ตอนที่ 24
ตัดสินใจ
“ข้า...ไม่เคยสังหารผู้อื่นเลยขอรับ”ชุนหยางที่ตกอยู่ภายใต้แรงกดดันมหาศาลของคนรอบข้างตอบคำถามของหวังอี้ฝู่ออกไปตามตรงั้แ่เด็กจนถึงปัจจุบันชุนหยางเคยเห็นฉากสังหารต่อหน้าต่อตามาแล้วหลายต่อหลายรอบเพียงแต่ชุนหยางนั้นไม่เคยลงมือสังหารผู้อื่นด้วยตัวเองเลยแม้แต่ครั้งเดียวไม่ว่าจะเป็ด้วยน้ำมือของชุนหยางหรือเคล็ดวิชามารก็ตาม
“เ้าพูดความจริงงั้นหรือ”หวังอี้ฝู่เลิกคิ้วด้วยท่าทีประหลาดใจเพราะระยะทางจากเมืองจินซุยมาถึงเมืองกวางจิ้งนั้นไม่ใช่ระยะทางสั้นๆจะให้เชื่อว่าชุนหยางควบคุมความกระหายของเคล็ดวิชามารราคะมาจนถึงที่นี่ได้อย่างไร
“ขอรับ ทั้งข้าและจูอิงไม่ได้สังหารใครเลยแม้แต่คนเดียวขอรับ”ชุนหยางััได้ว่าจิตสังหารก็ถาโถมไปยังจูอิงที่นั่งตัวสั่นอยู่ข้างหลังเช่นกัน แต่ตลอดเส้นทางจากเมืองเทียนฉีที่ชุนหยางพาจูอิงไปรักษามาจนถึงเมืองกวางจิ้งเองพวกเขาก็ไม่ได้สังหารใครเลยเช่นกัน
“เ้าจะบอกว่าเ้าอดทนกับความกระหายของวิชามารตลอดหลายเดือนก่อนจะมาถึงเมืองกวางจิ้งได้งั้นหรือแล้วหลานสาวของข้าไปอยู่ที่ไหนกันเหตุใดไม่มากับเ้า” หวังอี้ฝู่ยังมีท่าทีไม่อยากจะเชื่อและสิ่งที่ยังคาใจหวังอี้ฝู่ที่สุดก็คือเหตุใดหลานสาวที่รับปากว่าจะพาชุนหยางผู้ฝึกฝนวิชามารมาส่งที่เมืองกวางจิ้งด้วยตัวเองถึงไม่ได้มากับชุนหยางด้วย
“ทั้งหมดเป็เพราะพี่ซิงซิน...เป็เพราะแม่นางไป๋ขอรับ”ชุนหยางโดนผู้ที่เรียกไป๋ซิงซินว่าหลานสาวถามเช่นนั้นกลับแสดงสีหน้าลำบากใจออกมาเพื่อควบคุมความกระหายของวิชามารไป๋ซิงซินถึงกับยอมใช้ตัวเองเพื่อระงับความอยากของวิชามารเอาไว้แต่เื่นั้นจะบอกต่อไปกับผู้เรียกนางว่าหลานสาวได้จริงๆหรือ
“ท่านหมอหวัง...เื่ที่เกิดขึ้นให้ข้าพูดกับท่านตามลำพังได้หรือไม่ขอรับ”ชุนหยางเงยหน้าขึ้นมามองดวงตาที่เต็มไปด้วยความเป็ห่วงของท่านหมอหวังด้วยท่าทีจริงจังถึงตัวท่านหมอหวังจะมีพลังิญญาภายในร่างแต่ก็ไม่ได้มากมายอะไร หากปล่อยให้ท่านหมอหวังอยู่ตามลำพังกับชุนหยางเหล่าผู้คุ้มกันทั้งสี่ย่อมไม่ยินยอมเป็แน่แต่เื่ที่ชุนหยางกำลังจะเล่าให้ท่านหมอหวังได้ฟังยิ่งคนรู้น้อยเท่าไหร่ก็ยิ่งดีเพราะมันกระทบถึงชื่อเสียงของตัวไป๋ซิงซินเองด้วย
“พวกเ้าออกไปก่อน...” หวังอี้ฝู่มองดวงตาของชุนหยางอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะสั่งให้เหล่าผู้คุ้มกันจากสำนักปราบมารออกไปจากห้องแม้พวกเขาจะมีท่าทีไม่ยินยอมแต่เพราะหวังอี้ฝู่ยืนกรานจะฟังเื่ราวจากชุนหยางให้ได้พวกเขาก็ได้แต่ออกไปพร้อมกับจูอิงและไห่เฉินเพื่อให้ทั้งสองได้อยู่ในห้องตามลำพัง
โครม!!
หลังจากเหล่าผู้คุ้มกันออกมาจากห้องได้เพียงไม่กี่นาทีอยู่ๆภายในห้องของหวังอี้ฝู่ก็มีเสียงดังโครมครามออกมาถึงข้างนอกทำให้เหล่าผู้คุ้มกันต่างก็รีบกลับเข้าไปในห้องเพียงแต่สิ่งที่พวกเขาได้เห็นกลับตรงกันข้ามกับสิ่งที่พวกเขาระมัดระวังเอาไว้อย่างสิ้นเชิงเพราะแทนที่ชุนหยางจะทำร้ายหวังอี้ฝู่เพื่อเอาตัวรอดกลับกลายเป็หวังอี้ฝู่เองที่กำลังบันดาลโทสะอยู่เบื้องหน้าชุนหยาง
“เ้า...ช่างกล้าทำกับหลานสาวข้า”หวังอี้ฝู่เดือดดาลเช่นนี้ย่อมเป็เพราะเื่ที่ไป๋ซิงซินใช้ร่างกายของตัวเองระงับความอยากของวิชามารเอาไว้ถึงจะทราบดีว่านางทำไปเพื่ออะไร แต่ไป๋ซิงซินก็เป็แก้วตาดวงใจเพียงคนเดียวที่สหายของหวังอี้ฝู่เหลือทิ้งเอาไว้ให้การได้ยินว่าบุตรสาวของสหายรักยอมให้เ้าหนุ่มนี่ทำให้แปดเปื้อนเล่นเอาสมองของหวังอี้ฝู่ขาวโพลนกว่าจะรู้ตัวหวังอี้ฝู่ก็ลงไม้ลงมือกับชุนหยางไปเสียแล้ว
“หากเป็อย่างที่เ้าเล่าตอนนี้นางก็อยู่กับคนของสำนักปราบมารแล้วสินะ” หลังจากให้ผู้คุ้มกันกลับออกไปและใจเย็นพร้อมรอให้ชุนหยางเล่าเื่ทั้งหมดให้ฟังอีกครั้งหวังอี้ฝู่ก็ได้รับคำตอบเสียทีว่าไป๋ซิงซินนั้นยังมีชีวิตอยู่และได้รับการช่วยเหลือจากศิษย์คนอื่นจากสำนักปราบมารเป็ที่เรียบร้อยแล้วหากสิ่งที่ชุนหยางพูดไม่ใช่เื่โป้ปดอีกไม่นานไป๋ซิงซินก็คงส่งจดหมายมาแจ้งข่าวกับหวังอี้ฝู่เอง
“...” ยิ่งได้ฟังที่ชุนหยางเล่า หวังอี้ฝู่ก็ยิ่งนิ่งเงียบมากขึ้นเรื่อยๆทั้งเื่การตัดสินใจของไป๋ซิงซินทั้งเื่คุณค่าในตัวชุนหยางนั้นตีกันภายในหัวของหวังอี้ฝู่ไปหมดไหนจะเื่ของเด็กสาวที่ชื่อจูอิงอีกการตัดสินใจเช่นนี้ควรได้รับการยอมรับหรือไม่ ตนเองในฐานะสหายของบิดาไป๋ซิงซินและฐานะผู้าุโแห่งสำนักปราบมารควรตัดสินอย่างไรดี
“พวกเ้าพักอยู่ที่เรือนของข้าไปก่อนก็แล้วกันข้าคงต้องขอเวลาตัดสินใจสักครู่” เื่ทั้งหมดมันยุ่งเหยิงเกินกว่าที่หวังอี้ฝู่จะตัดสินใจได้ทันทีสุดท้ายแล้วเขาก็ทำได้เพียงขอเวลาตัดสินใจเพิ่มขึ้นแถมพวกเขายังต้องรอให้จดหมายของไป๋ซิงซินส่งมาถึงก่อนด้วยถึงจะยืนยันข้อเท็จจริงจากชุนหยางได้
.
.
.
“จริงงั้นหรือนี่” หลังจากรอต่อไปไม่กี่วันในที่สุดจดหมายของไป๋ซิงซินก็ถูกส่งมาเสียที แน่นอนว่านางไม่ยอมเล่าเื่ที่นางใช้ร่างกายของตัวเองระงับความกระหายของวิชามารราคะให้หวังอี้ฝู่ฟังแต่เื่ราวอื่นๆก็ตรงกับที่ชุนหยางเล่ามาเสียส่วนใหญ่ จะมีก็เพียงเื่ที่ชุนหยางได้ตายไปแล้วเพียงอย่างเดียวเท่านั้นที่นางเข้าใจผิดแต่สิ่งหนึ่งที่ทำให้หวังอี้ฝู่รู้สึกประหลาดใจมากที่สุดก็คือเนื้อหาที่ไป๋ซิงซินบรรยายมาในจดหมายเหมือนนางจะเล่าเื่นี้ให้ผู้อื่นฟังไม่ได้ก็เลยเขียนเื่ของชุนหยางเอาไว้ในจดหมายที่ต้องส่งถึงหวังอี้ฝู่เสียยืดยาวนางเขียนเอาไว้ว่านางรู้สึกเสียใจแค่ไหนที่ช่วยเหลือชุนหยางเอาไว้ไม่ได้แถมยังเขียนชื่นชมชุนหยางมาอีกหลายข้อ ถึงส่วนใหญ่จะเป็เื่ฝีมือการทำอาหารก็ตาม
ที่ไป๋ซิงซินตัดสินใจเช่นนั้นจะโทษนางแต่เพียงผู้เดียวก็ไม่ได้แต่เดิมที่ไป๋ซิงซินตัดสินใจจะพาชุนหยางมายังเมืองกวางจิ้งแห่งนี้แทนที่จะสังหารชุนหยางเสียให้เื่จบๆไปก็น่าจะเป็เพราะครั้งหนึ่งหวังอี้ฝู่เผลอไปพูดเื่ที่ตนกำลังศึกษาให้ไป๋ซิงซินได้ฟังเข้าพอดีในตอนนั้นหวังอี้ฝู่กำลังหาวิธีทำให้ผู้ฝึกฝนวิชามารกลับเป็มนุษย์ธรรมดาด้วยยาหรือวิธีการรักษาต่างๆอยู่แต่ถึงจะคิดทฤษฎีขึ้นมาได้หลายต่อหลายข้อแต่การปฏิบัติจริงนั้นกลับทำได้ยากต่อให้จับตัวผู้ฝึกฝนวิชามารมาก็ไม่อาจทดลองได้เพราะการทดลองส่วนใหญ่ต้องใช้ความยินยอมจากผู้ฝึกฝนวิชามารเองด้วยจะให้ผู้บริสุทธิ์ฝึกฝนวิชามารเพื่อทำการรักษาโดยเฉพาะก็ขัดต่อหลักการของสำนักอาจจะเพราะหวังอี้ฝู่ไปบ่นกับหลานสาวเช่นนี้เองนางถึงได้ตัดสินใจเสียสละตัวเองเพื่อหาทางรักษาจากเคล็ดวิชามารให้ได้หรือก็คือเื่นี้หวังอี้ฝู่เองก็มีส่วนต้องรับผิดชอบเช่นกัน
“ท่านหมอหวัง ท่านเรียกหาพวกข้าหรือขอรับ”หลังจากได้อ่านจดหมายและครุ่นคิดอยู่นานในที่สุดหวังอี้ฝู่ก็เรียกให้ชุนหยางและจูอิงที่พักอยู่ภายในบ้านมาเข้าพบเพียงแต่ครั้งนี้ท่าทีของหวังอี้ฝู่ดูอ่อนลงมากต่างจากครั้งแรกที่พบกันโดยสิ้นเชิง
“ชุนหยาง แม่นางจูอิงพวกเ้ามานั่งตรงนี้สิ” ไม่ทราบว่าเป็เพราะเนื้อหาในจดหมายของไป๋ซิงซินหรือไม่แต่น้ำเสียงของหวังอี้ฝู่ก็อ่อนโยนขึ้นอย่างเห็นได้ชัดถึงจะไม่ต้อนรับชุนหยางเหมือนลูกเหมือนหลานแต่ก็ไม่ได้แสดงท่าทีราวกับจะฆ่ากันให้ตายเช่นตอนแรกแล้ว
“ชุนหยางก่อนอื่นเลยข้าต้องขอขอบคุณเ้าที่ช่วยชีวิตหลานสาวข้าเอาไว้ นางเป็คนหัวดื้อแล้วก็ไม่ค่อยห่วงชีวิตตัวเองเท่าไหร่ถ้าเ้าไม่ตัดสินใจส่งตัวนางให้กับศิษย์สำนักปราบมารนางคงยอมให้ตัวเองตายดีกว่าปล่อยให้เ้าตายเป็แน่”สิ่งแรกที่หวังอี้ฝู่เลือกที่จะพูดก็คือคำขอบคุณั้แ่เด็กสมัยที่หวังอี้ฝู่ไปเยี่ยมเยือนบ้านของสหายอยู่บ่อยๆหวังอี้ฝู่ก็เห็นหลานสาวตัวน้อยผู้เอาแต่ใจมาั้แ่เด็ก ดูจากภายนอกแล้วไป๋ซิงซินเหมือนจะเป็เด็กเรียบร้อยว่านอนสอนง่ายแต่หากนางตัดสินใจอะไรแล้วไม่ว่าใครจะห้ามนางก็ไม่ฟัง แม้แต่การเข้าสำนักปราบมารหวังอี้ฝู่ก็คัดค้านอยู่หลายรอบแต่ก็ไม่อาจห้ามนางเอาไว้ได้พอมาคิดดูแล้วการที่ไป๋ซิงซินยอมเสียสละตัวเองเช่นนั้นก็เหมาะสมกับเป็ตัวนางจริงๆและต่อให้ชุนหยางพยายามขัดขืนแค่ไหนก็คงห้ามนางไม่ได้เหมือนกันนั่นล่ะ
“ไม่หรอกขอรับข้าเองก็ไม่อยากให้พี่ซิงซินต้องเป็อะไรเพราะข้าเหมือนกัน หากสามารถรอดตายได้ด้วยการแลกชีวิตของนางข้าขอยอมตายดีกว่าขอรับ”ชุนหยางส่ายหน้าช้าๆไม่ยอมรับความดีความชอบในเื่นี้ เพราะสาเหตุที่ทำให้ไป๋ซิงซินเกือบตายก็มาจากชุนหยางเองแล้วจะให้เขารับความดีความชอบได้อย่างไร
“ต่อไปก็เื่ของแม่นางจูอิง...”หลังจากขอบคุณชุนหยางเรียบร้อยแล้ว สิ่งที่หวังอี้ฝู่พูดออกมาเป็อย่างที่สองก็คือเื่ความผิดพลาดของชุนหยางหากตลอดเส้นทางชุนหยางใช้เพียงไป๋ซิงซินเพื่อระงับความกระหายของเคล็ดวิชานั่นจะถือว่าเป็ความยินยอมของไป๋ซิงซินแต่เพียงผู้เดียวแต่การที่ชุนหยางอาศัย่เวลาที่จูอิงกำลังอ่อนแอจนต้องฝึกฝนเคล็ดวิชามารร่วมกับตนนั้นจะถือว่าเหมาะสมหรือไม่
“เมื่อประเมินจากอาการของโรคติดต่อที่แม่นางจูอิงเป็แล้วข้าถือว่าการใช้วิชามารเพื่อรักษายังไม่นับเป็ความผิด ตราบใดที่เ้ายังไม่ได้ใช้เคล็ดวิชาสังหารผู้อื่นและเข้ารับการรักษาข้าในฐานะาุโแห่งสำนักปราบมารขอรับประกันว่าจะไม่มีศิษย์สำนักปราบมารคนใดตามล่าเ้าส่วนเื่ที่ชุนหยางให้แม่นางจูอิงฝึกฝนวิชามารนั้นเ้าจะต้องรับโทษด้วยการรับผิดชอบต่อการกระทำของแม่นางจูอิงทั้งหมดและต้องช่วยเหลือนางระหว่างรักษาทุกขั้นตอน” หลังจากคิดไตร่ตรองและลองจินตนาการว่าตัวเองอยู่ในสถานการณ์เดียวกับชุนหยางดูหวังอี้ฝู่ก็พบว่าตัวเองก็คงทำไม่ต่างกัน ในเมื่อยังมีหนทางรักษาเช่นนั้นชายหญิงทั้งสองที่ยังไม่ได้กระทำความผิดใดนอกจากฝึกฝนวิชามารด้วยความจำเป็ก็ยังสามารถกลับมาเป็คนปกติธรรมดาได้อยู่
“เช่นนั้นท่านหมอจะช่วยรักษาข้ากับจูอิงด้วยใช่หรือไม่ขอรับ”ชุนหยางยามได้ยินคำตัดสินให้ตนช่วยเหลือจูอิงตลอดการรักษากลับยิ้มออกมาอย่างยินดี ที่ท่านหมอพูดเช่นนั้นก็หมายความว่าท่านหมอยินดีจะรักษาพวกเขาทั้งสองแล้วใช่หรือไม่
“ข้ารับปากหลานสาวข้าเอาไว้แล้วนี่นาถึงจะต้องรักษาเพิ่มอีกคนก็ไม่เป็ไรหรอก” หวังอี้ฝู่ถอนหายใจออกมาอย่างช่วยไม่ได้ความจริงคนที่ดีใจควรจะเป็หวังอี้ฝู่เสียมากกว่าเพราะตัวเขาอยากได้คนมาทดสอบการรักษามานานมากแล้วการได้ชุนหยางและจูอิงมาช่วยอาจจะทำให้สำนักปราบมารช่วยเหลือผู้ฝึกฝนวิชามารโดยไม่ได้ตั้งใจเช่นนี้ได้อีกหลายคนเลย
“ขอบคุณขอรับท่านหมอหวัง จูอิงพวกเรามาพยายามกันเถอะหากเ้ารักษาจนหายเ้าก็ไม่จำเป็ต้องติดตามข้าแบบนี้อีกแล้ว จริงสิเ้าบอกข้าว่าอยากกลับบ้านใช่หรือไม่หากรักษาหายแล้วเ้าก็สามารถกลับบ้านได้แล้ว”ชุนหยางยามได้ยินว่าท่านหมอจะช่วยรักษาก็หันไปแสดงความยินดีกับจูอิงทันที ถึงจูอิงจะไม่เคยคิดจะต่อว่าชุนหยางเลยแม้แต่ครั้งเดียวแต่ชุนหยางกลับรู้สึกผิดอยู่ในใจมาตลอด ที่จูอิงต้องเดินทางอย่างหลบๆซ่อนๆและต้องคอยเกาะติดชุนหยางเอาไว้ตลอดก็เป็เพราะวิชามารทั้งนั้นทำให้ชุนหยางรู้สึกว่าตนเองกำลังจำกัดอิสรภาพของจูอิงอยู่หรือไม่เพียงแต่คำแสดงความยินดีของชุนหยางนั้นกลับทำให้จูอิงชะงักไปนิดหน่อย หากรักษาหายแล้วชุนหยางจะยังให้นางอยู่ข้างๆเช่นนี้อีกหรือไม่?