อาภรสีขาวสะอาดกับผิวสีขาวผมยาวดำสลวยที่ลอยอยู่บนผิวน้ำรูปร่างสตรีที่ต่างก็มีแต่ผู้คนอิจฉารูปร่างงดงามนี้ แต่บัดนี้ใบหน้าของนางไม่สู้ดีนัก ไป๋หงลู่ไล่จู่จิ้งและกู๋ลี่ออกมาด้านนอก มิให้ผู้ใดอยู่ด้วย แต่เดิมทีผู้ที่คอยรับฟัง คอยให้กำลังใจ คอยตามใจนางล้วนแต่เป็ไป๋ิต้าไป๋หงอี้พ่อและแม่ของนาง พอรับรู้ว่าทุกคนล้วนสลายหายไปจากชีวิตนาง นางเองก็ยอมรับในความเป็จริงเ่าั้ไม่ได้ นางทำได้เพียงแต่โกรธที่ไม่สามารถปกป้องผู้ใดได้อีก ไป๋หงลู่สมเพชตนเองนัก "สตรีแข่งแกร่งหรือ สตรีที่เป็มิตรกับผู้คนหรือ สตรีที่อาภัพต่างหาก"
"แต่ไหนแต่ไรสวมเสื้อผ้าอาภรสีขาวสะพรั่งงดงามดั่งคุณหนูตระกูลผู้ดี....ดวงตาใสซื่อใบหน้ายิ้มแย้ม.....หึ หึ ฮะ ฮะ ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าา...."
ไป๋หงลู่แค่นหัวเราะอยู่ในลำคอ นางยกขวดสุราหยกเงินดื่ม นางยืนอยู่ภายในสระน้ำที่เย็นจัด เพื่อรักษาและบรรเทาอาการเ็ปในร่างกาย กู๋ลี่จู่จิ้งอธิบายกับนางว่าวรยุทธิ์ของนางปรับตัวได้ไม่คงตัว พวกเขามิรู้ว่าเพราะเหตุใดถึงเป็เช่นนั้น
"พลังเซียนข้าถือกำเนิดจากธาตุน้ำ....แปลพลังเปลี่ยนเป็เกล็ดน้ำแข็งตามทักษะ....ผู้ใดก็มิอาจรู้ได้ว่า ข้านั้นพิเศษถึงเพียงใด คนปกติมีธาตุพลังเพียงสิ่งเดียว สิบคนในโลกใบนี้เท่าจึงมีสองแก่นเซียน"
ไป๋หงลู่พูดเสร็จร่างกายที่เย็นะเืกลับตาลปัตรเป็ร้อนภายในน้ำระอุพื้นดินสั่นไหว ดวงตาของนางเดิมทีเป็เพียงสีน้ำตาลดั่งคนทั่วไปแต่ทว่าดวงตาของนางกลับหมุนเวียนด้วยสีแดง นางลุกเดินออกจากสระน้ำเหมันต์ภายในสระจากที่ส่องสว่างดั่งสีฟ้าครามตอนแปลเปลี่ยนเป็สีแดงโลหิต นางเปลี่ยนเสื้อผ้าอาภรเป็สีแดงฉะฉาน ริมฝีปากถูกชาดแดงทาให้ทั่ว เด็กไร้เดียงสาแต่เดิมที่เคยมี บัดนี้กลับกลายเป็ดั่งมารที่สิงภายในร่างสตรีสาว
"คุณหนู!! ดื่มชาดอกไม้ฮวานี้สิ คุณหนูคงรักษากายอย่างทรมานน่าดู เดี๋ยวกู๋ลี่จะไปเตรียมอาหารให้คุณหนูนะ"
ไป๋หงลู่เงียบนิ่งทำท่าจัดแจงชายเสื้อผ้าไม่มองหน้าของสาวรับใช้แม้แต่เพียงนิดเดียว นางเอื้อมมือเรียวสวยหยิบถ้วยชาอุ่นสูดดมกลิ่นหอมของชาพลางหลับตาและจิบเพียงเล็กน้อยนางลืมตาและวางถ้วยชาอย่างเบาๆ........กู๋ลี่ที่พึ่งเดินออกไปเตรียมอาหารได้สวนทางกับจู่จิ้ง จู่จิ้งที่เห็นไป๋หงลู่นั่งจิบชาและพลางสายตามองมาทางจู่จิ้ง จู่จิ้งอึ้งเล็กน้อยที่มิเคยเห็นมุมนี้ของนาง จู่จิ้งมุ่งเดินตรงไปยังไป๋หงลู่และเอ่ยคำนับ
"เ้า...ทานข้าวแล้วหรือยัง..."
"อืม...จู่จิ้งทานข้าวแล้ว"
จู่จิ้งพยักหน้ารับและตอบคำถามของนาง ไป๋หงลู่มองหน้าจู่จิ้งและลุกขึ้นยืน นางหมุนตัวอย่างช้าๆ
"ดี..............เ้าดูสิ วันนี้ข้าสวยหรือไม่"
"ท่านงดงามอยู่แล้ว ไม่ว่าท่านจะสวมอาภรใดย่อมสะดุดตา ต่อผู้คนทั่วทั้งผืนดินนี้"
"งั้นหรือ..."
น้ำเสียงของไป๋หงลู่เยียบเย็นนัก จู่จิ้งเองก็มิกล้าคาดเดาส่งเดช
"ใช่นายท่าน"
"ข้ามีงานให้เ้าทำ....เห็นสิ่งนี้หรือไม่"
ไป๋หงลู่หยิบแผนผังและหยิบมีดยาวนับว่าเป็มรดกตกทอดที่นางได้จากท่านเ้าสำนักเมื่อสิบปีก่อนปลอกมีดสีเงินแดง
"เห็น"
"ไปสืบมาให้ข้าทีสิ.......ข้าอยากรู้นักว่าเส้นทางนี้ข้าจะเดินได้หรือไม่"
"จู่จิ้ง...ไม่เข้าใจ"
"จู่จิ้ง...เ้าได้อ่านหนังสือเล่มนั้นหรือไม่...."
หนังสือที่จู่จิ้งได้ไปรับจากท่านเซียนที่เดิมทีมีสามเล่มแต่อีกเล่มท่านเซียนได้ย้ำและกำชับไว้ว่าอย่าให้ผู้ใดเห็นนอกจากไป๋หงลู่แม้แต่สาวรับใช้ที่ใกล้ชิดก็อย่าให้รู้เด็ดขาด ถึงแม้จู่จิ้งเองจะมีคำถามที่สงสัยเอามากๆแต่โดยปกตินางถูกสั่งสอนมาตลอด ถ้าหากนายท่านไม่บอกเองก็มิจำเป็ต้องถามซ้ำ บางทีเขาอาจจะลำบากที่เก็บความรู้สึกนั้นมามากแล้ว
"ไม่ได้อ่าน.....เดิมทีมีสามเล่มท่านเซียนกำชับข้าบอกกับข้าว่าเล่มนั้นไว้รักษาอีกเล่มท่านเ้าสำนักนั้นเป็ผู้เขียนอีกเล่มห้ามให้ผู้ใดรู้ว่ามีและมอบให้ท่านอย่างเงียบๆ"
"เ้าลองอ่านสิ..."
"มิกล้า"
"ลองดู อ่านมัน แล้วเ้าจะเข้าใจ"
ดวงตาเพิกโพรง จู่จิ้งเมื่อได้อ่านเพียงหน้าแรกนั้น ก็ใเอามาก เส้นทางมารปีศาจอีกทั้งนี่ยังเป็หนังสือหายากหายไปตั้งนานแต่กลับมาอยู่ในมือของนายตัวเอง......จู่จิ้งที่เดินถือถาดอาหารเดินมา เห็นว่าคุณหนูกำลังพูดคุยกับจู่จิ้งอยู่ จึงเดินเข้าไปเรียกคุณหนูให้มาทานข้าว
"นายท่าน...ข้าน้อยขอออกไปทำธุระด้านนอกครู่นึงนะ"
"อืม อย่าไปไกลนักล่ะ ข้าเป็ห่วง"
ไป๋หงลู่ที่มองไปยังจู่จิ้งพลางยิ้มบางๆให้กับนางเป็การบอกนัยต์ๆว่าเดินทางครั้งนี้อันตรายโปรดดูแลร่างกายตนเองด้วย
"รับทราบแล้วนายท่าน กู๋ลี่เ้าอยากได้สิ่งใดหรือไม่"
"ข้าขอเป็....ขนมอะไรก็ได้เ้าหยิบซื้อมาเลย นี่เงิน"
"อื่ม"
จู่จิ้งยิ้มอ่อนๆให้กับกู๋ลี่และพยักหน้าให้กับนาง
"โม่เหลียงล่ะ"
"ออกไปล่าสัตว์หาฟืนแถวบนเขาแล้ว.....คุณหนูพูดอะไรกับจู่จิ้งหรือ"
กู๋ลี่วางชามอาหารที่อยู่ภายในถาดออกมาวางด้านนอกจัดแจงให้อย่างเป็ระเบียบและพลางตอบคำถามของคุณหนูไปด้วย กู๋ลี่เกิดคำถามที่อยากถามโดยปกติคุณหนูมิมีเื่ใดที่ปกปิดนาง เพียงนางถามคุณหนูคุณหนูก็จะให้คำตอบที่เป็มิตรและจริงใจ
"ข้าบอกกับนางว่าข้าอยากกินขนมเกาลัดจู่จู่นางก็ขอออกไปทำธุระ....เกาลัดที่ิเกอเกอซื้อให้กับข้าทุกครั้งที่กลับมาจากด้านนอก"
"คูณหนู...ท่านอย่าโศกเศร้าไปเลย ถ้าหากท่านอยากไปหาคุณชายใหญ่ข้าสามารถไปเป็เพื่อนท่านได้"
กู๋ลี่นิ่งเงียบอยู่ครู่หนึ่ง และมองเห็นสีหน้าของคุณหนูนั้นไม่สู้ดีนักจึงปลอบประโลมคุณหนูด้วยคำพูดที่เป็มิตร
"ข้าขอบใจเ้ามาก......กู๋ลี่เ้าไปพักผ่อนเถอะ"
ไป๋หงลู่มองหน้าสาวใช้สตรีสาวและกล่าวขอบคุณนางที่ตลอดเวลามานี้คอยดูแลไป๋หงลู่ ถึงแม้จะมิรู้ว่าเป็เพียงหน้าที่หรือการกระทำที่แท้จริงหรือหลอกก็ตาม ไป๋หงลู่นึกถึงสิ่งหนึ่งในใจและบอกกับนางว่าไปพักผ่อนเถอะ
"งั้นถ้าหากคุณหนู้าสิ่งใดคุณหนูเรียกกู๋ลี่ได้ตลอดนะ"
กู๋ลี่ยิ้มรับคุณหนูของนางและคำนับไป๋หงลู่
"อืม"
กู๋ลี่เดินออกมายังเขตป่าเพื่อตามหาโม่เหลียงเผื่อนางจะช่วยอะไรเขาได้ กู๋ลี่เดินเข้าไปเริ่มรู้สึกว่าเหมือนจะไกลจากเขตที่อยู่ในแผนที่วางเขตไว้ กู๋ลี่คิดว่าโม่เหลียงอาจจะออกไปล่าสัตว์นอกเขตป่าเพราะโม่เหลียงนั้นมีนิสัยเหมือนดั่งคุณชายใหญ่มุทะลุและมีความคิดเป็ของตน แต่ยิ่งเดินยิ่งมืดยิ่งมีลมพัด กู๋ลี่เริ่มรู้สึกหวาดระแวงจึงจะเดินหันหลังกลับพอนางได้หันหลังกลับนางพบว่าคุณหนูได้อยู่ตรงหน้าของนางใส่ชุดสีดำปักลายหงส์ดวงตาสีแดงเข้มต่างจากเมื่อครู่ลิบลับที่เมื่อครู่สวมอาภรสีแดงฉะฉานสีดวงตาสีน้ำตาลหม่นปนแดง
"คุณ...คุณหนู...ท่านออกมาทำไมหรือ...หรือว่าท่านเรียกข้าแล้ว...แล้วข้ามิขานรับคุณหนูจึงมาตามหาข้า...พอดีข้ามาตามหาโม่เหลียง..."
"งั้นหรือ....."
"คุณหนูเปลี่ยนชุดจะออกไปที่ใดหรือไม่...กู๋ลี่จะไปกับท่านเอง"
"หวังกู๋ลี่ สรุปแล้วเ้าเป็คนตระกูลใด....ตระกูลไป๋หรือตระกูลหวัง"
ใบหน้าที่สละสลวยแปลเปลี่ยนเป็รูปลักษณ์ของคนผู้หนึ่งที่ทำให้กู๋ลี่ใจสั่นระทมหวั่นกลัวขึ้นมา
"เซ่อเจี่ยเจี่ย!!! ท่านมิใช่คุณหนู!!"
กู๋ลี่เดินถอยหลังอย่างไร้แรงกำลังใที่เห็นพี่สาวของตน เซ่อเซ่อเป็หนึ่งในสำนักตระกูลหวังซ่านมิได้เป็ศิษย์เอกแต่บิดาของนางเคยช่วยชีวิตเ้าสำนักหวังซ่านได้นางจึงถูกตามใจ นางมีรูปร่างดั่งปีศาจจิ้งจอกที่แปลงกายเป็มนุษย์ ร่างกายยั่วยวนใบหน้าสละสลวยคำพูดแสนเ้าเล่ห์ แต่บัดนี้ใบหน้าครึ่งนึงของหน้าเป็แผลเป็ที่น่ารังเกียจต่อผู้คน ทำให้นางอับอายเอามาก นางมิกล้าให้หวังเซี่ยอวิ๋นได้ดูใบหน้าของนางแม้แต่เพียงนิดเดียว
"เลิกทำตัวปลิ้นปล้อนกับข้ากู๋ลี่!! นังน้องสารเลว!! กู๋ลี่เ้ามัวทำอะไรอยู่เหตุใดยังไม่ลงมือฆ่านางเสียั้แ่ตอนนี้!!!"
กู๋ลี่นึกย้อนถึงเมื่อตนยังเด็กถูกท่านเ้าสำนักหวังซ่านและบิดาของนางสั่งให้นางเป็สายไปใกล้ชิดกับไป๋หงลู่เพื่อสืบเื่ราวภายในสำนักตระกูลไป๋ นางใช้ความเชื่อใจเพื่อสืบเื่ราวมาโดยตลอด ส่งข่าวให้กับสำนักหวังซ่าน แต่พอหลังๆมานั้นนางก็มิได้ส่งข่าวอะไรมากมายให้ นางเองก็มิคาดคิดว่าสำนักหวังซ่านจะ่ส่งพี่สาวตนเองมา
"เซ่อเจี่ย!! ท่านบ้าไปแล้ว!!
"ใช่!! ข้ามันบ้า!! ส่วนเ้าล่ะ!!! เ้าจะทนเห็นพี่เป็เช่นนี้หรือเ้าฆ่านางเสียพวกเราจะได้รอดและถูกเลื่อนขั้น ถ้าหากใบหน้าของข้าได้ถูกกลับมาดั่งเช่นเดิม คุณชายหวังเซี่ยจะได้กลับมามองข้า และรับข้าเป็ภรรยาเอก"
นางพูดด้วยเสียงกระแทกกระทั้น มือบางๆที่มีรอยไหม้น่าเกลียดน่ากลัวจับที่แผลบนใบหน้าอย่างเบาๆ พูดด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ น้ำตาคลอบางๆ
"ท่านก็รู้ว่าพวกเขาเพียงแค่หลอกใช้ท่าน!! ท่านจะโง่!!!เชื่อพวกเขาเพื่อเหตุใดอีก!!"
กู๋ลี่ที่ทนเห็นสภาพพี่สาวของตนและจิตสำนึกของพี่สาวไม่ได้จึงตอกตะคอกกลับพี่สาวตนไป
"เหลวไหล!!!กู๋ลี่!!!! แล้วน้องชายพวกเราล่ะ!! เ้ารู้หรือไม่ว่าอู๋ตี้ตี่เป็อย่างไร!!! เ้าเสพความสุขอยู่เพียงผู้เดียวแล้วข้า!!กับน้องอู๋ล่ะ!!! เ้าลืมคำพูดที่ท่านพ่อท่านแม่ฝากฝังไว้กับพวกเราแล้วอย่างงั้นสินะ!!!"
เซ่อเซ่อคลุ้มคลั่งตบใบหน้าของกู๋ลี่เพื่อเรียกสติของน้องสาวกลับมา "ลูกรักคนตระกูลไป๋เป็คนไม่ดี เ้าต้องคอยรับใช้ท่านเ้าสำนักหวังให้ดีเข้าใจหรือไม่ ปกป้องพี่สาวและน้องชายให้ดี เ้าทำเพื่อตอบแทบุญคุณพ่อได้หรือไม่กู๋ลี่" กู๋ลี่นึกหวนคำพูดของบิดาก่อนที่นางจะออกจากสำนักหวังซ่าน ดวงตาของกู๋ลี่เองก็เริ่มมีน้ำใสไหลรินอาบลงแก้ม
"น้องอู๋เป็อะไร เซ่อเจี่ย น้องอู๋เป็อะไร"
กู๋ลี่จับแขนของเซ่อเซ่อ ถามเซ่อเซ่อด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ
"นังลู่เหมียวกรอกยาพิษสลายิญญาให้น้องอู๋ทาน น้องอู๋ยังเป็เด็กน้อยหกขวบที่ยังไม่รู้ประสาในสิ่งใด!! แต่กลับต้องมานอนสลบ นังลู่เหมียวบอกกับข้าว่าถ้าหากเ้าใช้สิ่งนี้ให้นังไป๋หงลู่ดื่มทุกวัน ทุกวันนางจะให้ยาถอนพิษให้กับน้องอู๋จริงๆ ข้าไปสืบมาแล้วว่าพวกเขาจะให้จริงๆ กู๋ลี่ เ้าเป็ที่พึ่งเดียวของพี่ เ้าทำได้หรือไม่.......กู๋ลี่ได้หรือไม่!!!!!!!!!!"
เซ่อเซ่อเห็นกู๋ลี่ยิ่งเงียบจึงกระแทกกระทั้นเสียงเพื่อเตือนสติน้องสาว กู๋ลี่ที่ยืนอึ้งกับในหลายๆสิ่ง ความยากลำบากนี้นางกล้ำกลืนฝืนทนเลือกมิได้ เดิมทีไป๋หงลู่เองก็มิได้เป็คนเลวร้ายใดใดเลยสักนิด กู๋ลี่สับสนกับความคิดนี้มากมายเอามากๆ