เมื่อทั้งสองสาวมาถึงวัดก็เลยเวลาหกโมงเย็นไปแล้ว เพราะต้องแวะไปเก็บเสื้อผ้าและข้าวของที่จำเป็สำหรับการไปเฝ้าไข้คุณย่ามณเฑียรที่โรงพยาบาลและเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็ชุดดำที่บ้านจ๋ายก่อน บุ้งก็พลอยได้เปลี่ยนไปด้วยเพราะทั้งสองคนรูปร่างพอ ๆ กัน จึงใส่ของกันและกันได้ ระหว่างทางก็ต้องฟันฝ่ากับการจราจรบนท้องถนนในเมืองกรุงที่ติดขัดอย่างแสนสาหัสสำหรับชั่วโมงที่เด็กนักเรียนเลิกเรียนและคนทำงานก็เลิกงานเช่นนี้กว่าจะถึงวัดได้ เล่นเอาท่องขันติจนขันเกือบแตกเสียแล้วพอรถแล่นเข้ามาจอดใกล้กับศาลาที่ไว้ศพของพี่สาวก็ต้องใกับความอลังการ ของการตกแต่งศาลาที่เต็มไปด้วยดอกไม้หลายชนิดแต่เลือกใช้เฉพาะสีขาวั้แ่ทางเดินเข้าศาลาก็มีแท่นตั้งช่อบูเก้ที่เอา ดอกไม้สีขาวมาจัดเป็ช่อไว้อย่างสวยงามลงตัวแล้วผูกมัดช่อด้วยริบบิ้นสีดำตกแต่งไว้ตลอดสองข้างทางเดิน เข้าไปในศาลาก็พบดอกไม้สีขาวที่พันอยู่รอบเสาทุกต้นและตกแต่งด้วยริบบิ้นสีดำเช่นกันโดยเฉพาะที่ตั้งโลงศพและแท่นวางรูปพี่สาวของเธอ จัดพุ่มดอกไม้ขาวแซมใบไม้สีเขียว เป็พุ่มขนาดใหญ่น้อยตามความเหมาะสมได้อย่างสวยงามลงตัวดั่งมืออาชีพไม่น่าเชื่อว่าพี่ชายของเพื่อนที่ให้ล่วงหน้ามาเตรียมการก่อน จะสามารถทำได้ถึงขนาดนี้
"จ๋ายมารดน้ำจุ๋ยได้แล้ว เดี๋ยวจะได้บรรจุศพกัน" ทั้งคู่ยืนตะลึงในความงามของการตกแต่งสถานที่ได้ไม่นานอาชาก็เดินมาตามให้ไปรดน้ำศพจะได้ทำการบรรจุศพใส่โลงไม้อย่างดีที่เตรียมไว้ เพราะแขกที่มาก่อนได้ทยอยรดน้ำไปจนเกือบหมดแล้วส่วนใหญ่ก็เป็เพื่อนร่วมงานจากบริษัทผลิตและส่งออกอัญมณีและเครื่องประดับที่สองพี่น้องทำงานอยู่นั่นเองถึงแม้จะแปลกใจอยู่เหมือนกันที่เห็นจำนวนคนในงานค่อนข้างเยอะ เพราะนี่เป็วันแรกซึ่งเธอเองยังไม่ได้บอกใครเกี่ยวกับการตายของพี่สาวเธอไปมากนักเพียงแต่โทรไปแจ้งกับหัวหน้าฝ่ายออกแบบ ซึ่งเป็หัวหน้างานของตนเพื่อจะขอลางานต่อเท่านั้นเองแต่ก็ไม่ได้สอบถามอะไรใคร ได้แต่คิดเองว่าก็คงเป็เพราะหัวหน้างานของเธอนั่นแหละที่ช่วยกระจายข่าวการตายของพี่สาวเธอออกไป เพราะคนส่วนใหญ่ที่มาก็เคยเห็นหน้ากันที่บริษัท เพียงแต่ไม่คิดว่าจะมากันได้เยอะขนาดนี้แต่มันก็ทำให้เธอรู้สึกดีขึ้นมาได้เหมือนกันนะ อย่างน้อยเธอก็ไม้ได้รู้สึกโดดเดี่ยวอย่างคนหัวเดียวกระเทียมลีบละน่ะ
หลังจากแขกทยอยกลับกันหมดแล้วจรีภรณ์จึงเดินเข้าไปหาอาชา เพื่อจะกล่าวขอบคุณและชื่นชมการจัดงานทั้งหมด ทั้งการตกแต่งสถานที่ขั้นตอนพิธีการ เตรียมอาหารว่าง หาพนักงานมาเสิร์ฟน้ำให้แขกเสร็จสรรพ แล้วแถมยังมีของชำร่วยให้แขกได้ติดไม้ติดมือกลับบ้านไปอีกหากเป็เธอจัดการแล้วละก็งานคงไม่ออกมาสมบูรณ์ขนาดนี้ แต่จะว่าสมบูรณ์ก็คงไม่ใช่ขนาดนี้ต้องเรียกว่าเลิศเลยต่างหาก
"พี่บิ๊ก มาให้น้องกราบงาม ๆ สักสามทีสิ จัดงานได้อลังฯ มากพี่นับว่าไม่เสียแรงจริง ๆ ที่น้องส่งตัวให้มาจัดการทางนี้ก่อน" คำพูดที่มาก่อนตัวทำให้อาชาต้องหันมาหาต้นกำเนิดของเสียงเพื่อจะถามบางอย่างเช่นกัน หากแต่ว่าอารดาวิ่งเข้ามาขวางไว้เสียก่อน
"ไอ้จ๋าย เรารีบกลับไปที่โรงพยาบาลกันดีกว่า เมื่อกี้คุณพยาบาลโทรมาบอกว่าย่าแกออกจากห้องไอซียูแล้วนะพอดีแกยุ่งส่งแขกอยู่ ฉันเลยรับโทรศัพท์ให้" อารดาพูดด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น ตอนนี้เหมือนพระอาทิตย์เริ่มส่องแสงหลังจากี้เีทำงานมานาน จนทำให้โลกของหญิงสาวตัวเล็กดูมืดหม่นอยู่นาน เพื่อนรักสองคนะโกอดกันด้วยความดีใจ
"ไปไอ้บุ้ง ไปหาย่ากัน" หญิงสาวดันตัวเพื่อนออกห่างเล็กน้อย แล้วเปลี่ยนจากกอดมาดึงมือพากันไปที่รถทันที"พี่บิ๊ก วันนี้จ๋ายขอบคุณมากนะคะ" สาวน้อยวิ่งอยู่ก็ยังไม่วายจะหันมาขอบคุณชายหนุ่มที่อ้าปากค้างเพราะรอจะถามคนตัวเล็กแต่ไม่ทันได้ถามก็โดนน้องสาวแท้ ๆ ของตนเองมาฉกเธอไปต่อหน้าต่อตาจึงได้แต่ยิ้มดีใจกับเธอด้วย และะโกำชับน้องสาวอย่าขับรถเร็วมากนัก ก่อนที่ตนเองจะเข้าไปดูความเรียบร้อยในศาลาก่อนจะกลับบ้าน
เมื่อสองสาวมาถึงโรงพยาบาลก็ได้รับการแจ้งจากพยาบาลว่าได้ย้ายคุณย่าไปไว้ที่ห้องพักพิเศษเรียบร้อยแล้ว
"ห้องพิเศษ!" ฟังจากระดับเสียงใส ๆ ที่ดังของคนตัวเล็กแล้ว ประเมินได้ว่าอยู่ในขั้นใมากถึงมากที่สุด"หะ..ห้องพิเศษเลยเหรอคะ" ในหัวของจรีภรณ์ตอนนี้มีตัวเลข จำนวนเงินค่าใช้จ่ายลอยเต็มไปหมด'แม่เ้า แล้วไอ้จ๋ายจะเอาเงินที่ไหนมาจ่ายให้โรงพยาบาลหว่า ก็นี่มันโรงพยาบาลเอกชนมีชื่อเสียงที่เลือกมาที่นี่เพราะมันอยู่ใกล้บ้าน และตอนนั้นมันก็ฉุกเฉินมากด้วย
"ค่ะ ห้องพิเศษ"
"คุณพยาบาลคะขอเปลี่ยนเป็ห้องธรรมดาได้ไหมคะ"ถามสวนกลับไปแบบแทบไม่ต้องใช้เวลาคิดให้มากมายเลย
"...." >_< นางพยาบาลรุ่นแม่กะพริบตาปริบ ๆอย่างไม่เข้าใจ
"พอดีหนูไม่ค่อยมีตังค์น่ะค่ะ ว่าจะทำเื่ย้ายโรงพยาบาลแล้วด้วยซ้ำ"จรีภรณ์อธิบายถึงข้อเท็จจริง
"ถ้าเป็เื่ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้น ก็มีคนมาจัดการให้แล้วนี่คะ รู้สึกว่าจะเป็ตัวแทนจากบริษัทที่คุณทำงานอยู่มาจัดการให้นะคะยังไงลองไปถามทางฝ่ายการเงินดูสิคะ"
"...." คราวนี้กลับเป็หญิงสาวตัวเล็กเองที่อึ้งแทน
"บริษัทไอ้จ๋ายน่ะเหรอคะ ที่เข้ามาเคลียร์ค่าใช้จ่ายให้"เป็อารดาเองที่ถามย้ำแทนแบบไม่อยากเชื่อหู
"ใช่ค่ะ เห็นว่าเคลียร์ค่าใช้จ่ายส่วนแรกไปแล้วนะคะ แล้วก็เป็คนระบุให้เราย้ายผู้ป่วยเข้าห้องพักแบบพิเศษค่ะ"พยาบาลบอกไปตามที่ได้รับทราบข้อมูลมา ก่อนที่จะเดินไปทำงานต่อ
"โห! ไอ้จ๋าย สวัสดิการพนักงานของบริษัทแกมันสุดยอดเลยว่ะฉันขอเข้าไปทำมั่ง เขาจะรับฉันไหมวะแก" อารดาแกล้งเย้าเพื่อนให้ได้สติหลังจากที่ยืนนิ่งไม่หายอึ้งเสียที
"เออ ฉันก็เพิ่งรู้ว่ะ ว่าสวัสดิการมันดีขนาดนี้"คนตัวเล็กเหมือนจะค่อย ๆ ลดอาการอึ้งลง เพราะดูจากที่เธอค่อย ๆ หันหน้ามาหาเพื่อน เหมือนทำภาพสโลวโมชั่นแล้วมองหน้าเพื่อนนิ่งอยู่แป๊บหนึ่ง
"ปะ..ไอ้บุ้ง ลองไปถามที่ห้องการเงินให้มันชัวร์กันดีกว่าไป.." คนตัวเล็กรีบดึงแขนเพื่อนรักไปตามทิศทางของห้องการเงินทันที