เสียงลมหายใจที่สม่ำเสมอยังคงดังแ่มาจากเตียงกว้างในห้องนอนใหญ่ของเพนท์เฮาส์สุดหรู กวินทร์ยังคงหลับสนิทด้วยความเพลียสะสมหลังจากบทเรียนรักและการปะทะพลังงานอย่างรุนแรงเมื่อคืนนี้ ร่างกายสูงแกร่งของเขาดูผ่อนคลายในยามหลับอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อน ทว่าใบหน้าคมคายหล่อเหลานั้นยังคงมีความซีดเซียวหลงเหลือให้เห็นชัดเจนอยู่บนแก้มและริมฝีปากที่แห้งผาก
ลินินขยับตัวลุกขึ้นยืนช้าๆ ร่างกายของเธอเบาสบายราวกับขนนก พละกำลังอุ่นร้อนสีทองหมุนเวียนไปทั่วร่าง ผิวพรรณนุ่มเนียนของเธอแผ่ออร่าเรืองรองสีทองอ่อนโยนออกมาขับไล่เงามืดสลัวรอบกาย ประสาทััพิเศษที่ตื่นรู้ขึ้นถึง 60% สั่งการให้ดวงตาของเธมองเห็นทุกสิ่งรอบตัวได้อย่างแจ่มแจ้งดุจเวลากลางวัน แม้แต่ฝุ่นผงดวงเล็กๆ ที่ลอยเคว้งคว้างในความมืดเธอก็มองเห็นเป็ประกายแสงระยิบระยับลอยอยู่กลางอากาศ
เธอเดินไปที่กระจกบานใหญ่สูงจรดเพดาน มองออกไปภายนอกตึกระฟ้า ทัศนียภาพของกรุงเทพมหานครในยามเช้าตรู่ถูกปกคลุมด้วยสายหมอกหนาจัดสีเทา ทว่าในสายตาของลินิน บัดนี้เธมองเห็นกระแสพลังงานต่างๆ ที่ไหลเวียนอยู่ในเมืองหลวงนี้ได้อย่างน่าอัศจรรย์ กระแสไฟฟ้าสีฟ้าที่วิ่งพล่านตามสายไฟ เส้นความร้อนสีแดงสลัวแผ่ออกมาจากถนนคอนกรีตเบื้องล่าง และไอพลังงานชีวิตสีเขียวอ่อนๆ จากต้นไม้ใหญ่ประปราย ทุกอย่างชัดเจนจนทำให้เธอต้องยกมือขึ้นนวดขมับเพื่อปรับตัวกับระบบการรับรู้แบบใหม่นี้ ลินินสังเกตเห็นว่าสิ่งของแต่ละชิ้นมีออร่าเฉพาะตัว แก้วน้ำบนโต๊ะมีพลังงานสีน้ำเงินสะอาดใส ขณะที่เสาเตียงไม้โอ๊กมีรอยหมึกพลังงานสีดำเกาะกุมแ่า
ลินินก้าวเท้าเดินอย่างเงียบเชียบไปรอบห้องนอนขนาดใหญ่ สายตาสำรวจรายละเอียดตบแต่งชั้นยอดและตู้หนังสือโบราณ ทว่าสัญชาตญาณพลังจิตในตัวเธอเริ่มเหนี่ยวนำให้เธอรู้สึกถึงกระแสแรงดึงดูดลึกลับที่เย็นเยียบ มันแผ่ออกมาจากตู้เสื้อผ้าไม้โอ๊กโบราณหลังใหญ่ที่ตั้งชิดผนังมุมห้อง เป็เส้นใยสีดำจางๆ ที่ลอยผ่านอากาศมาแตะที่หน้าอกของเธอ คล้ายด้ายวิเศษที่คอยชี้นำให้เข้าไปหาความลับที่ถูกเก็บซ่อนไว้
เธอเดินไปเปิดประตูตู้เสื้อผ้าไม้โอ๊กและกวาดสายตามองผ่านชั้นวางเสื้อผ้าแบรนด์เนมหรูหรา ััพิเศษในร่างของเธอเริ่มสั่นไหวระริกและชี้ทางไปที่แผ่นไม้หนาด้านหลังชั้นวาง ลินินเอื้อมมือไปััผิวไม้ลูบไล้หาจุดต่ออย่างประณีต จนกระทั่งปลายนิ้วััได้ถึงรอยต่อเล็กๆ และกดจุดสปริงเบาๆ แผ่นไม้ดีดตัวเปิดออกช้าๆ เผยให้เห็นช่องลับขนาดเล็กที่ซ่อนอยู่ด้านใน ซึ่งมีกล่องไม้โบราณสีดำสนิทแกะสลักลวดลายดอกกุหลาบและเถาวัลย์สไตล์ตะวันตกซ่อนไว้ รอบกล่องไม้นั้นมีหมอกควันสีมืดบางตาแผ่กระจายปกคลุมอยู่ ราวกับมีใยแมงมุมวิเศษที่มองไม่เห็นคอยดักจับผู้บุกรุก ทว่าเมื่อมือของลินินที่มีพลังแสงสีทองแผ่ออกมาัั มวลหมอกเงามืดเ่าั้ก็สลายตัวหายไปทันควัน
ลินินหยิบกล่องไม้นั้นออกมาอย่างเบามือ มันมีน้ำหนักพอสมควรและแผ่ไอเย็นเยียบจางๆ ออกมาปะทะิัของเธอจนขนลุกชัน เธอวางมันลงบนโต๊ะแต่งตัวและเปิดฝากล่องออกช้าๆ
ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างเมื่อเห็นสิ่งของที่จัดเก็บอยู่ภายใน มันคือเครื่องประดับสตรีราคาแพงหลายชิ้น ชิ้นแรกคือสร้อยคอเพชรแบรนด์หรูหรา ชิ้นที่สองคือแหวนมรกตโบราณสีเขียวเข้ม และชิ้นสุดท้ายคือกำไลข้อมือทองคำขาวประดับทับทิมสีแดงสดเม็ดงาม ของเหล่านี้ไม่ใช่ของธรรมดา บนเครื่องประดับแต่ละชิ้นยังคงหลงเหลือกลิ่นอายฟีโรโมนประจำตัวของผู้หญิงต่างคนกัน และที่น่าใที่สุดคือร่องรอยคราบเวทมนตร์มืดสีดำจางๆ ที่ลอยกรุ่นโชยออกมาเป็สายควันบางเบาที่คนธรรมดามองไม่เห็น
ลินินสูดลมหายใจเข้าลึก ยื่นปลายนิ้วเรียวบางไปแตะััถูกสร้อยคอเพชรเส้นงามนั้นเบาๆ
*วิ้ง...!*
ความรู้สึกหนาวเหน็บแล่นจากปลายนิ้วขึ้นสู่แกนสมองทันที ภาพนิมิตโบราณประกายวาบขึ้นในหัวของเธอ ลินินมองเห็นกระแสพลังงานเงามืดสีม่วงดำที่หมุนเป็เกลียวพายุหมุนบิดบีบสูบพลังชีวิตจากร่างของหญิงสาวเ้าของสร้อยคอเพชรทีละน้อยในขณะร่วมนอนกับกวินทร์ เธอคนนั้นเป็นางแบบสาวชื่อดังนามว่า "คลาร่า" ผิวพรรณของคลาร่าแห้งเหี่ยวลงเรื่อยๆ ร่างกายทรุดโทรมจนแทบแตกสลาย ร่องรอยสัญลักษณ์อักษรรูนโบราณสีม่วงดำ (Shadow Curse Rune) ปรากฏสลักเด่นชัดอยู่บนแร่เพชรของสร้อยคอเพื่อทำหน้าที่สะกดิญญาเหนี่ยวนำการสูบพลังชีวิตของเหยื่อสาวเ่าั้เข้าไปเพื่อเป็เชื้อเพลิงหล่อเลี้ยงตัวตนมืดในร่างของกวินทร์ คลาร่านอนไอเป็เืบนเตียงสีขาวของคลินิกลับแห่งหนึ่ง ขณะที่กวินทร์ยืนมองเธอด้วยสายตาที่เ็ปลึกซึ้งและรู้สึกผิด ทว่าทำอะไรไม่ได้
ภาพนิมิตเปลี่ยนไปเมื่อลินินแตะแหวนมรกต หญิงสาวคนที่สองคือดาราดาวรุ่งนามว่า "เมลิสซา" เธอสวมแหวนมรกตนี้และล้มป่วยหนักด้วยอาการอวัยวะภายในล้มเหลวแบบหาสาเหตุทางการแพทย์ไม่ได้ ร่างกายผอมแห้งจนต้องถูกส่งตัวไปรักษาในโรงพยาบาลส่วนตัวที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์และต้องเซ็นสัญญาปกปิดความลับแลกกับเงินก้อนโตเพื่อปิดข่าวเงียบเชียบ
และชิ้นสุดท้ายคือกำไลทับทิมสีแดงชาด ซึ่งเป็ของนักเปียโนสาวนามว่า "วาเนสซา" กำไลนี้สะท้อนกลิ่นอายความหวาดกลัวและอาการตรอมใจของวาเนสซาที่นิ้วมือเริ่มแห้งเหี่ยวและเปราะบางจนไม่อาจเล่นดนตรีที่รักได้อีกตลอดชีวิต พลังงานมืดสีดำข้นบดขยี้ชีวิตของเธอไปจนแทบหมดสิ้น
ลินินสะดุ้งสุดตัวและชักมือกลับอย่างรวดเร็ว หอบหายใจแ่ระรัวด้วยความตื่นตระหนกปนะเืใจ ภาพความทรมานของคู่ขาคนก่อนๆ ของกวินทร์คือคำอธิบายของข่าวลือที่ว่าพวกเธอหายสาบสูญไปอย่างไร้ร่องรอย
กวินทร์ไม่ได้ตั้งใจจะทำร้ายหรือฆ่าพวกเธอ... แต่มันคือผลจากตัวตนปีศาจคำสาปมืดในร่างของเขาที่้าพลังงานประคองชีวิตโดยที่เขาเองก็ไม่สามารถควบคุมสัญชาตญาณสูบพลังนั้นได้ยามร่วมรักลึกซึ้ง
ลินินจ้องมองกล่องเครื่องประดับนั้นด้วยหัวใจที่บีบรัด แน่นอนว่าเื่นี้อันตรายและน่ากลัวมาก ทว่าในส่วนลึกของจิตใจเธอกลับไม่ได้รู้สึกหวาดกลัวกวินทร์หรือคิดจะหลบหนีไปเหมือนคนอื่นๆ ััอุ่นร้อนสีทองในกายเธอบอกว่าเธอไม่เหมือนผู้หญิงเ่าั้ ร่างกายของเธอสามารถรองรับและฟอกพลังงานมืดนี้ได้ เธอคือตัวตนที่ฟ้าลิขิตมาเพื่อยุติห่วงโซ่อันโหดร้ายนี้
"กวินทร์... คุณทรมานกับมันมาตลอดใช่ไหม..." ลินินพึมพำ น้ำเสียงแฝงความเห็นใจลึกซึ้ง
เธอปิดฝากล่องไม้นั้นลงอย่างนุ่มนวลและเก็บมันเข้าที่ช่องลับตามเดิม จัดวางทุกอย่างให้เหมือนไม่เคยมีใครแตะต้อง ก่อนจะปิดแผ่นไม้และประตูตู้เสื้อผ้าไม้โอ๊ก ลินินหมุนตัวกลับไปมองร่างสูงที่เริ่มขยับตัวเบาๆ บนเตียงผ้าไหมสีดำ เขากำลังจะตื่นขึ้นมา ลินินก้าวเดินกลับไปนั่งลงที่ขอบเตียงข้างตัวเขา ดวงตาสีน้ำตาลเข้มของเธอยามนี้ไม่มีความสับสนอีกต่อไป มีเพียงความแน่วแน่และเตรียมพร้อมที่จะเค้นเอาความจริงทั้งหมดจากปากมหาเศรษฐีหนุ่มผู้นี้ เพื่อหาทางรักษาคำสาปมืดและปลดปล่อยจิติญญาของเขาร่วมกัน
เมื่อลินินทรุดตัวลงนั่งข้างเตียง เสียงลมหายใจของกวินทร์เริ่มขยับถี่ขึ้น เปลือกตาของเขาขยับไหวเบาๆ ก่อนจะค่อยๆ ลืมตาขึ้นอย่างยากลำบาก ดวงตาสีนิลคู่นั้นยังคงสะท้อนความงุนงงและอ่อนล้าอย่างเห็นได้ชัด เขามองสบตากับลินินที่สวมเสื้อคลุมสีแดงสดนั่งอยู่ข้างกาย แววตาของเขาปรากฏความรู้สึกหลากหลาย—ทั้งความใที่เห็นลินินยังคงมีสุขภาพดีและเปล่งปลั่ง แตกต่างจากผู้หญิงทุกคนในอดีต และความระแวงที่สังเกตเห็นประกายไฟสีทองจางๆ ในดวงตาของเธอ
"ลินิน..." กวินทร์พยายามยันกายลุกขึ้นนั่ง แต่ความเหนื่อยล้าทางร่างกายทำให้เขาต้องสูดหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดอาการวิงเวียนศีรษะ
"นอนลงเถอะค่ะ กวินทร์" ลินินพูดเสียงเรียบเย็นทว่าแฝงความห่วงใย "คุณสูญเสียพลังงานชีวิตไปมากเมื่อคืนนี้... และฉันคิดว่าเรามีเื่สำคัญที่ต้องคุยกันอย่างตรงไปตรงมาเื่ความลับที่คุณเก็บซ่อนไว้ในช่องตู้เสื้อผ้านั่น"
กวินทร์ชะงักไปทันที แววตาอ่อนล้าแปรเปลี่ยนเป็ความตื่นตระหนกและหวาดระแวงในเสี้ยววินาที ร่างกายของเขาเกร็งสั่นสะท้านขึ้นมาอย่างไม่อาจควบคุมได้ ความลับดำมืดที่เขาซ่อนไว้บัดนี้ได้ถูกลินินค้นพบเข้าเสียแล้ว
"เธอ... เธอแอบเปิดตู้เสื้อผ้าของฉันงั้นเหรอ?" กวินทร์ถามเสียงสั่นพร่าปนแหบแห้ง พยายามทำเสียงแข็งเพื่อปกปิดความกลัวในใจ
"ฉันไม่ได้แอบ... แต่ร่างกายและััของฉันมันเหนี่ยวนำให้ไปหาช่องลับนั่นต่างหาก กวินทร์" ลินินจ้องหน้าเขาตรงๆ ไม่หลบเลี่ยงสายตา "เครื่องประดับของพวกผู้หญิงคนก่อนๆ คลาร่า เมลิสซา วาเนสซา... พวกเธอไม่ได้ย้ายไปต่างประเทศเพราะอยากไปเองหรอกใช่ไหม? คุณเป็คนส่งพวกเธอไปรักษาตัวเพราะตัวตนในร่างของคุณสูบพลังชีวิตพวกเธอไปจนเกือบตายใช่หรือเปล่า?"
คำถามตรงไปตรงมาของลินินเปรียบเสมือนลิ่มแหลมคมที่ตอกย้ำความจริงอันโหดร้าย กวินทร์ตัวแข็งทื่อราวกับถูกแช่แข็งอยู่กลางอากาศ ใบหน้าหล่อเหลาซีดเผือดลงยิ่งกว่าเดิมจนเกือบจะเป็สีขาวกระดาษ เขายกสองมือขึ้นกุมขมับแน่นพลางซบหน้าลงกับหัวเข่า เสียงหอบหายใจหนักหน่วงปนสะอื้นแ่ในลำคอดังสะท้อนในความเงียบงันที่ตึงเครียดรอบตัวพวกเขาในเช้าวันใหม่นี้ บรรยากาศรอบเตียงแผ่ไอเย็นเยียบจากความวิตกกังวลของเขาอย่างชัดเจน ลินินเอื้อมมืออุ่นๆ ไปแตะแผ่นหลังกว้างชุ่มเหงื่อเย็นของกวินทร์เบาๆ หวังประคองอารมณ์ที่ใกล้พังทลายของมหาเศรษฐีหนุ่มผู้นี้
"บอกความจริงฉันมาเถอะ กวินทร์... ปิดบังฉันไปก็ไม่มีประโยชน์อะไรอีกแล้ว ร่างกายของฉันและจิติญญาของฉันตื่นรู้ทุกอย่างแล้ว" ลินินพูดด้วยเสียงอ่อนโยนแต่เปี่ยมด้วยความเด็ดเดี่ยว มั่นคงในสายเื Harmonizer ของเธอที่คอยปกป้องคุ้มครองิญญาของเขาอยู่จางๆ ณ วินาทีนี้