หลินซือเยว่ให้ทหารติดตามนางไปแค่คนเดียวคหบดีเมี่ยวไม่ได้กลัวว่านางจะหนี ลำพังความสามารถเช่นนาง มีหรือจะทำไม่ได้ตระกูลหลินทั้งตระกูลอยู่ในค่ายทหาร ยากนักที่นางจะหลบหนีไปเพียงลำพังเขาจึงให้นายกองลู่ติดตามนางไป
“ดูเ้ามีความสุขนะนายกองลู่”
“ได้ติดตามคุณหนูหลินผู้ยิ่งใหญ่เหตุใดข้าจะไม่สุขได้เล่า” นายกองลู่ถูกส่งมารับตัวหลินซือเยว่ที่จวนคหบดีเมี่ยวเขาจึงได้ทราบข่าวจากบ่าวไพร่ในจวนว่าหลินซือเยว่คลี่คลายปัญหาในเรือนฮูหยินรองได้แล้วแม้ไม่ได้รู้ตื้นลึกหนาบางเขาก็ไม่สนใจ รู้แค่ว่าทำงานสำเร็จเป็พอ
“เหตุใดหิมะถึงตกหนักอีกแล้วล่ะข้าว่าจะแวะไปซื้อกระดาษเหลืองเสียหน่อย” หลินซือเยว่บ่นหลังเห็นหิมะโปรยปรายลงมา
นายกองลู่ตาโต กระดาษเหลือง !
“คุณหนูหลินท่านเคยคิดจะวาดยันต์ขายหรือไม่ทหารในค่ายต้องควักเงินซื้อแน่ ๆ”
“นายกองลู่ยันต์ของข้าไม่ได้มีไว้ใช้ในทางนั้นอีกอย่างหากไม่ได้มีวาสนาต่อกันจริงข้าไม่มีทางมอบยันต์ให้ผู้อื่นง่ายดายเช่นนั้น” ยกเว้นยามข้ายากจนข้นแค้น
นายกองลู่คอตกในทันทีก่อนจะตาเบิกโตขึ้นอย่างดีใจ “เช่นนั้นข้าก็เป็คนมีวาสนาล่ะสิ”
หลินซือเยว่ “อืม” อย่างเบื่อหน่าย“เ้าช่วยพาข้าไปกินข้าวร้านที่อร่อยที่สุด มองเห็นทิวทัศน์ทั่วเมืองได้หรือไม่”
“เช่นนั้นคงต้องเป็ภัตตาคารฝูหลงฮาวที่นั่นเป็อาคารสูงสามชั้นหากนั่งอยู่บนชั้นสามจะสามารถมองเห็นเมืองเหลียงได้ในมุมกว้าง”นายกองลู่ภูมิใจนำเสนออย่างยิ่ง
เ้าหมอนี่ไม่ได้รู้สึกแปลกใจเลยที่ต้องมาขี่ม้าตามรถม้าของนักโทษ อีกทั้งยังพาไปหาภัตตาคารเพื่อกินข้าวอีก
หลินซือเยว่ให้เสี่ยวเอ้อร์ห่ออาหารกลับบ้านให้นางด้วยจะได้เอาไปฝากให้เผิงฉือกับคนที่โรงสมุนไพรได้กินจากนั้นนางก็ขึ้นรถม้าให้คนขับวนรอบ ๆ ใจกลางเมืองเหลียงผู้คนที่นี่อยู่กันอย่างเรียบง่าย ทำการค้าขายจากของป่าเป็หลัก
“หยุดตรงนี้ก่อน”นางมองเห็นร้านขายเสื้อผ้าหน้าหนาว อดนึกถึงครอบครัวของตัวเองไม่ได้จึงลงจากรถม้าไปเลือกซื้อมาหลาย ๆ ตัวเสียหน่อย
“คุณหนูลู่ท่านซื้อเสื้อหน้าหนาวไปตั้งหลายตัวให้ใครหรือขอรับ”
“คนที่บ้าน” นางเอ่ยสั้น ๆ
นายกองลู่พยักหน้า เขาลืมไปได้อย่างไรหลินซือเยว่ยังมีครอบครัวของนาง ที่อยู่ในค่ายทหารเดียวกันเพียงแต่ว่าพวกเขาอยู่คนละหน่วยก่อนหน้านี้แม่ทัพเหลียนได้ส่งคนไปสืบประวัติของนางมาแล้วถึงได้รู้ว่านางถูกทอดทิ้งั้แ่เด็ก เพราะเกิดอุบัติเหตุจนกลายเป็เด็กปัญญาอ่อนไม่แปลกหากนางไม่ขอความช่วยเหลือ ให้ตระกูลหลินมากไปกว่านี้หากเป็เขาคงไม่แม้แต่จะชายตามองด้วยซ้ำ
จากนั้นนางก็เลือกเครื่องเรือนเพิ่มอีกสักหน่อยล้วนแต่เป็ของชิ้นเล็กชิ้นน้อย จ่ายไปทั้งหมดราวห้าสิบตำลึง นับว่านางใช้เงินเป็เพราะมัวแต่เพลิดเพลินกับการจับจ่ายใช้สอย หลินซือเยว่จึงไม่ได้มองฟ้ามองดินว่าวันนี้จะเกิดพายุหิมะระหว่างทางหรือไม่
ออกจากตัวเมืองเหลียงมาได้ราวสองสองลี้พายุหิมะพัดถล่มอย่างรุนแรง หลินซือเยว่นึกโกรธตัวเองอยู่บ้างเหตุใดนางถึงไม่เอะใจเื่นี้ก่อนหน้า เปิดเนตรทิพย์มองไปรอบ ๆพบว่ามีบ้านร้างแห่งหนึ่งอยู่ เนตรทิพย์นอกจากจะมองเห็นเหล่าิญญาแล้วยังสามารถมองได้ในระยะไกลกว่าปกติอีกด้วย
“เลี้ยวขวาข้างหน้าเข้าไปราวครึ่งลี้จะเจอบ้านร้างอยู่ พวกเราไปหลบพักอยู่ที่นั่นก่อนเถอะ”
นายกองลู่เชื่อนางหมดใจบอกให้คนขับรถม้ามุ่งหน้าไปหาบ้านร้างในทันที แต่พอไปถึงกลับพบว่ามีคนกลุ่มหนึ่งยึดครองที่นั่นอยู่ก่อนหน้าแล้ว นายกองลู่เห็นพวกเขาท่าทางดุร้ายอีกทั้งยังเป็บุรุษทั้งหมด เขาจึงกลับมาหาหลินซือเยว่ที่รถม้าเพื่อบอกให้นางรู้ก่อน
“ไม่มีที่ให้ไปแล้ว พวกเราเข้าไปเถอะแต่อย่าเปิดเผยตัวเองว่าเป็ใคร ให้บอกว่าแวะผ่านทางมาหลบพายุหิมะ”
ทั้งสามคนจึงพากันเดินเข้าไปในลานกว้างของบ้านร้างคนขับรถม้าจูงม้าเข้ามาด้วย เขาไม่อาจปล่อยให้มันตายไปกับความหนาวเหน็บข้างนอกได้
“พวกเ้าเป็ใคร หยุดอยู่ตรงนั้น !” บุรุษหน้าตาดุดันผู้หนึ่งยื่นดาบมาขวางทางพวกเขา
หลินซือเยว่นับจำนวนคนครู่หนึ่งแปดคนรวมบุรุษผู้นอนอยู่บนกองฟางผู้นั้นก็เป็เก้าคนพอดี
หืม เหตุใดถึงได้มีปราณัปรากฏเป็คนในราชวงศ์อย่างนั้นรึ สีปราณทองกลาง ๆ เช่นนี้ไม่องค์ชายก็คงเป็ท่านอ๋องอย่างแน่นอน
“นายท่านทั้งหลายคุณชายของข้าผ่านทางมาเจอกับพายุหิมะเข้า เลยอยากเข้ามาหลบหนาวที่นี่ได้โปรดขอความเห็นใจด้วยเถิด” นายกองลู่วันนี้สวมชุดนอกราชการมาเขาพยายามทำตัวให้เป็บ่าวมากที่สุด
“รอเดี๋ยว !” คนผู้นี้เดินกลับไปยังกลุ่มของตัวเอง ครู่หนึ่งเขาก็เดินกลับมาพร้อมกับบอกให้ทั้งสามคนเข้าไปได้ แต่ให้แยกตัวออกไปอยู่ฝั่งตรงข้ามพวกเขาทั้งหมดต่างพักหลบหนาวอยู่ในห้องโถงของบ้านร้าง เพราะห้องอื่น ๆสภาพไม่สามารถอยู่อาศัยได้แล้ว
เตาอุ่นขนาดใหญ่ถูกยกมาตั้งอยู่กลางห้องอีกฝ่ายก็นำฟืนมาเผาไหม้ เพื่อให้อากาศในห้องนี้อบอุ่นขึ้นส่วนหนึ่งก็ไปดูแลม้าของพวกเขาด้วยในห้องโถงแห่งนี้จึงเหลือเพียงฝ่ายผู้มาก่อนเจ็ดคน และหลินซือเยว่กับนายกองลู่
“นายท่านข้าไม่ไว้ใจพวกเขา”ฮู่ตงหยางองครักษ์ประจำกายของเซวียนิยู่เอ่ยทั้งที่สายตายังจดจ้องไปยังสองคนที่กำลังนั่งเอนหลังพิงเสาต้นนั้นอย่างสบาย ๆ
“เ้าระแวงเกินไปแล้วตงหยางข้ากลับเห็นว่าพวกเขาเป็คนผ่านทางมาจริง ๆ ไอสังหารก็ไม่มีสักนิด”สวีวั่งซูเป็องครักษ์คนสนิทอีกคนของเซวียนิยู่พวกเขาคือมือขวาของเหลียงอ๋องผู้นี้
ฮู่ตงหยางนั้นหน้าตาหล่อเหลาร่างกายกำยำบึกบึนส่วนสวีวั่งซูหน้าตาไม่ถึงกับหล่อเหลา แต่ว่ารูปร่างสูงเพรียวของเขานั้นดึงดูดสายตาสตรีอยู่ไม่น้อย
“แค่ก ๆ”
“นายท่าน !”
“พิษกำเริบรึ”
“ข้า...ยังพอทนไหว”
“เอายามาเพิ่มเร็วเข้า !”
ความวุ่นวายตรงนั้นไม่ได้ทำให้หลินซือเยว่นึกอยากเข้าไปดูแต่อย่างใดเื่ของผู้อื่นหาได้เกี่ยวข้องกับนางแม้แต่น้อยนางกวักมือเรียกนายกองลู่เข้ามาใกล้ ๆ
“มีอันใดขอรับคุณชาย”นายกองลู่สวมบทบาทบ่าวทันที
“ไปเอาเสื้อกันหนาวให้คนขับรถม้าหนึ่งตัวเ้ากับข้าอีกคนละหนึ่งตัว ที่นี่หนาวเกินไปข้าทนไม่ไหว อ้อเอาอาหารที่ซื้อกลับมาด้วย ขืนเอาไว้ที่นั่นคงได้กลายเป็น้ำแข็งแน่เอาเตาอุ่นมือที่ซื้อใหม่มาด้วยก็ดี” วันหลังนางค่อยซื้อให้พวกเขาใหม่ก็แล้วกัน
“ได้ขอรับ”เมื่อได้ยินว่าหลินซือเยว่มอบเสื้อกันหนาวให้เขาด้วยนายกองลู่ก็ทำหน้าเบิกบานฝ่าพายุหิมะออกไป กลับเข้ามาอีกครั้งก็หอบของมาเต็มไม้เต็มมือ
คนของเหลียงอ๋องถึงกับตาเหลือกมองพวกเขาอย่างใ เหตุใดถึงได้พกเสื้อกันหนาวมามากมายถึงเพียงนี้อีกทั้งห่อผ้าอีกสองห่อ กระทั่งเตาอุ่นมือก็ยังมี
หลินซือเยว่สวมใส่เสื้อกันหนาวขนสัตว์ในทันทีนายกองลู่ไม่ได้หยิบมาเพียงสามตัว เขากลับหยิบมาทั้งหมดที่นางซื้อจึงเหลือตัวหนึ่งที่ไม่มีคนสวมใส่ นางจึงมาเอาทำเป็ผ้าห่ม แล้วเอนตัวลงนอนบนพื้นติดเตาอุ่นมือไว้ใกล้ ๆ ตัว
ฮู่ตงหยางกับสวีวั่งซูจะไม่อิจฉานางได้อย่างไรเขามองดูท่านอ๋องของตนเองที่นอนหนาวสั่นอยู่ เพราะดาบเล่มนั้นที่เคลือบยาพิษเอาไว้แม้จะรักษาอาการเบื้องต้น แต่ว่ากลับไม่มีทีท่าว่าจะดีขึ้นเลยสวีวั่งซูลุกขึ้นเดินเข้าไปหาหลินซือเยว่
“คุณชายท่านนี้ นายท่านของข้าไม่สบายอีกทั้งเสื้อคลุมขนสัตว์ยังเปียกน้ำระหว่างทางหากเสื้อกันหนาวตัวนั้นท่านไม่ได้ใช้ ข้าขอซื้อต่อได้หรือไม่”
หลินซือเยว่ดีดตัวลุกขึ้นมานั่งแล้วยื่นเสื้อกันหนาวให้เขาไป “หนึ่งร้อยตำลึง”
“แพงปานนั้นเชียว”
“เอาไม่เอา”
ตั๋วเงินหนึ่งร้อยตำลึงถูกวางลงบนมือของหลินซือเยว่ในทันที
หลินซือเยว่อมยิ้ม“เตาอุ่นมือยี่สิบตำลึงสนใจหรือไม่”
สวีวั่งซู “?!”
เขาเดินกลับไปหาฮู่ตงหยางพร้อมกับเสื้อกันหนาวและเตาอุ่นมือสีหน้าชอกช้ำใจยิ่งนัก ไม่คิดว่าจะถูกบุรุษรูปงามรีดไถเช่นนี้ได้
“เ้ามันโง่!” กระทั่งฮู่ตงหยางยังปรามาสเขาอีกคน
“โง่จริงด้วย”เซวียนิยู่หัวเราะไม่ออกร้องไห้ก็ไม่ได้ เหตุใดองครักษ์ผู้มากความสามารถของเขาถึงได้หลงกลสตรีผู้นั้นได้ แน่นอนเขาย่อมมองออกว่านางคือสตรี
ท่านอ๋องท่านก็เอากับเขาด้วยหรือยามนี้สวีวั่งซูอยากร้องไห้ขึ้นมาจริง ๆ
หลังจากได้สวมเสื้อกันหนาวเพิ่มอีกหนึ่งตัวร่างกายของเซวียนิยู่พลันอบอุ่นขึ้น ยิ่งมีเตาอุ่นมือด้วยแล้วทำให้เขาสามารถนอนหลับในค่ำคืนนี้ได้ ทุกคนในห้องโถงของเรือนร้างแห่งนี้ต่างพากันนอนหลับพักผ่อนเพื่อเอาแรง