวอยู่แล้ว ไม่ยกของหนักหรอกขอรับ”อี้ิยืนยันเสียงหนักแน่นจนผู้เป็บิดายินยอม
ครอบครัวจางช่วยกันคนละไม้ละมือในไม่ช้าจึงเสร็จเรียบร้อยในเวลาไม่ถึงหนึ่งเค่อ
“น้องชายท่านนี้ขอบคุณมากที่นำของมาส่ง ต่อไปน้องชายมารับน้ำตาลผักที่บ้านข้าได้เลยน้ำใจเล็กน้อยนี้ขอน้องชายอย่าได้ปฏิเสธ” จางอี้เทาเอ่ยขอบคุณคนขับรถม้าและมอบเงินให้อีกสามสิบอีแปะเพื่อเป็สินน้ำใจเล็กน้อยคนขับรถม้าได้แต่กล่าวขอบคุณและขับรถม้าจากไป
“อาเทาไหนลองเล่าให้แม่ฟังหน่อยสิว่ามันเกิดอะไรขึ้น ทำไมถึงได้มีของมากมายเช่นนี้”นางหูเอ่ยถามบุตรชายพร้อมกับชี้มือไปยังข้าวของมากมายที่วางอยู่บนพื้นบ้าน
“ท่านแม่น้องหญิง นั่งลงก่อน ข้าจะเล่าให้ฟังเดี๋ยวนี้แหละขอรับ” จางอี้เทาเดินไปนั่งลงบนแคร่ไม้สำหรับกินข้าวก่อนจะเล่าเื่ทั้งหมดั้แ่การเข้าเมือง จนถึงการที่จางอี้ิทำการค้ากับเถ้าแก่หวังจนในที่สุดได้รับใบสั่งซื้อน้ำตาลผักมาจำนวนห้าร้อยไหและยังได้เงินมัดจำมาครึ่งหนึ่งพวกเขาจึงพากันไปซื้อของเข้าบ้าน
“ทั้งหมดนี้เป็ิเอ๋อร์ของเราทำให้ได้มาเช่นนั้นหรือ”นางหูหันหน้าไปถามบุตรชายอีกครั้งหลังจากที่ได้ฟังเื่ราวจนจบ
“ใช่แล้วขอรับท่านย่าข้าเก่งหรือไม่ขอรับ” จางอี้ิรีบเอ่ยตอบแทนบิดาพร้อมกับแย้มยิ้มเต็มใบหน้า หวังจะได้รับคำชมจากท่านย่าของตนจางอี้เทายิ้มเอ็นดูบุตรชาย เขาได้แต่พยักหน้ารับเพียงเท่านั้น
“ิเอ๋อร์ของย่าเก่งมากเลยลูก”นางหูยกมือลูบไปบนศีรษะของหลานชายเบา ๆ พร้อมเอ่ยชมเสียงหวาน
“ท่านแม่นี่เป็เงินที่เหลือจากการซื้อของขอรับ ข้าให้ท่านแม่เก็บไว้”จางอี้เทาล้วงกระเป๋าหยิบเอาเงินที่มีส่งให้กับมารดา
“อาเทานี่มันเกือบสองตำลึงเชียวนะ” นางหูอุทานขึ้นเสียงดังหลังจากที่กะจำนวนเหรียญคร่าวๆ ั้แ่นางมาอยู่ที่หมู่บ้านหลัวถงอย่าว่าแต่เงินตำลึงเลย แม้แต่เงินอีแปะนางก็หามีไม่
“ท่านย่าอีกสามวันเมื่อเราส่งน้ำตาลผักให้เถ้าแก่หวังอีกครั้งเราจะได้เงินอีกสามตำลึงขอรับ” จางอี้ิพูดเสริม เด็กน้อยแทบอดทนรอให้ครอบครัวของเขามีฐานะความเป็อยู่ที่ดีขึ้นไม่ไหวแล้ว
“โอ้เช่นนั้นเย็นนี้พวกเราต้องฉลองกันหน่อยดีหรือไม่” นางหูเอ่ยหยอกเย้าหลานชาย
“ดีมากเลยขอรับท่านแม่ มาดูนี่สิขอรับ ของพวกนี้ท่านแม่ว่าพวกข้าซื้อมาถูกต้องหรือไม่ขอรับ”จางอี้ิเอ่ยตอบรับท่านย่า แล้วหันมาชวนมารดาลุกขึ้นไปสำรวจของที่ซื้อวันนี้